ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP 02 หนี Loading…100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2562 17:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 02 หนี Loading…100%
แบบอักษร

image

EP 02

หนี Loading…100%


 “ผมขอโทษครับ”


หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อรู้ดีถึงความหมายของสิ่งที่ชินจิกำลังพยายามสื่อสารออกมา ทั้งทางการกระทำและคำพูด


“ฉันจะพูดอีกครั้งว่ามันไม่ใช่ความผิดของนาย” ฉันบอกเบาๆ ทั้งที่เสียงเริ่มสั่น ก่อนจะค่อยๆ ละสายตาออกจากใบหน้าของชินจิแล้วมองไปยังประตูห้องครัวที่ชินจิเพิ่งจะเดินออกมา


ร่างกายสั่นระริกเมื่อเห็นว่าในบ้านหลังนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ฉันกับชินจิแบบที่คิดเอาไว้ และเดาว่านอกจากผู้ชายที่ยืนมองฉันด้วยสายตาวาวโรจน์อยู่ที่หน้าห้องครัวแล้ว ที่ด้านนอกก็คงเต็มไปด้วยคนของเขานั่นแหละ…ไดสึเกะ


“พี่ชายเธอสอนมาดีนี่ ติดตรงที่คงต้องฝึกอีกเยอะสักหน่อย แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันฝึกให้เอง” ไดสึเกะเย้ยพลางสืบเท้าตรงมาหาฉัน รวมไปถึงคนของเขาที่เดินตามมาทางด้านหลังอีกสี่ถึงห้าคน ซึ่งสองคนที่เดินถึงตัวชินจิก่อนก็รีบล็อกตัวชินจิเอาไว้ในทันที


“อย่าทำอะไรชินจิ” ฉันรีบบอก สองเท้ากำลังจะก้าวเท้าออกไป แต่กลับต้องชะงักเมื่อคนของไดสึเกะยกปืนขึ้นมาจ่อที่หัวของชินจิต่อหน้าต่อตาฉัน


“จะทำให้ดูเดี๋ยวนี้เลย”


พลั่ก!


ไดสึเกะที่เดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ ฉันก้าวถอยกลับไปเหวี่ยงกำปั้นลุ่นๆ กระแทกกับใบหน้าของชินจิจนเขาหน้าหัน การกระทำที่ป่าเถื่อนนั่นทำให้ร่างกายของฉันสั่นระริกไปหมด


เมื่อครู่เหมือนว่าฉันจะเห็นเลือดที่กระเซ็นออกมาจากปากของชินจิคาตา มันทำให้ฉันนึกอยากจะเข้าไปทำกับเขาแบบเดียวกับที่เขาทำกับชินจินัก ติดตรงที่ต้องยืนนิ่งๆ เพราะรู้ดีว่ายิ่งฉันต่อต้าน คนที่ยิ่งเดือดร้อนจะเป็นชินจิ


ถุย!


ชินจิถ่มน้ำลายปนเลือดลงกับพื้น สายตาที่เขามองไปที่ไดสึเกะเองไม่ได้ฉายแววว่าจะยอมอ่อนข้อโดยง่าย และฉันเชื่อว่าเขาเองก็ไม่ได้คิดจะยอมแพ้ เพียงแต่เขาจะยอมนิ่งอยู่อย่างตอนนี้ก็เหมือนกันกับเหตุผลที่ฉันยอมนิ่งนั่นแหละ


“นายจะเอายังไง” ฉันถามเสียงสั่น มันไม่ได้สั่นเพราะความกลัว แต่มันสั่นเพราะความโกรธและเกลียด ฉันเกลียดผู้ชายสารเลวที่ชื่อไดสึเกะมากเหลือเกิน


“ฉันเคยบอกเธอไปแล้วว่าฉันไม่ให้โอกาสใครเป็นครั้งที่สอง”


“ก็แล้วนายจะเอายังไงก็พูดมาสิ แต่อย่าทำร้ายชินจิ เขาไม่เกี่ยว เขาไม่ได้พาฉันหนีออกมาจากโรงพยาบาล ฉันมาของฉันเอง” ฉันพยายามแล้วที่จะรับผิดชอบทั้งหมดด้วยตัวเอง เพราะหากชินจิต้องเป็นอะไรไปเพราะฉันอีกคน ฉันคงละอายแก่ใจเกินกว่าที่จะบอกว่าตัวเองเป็นเสือขาว


“งั้นเหรอนามิ”


“อย่านะไดสึเกะ”


พลั่ก!


เสียงกำปั้นของไดสึเกะที่กระแทกเข้ากับใบหน้าของชินจิอีกครั้งทำให้ฉันกัดฟันกรอด ใบหน้าตึงเปรี๊ยะไปหมด


“เอาตัวมันไป”


“นะ นาย...”


“ถ้าเธอพูดอีกคำเดียว ฉันจะเป่าสมองมันต่อหน้าเธอ เอาให้เหมือนกับที่เธอเห็นไอ้โยชิดะมันตายเลยดีมั้ยนามิ” ไดสึเกะกดเสียงพูดจนต่ำ ในมือของเขาถือปืนและกำลังเล็งไปที่ชินจิ ซึ่งถึงแม้สายตาของเขาจะยังจ้องมองฉันอยู่ แต่ฉันรู้ว่าถ้าเขายิง ชินจิต้องไม่รอดแน่


ฉันยืนเงียบและพยายามจะสะกดกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้อย่างถึงที่สุด นั่นทำให้ไดสึเกะค่อยๆ ลดระดับปืนในมือลงก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันทันที


ฟึ่บ!


ต้นแขนของฉันถูกกระชากโดยไดสึเกะ เขาจับฉันเอาไว้แล้วเดินอ้อมไปล็อกคอฉันจากทางด้านหลัง ซึ่งถึงจะเจ็บแต่ฉันก็ไม่คิดจะร้องขอความเห็นใจ และตอนนี้ก็ไม่อยากจะถามอีกแล้วว่าเขาจะพาฉันไปลงนรกที่ไหน เพราะตราบใดที่ยังเห็นหน้าเขาอยู่นั่นก็แปลว่าทุกที่คือนรก


ในที่สุดฉันก็พลาดอีกจนได้ และมันเป็นความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ ฉันหลงคิดไปว่าตัวเองสามารถหนีออกมาได้โดยไม่ทำให้คนของแบล็กสกอร์เปี้ยนเฉลียวใจ แต่แท้จริงแล้วฉันต่างหากที่ไม่เฉลียวใจเลยว่าทั้งหมดมันเป็นแค่แผนการของไดสึเกะ


เขาหลอกให้ฉันตายใจคิดว่าตัวเองเก่ง แล้วรอเวลาที่จะตลบหลังฉัน มิหนำซ้ำยังเป็นการหลอกใช้ฉัน เขาหลอกให้ฉันพาเขามาหาชินจิ!


“คิดว่าสารภาพแล้วฉันจะลดโทษให้กึ่งหนึ่งงั้นเหรอนามิ” ไดสึเกะถามเบาๆ เสียงลมหายใจของเขาดังอยู่ข้างใบหูเมื่อเขาตั้งใจจะโน้มใบหน้าลงมาพูดใกล้ๆ ราวกับกลัวว่าฉันจะไม่ได้ยิน


ชินจิยังคงถูกคนของไดสึเกะคุมตัวเอาไว้ ตอนนี้เขานั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น ซึ่งถึงเขาอยากจะลุกขึ้นสู้เท่าไหร่ แต่ฉันรู้ว่าเขาจะไม่ทำตราบใดที่ฉันยังติดอยู่ในวงแขนของไดสึเกะ


“แย่หน่อยนะที่เวลาฉันโกรธ ฉันมักคุมอารมณ์ไม่ค่อยอยู่”


“อย่าแตะต้องคุณนามินะไอ้...”


อุ้ก!


ร่างกายสั่นระริกเมื่อเห็นกับตาว่าคนของไดสึเกะยกเท้าถีบเข้ากลางหลังของชินจิเมื่อเขาพยายามจะต่อต้าน วินาทีที่ได้เห็นว่าร่างของชินจิติดอยู่ใต้เท้าคนของแบล็กสกอร์เปี้ยนมันทำให้ฉันอยากจะหันไปฉีกไดสึเกะออกเป็นชิ้นๆ


“เอายังไงดีล่ะนามิ ให้ฉันลงกับเธอ หรือลงกับคนของเธอดี”


“อย่ามา...” ฉันจำต้องกลืนทุกคำพูดออกไปเมื่อไดสึเกะยกปืนขึ้นอีกครั้ง และปลายกระบอกปืนในมือเขาก็เล็งไปที่ชินจิที่ยังนอนอยู่ที่พื้นอย่างไม่ต้องสงสัย


“ไม่มีโอกาสครั้งที่สอง”


“กับฉัน” ฉันรีบพูดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ก้อนเนื้อในอกเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาเมื่อการตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อครู่ไม่ต่างจากการยอมให้ไดสึเกะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า


ฉันได้ยินไดสึเกะแค่นหัวเราะในลำคอก่อนที่เขาจะลดระดับมือที่ถือปืนลง ซึ่งวินาทีนี้ไม่ว่าชินจิจะมองฉันด้วยสายตายังไงฉันคงต้องทำเป็นไม่เห็น


 “ได้ยินที่เจ้านายของแกพูดแล้วใช่มั้ยชินจิ”


 “คุณนามิครับ”


เสียงของชินจิบีบหัวใจของฉันเหลือเกิน


“พาตัวมันออกไป เสร็จธุระกับนามิเมื่อไหร่ ฉันจะตามไปคิดบัญชี” ไดสึเกะสั่งคนของเขาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ซึ่งไม่ว่าฉันอยากจะพูดอะไรกับชินจิเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้เลยเมื่อตอนนี้ถูกไดสึเกะปิดปากด้วยฝ่ามือหนาๆ ของเขาที่ทำเอาหายใจจะไม่ออกด้วยซ้ำ


หลังจากที่คนของไดสึเกะพาตัวชินจิออกไปแล้ว ทั้งบ้านก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งจนฉันได้ยินเสียงลมหายใจของไดสึเกะที่ยังคงดังอยู่ข้างแก้มชัดเจน


“คิดว่าฉันรู้ไม่ทันเธอรึยังไงนามิ”


“ถ้านายรู้แต่แรก แล้วนายเสียเวลาทำแบบนี้ทำไม”


“เหอะ ถามจริงๆ ว่าเธอไม่รู้เหรอว่าฉันต้องการอะไร”


ฉันคิดไม่ผิดหรอกว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นแผนการของเขาน่ะ เขาต้องการตัวคนของเสือขาวทั้งหมด แล้วฉันก็โง่ที่พาเขามาเจอชินจิ


“เธอเดินเก่งนี่ ฉันเห็นเธอเดินมาตั้งไกล แรงดีๆ แบบนี้ฉันชอบ” ไดสึเกะกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงแหบพร่าก่อนจะก้มลงมาจูบที่ใบหูของฉัน ทำเอาฉันขนลุกไปทั้งตัว จากนั้นเขาก็ปล่อยฉันออกจากอ้อมแขน แล้วหันกลับมากระชากข้อมือฉันให้เดินตามเขาออกมาจากบ้านหลังนั้นก่อนจะเหวี่ยงฉันเข้าไปในรถ


ปัง!


เสียงปิดประตูรถแรงๆ ของไดสึเกะไม่ต่างจากเสียงสัญญาณการปิดประตูหนีของฉันเลยสักนิด ตอนนี้ฉันคงไม่มีโอกาสรอดอีกแล้ว


“กลับ!”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว