ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP 02 หนี Loading…25%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2562 17:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 02 หนี Loading…25%
แบบอักษร

image

EP 02

หนี Loading…25%


ติ๊ก!


ติ๊ก!!


ติ๊ก!!!


เสียงเข็มนาฬิกาแขวนผนังยังคงดังต่อไปเรื่อยๆ ตามหน้าที่ของมัน เหมือนกับฉันที่ยังทำได้แค่นอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงเพื่อรอเวลา


“คุณนามินอนไม่หลับเหรอคะ” พยาบาลที่ทำหน้าที่มาเฝ้าฉันในคืนนี้ถามพลางส่งยิ้มมาให้ เธอคงรำคาญเพราะเห็นว่าฉันนอนพลิกไปพลิกมาอยู่หลายครั้งแล้วนั่นแหละ


“ฉันปวดฉี่น่ะ” ฉันบอกออกไปพลางถอนหายใจ พูดจบพยาบาลคนนั้นก็รีบเดินเข้ามาแก้มัดให้ฉันอย่างใจดี


ฉันได้แต่ยิ้มให้เธอก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง หย่อนขาลงจากเตียงเพื่อจะพาตัวเองเดินไปเข้าห้องน้ำตามปกติ ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่าตลอดเวลาที่ฉันนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เวลาที่ฉันได้รับอนุญาตให้มีอิสรภาพ นั่นคือเวลาเพียงไม่กี่นาทีที่ฉันเข้าห้องน้ำ


แกร๊ก!


ฉันเดินเข้ามาในห้องน้ำก่อนจะหันกลับไปปิดประตูลง กดล็อกประตูแล้วพาตัวเองเดินเข้ามาด้านใน ยืนจ้องมองใบหน้าที่ซีดขาวของตัวเองในกระจกแล้วพยายามบอกให้ตัวเองอดทนเหมือนกับที่ทำมาตลอดทุกครั้งเวลาที่ได้เข้ามาในห้องน้ำ เพียงแต่ครั้งนี้ความรู้สึกมันต่างออกไป เพราะนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ฉันจะทำแบบนี้


ฉันกำลังจะหนี!


ฟึ่บ


บางอย่างที่ฉันซ่อนมันเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อตั้งแต่เมื่อกลางวันถูกล้วงออกมา มันคือเศษแจกันที่ฉันตั้งใจทำมันแตกเพราะตั้งใจจะเก็บมันเอาไว้เพื่อใช้เป็นอาวุธ


เมื่อกลางวันหลังจากที่ฉันหนีความกดดันจากสายตาของไดสึเกะมาเข้าห้องน้ำ ฉันก็เหลือบไปเห็นแจกันโดยบังเอิญ นั่นทำให้มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว ฉันรีบใช้โอกาสนั้นมองหาผ้าขนหนู นำมันมาพันกับแจกันเอาไว้เพื่อเก็บเสียง ก่อนจะฟาดมันเข้ากับผนังห้องน้ำจนมั่นใจว่ามันแตก จากนั้นก็แกะผ้าขนหนูออก เลือกหยิบเศษแจกันชิ้นที่ใหญ่และคิดว่าจับมันถนัดมือที่สุดมาเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อหนึ่งชิ้น ส่วนที่เหลือก็เทใส่ชักโครกแล้วกดลงไปก่อนที่ไดสึเกะจะเข้ามาเห็นพอดี และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันไม่ยอมเปลี่ยนเสื้อแม้ว่าเสื้อตัวนี้มันจะเปื้อนเลือดแล้วก็ตาม


บอกตามตรงว่าฉันเองก็ไม่ได้มั่นใจนักหรอกว่าวิธีนี้จะได้ผล แต่ในเวลานี้ อะไรที่ทำได้แม้จะมีโอกาสสำเร็จเพียงแค่น้อยนิด ฉันก็คงต้องทำ


ฉันพยายามทบทวนและคิดทุกอย่างเป็นอย่างดีแล้ว สิ่งเดียวที่ฉันมั่นใจสุดในตอนนี้ก็คือฉันยอมตายดีกว่าต้องแต่งงานกับคนสารเลวอย่างไดสึเกะ และทางเดียวที่ฉันจะรอดก็คือต้องหาทางหนีออกไปจากที่นี่ก่อนที่จะถูกส่งไปอยู่ที่แบล็กซิโน เพราะถ้าหากถูกส่งไปอยู่ที่นั่นแล้ว ฉันคงไม่มีโอกาสได้หนีอีกแน่ๆ


“พยาบาล” ฉันเดินไปหยุดยืนอยู่ที่ด้านหลังประตูห้องน้ำแล้วส่งเสียงเรียกพยาบาลเบาๆ ด้านนอกมีคนของโอยามะเฝ้าอยู่ ถ้าฉันตะโกนเสียงดังมีหวังพวกนั้นได้กรูเข้ามากันหมดแน่


“มีอะไรให้ดิฉันช่วยคะคุณนามิ” เสียงพยาบาลถามดังมาจากอีกฟากของประตูตามที่ฉันกำลังรอคอย เมื่อมั่นใจว่าเธอมายืนอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ฉันต้องการแล้ว ฉันก็ตัดสินใจเปิดประตูแล้วยื่นหน้าออกไป


“ฉันเจ็บแผลน่ะ เหมือนจะมีเลือดออก ช่วยเข้ามาดูให้หน่อย”


“ได้ค่ะ” พยาบาลคนนั้นพูดพลางก้าวเท้าเข้ามาดูแผลให้ฉัน และเมื่อเธอเดินเข้ามาใกล้ ทั้งที่สายตายังคงจ้องมองมายังแผลตรงแขนที่ฉันกำลังแสร้งกุมมันเอาไว้แล้วตีสีหน้าเจ็บปวดใส่ ฉันก็รีบล็อกคอเธอเอาไว้ทันที


“ถ้าแหกปากฉันฆ่าเธอแน่” ฉันกระซิบบอกพยาบาลพร้อมกับกดเศษแจกันลงไปบนลำคอขาวของเธอเพราะเธอกำลังจะแหกปากร้อง จากนั้นก็ลากเธอกลับเข้ามาในห้องน้ำพร้อมกับใช้เท้าเตะประตูให้ปิดลงอีกรอบ


ร่างบางที่ติดอยู่ในวงแขนของฉันพยายามจะดิ้นเป็นอันต้องหยุดชะงักเมื่อถูกปลายแหลมของแจกันจิ้มลงบนลำคอ เพียงแต่มันยังไม่ได้กดทะลุผิวหนังของเธอลงไปเพราะฉันพยายามจะระวังเอาไว้อย่างดีที่สุดแล้ว ในตอนนี้สายตาของเธอคนนั้นเหลือบมองมาที่ฉันด้วยความตกใจ ใบหน้าถอดสีและมีเม็ดเหงื่อผุดซึมออกมาเต็มไปหมด ซึ่งถ้ามันมีทางเลือกที่ดีกว่านี้ ฉันก็ไม่ได้อยากจะทำร้ายใครถ้าไม่จำเป็น


“ถอดเสื้อผ้า” ฉันสั่งทั้งที่ยังถือเศษแจกันจี้คอของเธอเอาไว้ตลอดเวลา


พยาบาลผู้เคราะห์ร้ายตัวสั่นงันงกและพยายามจะพูดบางอย่าง แต่ฉันไม่ได้อยากจะฟัง เมื่อเธอพยายามที่จะขัดขืนและไม่ทำตามที่ฉันสั่งฉันก็จำเป็นต้องกดอาวุธในมือลงไปบนคอของเธอให้แรงขึ้นจนเธอต้องรีบพยักหน้าพร้อมกับยกมือขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อของเธอออก


ไม่นานทั้งเสื้อและกระโปรงของเธอก็ถูกถอดลงไปกองอยู่ที่พื้น ฉันเตะมันออกไปแถวๆ หน้าประตูห้องน้ำก่อนจะจ้องมองดวงตาของพยาบาลคนนั้นผ่านกระจกเงาตรงหน้า ซึ่งเธอเองก็กำลังมองฉันด้วยสองตาที่สั่นระริก


“อยากเจ็บตัวรึเปล่า” ฉันถามเสียงเรียบ ทางเลือกของฉันมีไม่มาก ดังนั้นอะไรที่ต้องทำ ฉันจะทำโดยไม่ลังเล


“ไม่ค่ะ” พยาบาลคนนั้นก็ตอบโดยไม่ลังเลเลยเหมือนกัน


“งั้นทำตามที่ฉันสั่ง แล้วฉันรับปากว่าจะไม่ทำร้ายเธอ” ฉันพูดทั้งที่ยังสบตากับเธอเพื่อประเมินสถานการณ์รวมถึงกำลังพยายามคาดเดาความคิดของคนตรงหน้า


ถ้าดูจากอาการสั่นและแววตาที่หวาดผวาของเธอรวมไปถึงการที่เธอรีบพยักหน้ารัวๆ เพื่อยืนยันคำตอบว่าจะยอมทำตามที่ฉันสั่งแล้ว ฉันว่าเธอคงกำลังกลัวฉันมากเลยทีเดียว มันยากจะปฏิเสธว่าบางครั้งฉันก็ยังรู้สึกกลัวตัวเองเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยมีความคิดว่าจะทำอะไรบ้าๆ แบบนี้มาก่อนจนกระทั่งรู้ตัวว่ามันเป็นทางรอดทางเดียวที่เหลืออยู่ ดังนั้นฉันจะไม่ยอมให้อะไรมาขวางทางฉันทั้งนั้น


“ถ้าเธอตุกติกหรือคิดจะร้องให้คนช่วย ฉันก็จำเป็นต้องกำจัดเธอซะ เข้าใจใช่มั้ย”


“ค่ะ เข้าใจค่ะ”


คนเรามันก็รักตัวกลัวตายกันทุกคนนั่นแหละ!


“ดี งั้นนับหนึ่งถึงสาม ฉันจะปล่อยเธอออก จากนั้นเธอหันหน้ากลับมาหาฉัน ฉันจะมัดเธอไว้แล้วขังเธอเอาไว้ในห้องน้ำ ไม่ทำอะไรนอกจากนั้น ไม่เกินสามชั่วโมงจะมีคนเข้ามาพบเธอแน่นอน เธอมีสิทธิ์พูดทุกอย่างไปตามความจริง แต่ถ้าเธอไม่ทำตามที่ฉันบอก ฉันจะทำให้เธอสลบแล้วทำทุกอย่างเหมือนเดิม เลือกเอาเองก็แล้วกันว่าอยากให้ฉันจับหัวเธอกระแทกกับผนังห้องน้ำจนสลบรึเปล่า” ฉันอธิบาย ไม่ได้แค่ขู่ แต่นั่นคือสิ่งที่ฉันคิดเอาไว้จริงๆ


“มะ ไม่ค่ะ ดิฉันจะทำตามที่คุณนามิสั่ง” เสียงสั่นเครือของพยาบาลทำให้ฉันแอบรู้สึกผิดนิดๆ แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นนั่นแหละ ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดมากมายอะไรในเมื่อฉันยังไม่ได้ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บเลยด้วยซ้ำ


“หันมาได้” ฉันบอกพร้อมกับค่อยๆ ปล่อยวงแขนออกจากรอบคอของเธอ มือที่ยังคงถือเศษแจกันเอาไว้เริ่มห่างออกจากลำคอของเธอทีละนิดๆ


“ชะ...”


ตุ้บ!


หัวใจกระตุกเบาๆ เมื่อสุดท้ายแล้วสถานการณ์ก็บังคับให้ฉันลงมือ แต่แค่ไม่ได้จับหัวเธอกระแทกกับผนังห้องน้ำอย่างที่บอก เพราะฉันเลือกใช้วิธีทุบลงที่ท้ายทอยของเธอด้วยน้ำหนักมือที่ทำให้เธอหมดสติลงไปแทน


พี่โยชิดะฝึกวิธีนี้ให้ฉันมาตั้งแต่เด็กๆ เพื่อเอาตัวรอดเวลาที่ตกอยู่ในอันตราย ไม่เคยคิดเลยว่าวันนี้ฉันจะต้องใช้มันเพื่อทำร้ายคนอื่น หรือถ้าคิดในทางกลับกัน นี่อาจเป็นอันตรายอย่างหนึ่งที่ฉันต้องเอาตัวรอดจากมันไปให้ได้


อย่ามาโทษฉัน เพราะฉันเตือนแล้ว!


หลังจากที่พยาบาลคนนั้นหมดสติและทรุดลงไปนอนกองอยู่ที่พื้นห้องน้ำ ฉันก็รีบล้วงหยิบเชือกซึ่งทำจากเศษผ้าที่ฉันซุกเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อออกมา


ฉันแอบเอามาจากเตียงด้านนอกสองเส้นตอนที่เธอแก้มัดฉันแล้วเอามันวางไว้บนเตียงน่ะ มันช่วยไม่ได้ที่เธอได้รับการฝึกมาเพื่อช่วยเหลือคนอื่นก็เลยไม่ทันเฉลียวใจ ในขณะที่ฉันถูกฝึกมาเพื่อช่วยเหลือตัวเอง เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่อยู่รอบตัว ถ้าไม่ใช้มันเป็นอาวุธ ก็ต้องใช้มันให้เกิดประโยชน์กับตัวเองมากที่สุด


ไม่กี่นาทีฉันก็จัดการมัดมือและเท้าของพยาบาลคนนั้นเอาไว้ได้สำเร็จ จากนั้นก็รีบถอดเสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดพยาบาลของเธอ รวมไปถึงการขมวดผมขึ้นไว้บนหัวเพื่อสวมหมวกพยาบาล ทำทุกอย่างให้เหมือนเธอมากที่สุดแบบที่ฉันนอนสังเกตและจดจำรายละเอียดจากเธอมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ


จัดการกับตัวเองเรียบร้อยฉันก็รีบเอาเสื้อผู้ป่วยที่ก่อนหน้านี้ฉันสวมอยู่ไปยัดใส่ปากของเธอเอาไว้ ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะยังนอนหมดสติอยู่ที่พื้น แต่ถ้าหากเธอตื่นขึ้นมาก่อนเวลาที่ฉันคาดการณ์แล้วแหกปากร้อง ฉันอาจจะยังหนีไปได้ไม่ไกล เพราะฉะนั้นต้องทำทุกอย่างเพื่อถ่วงเวลาเอาไว้ให้ได้นานที่สุด


ฟู่!


เวลาเล่นกับพี่โยชิดะ กับเวลาที่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์จริงแบบนี้ ความรู้สึกมันต่างกันลิบลับเลย


หลังจากที่จัดการพยาบาลคนนั้นเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่ฉันต้องไปสักที


ฉันไม่ลืมที่จะกดล็อกประตูห้องน้ำเอาไว้จากด้านในก่อนจะพาตัวเองเดินออกมาหยุดอยู่ที่ด้านหลังประตูห้องพัก หัวใจเต้นตุบๆ ไปหมดทั้งที่พยายามบอกตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าอย่าไปกลัว แต่ไม่รู้ทำไมเพียงแค่แอบคาดคะเนจำนวนคนของแบล็กสกอร์เปี้ยนที่ถูกส่งมาเฝ้าฉันอยู่ที่อีกฟากของประตู หัวใจก็สั่นไปหมด


แกร๊ก!


ท่องเอาไว้ว่าเหลือเวลาไม่มากก่อนจะเช้า ฉันต้องรีบไปแล้ว

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว