ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 17 – ด้านมืดที่แท้จริง (1/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 – ด้านมืดที่แท้จริง (1/3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2562 22:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 – ด้านมืดที่แท้จริง (1/3)
แบบอักษร

ตอนที่ 17 – ด้านมืดที่แท้จริง



บรรยากาศภายในสนามแข่งรถขนาดใหญ่ใจกลางเมืองค่ำคืนนี้ คลาคล่ำไปด้วยเหล่าสต๊าฟและบรรดาลูกน้องจากพรรคมังกรดำที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมสถานที่ ซึ่งใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงฉลองครั้งยิ่งใหญ่ของพรรคในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

นักรบพาร่างสูงใหญ่ของตัวเองกลับมาหาคนที่เป็นเหมือนเจ้านายและเจ้าชีวิตของเขา ที่กำลังยืนกอดอก พิงสะโพกอยู่กับรถสปอร์ตคันหรู ดวงตาตมกริบสอดส่อง ตรวจดูความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ไปไหนซะแล้วล่ะ” เสียงทุ้มทรงอำนาจถามถึงคนที่ตัวติดกับนักรบแทบตลอดเวลา นับตั้งแต่มาถึงสนามแข่ง

“มันตัวอุ่นๆ เหมือนจะไม่สบาย กูเลยให้นอนพักอยู่บนห้อง”

“หึ มึงรู้ตัวไหม ว่ามึงเปลี่ยนไปเยอะ”

“รู้”

“แล้วมึงรู้ไหม ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ระหว่างที่มึงมัวแต่หมกตัวอยู่กับจิณณ์” คนที่เพิ่งมาจากเซี่ยงไฮ้ได้ไม่ถึงวันเปรยขึ้นเสียงเรียบ จ้องลึกเข้าไปในตาคู่คมที่ถอดแบบมาจากเขา

“แค่มึงโยนงานที่บริษัทให้ไอ้แทนไทมันจัดการแทนกูยังพอเข้าใจ เพราะมึงไม่ชอบงานในออฟฟิศ แต่ที่นี่คือสิ่งที่มึงต้องดูแล”

“…”

“กูเคยบอกมึงแล้ว ว่าให้แยกแยะเรื่องส่วนตัวออกจากงาน" แววตาแห่งความรู้สึกผิด ฉายชัดในหน่วยตาคู่คมของนักรบทันทีที่เข้าใจความหมายของประโยค ให้คนมองอย่างฮังหลงอดไม่ได้จะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ

“มึงจะแค้น จะแก้แค้นหรืออะไรก็แล้วแต่กูไม่เคยว่า ไม่เคยขัด ไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของมึงเลยสักครั้ง”

“…”

“แต่การที่มึงละทิ้งหน้าที่แบบนี้ มันหมายความว่ายังไง”

ใช่, ฮังหลงไม่เคยขัดความต้องการของน้องชายต่างสายเลือดคนนี้เลยสักครั้ง แต่การไม่ขัดไม่ได้หมายความว่านักรบจะละทิ้งหน้าที่การงานของตัวเอง ถ้ามันแยกแยะระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานไม่ออก แล้วแบบนี้ต่อไปมันจะช่วยเขาปกครองพวกลูกน้องและสมาชิกคนอื่นๆ ของพรรคได้ยังไง

“หรือเพราะได้ในสิ่งที่อยากได้แล้ว ก็ไม่คิดจะสนใจอะไรทั้งนั้น”

“กูไม่เคยคิดแบบนั้น”

…และจิณณ์เองก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้

นักรบอยากจะพูดประโยคนั้นออกไป หากไม่ติดตรงประโยคถัดมากับสายตาอันแสนเยือกเย็นและนิ่งสงบ เกินจะคาดเดาของฮังหลง ซึ่งมันเป็นสัญญาณบอกให้เขาต้องหยุดทุกอย่างและทำหน้าที่เป็นแค่ผู้ฟังที่ดีเท่านั้น

“แล้วทำไมมึงไม่รีบจัดการ ปล่อยให้ไอ้พวกลอบกัดมันเข้ามาขัดแข้งขัดขาถึงที่ได้ตั้งสองรอบ” หมายถึงเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสนามแข่งก่อนหน้านี้ ทั้งเรื่องที่ถูกวางระเบิดและเรื่องที่รถของนักรบถูกลอบยิงขณะแข่งอยู่ในสนามด้วย

แม้น้ำเสียงที่ฮังหลงใช้จะฟังดูเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งแววตะคอกหรือเจือปนไปด้วยความโกรธแต่อย่างใด ทว่า นั่นกลับทำให้คนที่อยู่ด้วยกันมานานเป็นสิบปีถึงกับเย็นสันหลังวาบ อย่างที่แค่ฟังก็รับรู้ได้ในทันทีว่าคราวนี้ฮังหลงกำลัง…เอาจริง

ยีนส์และแทนไทวางมือจากงานตรงหน้า หันกลับมามองบรรยากาศโดยรอบของรถสปอร์ตคันหรูที่ถูกเปลี่ยนจากคึกคักเป็นความเงียบสงัด ยามเมื่อเฮียใหญ่ของพวกเขากำลังสวมบทบาทของท่านประมุขใหญ่ที่น่าเกรงขามแห่งพรรคมังกรดำ

งานที่ฮังหลงพูดถึงคืองานสานสัมพันธ์ระหว่างพรรคมังกรดำและพรรคต่างๆ ในแถบเอเชีย โดยภายในงานจะมีเพียงผู้ที่ได้รับบัตรเชิญเท่านั้นที่จะสามารถเข้าร่วมการแข่งรถครั้งใหญ่ ที่มีเงินเดิมพันสูงกว่าครั้งไหนๆ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงอำนาจอันล้นฟ้าของพรรคมังกรดำ

และงานที่ว่าก็ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของนักรบที่ถูกมอบหมายให้ย้ายกลับมาดูแลงานที่นี่ด้วยตัวเอง

“งานคราวนี้สำคัญกับพรรคขนาดไหนมึงรู้ดี ถ้ามันพังนั่นหมายความว่าฐานของเราที่นี่ก็จะพินาศไปด้วย” น้อยครั้งนักที่ฮังหลงจะเลือกใช้คำว่า ‘พรรค’ ยามอยู่กับบรรดาน้องชายคนสนิท ด้วยเพราะเหตุผลที่ว่าไม่อยากให้ความน่ากลัวและน่าเกรงขามของตำแหน่งประมุขของมาเฟียใหญ่ในแถบเอเชียมาทำให้พวกมันต้องเกร็งเวลาอยู่กับเขา

ทว่า ไม่ใช่กับครั้งนี้ ครั้งที่นักรบหลงลืมหน้าที่สำคัญของตัวเองไปเสียสนิท ซึ่งสาเหตุทั้งหมดก็มาจากคนเพียงแค่คนเดียว

จิรนนท์ ฐานนันท์ญา

“กูขอ-”

“กูไม่อยากได้ยินคำนั้นจากปากมึง”

คำขอโทษของนักรบถูกหยุดเอาไว้ด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ ก่อนฮังหลงจะว่าต่อ ยามดวงตาคู่คมกริบกำลังมองสบกับดวงตาคู่คมของคนที่เขาเลี้ยง และถ่ายทอดทุกอย่างให้เองกับมือ นับตั้งแต่วันแรกที่เจอมันวิ่งมาเป็นลมล้มอยู่หน้ารถของพ่อเขาเมื่อหลายปีก่อน

“นักรบ มึงเป็นคนที่กูวางใจที่สุดไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม มึงเป็นเหมือนน้องชายแท้ๆ ของกูอีกคนด้วยซ้ำ”

“…”

“ฉะนั้น อย่าทำให้กูผิดหวังเพราะเหตุผลแค่นี้” คนละเลยต่อหน้าที่ได้แต่สบดวงตาคู่คมทรงอำนาจนิ่ง ความรู้สึกผิดอย่างถึงที่สุดกำลังถาโถมเข้ามาในใจ

ในเมื่อสิ่งที่ฮังหลงพูดมาทั้งหมดมันหมายความตามนั้นทุกประการ นักรบได้รับการเลี้ยงดูและดูแลเป็นอย่างดีจากคุณลุงผู้มีตำแหน่งอดีตประมุขของพรรคคนก่อน รวมไปถึงบรรดาลูกน้องของพรรคมังกรดำทุกคน ประหนึ่งว่าตัวเขาเองก็เป็นลูกชายแท้ๆ ของท่านอีกคน

นั่นรวมไปถึงความไว้เนื้อเชื่อใจ ยอมให้นักรบก้าวเข้ามาทำงานที่ใหญ่จนเกือบเทียบเท่ากับตำแหน่งประมุขของพรรคคนปัจจุบันอย่างฮังหลง แต่ตอนนี้เขากลับเอาความแค้นและเรื่องส่วนตัวของตัวเองมาเป็นใหญ่จนลืมงานสำคัญของพรรคไปได้

“กูรู้ว่าตอนนี้ระหว่างมึงกับเขามันเป็นยังไง”

“…”

“กูรู้ ที่ผ่านมามึงไม่เคยสับสนหรือรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน”

“…”

“แต่เรื่องของพรรคมึงก็ไม่ควรทำพลาด เพียงเพราะเรื่องส่วนตัวเหมือนกัน”

“…”

“มึงก็รู้ว่าถ้าสนามแข่งและคนสนิทของกูเป็นอะไรไป ฐานความมั่นคงที่สร้างมาทั้งหมดของพวกเราจะเป็นยังไง” ประโยคเหล่านั้นอาจฟังดูคล้ายกับว่าฮังหลงจะเป็นห่วงความมั่นคงของพรรค มากกว่าชีวิตของน้องชายคนสนิทอย่างนักรบ หากแต่ลึกลงไปในความกระด้าง กลับซ่อนความเป็นห่วงน้องชายต่างสายเลือดตรงหน้าของฮังหลงเอาไว้เช่นกัน

“ถ้าเลือกจะมีเขาอยู่ข้างกายก็ทำให้มันถูกต้องซะ”

“เฮีย ระ…รบ แฮกๆๆ เฮีย พี่…จะ จิณณ์ พี่ จิณณ์” เสียงหอบหายใจดังแทรกขัดบทสนทนาขึ้นมา พร้อมร่างของควันที่วิ่งสุดฝีเท้า อย่างไม่คิดสนใจเหงื่อเม็ดใหญ่ที่เปียกชุ่มไปทั่วทั้งใบหน้าหล่อเหลาและแผ่นหลังกว้าง เขารู้แต่เพียงว่าต้องไปถึงเจ้านายของเขาให้เร็วที่สุด

“จิณณ์ทำไม ไอ้ควัน!”

และแน่นอน เพียงแค่ชื่อของใครอีกคนที่หลุดออกจากปากกับสีหน้าเหนื่อยหอบติดกังวลใจของควัน ก็ทำให้นักรบละทิ้งทุกอย่างตรงหน้า แล้วถามกลับด้วยความกังวลใจไม่ต่างกัน

“พี่ จะ…จิณณ์ หายตัว…ไป”

“ว่าไงนะ! จิณณ์หายตัวไป หายไปไหน” นักรบถึงกับเบิกตากว้าง ร้องถามออกมาทันที ความร้อนรนใจทำให้เขาแทบจะถลาเข้าไปกระชากคอของควันมาบีบแน่นเพื่อเค้นความจริง

“ผม แฮก…ผมไม่รู้ ผมกะ แฮก…จะเข้าไปดูสักหน่อย ว่าพี่จิณณ์ ดีขึ้นหรือยัง แต่ แฮก…พอไปถึง ประตูห้อง…ก็เปิดอยู่ แถม พี่จิณณ์ก็ไม่อยู่”

สิ้นประโยคเพียงเท่านี้ ทั้งนักรบ ยีนส์และฮังหลงรวมไปถึงแทนไท ต่างก็ทิ้งทุกอย่างในสนามแข่งรถเอาไว้ข้างหลัง แล้วเลือกที่จะวิ่งสุดฝีเท้าไปยังห้องนอนกว้างในโซนวีไอพีด้วยความร้อนใจ ท่ามกลางรอยยิ้มแสนร้ายกาจของใครบางคนที่มองภาพกลุ่มคนเหล่านั้นจากอีกฟากหนึ่งของสนามแข่งอย่างพึงพอใจกับสิ่งที่เห็น

“จิณณ์!”

ทันทีที่มาถึงห้องพัก ภาพเตียงนอนกว้างที่มีเพียงความว่างเปล่า ไร้ซึ่งร่างบางของคนป่วยอย่างที่ควรจะเป็นก็ทำเอาก้อนเนื้อภายใต้อกข้างซ้ายของนักรบแทบหยุดเต้น

จิณณ์หายไป

หายไปได้ยังไง นักรบมั่นใจว่าห้องพักวีไอพีของเขามีระบบความปลอดภัยที่แน่นหนา ไม่มีทางที่ใครอีกคนจะหายไปได้ง่ายๆ แน่ ถ้าหากไม่ใช่…

“มันอยู่ที่ไหน พวกมึงเล่นเหี้ยอะไรกันอีกห้ะ!!!" นักรบตวาดเสียงดังลั่น เมื่อมั่นใจว่ามีเพียงแค่เขาและพวกมันเท่านั้นที่สามารถเข้าออกในห้องวีไอพีแห่งนี้ได้

“ไอ้นักรบ!” และดวงตาคู่คมที่หันกลับมามองด้วยแววโกรธจัด กำลังจะพุ่งเข้ามากระชากคอเสื้อพวกที่เหลือราวกับคนขาดสติ ให้ฮังหลงได้ยกมือหนาขึ้นผลักแผ่นอกกว้างไปด้านหลัง จนแผ่นหลังของนักรบกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างเต็มแรง

“สงบสติ แล้วไปดูกล้องวงจรปิด”

“มึง…”

“ไปสิวะ!” คนที่เหมือนจะควบคุมสติได้ดีที่สุดตวาดเสียงดังลั่น เพื่อช่วยเรียกเตือนสติของนักรบให้กลับมาอีกครั้ง เมื่อเห็นน้องชายคนสนิทตรงหน้าเอาแต่กำหมัดแน่น จ้องมองเขาและคนที่เหลือด้วยแววตาโหดเหี้ยมราวกับไม่ไว้ใจกันอีกต่อไป

นักรบสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ดวงตาคู่คมไล่สบสายตากับพวกที่เหลือในห้องทีละคน ก่อนพยักหน้ารับคำของฮังหลงแต่โดยดี หากพวกมันวางแผนคิดจะแกล้งเขาจริงๆ คงไม่ต้องถึงกับลงทุนวิ่งตามมาด้วยความร้อนใจแบบนี้หรอก

คิดได้ดังนั้น ปลายเท้าหนาก็เตรียมจะหมุนตัวออกจากห้อง เพื่อไปเช็กดูสิ่งที่เกิดขึ้นจากกล้องวงจรปิดตามคำแนะนำของฮังหลง

ครืด ครืด

“มึงจะยืนเฉยอยู่ทำไมวะไอ้นักรบ ไปตามหาคุณจิณณ์สิ!” ยีนส์ที่ตามหลังมาติดๆ ถึงกับตะโกนถามคนที่จู่ๆ ก็หยุดนิ่งเสียงห้วนอย่างไม่เข้าใจนัก

มันร้อนใจก็ควรจะรีบไปตามหาคุณจิณณ์ไม่ใช่เหรอวะ!

นักรบไม่สนเสียงตะโกนของเพื่อนผิวเข้มหรือแม้แต่สายตางุนงงสงสัยของคนที่เหลือ เขาทำเพียงแค่หยิบที่มาของแรงสั่นสะเทือนในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเปิดดู

ก่อนภาพใบหน้าอันคุ้นเคยของคนที่หายไปจากชีวิตของพวกเขาเกือบเดือนจะค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรู พร้อมกับร่างบางของใครบางคนที่กำลังนอนหลับคอพับอยู่ข้างๆ ให้นักรบได้กำหมัดแน่น รู้ได้โดยทันทีว่าใครที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวความวุ่นวายทั้งหมด

“ไอ้เหี้ยมาร์ค!”



---


เนื้อเรื่องใกล้จบแล้วแหละแต่ช่วงนี้อาจจะอัพช้าหน่อยน้า งานท่วมหัวจริงๆ แต่จะพยายามแวบมาอัพบ่อยๆ เท่าที่ทำได้เน้อ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว