facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เด็กเสี่ย 10 (รีไรต์แล้ว)

ชื่อตอน : เด็กเสี่ย 10 (รีไรต์แล้ว)

คำค้น : เด็กเสี่ย,ใช่ครับผมเป็นเด็กเสี่ย,เด็กเสี่ย10

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 158.9k

ความคิดเห็น : 95

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2564 06:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
เด็กเสี่ย 10 (รีไรต์แล้ว)
แบบอักษร

เด็กเสี่ย 10 

“แน่ใจนะว่ามึงไม่เป็นไร” ภีมถามอีกครั้งเมื่อเขาขับรถมาจอดที่คอนโดฯของเดียว ก่อนจะเปิดประตูรถและคืนกุญแจรถให้เจ้าของ 

“ครับ” เดียวตอบรับสั้นๆ ก่อนจะโบกมือให้เล็กน้อยกับคนที่เดินลับหายไปในความมืด ส่วนตัวเองก็หมุนตัวกลับเดินเข้าคอนโดฯไป 

หลังจากจัดการอาบน้ำอาบท่าเสร็จก็ได้เวลาเข้านอนแม้ใจจะไม่อยากนอนเท่าไหร่นักก็ตาม นาฬิกาบอกเวลาว่าเข้าวันใหม่แล้ว และเขาก็มีเรียนบ่ายหากจะนอนช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร 

“10 สายไม่ได้รับ” เมื่อเช็คสายที่ไม่ได้รับและมีเบอร์ของนัทขึ้นว่าไม่ได้รับสามสายนอกนั้นก็เป็นของเสี่ยกานต์ซึ่งเขาเมมชื่อว่าคุณโชคทั้งหมด นิ้วเรียวสไลด์หน้าจอแล้วส่งข้อความไปหาเพื่อนรัก ‘เจอกันที่ม.พรุ่งนี้นะมึง ฝันดี’ เมื่อจัดการรายแรกเสร็จเขาก็นั่งชั่งใจอยู่สักพักว่าจะโทรหาเสี่ยดีหรือไม่ ก่อนหน้าที่เบอร์คุณโชคโชว์เข้ามาตอนนั้นไม่อยากรับ แต่ตอนนี้เพิ่งคิดได้ว่าคนอย่างเสี่ยถ้าเขายิ่งหายอีกฝ่ายยิ่งตาม ขนาดตอนไปซื้อเน็กไทยังออกอาการเลย 

เขาตัดสินใจกดโทรออกและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอีกฝ่ายจะรับ แต่จนแล้วจนรอดก็มีเพียงสัญญาณของปลายสายให้เขาได้ฟังจนเริ่มท้อและปล่อยให้สัญญาณตัดไปเอง คงเพราะเสี่ยไม่ว่างและเขาก็ไม่คิดโทรไปเป็นครั้งที่สองอีก 

Rrrrr Rrrrrr 

โทรศัพท์สั่นขึ้นมาทันทีแอบดีใจคิดว่าเสี่ยจะเป็นคนโทรกลับหาเขาแต่ที่ไหนได้ 

“ว่าไงนัท” 

[ตอนนี้มึงอยู่ไหนวะ อยู่ห้องใช่ไหม] นัทตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดดังกระหึ่มคงยังไม่เลิกสังสรรกับสายรหัส ก่อนเสียงเพลงนั้นจะค่อยๆ เบาลงคาดว่าคงเพราะเจ้าตัวเดินห่างออกมาจากสถานที่นั้นแล้ว 

“อืมอยู่ห้อง” 

[มึงเป็นไรรึเปล่า ให้ไปหาไหม] 

“ไม่ต้องหรอกอยู่กับสายรหัสเถอะ นี่กูก็ว่าจะนอนแล้ว” โกหกไปอย่างนั้นทั้งที่จริงตาเขาสว่างโร่ 

[มีไรมึงบอกกูได้นะเดียว ขอแค่มึงบอกบางทีเพื่อนโง่ๆ ของมึงคนนี้อาจจะช่วยได้] 

“งั้นมึงช่วยวางสายแล้วไปดื่มต่อเถอะ กูจะนอนแล้วครับ” 

[อ่าวไอ้เหี้ยนี่ เออๆๆ พรุ่งนี้กูมีเรื่องจะพูดกับมึงเยอะแยะเลย] 

เดียวรับคำในลำคอก่อนจะวางสายไป เรื่องที่นัทจะคุยเขาไม่ต้องเดาให้ยากก็คงหนีไม่พ้นเรื่องที่โดนนินทาวันนี้ แต่ที่อีกฝ่ายยังไม่พูดไรออกมาคงต้องการให้เขาพูดเอง 

Rrrrrr Rrrrrr 

“ว่าไงนัท กูบอกว่าไม่ต้องโทรแล้วไงจะห่วงไรนักหนา กูไม่เป็นไรจริงๆ” 

[เธอเป็นอะไร ไม่สบายเหรอ] เสียงปลายสายถามกลับมาทำเอาใจกระตุกวูบก่อนจะเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่ได้ดูชื่อที่โทรเข้ามาจึงคิดว่าเป็นนัท น้ำเสียงนุ่มแต่กลับทรงพลังตามแบบฉบับของคนมีอำนาจและนั่นก็ทำให้เขารู้สึกขึ้นมาอย่างหนึ่งชัดเจน 

‘คิดถึง’ 

ทั้งที่ไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรให้น่าคิดถึงแต่กลับรู้สึกเหมือนห่างหายจากเสียงนี้ไปนาน ไม่ถึงสองวันที่ไม่เจอแต่มันกลับทำให้คำๆ นี้ผุดขึ้นในหัวเป็นคำแรกหลังจากได้ยินเสียง อาจเพราะตอนนี้เขามีเรื่องรบกวนใจและต้องการหาที่พึ่งก็เป็นได้ แต่แทนที่ที่พึ่งเขาจะเป็นเพื่อนรักคนเดิมกลับกลายเป็นหนุ่มใหญ่คนนี้ไปได้ 

ตอนแรกที่ปฏิเสธไม่รับสายก็เพราะอยากจะใช้เวลาอยู่กับความคิดตัวเองแต่แล้วก็เหมือนเขาคิดผิด เพราะนอกจากมันจะไม่ช่วยอะไรแล้วมันยังทำให้เขาหน่วงกว่าเดิม น้ำเมาที่สาดเข้าร่างกายไปทำให้ลืมเพียงชั่วขณะแต่พอได้สติกลับมา 100% เรื่องเหล่านั้นก็วนกลับมาเหมือนเดิม 

“เสี่ย...” 

[ฉันถามว่าเธอเป็นอะไร ทำไมต้องบอกเพื่อนเธอว่าไม่ต้องห่วง] 

“ผะ...ผม...” จู่ๆ ก็รู้สึกติดขัดในลำคอจนพูดไม่ออกเสียดื้อๆ เสียงเสี่ยกานต์ไม่ได้นุ่มนวลอ่อนโยน แต่เขากลับรู้สึกโหยหาอยากคลอเคลียคนคนนี้เหมือนลูกแมวเหลือเกิน 

[เดียว...ได้ยินที่ฉันถามไหม] 

“เสี่ยครับ... เสี่ยอยู่ไหน มาหาผมที่ห้องได้ไหมครับ” คำขอเบาหวิวแต่กลับชัดเจนจนอีกฝ่ายยกยิ้ม คนขอรอฟังใจจดจ่อเพราะกลัวสิ่งที่ขอมันจะมากเกินไปหรือเสี่ยอาจะไม่สะดวกมาหาเขาก็ได้ 

[ได้สิ] ปลายสายตอบกลับมาเพียงสั้นๆ ก่อนจะกดตัดสายไปแค่นี้ก็ทำให้ใจที่ขุ่นมัวมาตลอดวันลิงโลดได้ เขามีนัทที่ห่วงใยและอาสาจะมาหาแต่กลับปฏิเสธไป ภีมที่พยายามเข้าใจในตัวเขาและถามไถ่ว่าเขาโอเคหรือเปล่าแม้จะเพิ่งรู้จักกันไม่นานแต่ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น แต่กับเสี่ยกานต์...เพียงแค่ได้ยินเสียงก็อยากจะร้องไห้ออกมา 

::::::::::::: 

