กลับอีกครั้งค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอละเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ

ตอนที่5 คนไม่คู่ควร รีไรท์

ชื่อตอน : ตอนที่5 คนไม่คู่ควร รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2559 16:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่5 คนไม่คู่ควร รีไรท์
แบบอักษร

คนไม่คู่ควร

 

 

               "ขอบคุณพี่ทศมากนะคะถ้าไม่ได้พี่ทศช่วยเอมคงแย่" เอมอรรู้สึกโล่งใจที่งานของตนผ่านพ้นไปด้วยดี  เธอรู้ดีว่างานนี้ภูวริศจงใจจะแกล้งเธอ การจัดลำดับลูกค้าวีไอพีที่มาเข้าพักบนเกาะเวหามันไม่ใช่เรื่องยากที่จะสืบค้นในระบบข้อมูล แต่ชายหนุ่มให้เธอรื้อข้อมูลในห้องเก็บเอกสารเพื่อ...

              "ไม่เป็นไรว่าแต่เอมเถอะทำงานที่นี่เป็นไงบ้าง" ทศภาคถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

              "ก็อย่างที่พี่ทศเห็นนั่นแหล่ะค่ะ แต่เอมก็ชินแล้วคุณภูก็คือคุณภู" เอมอรยิ้มบางๆยอมจำนนต่อชะตากรรมของตัวเองที่ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะโดนอะไรอีกบ้าง

              "มีอะไรให้พี่ช่วยบอกได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ"

              "ได้เลยค่ะเอมจะบอกพี่ทศเป็นคนแรกแน่นอน"เอมอรยิ้มร่าจนทศภาคอดที่ยิ้มรับด้วยความเอ็นดูไม่ได้   จะมีสักกี่คนที่โดนแกล้งได้ทุกวี่วันแล้วยังยิ้มได้

              ทั้งสองสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วแม้จะพึ่งรู้จักกันได้ไม่นานเอมอรรู้สึกเหมือนกับว่ารู้จักกับทศภาคมาก่อน   อาจเป็นเพราะพื้นฐานครอบครัวใกล้เคียงกันจึงพูดภาษาเดียวกันและเข้าใจกันได้ง่ายรวมทั้งทศภาคเป็นคนจิตใจดีเอมอรเองจึงได้รับความช่วยเหลือทุกครั้งที่มีปัญหา                

               "งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วพี่ขอกลับไปเคลียร์งานก่อนนะ" ทศภาคเก็บเอกสารที่กองอยู่เต็มโต๊ะ

               "ค่ะ...ว่าแต่เย็นนี้พี่ทศว่างมั้ยคะเอมว่าจะเลี้ยงขอบคุณซะหน่อย"

               "พี่กินเก่งนะเลี้ยงไหวเหรอ" ทศภาคแกล้งหยอก

               "กินเก่งไม่กลัวค่ะ แต่เอมกลัวไม่มีตังค์จ่ายมากกว่า" เอมอรสีหน้าเป็นกังวลแต่ทศภาคกลับหัวเราะชอบใจ

               "งั้นก็เก็บตังค์ไว้เถอะเดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง"

               "ไม่ได้สิคะ เอมบอกว่าจะเลี้ยงก็ต้องเลี้ยงค่ะพี่ทศอยากกินอะไรว่ามาเลยเอมไม่อั้น"

               "โอเค...ก็ได้เลี้ยงก็เลี้ยงงั้นพี่ไปก่อนนะเย็นนี้เจอกัน"

               "ค่ะเย็นนี้เจอกัน"

 

 

ห้องประชุม     

              ภูวริศไม่ค่อยจะมีสมาธิกับการประชุมเท่าไหร่ในหัวเขายามนี้มีแต่เรื่องที่สรรหามาเพื่อแกล้งเอมอร เธอทำงานที่เขาสั่งสำเร็จลุล่วงไปได้ทุกครั้งชายหนุ่มรู้ดีว่าทศภาคคอยให้ความช่วยเหลือหญิงสาวอยู่ซึ่งมันสร้างความไม่พอใจให้กับตัวเขาอย่างมาก   แต่เพราะยังเกรงใจพี่สาวตัวเองอยู่เขาจึงยอมนิ่งเฉยกับความปารถนาดีที่ไม่ต้องการของทศภาค   แผนการต่อไปของเขาจะต้องดึงทศภาคให้ออกห่างจากเอมอรให้ได้

              "ภูมีอะไรจะเสริมมั้ย" ภาริตาหันมามองน้องชายที่ยามนี้นั่งหน้าเครียดเหมือนใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลา

              " ครับ...ไม่มี" ภูวริศบอกผ่าน

              "ค่ะถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามที่ริตาบอกและหวังว่าทุกคนจะร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่ การประชุมคราวหน้าริตาจะได้เห็นยอดลูกค้าที่เพิ่มขึ้นกว่านี้นะคะ " ภาริตายิ้มบางๆแต่แฝงสายตาอำมหิตเอาไว้    หัวหน้าฝ่ายต่างๆทยอยเดินออกจากห้องประชุมเหลือเพียงภูวริศที่ยังนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเอง

              "ภู...พี่ขอคุยด้วยหน่อย" ภาริตาหันไปหาน้องชาย

              "มีอะไรครับ"

              "ตอนนี้มันเป็นเวลางานตั้งใจหน่อยสิ"

              "...."

              "อย่าให้พี่เห็นภูเป็นแบบนี้อีก เราเป็นผู้บริหารควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพนักงาน"

             "ผมคิดอะไรเพลินไปหน่อย"

             "มันก็หนีไม่พ้นเรื่องแกล้งเอมอรนั่นแหล่ะ พี่ไม่ชอบเลยนะที่ภูไม่แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว" ภาริตาตำหนิภูวริศชุดใหญ่

              "พูดเกินไปมั้ยพี่ริตา"

              "ไม่เกินไปหรอก...เอาไปคิดดูแล้วกันว่าที่พี่พูดมันจริงรึเปล่า" ภาริตาลุกออกจากห้อง

              "แล้วถ้าผมบอกว่าคุณทศคอยช่วยยัยเด็กนั่นตลอดแถมดูจะสนิทสนมกันมากพี่ริตาจะว่ายังไงครับ" ภูวริศถามกลับขณะที่ภาริตากำลังจะเปิดประตูออกจากห้อง

              "ว่าไงนะ!" ภาริตาหันมามองน้องชายสีหน้าดูไม่สบอารมณ์นัก

              "ยังแยกเยอะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้อีกมั้ยครับถ้ากำลังจะถูกแย่งแฟน" ภูวริศขึ้นเสียงใส่

              "ไม่มีทางทศไม่ใช่ผู้ชายมักง่ายแบบนั้น" ภาริตาออกรับแทนเพราะมั่นใจในคนรักของตนเอง

              "มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอครับขนาดผมเป็นผู้ชายด้วยกันยังว่ามันแปลกๆเลย"

              "ภู!!!" ภาริตาตวาดลั่น

              "อย่ามาตะคอกใส่ผมไปตะคอกแฟนตัวเองนู่น"

              "ทศเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเรานั่นแหล่ะ!"

              "หลงผู้ชายว่างั้น!"

              "เกินไปแล้วนะ!ฉันเป็นพี่แกนะภู!!!"

              "ก็เพราะพี่ริตาเป็นพี่ไงผมถึงเตือนเพราะหวังดีไม่อยากเห็นพี่ต้องเสียน้ำตาเพราะผู้ชายกระจอกๆแบบนั้น" ภูวริศลุกออกไปจากห้องประชุมทันที

              "พูดเกินไปแล้วนะภู...ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้เลย....ภู!....ภู!!!" ภาริตาตะโกนไล่หลังแต่ดูเหมือนว่าภูวริศเองจะไม่ใส่ใจ   เขาโมโหพี่สาวตัวเองมากที่เข้าข้างทศภาคไปเสียทุกอย่างจะให้พูดแรงๆก็คือหลงผู้ชายจนลืมน้องนั่นแหล่ะอานุภาพของความรักมันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยงั้นเหรอถึงได้เห็นผิดเป็นชอบได้แบบนี้

               "เห็นกงจักรเป็นดอกบัวสินะ" ภูวริศบ่นกับตัวเองขณะที่ออกมาเดินสงบสติอารมณ์ยังหาดส่วนตัวของโรงแรมลมทะเลเย็นๆอาจช่วยให้เขาสงบใจลงได้   ชายหนุ่มถอดสูทวางไว้ที่เก้าอี้ริมหาดเดินเท้าเปล่าย่ำผืนทรายพร้อมกับทอดสายตาออกไปเบื้องหน้า   ในหัวเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ชวนให้คิดเมื่อไหร่ก็หงุดหงิดใจเมื่อนั้น

 

 

              "เอม...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว" หนูดีพนักงานฝ่ายขายวิ่งเข้ามาเธอถึงห้องทำงานของภูวริศ

              "พี่แต๋มผู้ช่วยคุณทศน่ะโทรมาเล่าให้พี่ฟังว่าคุณริตากับคุณทศทะเลาะกันเสียงดังลั่นเลย" หนูดียังคงเล่าเหตุการณ์เป็นฉากๆตามที่พี่แต๋มเล่าให้ฟัง

              "มันก็เรื่องของเจ้านาย...เอมคงไม่เข้าไปวุ่นวายด้วยหรอกค่ะ" เอมอรยังคงสนใจกับงานตรงหน้า หญิงสาวเข้าใจว่าพี่หนูดีคงอยากจะให้เธอไปถามทศภาคเพราะตัวเธอกับทศภาคสนิทสนมกัน   เธอไม่ค่อยถนัดเรื่องซุบซิบในหมู่ผู้หญิงเท่าใดนักจึงปฏิเสธออกไปอย่างสุภาพ

              "ไม่วุ่นก็ต้องวุ่นแล้วล่ะเพราะทั้งสองคนเขาทะเลาะกันเรื่องเอมนั่นแหล่ะ"

              "เรื่องเอม!" เอมอรตกใจและงงในเวลาเดียวกันทั้งสองคนจะทะเลาะกันเพราะเธอ...เรื่องอะไรกันนะ

              " ไม่ต้องทำหน้างงนี่เอมรู้รึเปล่าว่าคุณริตากับคุณทศเขาคบกัน"

              "คบกัน!" หญิงสาสตกใจยิ่งกว่าเก่า

              "งานเข้าแล้วล่ะเอมเอ๊ย..." หนูดีถอนหายใจ

              "เอมไม่ทราบมาก่อนเลยค่ะ" เอมอรสีหน้าเป็นกังวล

              "พี่ขอถามตรงๆนะเอม...ชอบคุณทศเค้ารึเปล่า"

              "ถามอะไรแบบนั้นคะ!เอมไม่เคยคิดแบบนั้นเลย"

              "แน่ใจนะ" หนูดีจับพิรุจ

              "พี่ทศเป็นพี่ค่ะจริงๆ" เอมอรยืนยัน

              "ถ้ายังไงก็ระวังตัวด้วยล่ะ พี่ต้องไปล่ะ"

              "ขอบคุณนะคะพี่หนูดี"

              "จ้า...พี่ไปนะ" หนูดีรีบวิ่งออกไป

             เอมอรยังคงนั่งทำงานต่อไปแต่รู้สึกไม่สบายใจเลยสักนิดเธอไม่อยากจะเป็นต้นเหตุของปัญหาของผู้อื่นอีกต่อไปแล้ว

 ครืดดด.....ครืดดด....

มือถือหญิงสาวสั่นไม่ต้องมองเธอก็เดาได้ทันที่ว่าเป็นใคร

              "ค่ะ" หญิงสาวเอาแค่รับคำกับสิ่งที่ปลายสายพูด     "ได้ค่ะ" เอมอรรับคำก่อนกดวางสายหญิงสาวกำมือถือแน่นในใจเริ่มหวั่นวิตกรีบลุกออกจากห้องทำงานทันที

 

               ภูวริศเดินกลับเข้ามาในโรงแรมชายหนุ่มแจ้งแก่ใจแล้วว่าสายลมแสงแดดไม่อาจจะดับไฟแห่งโทสะของเขาได้เลย   ยังไงใจเขาก็อยากจะมาลงกับตัวต้นเรื่องให้สาแก่ใจอยู่ดี

               "งานที่ให้ทำเสร็จรึยังเอมอร!" ภูวริศขึ้นเสียงใส่ทันทีที่ผลักประตูเข้ามา แต่สิ่งที่เห็นคือความว่างเปล่าชายหนุ่มกวาดสายตาไปทั่วห้องพร้อมกับยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู

              "ยังไม่เลิกงานซะหน่อยหายไปไหน" ภูวริศบ่นกับตัวเองเบาๆ   ชายหนุ่มเดินไปนั่งประจำโต๊ะทำงานความรู้สึกหงุดหงิดยังไม่จางหายไปจากใจสายตาก็เหลือบไปเห็นเอกสารรายชื่อลูกค้าวีไอพีที่เขาสั่งเอมอรทำ อารมณ์ร้อนๆก็เพิ่มเท่าทวีคูณ      "ให้มันได้อย่างนี้สิ!" วันนี้เป็นวันมหาโชคของยัยนั่นรึไงทำอะไรก็ดูราบรื่นง่ายดายไปเสียหมด

 

              เอมอรผลักประตูชั้นดาดฟ้าซึ่งพื้นที่บางส่วนถูกจัดเป็นสวนสวยไว้สำหรับเป็นมุมพักผ่อนของพนักงาน เอมอรเดินไปเรื่อยๆสายตาก็สอดส่องมองหาคนที่พึ่งจะวางสายจากกันไปได้ไม่นาน

              "คุณริตาคะ" เอมอรเรียกสาวร่างเล็กที่มีอำนาจเหนือใครในโรงแรมนี้   ภาริตายืนกอดอกสายตามองออกไปเบื้องหน้าอย่างคนกำลังใช้ความคิด

             " ขอโทษนะที่รบกวนเวลาทำงานของเธอ" ภาริตาพูดแต่สายตามิได้มองมาที่คู่สนทนาสักนิด   เธอกลัวว่าเด็กในบ้านอย่างเอมอรจะมองเห็นแววตาที่อ่อนแอของเธอที่ไม่สามารถปกปิดไว้ได้

              "คุณริตาเรียกเอมมาพบเรื่อง..." เอมอรพยายามทำใจให้สงบแม้ว่าจะกลัวท่าทางที่นิ่งๆของภาริตาอยู่มาก

ใช่...สิ่งที่เธอจะพูดมันคือเรื่องเดียวกับสิ่งที่เอมอรคิด...  ภาริตานิ่งไปสักพักกับคำถามของเอมอร

               หญิงสาวรู้สึกสมเพชตัวเองที่ต้องลดตัวมาทำอะไรแบบนี้กับเด็กที่เธอไม่เคยเห็นความสำคัญในสายตา   คนที่หยิ่งทะนงในศักศรีอย่างเธอกำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดในสิ่งที่ใจต้องการ

               " เธอสนิทกับทศเขามากสินะ"

               "ค่ะ...แต่ก็ในฐานะเพื่อนร่วมงานเท่านั้น ดิฉันเคารพคุณทศเหมือนพี่ชาย"

               "งั้นเหรอ...แล้วทศล่ะ"

               "คุณริตาถามอะไรแบบนั้นคะ"

               "ฉันถาม!ตอบมาสิ"

               "คุณริตาอย่ากังวลเลยนะคะ"

               "เธอต้องการจะพูดอะไร!" ภาริตาหันมามองหน้าเอมอร แววตาที่ส่งมาแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน   "จะบอกอะไรฉัน"

               "คือ...."

               "พูดมาสิ อย่ามองฉันแบบนั้นเอมอรฉันไม่ได้มาเพื่อขอร้องอะไรเธอ"

               "ไม่ใช่นะคะ...." 

               "เธอเป็นใครฉันเป็นใครก็น่าจะรู้ เธอคิดว่าฉันจะขอร้องไม่ให้เธอยุ่งเกี่ยวกับทศอย่างนั้นเหรอ..."

               "ดิฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะคือ...."

               "หยุด!ฉันไม่ต้องการคำอธิบายสายตาเธอมันทำหน้าที่แทนปากไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาปั้นแต่งคำพูดดีๆมาหลอกฉัน" ภาริตานึกโกรธที่ได้เห็นสายตาเอมอรที่มองเธออย่างเห็นใจ

                "....." เอมอรก้มหน้านิ่งไม่กล้าที่จะพูดอะไรอีกเธอรู้ดีว่ายามที่คุณริตาโมโหมันก็ไม่ต่างจากคุณภูเท่าใดนัก

                "ถ้าอย่างนั้นฉันสั่งให้เธอไปไกลๆจากทศภาค อย่าเข้าใกล้เขาอีกถ้าไม่จำเป็นไม่ว่าเธอจะรู้สึกกับทศแบบไหนฉันไม่สน ฉันต้องการแค่ให้เธออยู่ห่างๆจากเขาทำได้มั้ย"

                "ค่ะ"

                "ดี.....รู้ไว้นะเอมอรอะไรที่มันเป็นของฉัน ฉันไม่เคยแบ่งปันให้กับใครไม่ว่าสิ่งนั้นจะไร้ค่าแค่ไหนแต่ถ้าฉันพอใจมันก็คือของฉัน ใครหน้าไหนก็ไม่คู่ควรนอกจากฉันคนเดียวเท่านั้น" ภาริตาประกาศกร้าวสายตาจ้องมาที่เอมอรอย่างจริงจัง     "กลับไปทำงานได้แล้ว"พูดจบภาริตาก็เดินจากไป

               "เฮ้อ......" เอมอรถอนหายใจแรงๆอย่างเหนื่อยหน่ายเกิดเป็นเอมอรนี่ทำอะไรมันก็ดูจะผิดไปหมด  เธอไม่เคยมองทศภาคเป็นอื่นเลยเขาคือพี่ชายที่คอยให้ความช่วยเหลือ ใจดีและคอยรับฟังเรื่องทุกข์ร้อนของเธอก็เท่านั้น   หญิงสาวหยิบมือถือออกมาส่งข้อความ

             'ขอโทษนะพี่ทศเอมไปกินข้าวด้วยไม่ได้แล้วไว้คราวหน้าแล้วกันนะ' หญิงสาวส่งสติกเกอร์ไปอีกครั้งก่อนจะเก็บมือถือลงกระเป๋าเสื้อ

 

              ภูวริศยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูด้วยความหงุดหงิดเขานั่งอยู่ในห้องนี้เกือบจะครบชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นแม้เงาของผู้ช่วยคนเก่งที่ขยันสร้างความหงุดหงิดให้กับตัวเขาอยู่ตลอดเวลา

 แกร๊ก....

ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกภูวริศหันไปจ้องร่างบางที่พึ่งก้าวเข้ามาอย่างคาดโทษ หญิงสาวรีบเดินมานั่งประจำที่ทำเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นตั้งหน้าตั้งตาทำงานโดยไม่สนใจภูวริศที่นั่งกอดอกพร้อมกับส่งสายตาอำมหิตมาให้

             "ไปไหนมาฉันกลับมาตั้งนานแล้วยังไม่เห็นหัวเธอเลยฮะ!"

              "ขอโทษค่ะ"

              "ฉันอยากได้ยินคำขอโทษรึไง!...ตอบมาว่าเธอหายไปไหน!"

              "....."

              " ตอบมา!!!" ภูวริศตบโต๊ะเสียงดัง

              "ธุระส่วนตัวค่ะ" เอมอรตอบเสียงแผ่ว

              "ธุระอะไรของเธอ!" ภูวริศยังคงคาดคั้นคำตอบ

              "ดิฉันตอบได้เท่านี้จริงๆค่ะ"

              "เธอยั่วโมโหฉันงั้นเหรอเอมอร"

              "เปล่าค่ะ"เอมอรตอบเสียงเรียบ

              "หรือว่าไปแอบตีท้ายครัวพี่สาวฉัน รู้ไว้ด้วยนะถ้ายังไม่มีใครบอกเธอล่ะก็พี่ทศของเธอคือแฟนพี่สาวฉัน อยู่ห่างๆเขาเอาไว้"

               "ดิฉันคิดกับคุณทศแค่คำว่าพี่ชายค่ะไม่เคยเกินเลยกว่านั้น"

              "ฮึ...ถ้าฉันไม่รู้จักเธอล่ะก็ฉันคงจะเชื่อเรื่องที่เธอพูดหรอกนะ   แต่เธอ...ฉันรู้จักเธอดีถึงรู้ว่าเธอปากไม่ตรงกับใจเอมอร...."

              

 

 

 

 

             

 http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00027.gifhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/TLC_090-20080408_Thai.gif

ความคิดเห็น