กลับอีกครั้งค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอละเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ

ตอนที่1 เมื่อเขากลับมา (ครึ่งหลัง) รีไรท์

ชื่อตอน : ตอนที่1 เมื่อเขากลับมา (ครึ่งหลัง) รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2559 17:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1 เมื่อเขากลับมา (ครึ่งหลัง) รีไรท์
แบบอักษร

เมื่อเขากลับมา 

               "ยัยตัวดีของคุณแม่กล้าตบผม" ภูวริศหันไปตอบมารดา สีหน้าท่าทางบ่งบอกว่าตัวเขาหัวเสียสุดๆ ผู้เป็นแม่ไม่เคยตีเขาสักครั้ง แต่ยัยเด็กกาฝากนี้กล้าตบหน้าเขา มาอาสัยบ้านเขาอยู่แล้วยังอวดดี

               "จริงเหรอเอม..."กมลาถามด้วยความคลางแคลงใจเพราะตั้งแต่เธอเลี้ยงดูเอมอรมาเด็กสาวไม่เคยมีพฤติกรรมก้าวร้าวแบบนี้มาก่อนออกจะเจียมเนื้อเจือมตัวด้วยซ้ำไป     เด็กสาวเอาแต่ก้มหน้าไม่ตอบคำถามใดๆเนื้อตัวสั่นเทาท่าทางตื่นกลัว

              "แล้วเราไปทำอะไรเอมอรเขาล่ะ" กมลาหันมาย้อนถามลูกชาย

               "ถามแบบนี้หมายความว่ายังไงครับคุณแม่ผมโดนยัยนี่ตบนะครับ เกิดมาคุณแม่ยังไม่เคยตีผมสักครั้งแต่..." ภูวริศหยุดคำพูดไว้แค่นั้นเขาหันไปจ้องเอมอรที่เอาแต่ก้มหน้าทำท่าทางเจียมตัว ทั้งๆที่เมื่อกี้ยังง้างมือตบหน้าเขาจนหน้าสะบัด

               "แม่ถามเพราะแม่รู้จักภูดีพอๆกับที่แม่รู้จักเอมน่ะสิ"

               "งั้นผมก็ไม่มีอะไรจะพูด" ภูวริศตัดพ้อในความยุติธรรม

               "บางทีแม่อาจจะทำผิดเองที่ไม่เคยตีภูเลยสักครั้ง"

               "คุณแม่!" ภูวริศตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน "คุณแม่พูดแบบนี้หมายความว่าคุณแม่ปกป้องยัยนี่เหรอครับ"

               "ภู...หยุดก้าวร้าวกับแม่เดี๋ยวนี้นะ"

               "ทำไมครับผมทำผิดอีกแล้วงั้นเหรอ" ชายหนุ่มปรี่เข้ามากระชากแขนเอมอรไปตรงหน้รมารดา     "ส่วนยัยนี่เป็นนางฟ้นนางสวรรค์ทำอะไรก็ไม่ผิดเลยว่างั้น"

               "ภู!เลิกเอาแต่ใจตัวเองสักที อารมณ์ร้ายๆที่ภูมีแม่เห็นแล้วไม่เคยสบายใจสักครั้ง"

               "ผมเป็นนี้แหล่ะครับไม่มีทางเปลี่ยน!"

               "คุณท่านคะ....เอมผิดเองค่ะที่ตบหน้าคุณภู" เอมอรพูดแทรกขึ้นมาเพราะเห็นว่าภูวริศโมโหมากขึ้นเรื่อยๆจนเกินที่ใครจะควบคุม

               "หุบปากไปเลยเธอน่ะ มาพูดตอนนี้ให้มันได้อะไรต้องการปกป้องฉันงั้นเหรอหรือว่าพึ่งสำนึกได้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้แม่ลูกเค้าทะเลาะกัน"

               "ตาภู!!!" ผู้เป็นแม่ตำหนิลูกชายต่อหน้าเอมอรอีกครั้ง  "หยุดพูดจาก้าวร้าวเอมอรต่อหน้าแม่เดี๋ยวนี้"

                "คนอย่างเธอนี่มันมีอะไรดีนะเอมอร ทำอะไรใครๆก็รักก็เอ็นดูไปเสียหมดน่ะเหอะ!" ภูวริศตะคอกใส่เอมอรอีกครั้ง 

                "ภูแม่บอกให้หยุด!!!"

                "ก็ได้ครับ...ถ้าคุณแม่ต้องการแบบนี้ แต่ผมคงจะอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้เพราะผมคงทำตัวเป็นลูกชายที่ว่านอนสอนง่ายไม่เป็น"

                "ตาภู...พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง" คนเป็นแม่รู้สึกใจหาย

                 "ผมก็พูดออกไปชัดเจนแล้วนะครับ" ภูวริศหันไปตอบมารดาด้วยสายตาขึงขังก่อนจะเปลี่ยนมาหาเรื่องเอมอรต่อ

                "ฟังให้ดีนะเอมอร ถ้ากตัญญูกับแม่ฉันมากนักล่ะก็ไสหัวกลับไปอยู่กับพ่อเธอซะ เพราะความกตัญญูของเธอกำลังทำให้ฉันกลายเป็นลูกชายเลวๆในสายตาคุณแม่" สิ้นคำภูวริศก็เดินเข้าห้องปิดประตูใส่ทุกคนเสียงดังลั่นบ้าน

 

               หลังจากวันนั้นภูวริศก็ไม่เคยกลับมาที่บ้านอีกเลย เขาขาดการติดต่อกับมารดา งานที่โรงแรมก็มอบหมายให้เป็นหน้าที่ของพี่สาว ทำให้ภาริตาต้องวิ่งวุ่นทำงานแทนน้องชายที่หายหน้าหายตาไปนานนับปี

               แม้เอมอรจะมั่นใจว่าคุณริตาต้องรู้ว่าคุณภูหายไปอยู่ไหน แต่ความเกลียดชังในตัวเธอของสองพี่น้องที่มีมากกว่าคงยากที่จะมีใครยอมเอ่ยปากบอกความจริงแม้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันกำลังทำให้ผู้มีพระคุณของเธอต้องทุกข์ใจมากแค่ไหนก็ตาม     คุณท่านไม่เคยที่จะโทษเธอเลยสักครั้งว่าเป็นต้นเหตุให้ลูกชายหนีออกจากบ้านตรงกันข้ามท่านกลับอบรมสั่งสอนเธออย่างเมตตา

               ภาพในอดีตทำให้หญิงสาวตระหนักได้ว่าตัวเธอเองก็สามารถทำอะไรบางอย่างเพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้มีพระคุณ

              "เอมจะกลับไปอยู่บ้านค่ะคุณท่าน คุณภูจะได้ยอมกลับมาบ้านสักที"

              "ขอบใจนะเอมที่เธอเป็นห่วงความรู้สึกฉัน ดูตาภูสิโกรธฉันอยู่เป็นปีไม่มาดูดำดูดีฉันสักนิด แต่เธอไม่ต้องทำแบบนั้นหรอก ตาภูควรจะสำนึกได้ว่าเขาทำผิด"

              "เอมทราบว่าคุณท่านเป็นทุกข์กับเรื่องนี้ เอมไม่อยากเห็นคุณท่านไม่สบายใจค่ะ"

              "ฉันไม่เป็นอะไรเธอก็เห็นขอบใจที่เป็นห่วง หมดธุระแล้วเธอออกไปเถอะ" กมลาหันไปสนใจหนังสือในมือ

              "ค่ะ" เอมอรรับคำในหัวยังเต็มไปด้วยเรื่องของเจ้านาย เธอเดินคิดอะไรไปเรื่อยจนมาถึงสวนสวยหน้าตึกใหญ่

               เวลาเธอไม่สบายใจมีอะไรให้ต้องคิดก็มักจะมาเดินเล่นในสวน บรรยากาศที่ร่มรื่นทำให้จิตใจเธอปลอดโปร่ง ต้นไม้ใบหญ้าเสียงนกร้องกับลมเย็นๆทำให้ใจที่บางครั้งเคยร้อนรุ่มเย็นลงได้อย่างง่ายดาย หญิงสาวใช้เวลานานไปกับการทอดมองต้นไม้ใบหญ้า

              "ตายล่ะมัวแต่นั่งเพลินได้เวลาคุณท่านทานยาแล้ว" เอมอรรีบลุกออกจากสวนก้าวยาวๆเดินตรงไปยังตึกใหญ่

 พลั่ก!!!

              "โอ๊ย!..."หญิงสาวร้องขณะที่ล้มลงไปกับพื้นรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองชนเข้ากับใครสักคน    "ขอโทษนะคะเอมรีบเลยไม่ทัน........." หญิงสาวนิ่งอึ้งไปพักใหญ่

               "คุณภู......" เอมอรครางชื่อภูวริศเสียงแผ่วเบา ความรู้สึกแรกคือตกใจที่เห็นชายหนุ่มยืนอยู่ตรงหน้าความรู้สึกต่อมาคือแปลกใจและดีใจทุกความรู้สึกตีกันไปหมดจนหญิงสาวรู้สึกสับสนว่านี่คือเรื่องจริงหรือความฝัน

              ด้านภูวริศเองก็หงุดหงิดเอามากๆที่เดินเข้าบ้านมาก็ดันต้องมาเจอกับคนที่เขาเหม็นขี้หน้าสุดๆ

               "เห็นผีรึไงทำหน้าซะ! หลบไปเลยไปมานั่งเกะกะอยู่นั่น" ภูวริศชักสีหน้า

               "ขอโทษค่ะ" เอมอรตอบกลับเสียงแผ่ว ความรู้สึกหวาดกลัวและยำเกรงคนตรงหน้ากลับเข้ามาครอบงำความรู้สึกอีกครั้ง

               "เธอนี่ยังน่ารำคาญไม่เปลี่ยนนะ หลบไปอย่ามานั่งขวางทางฉัน อ่อ!...แต่ถ้าจะหวังให้ฉันฉุดเธอขึ้นมาล่ะก็...เสียใจผู้หญิงอย่างเธอไม่คู่ควรกับความเป็นสุภาพบุรุษในตัวฉัน" ภูวริศก้าวยาวๆข้ามตัวเอมอรไปทันทีที่พูดจบ

               หญิงสาวหันไปมองตามภูวริศที่เดินหายเข้าไปในตึกใหญ่ หัวใจเธอเต้นแรงด้วยความประหม่าระคนหวาดกลัว นี่คุณภูกลับมาแล้วใช่มั้ย... ชีวิตที่สงบสุขตลอด1ปีของเธอจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง

             สายตาเขายังมองเธออย่างดูแคลนไม่เปลี่ยนหญิงสาวรู้ตัวดีว่าเขายังคงเป็นคนเดิมและเธอจะต้องผ่านมันไปให้ได้.......

   

 

 

ความคิดเห็น