ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ทฤษฎีที่ 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.9k

ความคิดเห็น : 68

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2562 22:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทฤษฎีที่ 12
แบบอักษร

- 12 -


#Kiang’s part

เพลง : Chivalry is dead - Trevor wasley

~And you don’t have to love me

Love me, Love me

You don’t have to love me

Love me, Love me

Just cause I’m a gentlemen don’t mean

I ain’t taking you to bed~

[คุณไม่ต้องมารักผมหรอก

ไม่ต้องหรอก

ไม่ต้องมารักผมเลย,ไม่ต้องเลย

เพียงแค่ว่าผมเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ได้แปลว่า

ผมจะไม่พาคุณไปที่เตียงนะ]

“แหม~ ดูอารมณ์ดีจังเลยนะคะคุณหมอ”

พี่พยาบาลช่วยผ่าตัดพูดแซวขณะที่ผมพึมพำร้องเพลงโปรดที่เปิดคลอในห้องผ่าตัดพร้อมกับลงมีดเลาะก้อนเนื้อมดลูกอย่างเพลิดเพลิน

“ก็มันมีเรื่องให้อารมณ์ดีนี่ครับ”

ผมส่งยิ้มตาหยีปากกว้างผ่านแมสก์และแว่นตาให้พี่พยาบาลอย่างมีความสุข ก็ผมกำลังมีความสุขจริงๆนี่นา มือก็ลงมือกรีดและจี้ไฟฟ้าหยุดเลือดตามตอเส้นเลือดที่ตัดเลาะไป ไม่ได้รู้สึกเคร่งเครียดเลยสักนิด

“เรื่องอะไรกันน้า?~”

ผมทำได้แค่อมยิ้มเขินๆตอบกลับไปไม่กล้าอธิบายให้พี่พยาบาลได้แซว ว่าสาเหตุที่ผมกำลังอารมณ์ดีนักหนาก็เป็นเพราะเจ้าแมวน้อยชวนผมไปดูหนังน่ะสิ!

คนอย่างคุณโฟร์ทโทรมาชวนผมไปดูหนังเชียวนะ! ตอนที่รับโทรศัพท์ผมก็ยังงงๆและไม่กล้าคิดมโนว่าที่ตัวเองได้ยินนั้นเข้าใจถูกหรือไม่ เพราะน้องเหมียวโทรมาพูดซะรัวเร็วอย่างกับท่องสคริปต์มาแล้วกดตัดสายทิ้งไปซะเฉยๆ จนผมต้องโทรกลับไปอีกทีเพื่อพูดทวนคำ...แน่นอนว่าคนเขินรุนแรงก็ตวาดผมกลับมาเช่นกัน...แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ ทาสจะไม่ถือสาเจ้านายเด็ดขาด ทูนหัวของบ่าว~

.

“เดินยิ้มอะไรมาแต่ไกลน่ะพี่เคี้ยง?”

ผมหันมองคนน่ารักอีกคนที่มีเจ้าของไปแล้วอย่างหมอแมคควีนที่อยู่ในสภาพเพิ่งออกจากห้องผ่าตัดมาเหมือนกัน ผมเคยชอบควีนมากๆ เพราะควีนเป็นคนอัธยาศัยดี เป็นคนดีและน่ารัก มองโลกในแง่ดีแบบมุมมองเพี้ยนๆ เสน่ห์แบบนี้ใครๆก็ตกหลุมรักเขาได้ง่ายๆ

แต่ในเมื่อเขามีเจ้าของแล้ว...แถมเจ้าของยังดุอีกต่างหาก ผมเลยต้องยอมถอนตัวและเบี่ยงเบนไปชอบคนที่น่ารักแบบแปลกๆอย่างน้องแมวดีกว่า...แค่คิดถึงผมยาวๆ หน้าสวยๆที่ชอบทำคิ้วขมวดหน้าดุปนเบื่อโลก มันทำให้ผมแทบอยากวิ่งลงวอร์ดเร็วๆเพื่อไปหาน้องซะจริงๆ

“ฮ่าาๆ อารมณ์ดีนิดหน่อยน่ะครับ”

ผมขยับแว่นนิดหน่อยแล้วฉีกยิ้มแก้มแตกให้เพื่อนของทูนหัว ผมควรจะสืบประวัติเจ้านายจากเพื่อนสนิทของเจ้านายดีมั้ย? ผมเป็นทาสที่ดีใช่มั้ยล่ะ?

“มีเรื่องอะไรดีๆงั้นเหรอครับ?”

แมคควีนทำหน้าตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็นแบบเต็มที่จนผมเองก็ชักจะเขินๆถ้าต้องเล่าให้ฟัง แต่รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งนี่นา ผมควรจะรู้กลศึกสักหน่อยสินะ

“คือ...ควีนรู้ใช่มั้ยว่าพี่กับโฟร์ท...”

“เป็นแฟนกัน!?”

“บ้าาาาา~”

ผมรีบดันๆแขนคนเป็นหมอรุ่นน้องอย่างแก้เขินๆ บ้าบอออ! ผมยังไม่ได้เป็นอะไรกับน้องแมวสักหน่อย...ผมเข้าใจว่าการจะพิชิตใจเจ้านายได้นั้นต้องใช้เวลา ขืนผมกระโตกกระตากไปมีหวังโดนข่วนลงยันต์5แผลครบทั้ง5นิ้วที่กลางหน้าเป็นแน่

“อ่าว...งั้นตอนนี้พี่หมอเคี้ยงกำลังจีบไอ้โฟร์ทอยู่เหรอครับ? จะไปถามไอ้โฟร์ทมันก็เฉไฉไม่ยอมปริปากเลยสักนิด”

“อ่า...ก็จีบอยู่นั่นแหละครับ...อ้อ! วันนี้โฟร์ทโทรมาชวนพี่ไปดูหนังด้วยนะ!”

ผมรีบบอกคนอายุน้อยกว่าพร้อมกับส่งสายตาเป็นประกายอย่างมีหวัง มันต้องน่าแปลกแหละที่คนหวงชีวิตอิสระอย่างทูนหัวของบ่าวโทรมาชวนใครสักคนไปดูหนังเป็นเพื่อน...ถึงจะไม่อยากเป็นแค่เพื่อนก็เถอะ

“โห! งั้นแปลว่าไอ้โฟร์ทเองก็คงจะเปิดใจให้พี่หมอมากเหมือนกันนะครับ...กับเพื่อนมันยังไม่เคยชวนเลย มันไม่ชอบที่ที่มีคนพลุกพล่าน งานก็ชอบทำแบบฟรีแลนซ์...ขนาดมันอยากเล่นพวกเครื่องเล่นเกมส์ในห้าง มันยังต้องซื้อเครื่องเล่นมาเล่นเองที่ห้องจนสร้างเป็นห้องเกมส์ที่เพนท์เฮาส์เลย”

“...”

“...ถ้าถึงกับโทรมาชวนนี่เทียบเท่ากับสารภาพรักแล้วนะครับ”

ผมรู้สึกเหมือนฟ้าเปิดโล่ง เหมือนมีแสงสว่างเรืองรองสาดส่องมาจากสรวงสวรรค์พร้อมกับมีเสียงเทวดาดีดพิณฉลอง...มันรู้สึกฟินจนเหมือนจะลอยได้เลยล่ะครับ ผมรู้สึกเหมือนโหนกแก้มยกขึ้นลอยมาปิดตาเลยล่ะ นี่ผมหยุดยิ้มไม่ได้เลยน่ะ!

“>////<“

อยากได้อะ อยากด้ายย~ อยากได้น้องโฟร์ท! ถ้าน้องเขารู้ความคิดของผม ผมคงโดนมองว่าเป็นไอ้แก่โรคจิต หรือเป็นตาแก่บ้ากามเป็นแน่! เราจะไม่ให้ทูนหัวรู้ความคิดของผมเป็นอันขาด

ฮ่าาาาาาาาาาาา!

“แล้ว...ทำไมโฟร์ทถึงยังโสดอยู่ล่ะ? ดูแล้วก็น่าจะหาแฟนได้ไม่ยากนะ”

ผมถามเพราะรู้สึกข้องใจจริงๆนะ แต่โฟร์ทไม่มีใครก็ดีแล้วล่ะครับ ยิ่งเด็กหนุ่มน้อยไม่ประสีประสาป๋าเคี้ยงยิ่งช๊อบชอบบบ!~

“เอ่อ...ถ้าผมบอกพี่เคี้ยง พี่จะไม่ไปบอกไอ้โฟร์ทใช่มั้ยครับ? เพราะเรื่องนี้ตัวมันเองก็ไม่ยอมรับเหมือนกัน”

ยิ่งแบบนี้ยิ่งทำให้อยากรู้มากขึ้นไปอีก อะไรกันที่เป็นสาเหตุให้คนเราไม่คิดจะมีคู่ครองกันนะ?

.

“หมายความว่าที่โฟร์ทไม่ยอมมีใครสักที เพราะฝังใจกับเรื่องของโยธา?”

“ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องนั้น”

ผมพยักหน้าตอบรับเมื่อแมคควีนได้เล่าสาเหตุทั้งหมดจากเหตุการณ์ในอดีตของโฟร์ท มันก็น่าสงสารที่เกิดเรื่องแบบนั้นกับน้องโยธา แต่ผมว่ามันไม่ควรจะทำให้โฟร์ทกลัวการรักใครสักคนไปได้....

เว้นเสียแต่ว่า...โฟร์ทเองก็แอบชอบโยธาเหมือนกัน...แต่เพราะเป็นคนปากแข็ง ปากหนัก ไม่รู้ใจตัวเอง จึงไม่ยอมรับความจริงว่าก็ชอบโยธา...พอเกิดเหตุการณ์เลวร้ายแบบนั้นจึงปิดกั้นตัวเอง ไม่กล้ารักใครยิ่งกว่าเดิม

“อืมม...แล้วตอนนี้ควีนได้ติดต่อโยธาบ้างมั้ย?”

“หลังจากเหตุการณ์วันนั้นโยธาก็ย้ายออกจากโรงเรียนและไม่มีใครคิดต่อเขาได้อีกเลยครับ”

ผมพยักหน้ารับน้อยๆ ถ้าจะหายไปก็ขอให้หายไปตลอดเถอะ อย่าวกกลับมาทำให้โฟร์ทต้องรู้สึกผิดหรือรับผิดชอบอีกเลย...เพราะถ้าเป็นแบบนั้นผมเองก็คงไม่ยอม

.

.

@โรงภาพยนต์

คนตรงหน้าผมอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนเข้ารูปสีดำ ผมยาวหยักเป็นลอนน้อยๆถูกมัดลวกๆตรงท้ายทอย ใบหน้าสวยแบบหนุ่มน้อยน่ามองตอนนี้ดูเหมือนจะมีอารมณ์บ่จอยอยู่หน่อยๆ แต่ผมรู้ว่านี่คือการแสดงออกว่าเขินชัดๆ

“เรื่องไหนดีล่ะครับ?”

เอียงคอถามคนตัวเล็กกว่าที่สายตาจดจ่อไปยังโปสเตอร์การ์ตูนฮีโร่เรื่องหนึ่ง ว่าแล้วก็นึกถึงครั้งแรกที่มากับน้องในโรง ตลกที่น้องเป็นคนกลัวผีมากๆ แต่ดันเลือกดูหนังผีซะงั้น...แต่นั่นก็ทำเอาผมตกบ่วงยอมเป็นบ่าวของทูนหัวไปซะแล้ว

“พี่หมอเลือกสิครับ ผมดูได้หมดแหละ”

บอกให้ผมเลือก แต่ตัวเองยังไม่ยอมละสายตาจากโปสเตอร์การ์ตูนนั่นเลยนะ

“งั้นดูเรื่องนี้ละกันเนอะ”

ผมพูดแล้วฉีกยิ้มกว้างให้ทูนหัวที่ดูจะดีใจอย่างออกนอกหน้าเมื่อผมเลือกเรื่องที่ทูนหัวสนใจ แน่นอนว่ามีแฟนเด็กก็ต้องตามใจแหละครับ แค่เห็นน้องยิ้มมันก็ทำเอาใจป๋ากระชุ่มกระชวยอย่างบอกไม่ถูก

“เลือกที่นั่งได้เลยค่ะ สีเทาว่าง ด้านล่างเป็นหน้าจอค่ะ”

ผมกวาดตามองหาที่ว่างอันน้อยนิด ไม่คิดว่าไอ้การ์ตูนนี่จะมีคนสนใจดูเยอะขนาดนี้ หรือว่าความจริงแล้วทูนหัวก็ตั้งใจจะมาดูเรื่องนี้อยู่แล้วกันล่ะเนี่ย?

“แถวบนเต็มหมดแล้วเหรอครับ?”

ผมถามพนักงานสาวที่ไม่ยอมละสายตาไปจากหน้าของผมสักที ผมไม่อยากสบตาเธอสักเท่าไหร่ เพราะดูจากสายตาแล้วเหมือนเธอเองก็ไม่ได้อยากจะขายแค่ตั๋วให้กับผมแล้วล่ะ

“หมดแล้วค่ะ ขออภัยด้วยนะคะคุณลูกค้า”

น้องพนักงานคนสวยยังคงส่งสายตาหวานเยิ้มพูดเสียงหวานเบอร์8 และฉีกยิ้มให้ผมตรงๆจนผมเขินแทบหลบตาไม่ทัน

“เหอะ! ต้องนั่งไกลๆเพราะว่าแก่จนสายตายาวเลยมองใกล้ๆไม่เห็นใช่มั้ยล่ะครับ?”

เจ้าแมวน้อยพูดเหมือนรำคาญแถมยังส่งสายตาไม่เป็นมิตรให้พนักงานที่หว่านเสน่ห์ให้กับผมอีกต่างหาก! งุ้ยยยยยยยยย! ทูนหัวจะรู้ตัวมั่ยเนี่ยว่สตอนหึงมันน่ารักขนาดไหน!! อยากจับฟัดแล้วหอมให้จมแก้มไปเลย

“ฮ่ะๆ ก็มันว่างแค่แถวหน้าจอนี่ครับ พี่ไม่อยากเงยหน้าดูนี่นา”

ผมพูดด้วยเสียงนุ่มก่อนจะส่งยิ้มน้อยๆให้ทูนหัวที่เริ่มแยกเขี้ยวอย่างโมโห อุ๊! น่าร๊ากกกกก ผมเกร็งมือไม่ให้ยกขึ้นบีบแก้มน้องแทบไม่ไหวแน่ะ!

“งั้นก็ไม่อยากดูแล้วล่ะครับ ผมเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระที่ร้าน!”

พรึบ

ผมรีบคว้าแขนเจ้าแมวน้อยที่เริ่มหัวร้อนเอาไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินหนีผมไป

“ใครถือบัตรที่นั่งเรื่องSpider man โรง7 รอบสองทุ่ม แถว AAบ้างครับ? ผมยินดีจ่ายให้ในราคา 5,000!!!”

ผมพูดตะโกนเสียงดังจนคนรอบข้างต่างหันมาสนใจทันที คนข้างตัวผมเองก็นิ่งอึ้งไปเช่นกัน

“พี่เคี้ยง...เราดูรอบอื่นก็ได้นะ”

“หรือใครรู้จักคนที่ได้ตั๋วเรื่องนี้รอบนี้ ผมพร้อมจ่ายค่านายหน้าให้อีก 5,000บาท!!!”

ฮืออออ ฮาาาาาาาา

สิ้นสุดคำพูด ทุกคนก็แตกตื่นลุกฮือรีบตามหาคนมีตั๋วแบบที่ผมต้องการกันจนวุ่นวายไปหมด

“=[]=“

“^w^”

“=[]=^”

“เดี๋ยวก็มีคนเอาตั๋วมาให้เองแหละครับ”

.

.

แน่นอนว่ามันช่างเป็นการดูหนังที่ผมมีความสุขที่สุดเลยล่ะครับ เพราะโฟร์ทเองก็ยอมให้ผมแตะต้องหาเศษหาเลยกับน้องได้มากกว่าปกตินิดหน่อย อาจจะเพราะว่าเขาสนใจหนังมาก หรือไม่ก็อาจจะรำคาญจนขี้เกียจด่าผมแล้วนั่นล่ะ

ป๋ามีความสุ๊กมีความสุข~

“เลิกยิ้มได้แล้วมั้งครับ?”

ทูนหัวเหล่ตามองผมซึ่งผมเองก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าเอาแต่นั่งจ้องหน้าน้องมันตลอดเลย ก็ไฟแดงอยู่นี่นา จะให้ผมมองถนนรึยังไงล่ะ ในเมื่อของน่ามองนั่งอยู่ใกล้ๆแค่เบรคมือกั้น

“พี่ยิ้มให้ถังป๊อบคอร์นต่างหากล่ะ”

ผมหัวเราะน้อยๆแล้วชี้ไปที่ถังป๊อบคอร์นรูปไอ้แมวมุมเวอร์ชั่นการ์ตูน ผมดูไม่รู้เรื่องหรอกครับเพราะผมเอาแต่มองสิ่งที่ดึงดูดใจผมมากกว่า แอร๊ยยยยยย~ เค้าหลงตัวเองจนไม่รู้จะหลงยังไงแล้วน้าาา~

“ถ้าพี่อยากได้ขนาดนั้นก็เอาไปเถอะครับ?”

“หมายถึงโฟร์ทเหรอครับ?”

“จิ๊! ผมหมายถึงถังป๊อบคอร์น! ก็ถ้าจะจ้องขนาดนั้นก็เอาไปเถอะครับ ผมยกให้!”

“งั้นถ้าพี่จ้องโฟร์ท พี่ก็จะได้โฟร์ทใช่มั้ยครับ?”

ผมฉีกยิ้มทำหน้ามึนๆให้คนขี้รำคาญ ไม่รู้เหมือนกันว่าทั้งๆที่ก็กลัวแมวจะกัดและข่วน แต่ก็ยังชอบแกล้งชอบแหย่มัน...ความสุขของทาสแมวสินะ

“เลิกเต๊าะได้แล้วครับ”

น้องมันทำหน้าเอือมจนตาแทบเป็นขีดๆแหน่ะ บางทีก็กลัวว่าน้องมันจะรำคาญและเบื่อผมจริงๆนั่นล่ะ...แต่จะให้ผมเลิกยุ่งกับน้องเนี่ย ให้ผมกัดลิ้นตายคงง่ายกว่า!

“ขอยากไปอะ ขออย่างอื่นแทนได้มั้ย?”

ผมยังคงฉีกยิ้มกว้างแบบที่ชอบทำให้คนอายุน้อยกว่า แน่นอนว่าตอนนี้น้องกลอกตาแทบจะ360องศาเชียวล่ะ

“จะทำอะไรก็ทำไปเถอะครับ...ยังไงผมก็ยอมไปแล้ว”

ปี๊นนนนนนนนนนน!!!

ผมสะดุ้งแล้วรีบออกรถทันทีเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนสี จนไม่ได้ฟังประโยคสุดท้ายของโฟร์ท แต่เหมือนผมจะพลาดอะไรไปนะ เหมือนจะสำคัญซะด้วย

“เมื่อกี้โฟร์ทว่าอะไรนะครับพี่ไม่ทันได้ยิน?”

ไอ้รถข้างหลังก็ไม่รู้จะรีบไปไหน ผมออกตัวช้าไปนิดเดียวเอง ก็เพิ่งจะไฟเขียวแท้ๆ คนไทยน้ำใจงามไปไหนหมดน้าา

“มะ ไม่มีอะไรสักหน่อย!”

“แต่พี่ว่าพี่ได้ยินโฟร์ทพูดอะไรสักอย่างนี่นา”

อะไรสักอย่างที่เหมือนจะน่ารักมากๆซะด้วย อะไรเนี่ยยย ผมพลาดอะไรไปปปป!?

“พูดอีกรอบนะคร้าบบบ”

ผมพยายามเอนเอาศีรษะไปถูๆกับบ่าของคนตัวเล็ก โฟร์ทก็พยายามยกมือขึ้นขัดขืนและดันศีรษะผมออกสุดแรงเช่นกัน

“พี่หมออ! ขับรถดีๆ!!”

โครมม!

เอี๊ยดด!

ผมว่าผมเบรครถทันและไม่ได้ชนกับอะไร หากว่ามอเตอร์ไซค์ที่ขับมาพยายามจะเบียดเลนซ้ายต่างหากที่เสียหลักล้มลงข้างทาง

ด้วยความบริสุทธิ์ใจผมและโฟร์ทรีบลงไปดูผู้บาดเจ็บทันที บริเวณหน้ารถของผมไม่มีรอยขีดข่วนใดๆ แต่น้องผู้หญิงที่ขับมอเตอร์ไซค์กระเด็นไปบนหญ้าข้างทางซะแล้ว คาดว่าจะชนเข้ากับเสาไฟฟ้า

“คุณ!”

ผมรีบตบบ่าเรียกชื่อของคนที่ใกล้จะหมดสติ และตอนนี้เองที่คนเริ่มมามุงกันมากขึ้น

“โทร1669 รีบตามรถพยาบาลครับ!”

“โฟร์ท?...โฟร์...”

ผู้ป่วยสลบไปโดยภาพสุดท้ายที่เธอจดจ้องคือใบหน้าของคนเป็นว่าที่แฟนของผม โฟร์ทเองก็ตกใจไม่น้อย และเหมือนเขาเองก็แทบจะไม่มีสติเช่นกัน

“โยธา...”

.

.

.

To be continued

Ps : มาแล้ววววววว และจะสอบแล้วววววว เป็นไงบ้างงงงงงงงงง

Facebook : I’m Mynt



ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว