กลับอีกครั้งค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอละเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ

ตอนที่3 จะทำร้ายกันไปถึงไหน รีไรท์

ชื่อตอน : ตอนที่3 จะทำร้ายกันไปถึงไหน รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2559 19:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่3 จะทำร้ายกันไปถึงไหน รีไรท์
แบบอักษร

จะทำร้ายกันไปถึงไหน

 

               ภูวริศมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องหนังสือสายตาจับจ้องอยู่ที่ประตูบานใหญ่แต่ใจเขากำลังกลัวคนที่รออยู่ภายในห้อง ชายหนุ่มไม่ชอบสถานการณ์ที่แสนอึดอัดนี้เลยการมาพบมารดาในห้องหนังสือก็ไม่ต่างจากการมาเจออาจารย์ฝ่ายปกครอง

ก๊อกๆ

ชายหนุ่มค่อยๆดันประตูให้เปิดออกเมื่อแทรกตัวเข้ามาก็พบมารดานั่งรออยู่ก่อนแล้ว

               "ว่าไงพ่อตัวดีมานั่งนี่สิ" มารดาเชื้อเชิญให้นั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแต่ภูวริศกลับทิ้งตัวลงบนโซฟาริมหน้าต่างบานใหญ่ ท่าทางสบายๆไม่ทุกข์ร้อนอะไรแต่ในใจประหม่าสุดๆ

              "คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าครับ"

              "กลับมาจะเป็นเดือนแล้วไม่เคยอยู่บ้านให้แม่เห็นหน้าเลยนะ"

             "ผมก็คิดว่าคุณแม่ไม่อยากเห็นหน้าผมซะอีก"

             "ไม่ต้องมาประชดจะไปทำอะไรก็คิดหน้าคิดหลังให้ดีดูแลตัวเองด้วย"

              "นี่...คุณแม่กำลังเตือนผมเรื่องนั้นเหรอครับ" ภูวริศนึกขำ

              "ก็เราเมากลับมาแทบทุกวันจะไม่ให้แม่ห่วงรึไงเกิดไปพลาดกับใครเข้า" กมลาพูดด้วยความกังวลแม้นางจะไม่เคยวางชีวิตคู่ให้ลูกชายว่าต้องได้ลูกสะใภ้แบบนั้นแบบนี้ แต่การที่ลูกชายตัวดีออกเที่ยวทุกคืนมันก็ทำให้นางเริ่มกังวลว่าลูกชายจะจริงจังกับสาวๆเหล่านั้น

               "ผมป้องกันอย่างดีคุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ"

               "ดูพูดเข้า...ว่าแต่เมื่อไหร่จะกลับไปช่วยพี่เขาดูโรงแรม ช่วงที่ภูไม่อยู่ริตาเขาแบกภาระทั้งหมดไว้คนเดียว แถม...นมลผู้ช่วยเราก็มาลาออกอีก"

              "งั้นเหรอครับแสดงว่าผมต้องหาผู้ช่วยคนใหม่สินะ"

              "เพราะเรานั่นแหล่ะถึงต้องเสียคนเก่งไปหนึ่งคน หาง่ายนักนะคนที่รับอารมณ์ขึ้นๆลงของภูได้เนี่ย"มารดาประชด

              "จะให้ผมไปขอร้องนมลให้กลับมาทำงานมั้ยล่ะครับ"

              "นี่ประชดแม่ใช่มั้ยตาภู"

             "เปล่าครับ" ภูวริศลอบถอนหายใจเบาๆสายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง  จะไม่ให้นมลรับอารมณ์ขึ้นๆลงๆของเขาได้อย่างไรในเมื่อเขาและเธอเข้าอกเข้าใจกันอย่างลึกซึ้งทุกซอกทุกมุมแบบนั้น เธอคงน้อยใจที่เขาไม่ได้ติดต่อกลับไปเลยตลอดสามสี่เดือนแรกที่มาอยู่อังกฤษ

 

เดือนแรกของการหนีออกจากบ้าน

คอนโดนมล

 

               "คุณจะไปจริงๆเหรอคะ" หญิงสาวถามพลางซุกซบมาที่ไหล่ของชายหนุ่มอย่างออดอ้อน

               "อื่ม..." ภูวริศตอบสั้นๆในหัวยังคิดเรื่องที่บ้านอย่างไม่รู้จบ

               "ดูคุณไม่ห่วงมลเลยสักนิด" นมลรู้สึกน้อยใจเธอคิดมาตลอดว่าตัวเองคือคนสำคัญของภูวริศเพราะชายหนุ่มไม่ได้มีสัมพันธ์ที่พิเศษกับใครอื่นนอกจากเธอ

               "จะอะไรอีกล่ะมล" ภูวริศถามอย่างเหนื่อยหน่าย

               "อยู่กับมลนะคะ มลดูแลคุณได้"

               "แต่ผมไม่อยากให้มลต้องลำบาก เงินเดือนเลขาก็ใช่ว่าจะมากมายอะไรถ้าเทียบกับค่าใช้จ่ายของผม"

               "คุณแม่คุณนี่ก็ช่างใจดำ"

               "ผมบอกแล้วไงว่าคุณแม่ไม่เกี่ยว ผมเลือกที่จะไม่ใช้เงินท่านเอง อย่าพูดแบบนี้อีกนะผมไม่ชอบ"

               "ขอโทษค่ะ...ก็มลโกรธแทนคุณนี่คะเลยพูดแบบนั้นออกไป อย่าโกรธมลนะคะ"

               "อืม...แล้วผมจะติดต่อมา"

               "จริงนะ..."

 

               "เรื่องผู้ช่วยไม่ต้องห่วงแม่หาผู้ช่วยให้เราได้แล้ว ว่าแต่เราเถอะจะกลับไปทำงานเมื่อไหร่"

               "....." ภูวริศยังคงทอดสายตาไปยังทิวทัศน์สีเขียวนอกหน้าต่าง"

               "ตาภู!...แม่ถามว่าแต่เราจะกลับไปทำงานเมื่อไหร่" 

               เสียงของมารดาดึงสติของภูวริศกลับมาจากอดีตที่หอมหวาน

               "คงอีกสักพักครับ"

               "พรุ่งนี้..."

               "ว่าอะไรนะครับ"

               "พรุ่งนี้ไปทำงานซะนี่คือคำสั่ง" มารดายื่นคำขาด

               "ถ้าคุณแม่จัดการทุกอย่างไว้หมดแล้วก็สั่งผมมาเถอะครับไม่จำเป็นต้องถามผมเลยสักนิด" ภูวริศเริ่มไม่ชอบใจ

               "อย่ามาตำหนิแม่นะภูในเมื่อเราแหลวไหลเอง"

               "ผมก็แค่ใช้ชีวิตวัยรุ่นคุณแม่ลืมไปรึเปล่าครับผมพึ่งจะ25เองนะ มีอะไรอีกมากที่ผมอยากจะทำ"

               "ถ้าเรื่องที่แกอยากจะทำมันรวมที่ต้องออกไปเที่ยวทุกคืนล่ะก็แม่ไม่โอเค..."

               "นี่ผมเป็นลูกชายนะครับเอาเวบาไปห่วงพี่ริตาดีกว่ามั้ยเรื่องนี้"

               "ริตาไม่เคยทำให้แม่ต้องเป็นห่วงและทศภาคก็เป็นคนดีพอที่แม่จะไว้ใจเค้าได้"

               "งั้นก็แล้วแต่เลยครับ...ดูเหมือนผมพูดอะไรไปมันก็ไม่ถูกใจคุณแม่ทั้งนั้น"

               "รู้ตัวก็ดีแล้ว...อ่อ!พรุ่งนี้ก็รับเอมอรไปทำงานด้วยเลยแล้วกัน" มารดาพูดจบก็กำลังจะลุกออกไปจากห้อง

              "คุณแม่ว่าไงนะครับ!" ชายหนุ่มทวนคำเพราะไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยินเท่าใดนัก 

             "ก็ผู้ช่วยคนใหม่ของเราไง แม่หาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว"มารดาย้ำให้ฟังช้าๆชัดๆ

             "ล้อเล่นใช่มั้ยครับคุณแม่ก็ทราบดีว่าผมไม่ชอบเด็กนั่น"

             "แต่แม่ชอบเอมอร"

             "คุณแม่!..." ภูวริศโวยวาย

             "หยุดโวยวายไม่งั้นแม่จะยกตำแหน่งเราให้เอมอรซะเลย"

            "คุณแม่!" ภูวริศยังไม่หยุดโวยวายแต่มารดาก็ทำเป็นไม่สนใจ

 

              ทันทีที่ออกมาจากห้องหนังสือภูวริศก็เดินหาเอมอรเสียจนทั่วแต่ก็ไม่เจอ ชายหนุ่มทราบภายหลังว่าหญิงสาวยังไม่กลับจากมหาวิทยาลัย แผนการร้ายในหัวผุดขึ้นมาในทันที 

แกร๊ก!...

เอมอรเปิดประตูเข้ามาในห้อง หญิงสาวรู้สึกแปลกๆเมื่อเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง ปรกติเธอจะปิดประตูห้องน้ำทุกครั้งแต่วันนี้ประตูห้องน้ำไม่ได้ปิด หญิงสาวไม่ใส่ใจนักคิดเอาเองว่าเมื่อเช้าเธอคงรีบจนลืม

               สองมือเอมอรเต็มไปด้วยสัมภาระหญิงสาววางกระเป๋าบนโต๊ะหนังสือจัดแจงเก็บของทุกอย่างที่หอบหิ้วมาเข้าที่เข้าทาง หญิงสาวหมุนตัวกลับตั้งใจว่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขึ้นไปพบคุณท่านบนตึกใหญ่

               "คุณภู!!!" เอมอรตกใจยิ่งกว่าเจอผีเสียอีกหญิงสาวพึ่งสังเกตุว่าชายหนุ่มยืนพิงประตูห้องน้ำในห้องนอนของเธอท่าทางไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยสักนิด

              "ความรูสึกช้าจังนะถ้าฉันเป็นโจรคงจับเธอปล้ำไปแล้ว" ภูวริศยิ้มบางๆพร้อมกับเดินเข้ามาประชิดตัวเธอ   "สเน่ห์แรงนักนะไปหลอกคนแก่อีท่าไหนล่ะเขาถึงขยันประเคนทุกอย่างให้เธอง่ายๆแบบนี้"

             "คุณภูพูดเรื่องอะไรคะดิฉันไม่เข้าใจประเคนอะไร" เอมอรมีสีหน้างุนงง

             "ทำหน้าใสซื่อ...เธอนี่ร้ายจริงๆอีกหน่อยฉันคงไม่มีที่ซุกหัวนอนเพราะคุณแม่ยกทุกอย่างให้เธอไปจนหมด" ภูวริศกระชากแขนทั้งสองข้างของเอมอรเพื่อให้หญิงสาวหันมาสู้หน้าเขา

             "ปล่อยดิฉันเถอะค่ะ" เอมอรพยายามขืนตัว

             "ฉันต้องจัดการกับเธอยังไงดีฮะเอมอร!" ชายหนุ่มตะคอกใส่หน้าสายตาแข็งกร้าวมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไปสะดุดตากับชุดนักศึกษาที่เธอสวมใส่ ชุดมันช่างแนบเนื้อชี้ให้เห็นส่วนโค้งเว้าอย่างง่ายดาย กระโปรงก็แสนสั้นไม่รู้จะประหยัดผ้าไปเพื่ออะไร

             "เธอ..." ภูวริศไปไม่เป็น

             ด้านเอมอรเองก็รู้สึกไหววูบทันทีที่เห็นสายตาวิบวับของภูวริศขณะสำรวจตัวเธอ ไม่มีแววตาของคนที่ชอบแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดให้เห็น เธอรู้ดีว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขันแม้ภูวริศจะเกลียดชังเธอแค่ไหน แต่เขาก็คือผู้ชายธรรมดาที่มีเลือดเนื้อความเป็นชายอย่างครบถ้วน

 

 

จัดไปก่อน50%นะคะ

ความคิดเห็น