“ไอ้กานต์ เดี๋ยว! มึง! เฮ้! รีบไปไหนวะ กูเพิ่งมาถึงห้องมึงเองนะ” ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่พอๆ กับเสี่ยยืนโวยอยู่กลางห้อง เมื่อเจ้าของห้องที่เพิ่งกลับมาจากเชียงใหม่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนและเขาตั้งใจมาหากลับเดินหนีหายเข้าห้องนอนไปแทนที่จะอยู่ต้อนรับ ท่าทางรีบๆ เหมือนกับนัดใครไว้นั้นดูขัดตาเขาเหลือเกิน 

“มึงมีนัดลูกค้าตอนตีสองเหรอวะ” เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบเขาเลยเดินตามขึ้นไปบนห้องเพื่อถามให้รู้เรื่อง เขาจะไม่สนใจเลยถ้าไอ้เพื่อนคนนี้ไม่มีอาการดีอกดีใจขนาดนั้น 

“เอ้า! ไอ้เหี้ยนี่ มึงอย่าเงียบบบบ กูไม่ได้เจอมึงหลายวันกูคิดถึงนะ แม่งชอบทิ้งกู” 

“อู๋... คืนนี้กูไม่ว่างไว้ค่อยเล่นด้วยวันอื่น” 

“กูไม่ใช่เด็กแล้วกานต์ แล้วนี่มึงจะไปไหน กูไปด้วยดิ” อู๋เดินตามคนที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดทางการเป็นชุดสบายๆ 

“ไปไม่ได้ บอกแล้วไงไม่ว่างเล่นด้วย” 

“กานต์... มึงใจร้ายมาก” 

อู๋ชายหนุ่มวัยเดียวกันกับเสี่ยกานต์ เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่ไฮสคูลซึ่งทั้งคู่ไปเรียนด้วยกันที่ต่างประเทศเรียกได้ว่าเพื่อนแท้ก็ว่าได้ ความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นมากกว่าสิบปีทำให้พวกเขาสองคนสนิทกันมากและรู้จักกันดี อู๋เป็นคนขี้เล่นผิดกับเสี่ยกานต์ที่ออกจะนิ่งเงียบ นิสัยที่ต่างกันคนละขั้วแต่กลับเข้ากันได้อย่างประหลาด 

“กูไม่เคยใจดี” 

“เออ!! ใครมันจะไปสู้น้องบีเอ็มคนนั้นได้ล่ะ เออๆ ว่าไปกูยังไม่เห็นหน้าน้องเขาเลย เห็นเด็กที่ร้านบอกว่าน่ารัก” เขาว่าพลางนอนแผ่หลาบนเตียงใหญ่ แต่กลับโดนเจ้าของห้องส่งสายตามาอย่างปรามๆ เพราะไม่ชอบให้ใครมายุ่งที่นอนของตนนัก คนมาเยือนเลยได้แค่เบะปากใส่แล้วลุกขึ้นยืน 

“มึงจะไม่ไปเที่ยวกับกูจริงๆ เหรอ” ถามอีกครั้งมองด้วยสายตาอ้อนวอนเผื่อเพื่อนรักจะเปลี่ยนใจ 

“กูมีธุระสำคัญกว่าการเที่ยวกับมึง” เสี่ยกานต์ตอบเสียงเรียบก่อนจะผลักเพื่อนตัวโตออกไปจากห้อง 

“กูจะตามจองล้างจองผลาญมึงคอยดูกานต์ กูจะสอยน้องบีเอ็มมึงมา...โอ๊ย!! ไอ้เหี้ยเจ็บๆๆ” เจ้าของโชว์รูมรถขี้เล่นร้องเสียงดังลั่นเมื่อเสี่ยกานต์จับข้อมือหักบิดแขนไปด้านหลังจนเกือบหัก 

“สอยได้ก็ลองดู” เสียงเข้มเหมือนท้าทายอีกฝ่ายหากแต่ระยะเวลาที่คบกันมาพอรู้ได้ว่าคนพูดไม่ได้ล้อเล่น อู๋ยอมปล่อยเพื่อนเขาไปพร้อมกับลูกน้องคนสนิทส่วนเขาได้แค่ขับรถไปเที่ยวคนเดียวเปลี่ยวๆ ตามประสาคนโดนเพื่อนทิ้ง 

::::::::::::: 

ติ๊งหน่อง... 

เสียงกริ่งดังขึ้นหลังจากที่เขานั่งรอคนที่วางสายไปให้มาหาที่ห้องตามคำชวน เดียวลุกขึ้นจากที่นั่งในทันที ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกตื่นเต้นทั้งที่มันไม่น่ามีอะไรตื่นเต้นสักนิด 

“สวัสดีครับเสี่ย” เดียวเปิดประตูออกเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าห้องเขาก็ยกมือไหว้ ยิ้มต้อนรับคนหน้านิ่งก่อนจะเบี่ยงตัวให้เดินเข้าห้องแล้วปิดประตูลง โชคที่ปกติจะตามติดเสี่ยไม่ห่างไม่ได้ตามเข้ามาด้วย ทำเพียงแค่ลงไปรอในรถเท่านั้น 

“เสี่ยจะทานอะไรไหมครับ เอ่อ...ผมมีแค่ผลไม้แล้วก็น้ำเปล่า” เดียวตรงไปยังส่วนที่เป็นครัวเปิดตู้เย็นรินน้ำใส่แก้วเพื่อเอามาเสิร์ฟให้แขกที่กำลังมองสำรวจห้องเขาอยู่ เสี่ยกานต์ไม่ได้ตอบแค่นั่งลงบนโซฟาที่หันหน้าออกไปทางระเบียงเผยให้เห็นวิวเมืองหลวงที่สวยงามยามค่ำคืน 

ห้องของเดียวมีทุกอย่างในห้องแบบที่เด็กวัยมหา’ ลัยทั่วไปมีกัน บอร์ดไว้ติดรูปซึ่งส่วนใหญ่เป็นรูปวิวสวยๆ คาดว่าเจ้าตัวคงถ่ายเอง เอกสารการเรียนและหนังสือเรียนจัดเป็นระเบียบอยู่บนโต๊ะ มีรูปถ่ายของเจ้าของห้องวางตกแต่งอยู่ไม่กี่รูปผิดกับห้องเขาที่มีแค่รูปเขารูปเดียวในห้องนอน นอกนั้นก็ไม่มีรูปใครอีกเลยแม้แต่รูปครอบครัว ทั้งห้องดูสะอาดสะอ้านเหมือนตัวเจ้าของที่เขาชอบกอดชอบหอมนั่นแหละ 

“เสี่ยครับ ผม...อ๊ะ!” เด็กหนุ่มร้องเสียงเบาเมื่อโดนคนตัวโตดึงแขนให้ล้มลงไปนั่งบนตักแกร่ง โดนจัดแจงท่าให้คร่อมตักหันหน้าเข้าหาอีกฝ่ายไว้ จมูกโด่งโน้มเข้าไปใกล้ซุกไซ้ลำคอขาวที่เอียงให้เชยชมแต่โดยดี 

“คิดถึงจะแย่” คำพูดแรกเอ่ยออกมาก็ทำคนฟังหน้าร้อนผ่าว เสียงกระซิบต่ำๆ และแหบพร่าฟังดูเซ็กซี่จนต้องอมยิ้ม แขนล่ำโอบกระชับรอบเอวบางให้แนบชิดตัวเขามากขึ้นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ริมฝีปากบางเล็กโดนเขาคลอเคลียยั่วเย้าจนเจ้าตัวเผยอปากเชิญชวนหลายครั้งแต่เขาก็ยังไม่ประกบลงไปเสียที 

เดียวร้องประท้วงในลำคอเมื่อเห็นอีกฝ่ายทีเล่นทีจริงไม่ยอมจูบเขาเสียทีจนเสี่ยกานต์หัวเราะในลำคอกับความน่ารักของอีกคน เขายอมกดจูบลงบนกลีบปากนุ่มเบาๆ ก่อนจะรุนแรงขึ้นตามลำดับความหื่นกระหายในตัว จะว่าเขาเสพติดร่างเล็กนี้ก็คงจะเป็นไปได้เพราะยิ่งตักตวงเท่าไหร่ก็ยิ่งไม่พอ 

ปากหยักรูปกระจับประกบปิดแนบแน่นกับปากสวยของคนตัวเล็ก ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปทำหน้าที่เกี่ยวกระหวัดเรียวลิ้นเล็กเอาไว้ กวาดต้อนไปทั่วโพรงปากราวนักสำรวจจนอีกฝ่ายเกี่ยวโต้ตอบ ใช้จังหวะที่ลิ้นเล็กนั้นตามติดเข้ามาในปากเขาแล้วดูดดึงเอาไว้ 

เดียวร้องเป็นครั้งที่สองเพราะเสี่ยไม่ยอมปล่อยลิ้นเขาให้ได้อยู่เฉย เกี่ยวเล่นสนุกจนเขาต้องยอมแพ้ปล่อยให้อีกฝ่ายจูบจนพอใจ มือหนาก็ลูบวนอยู่แถวสะโพกก่อนจะบีบนวดแรงๆ สองสามที กางเกงนอนเหมือนจะไม่เป็นอุปสรรคสำหรับคนมือปลาหมึกที่ตอนนี้ล้วงผ่านกางเกงชั้นในเข้าไปทักทายเนื้อเนียนของบั้นท้ายงอน 

เสี่ยกานต์คำรามในลำคอเบาๆ เมื่อตอนนี้ความต้องการของเขาคับแน่นอยู่ในกางเกงซึ่งตอนนี้ขึ้นรูปเห็นได้ชัด เขากดให้ช่วงล่างของเดียวที่คร่อมอยู่ได้รู้สึกถึงความร้อนระอุของแท่งร้อนเหมือนให้รู้ว่าควรรับผิดชอบอย่างไร 

“สะ...เสี่ยครับ มาก...มากกว่าจูบได้ไหม” ร่างเล็กกระซิบถามซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ค้าน ยกตัวคนบนตักออกเพื่อจะได้จัดการเสื้อผ้าให้หลุดจากร่างไป เดียวรีบจูงมือเสี่ยให้เข้าไปในห้องนอนของตน ไม่ลืมที่จะถอดชุดนอนตัวเองออกจนหมด เสี่ยกานต์ที่ถอดเพียงแค่เสื้อโชว์แผงอกล่ำยกยิ้มมุมปากก่อนจะล้มตัวลงนอนพิงหัวเตียงไม่คิดถอดกางเกงออก 

“ถอดให้ฉันสิ” คำสั่งสั้นๆ ส่งผ่านจากปากกระจับ เดียวปีนขึ้นเตียงไปจัดการกับเนื้อผ้าชั้นดีนั้นทันทีอย่างไม่รีรอ ตอนนี้เขาต้องการเสี่ย เขาอยากจะให้คนคนนี้ทำให้เขาลืมความว้าวุ่นในวันนี้ไปให้หมด 

“มันใหญ่” เดียวว่าหน้าร้อนผ่าวเมื่อเห็นแก่นกายนอนผงาดพาดอยู่บนตัวเจ้าของเมื่อเขาถอดผ้าชิ้นสุดท้ายออกจนหมด 

“น่าจะชินได้แล้ว” เสี่ยกานต์ว่าก่อนจะรั้งร่างน้อยให้มานอนทับบนอก ส่วนแขนยาวก็ส่งมือไปลูบไล้ผิวเนียนนุ่ม บีบเค้นคลึงเนื้อนิ่มก่อนจะไต่ลงไปลูบวนที่ช่องทางส่วนที่ต้องรับตัวตนเขา มันเต้นตุบๆ ขมิบเล็กน้อยยามเขาทักทายจากนั้นก็ลองสอดนิ้วแกร่งของตนเองเข้าไปจนอีกคนนิ่วหน้า 

“เสี่ย” เสียงเรียกเบาๆ ที่ข้างหูช่างไพเราะสำหรับเขาจริงๆ คนตัวโตขยับนิ้วตัวเองเข้าออกทางนั้นเรื่อยๆ ก่อนจะเพิ่มจำนวนนิ้ว เดียวที่เริ่มอยู่ไม่สุขดิ้นจนขึ้นมานอนก่ายบนตัวเขาเกินครึ่งตัว ขยับสะโพกตอบเล็กน้อยตอนที่เขาจี้โดนจุดเสียวกระสันภายใน ครางอืออาในลำคอเบาๆ สื่อให้รู้ว่าสิ่งที่เสี่ยกานต์ทำถูกใจเจ้าตัวเหลือเกิน 

“ในกางเกงฉันมีถุงยางอยู่ เอาออกมาใส่ให้หน่อย” เสี่ยกานต์บอกก่อนอีกคนจะคลานไปที่กางเกงซึ่งตกอยู่ข้างเตียงเพื่อหยิบสิ่งที่จำเป็นต้องใช้มาให้ โดยที่นิ้วของอีกคนยังไม่หลุดจากตัวเขาเลย 

“อ๊า...สะ...เสี่ย...อื้อ...อื้อ...” แขนเรียวที่ค้ำตัวเองไว้เพื่อคลานไปหยิบถุงยางแทบทรุดเมื่อเสี่ยกานต์ถือโอกาสเพิ่มนิ้วเป็นสามนิ้วแล้วขยับเข้าออกรัวๆ จนเขาเสียวซ่านไปทั้งร่าง มือเล็กที่ควานหาของและก็เจอกำไว้แน่น ปากสวยถูกเจ้าตัวขบกันจนเกือบช้ำเพราะแทบจะอดทนกับความรู้สึกที่ได้รับไม่ไหว 

“รีบๆ ใส่ให้ฉัน” เสี่ยเตือนเพราะไม่ใช่แค่เดียวที่รู้สึก เขาก็ต้องการอีกฝ่ายนี้ไม่แพ้กัน ภายในที่เต้นตอดนิ้วเขาตุบๆ มันเร้าอารมณ์จนเขาอยากจะให้อาวุธตัวเองเข้าไปทักทายจะแย่ 

“เสี่ย...อื้อ...อย่า... เพิ่งขยับ...มันเสียว...” เดียวคลานกลับมาบอกเสียงกระเส่า มือเล็กเอื้อมผ่านใต้หว่างขาของตนไปจับมืออีกคนที่กำลังย้ำจุดนั้นภายในของเขาไว้ให้หยุดนิ่ง ตาหวานมองเหมือนขอร้องจนคนตัวโตต้องชะลอมือไว้ตามที่อีกฝ่ายขอ 

“ใส่สิ” เสี่ยกานต์ว่า เดียวจึงต้องใช้ปากช่วยฉีกซองเครื่องป้องกันเพราะอีกมือก็จับล็อกมือเสี่ยกานต์ที่มีนิ้วคาอยู่ในช่องทางเขาไว้ด้วยเพราะกลัวอีกฝ่ายจะซนแกล้งเขาอีก 

“เร็วสิ ฉันจะไม่ไหวแล้วนะ” เขาโน้มตัวเข้าไปกระซิบเตือน ขบเม้มติ่งหูเล็กสะอาดด้วยความหมั่นเขี้ยว เม้มที่ไหล่เนียนทิ้งรอยไว้เพื่อระบายอารมณ์ไปพลางๆ ระหว่างอีกคนสวมเครื่องป้องกันให้เขา 

“ถ้าผมปล่อยมือเสี่ย เสี่ยจะต้องไม่ขยับนิ้วก่อนนะครับ ผมไม่อยากเสร็จ” เดียวว่าเพราะตอนนี้แก่นกายเขาก็แสดงความต้องการออกมาไม่แพ้กันมันแข็งตึงไปหมด เสี่ยไม่ได้พยักหน้าแค่ยกยิ้มให้เล็กน้อยเดียวจึงได้ใช้สองมือของตัวเองเสียที แต่กลับสวมถุงยางให้ลูกชายเสี่ยกานต์ได้ไม่ถึงครึ่งลำร่างหนาก็ขยับนิ้วเข้าออกก่อนจะพลิกตัวเขาให้นอนราบลงกับเตียงทันที 

“ทำอะไรช้าแบบนี้จะแกล้งทรมานฉันรึไง” 

“มะ...ไม่...ไม่ครับ...เสี่ยอย่า...อึก...อื้อ...เสี่ย...” คนใต้ร่างร้องเสียงหวานเมื่อนิ้วที่ขยับเข้าออกสอดประสานกับมือที่กำลังรูดรั้งแก่นกายเขาอยู่ เสี่ยเล่นทั้งหน้าและหลังแบบนี้เขาจึงได้แค่นอนดิ้นอย่างคนไปไหนไม่รอดเพราะตกอยู่ในวังวนแห่งความเสียวซ่าน 

ขาเรียวถูกจับพาดบนไหล่กว้างทั้งสองข้าง หมอนหนุนและหมอนข้างถูกเอามารองใต้ก้นเพื่อให้ช่องทางนั้นชูเด่นต่อหน้าเขา เสี่ยกานต์จับรูดแท่งร้อนของตนเองให้มันตื่นตัวถึงขีดสุดแล้วเอาส่วนปลายไปถูไถกับช่องทางสีสวยที่ตอนนี้ตอดตุบๆ รอคอยเขา 

เสี่ยค่อยๆ กดส่วนหัวเขาไปโดยมีเสียงร้องครางเครือของอีกฝ่ายให้ได้ยิน หน้าหวานเบ้ด้วยความเจ็บปวดยามที่แท่งร้อนของเสี่ยกานต์สอดแทรกเข้ามา แม้จะมีน้ำหล่อลื่นของถุงยางช่วยลดความฝืดอยู่บ้างก็ตาม 

“ชู่ว...อย่าเกร็ง” เสี่ยปลอบเด็กหนุ่มในอ้อมกอดเพราะตัวตนเขาเข้าไปได้เพียงแค่ส่วนหัวเท่านั้น 

“เสี่ย... เสี่ยดันเข้ามาทีเดียวเลยครับ เข้ามาเลย” เดียวกัดปากกลั้นใจบอกออกไป ซึ่งอีกฝ่ายเห็นด้วยแม้จะประหลาดใจไม่น้อยเพราะปกติเดียวจะร้องขอให้เขาหยุดก่อนมากกว่าจะให้ดันเข้าไปทีเดียวแบบนี้ 

“อ๊า!!” เมื่อเสี่ยกานต์ดันแก่นกายเข้าไปจนสุดคนใต้ร่างก็หวีดเสียงร้องออกมาทันที เขานอนหอบหายใจ ส่วนคนบนร่างได้แค่ขบกรามแน่นเพื่อระงับอารมณ์ตัวเองที่ตอนนี้แทบจะฉุดไม่อยู่ ถ้าไม่เห็นว่าเดียวตัวเล็กเหมือนลูกหนูเขาคงขย่มให้ร่างแหลกไปแล้ว แต่นี่ทำอะไรเพียงนิดก็เหมือนจะแตกหักได้ง่ายๆ 

“ทำไมไม่ให้ฉันหยุด” เขาถามสิ่งที่ตนสงสัย เดียวหลบสายตาคมก่อนจะเอื้อมมือขึ้นมากอดคนที่คร่อมทับตนไว้ทั้งตัวโดยที่ตอนนี้ขาเขาพาดโอบสะโพกสอบแล้ว 

“อยู่แบบนี้สักพักเถอะครับ” 

“เธอเป็นอะไร” เสียงเข้มถามมากึ่งดุ เขาอยากรู้ในทุกๆ เรื่องของเด็กคนนี้เพราะคนนี้คือคนของเขาแต่อีกฝ่ายกลับเงียบ 

“เดียว...ฉันถามไม่ได้ยินเหรอ หรือไม่เข้าใจในคำถาม เธอเป็นอะไร” สายตาดุๆ ส่งมาอย่างคาดคั้นในคำตอบ ไม่สบายใจนักที่คนในอ้อมกอดเป็นแบบนี้ สายตาที่เร้าอารมณ์แต่ตอนนี้กลับนิ่งสนิทมีแต่ความกังวลใจเข้ามาแทน เหมือนเดียวกำลังคิดหนักเรื่องอะไรอยู่และไม่ยอมบอกเขาซึ่งเจ้าตัวคงไม่รู้ว่าเขาดูออก 

“ผม...เสี่ยขยับเถอะครับ ตอนนี้ผมพร้อมแล้ว” 

“ไม่!! จนกว่าเธอจะบอกฉันว่าเป็นอะไร” เขายอมแช่กายไว้แบบนั้นดีกว่าทำไปแล้วไม่มีความสุข เพราะร่างกายเดียวทำให้เขามีความสุขแต่หากเจ้าตัวไม่สุขด้วยเขาก็ไม่รู้จะทำไปทำไม 

“ทำเสร็จแล้วผมจะบอกนะครับเสี่ย ขยับเถอะ ผมรู้ว่าเสี่ยทรมาน” เดียวว่าก่อนจะเอื้อมมือไปกดสะโพกสอบเข้าหาตัวเพื่อให้รู้ว่าตอนนี้เขาพร้อมที่จะทำมากกว่าที่จะพูดเรื่องที่เสี่ยถาม 

เสี่ยกานต์กัดฟันกรอดที่อีกฝ่ายไม่ยอมบอก เขาโถมทับใส่ร่างเล็กอย่างเร็วแรงจนอีกคนตัวสั่นคลอนไปตามจังหวะการกระแทกกายของร่างหนา มือที่แข็งราวคีมเหล็กจับขาเล็กไว้ดันให้แนบชิดอกบางเพื่อให้เขาได้ใช้ช่องทางสอดใส่ได้ถนัด 

“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า...เสี่ยครับ...เบาๆ ...อื้อ...อา...” เดียวดันท้องน้อยอีกฝ่ายไว้เพื่อลดแรงกระแทกแต่อีกคนกลับไม่ใส่ใจ อยากจะให้เขาทำนักก็ทำให้สุดไปเลยแล้วกัน 

“ถามไม่ตอบก็ครางไปอย่างเดียวแล้วกัน!” คนบนร่างว่าก่อนจะโน้มลงกอดร่างเล็กไว้ ขยับส่วนล่างให้เข้าใส่ไม่ยั้ง ทั้งเร็วและแรงจนภายในตอดรับขมิบไม่มีหยุด ในที่สุดความอบอุ่นที่โอบล้อมแท่งร้อนเขาไว้ก็ทำให้เขาได้มาถึงจุดสูงสุดและปลดปล่อยน้ำออกมาจนเต็มเครื่องป้องกันแต่คนใต้ร่างยังไม่ถึงฝั่งฝันเลยสักนิด เดียวเอื้อมมือไปจะจับส่วนอ่อนไหวของตนแต่เสี่ยกานต์กลับปัดมือออก 

“ฉันเสร็จแล้วงั้นก็บอกมาว่าเธอเป็นอะไร” 

“เสี่ย” เดียวร้องเรียกน้ำเสียงอ้อนวอนเพราะเขาทรมานเกินจะทน อยากจะปลดปล่อยเต็มแก่แล้ว 

“บอกฉันมาสิว่าเธอเป็นอะไร!” เสียงกึ่งตะคอกทำเดียวสะดุ้งก่อนน้ำใสจะเอ่อคลอที่ดวงตา 

“วันนี้เขานินทาเรื่องผมเป็นเด็กเสี่ย เขาบอกว่าคอนโดฯนี้เสี่ยซื้อให้เหมือนที่ซื้อรถให้ผม อึก...เขาไม่รู้หรอกว่าผมเก็บเงินเองเพื่อจะได้ซื้อคอนโดฯนี้ ฮึก...เฟอร์นิเจอร์ในนี้หลายชิ้นที่แม่ซื้อให้เป็นของขวัญ ผม...” 

“เขาคือใคร” 

“ครับ?” 

“เขาที่ว่าคือใคร” 

“คนในมหา’ ลัย” 

“เป็นเด็กฉันแล้วทำไม ใครทำให้เธอเสียใจฉันจะจัดการให้เอง ทีนี้ก็เลิกทำตาเศร้าได้แล้ว” เสี่ยกานต์ว่าตัดจบไม่คิดจะสาวความให้ยาวเพราะเขามีอีกเรื่องที่ยังค้างคาใจ และแน่นอนว่าเขาไม่ยอมปล่อยให้เดียวได้เสร็จสมใจแน่หากเขายังไม่ได้รู้ในสิ่งที่เขาต้องการรู้ 

“เสี่ยให้ผมทำของตัวเองก่อนได้ไหมครับ มันปวดจะไม่ไหวแล้วนะ” 

“ตอบคำถามฉันมาก่อน วันนี้ที่เธอบอกว่าไม่สะดวกรับสายเพราะไม่สบายใจเรื่องนี้ใช่ไหม” เขากักข้อมือเล็กไว้ด้วยมือตัวเองทั้งสองข้างโดยที่ส่วนนั้นก็ยังเชื่อต่อกันอยู่และเขาก็พร้อมรบเสมอ แต่เดียวนี่สิหน้าบิดเบี้ยวเหยเกยามเขาขยับช่วงล่างเบาๆ แม้ยังไม่ได้ถอดถุงยางออกเพื่อเปลี่ยนอันใหม่ 

“ใช่ครับ ตอนนั้นผมรู้สึกไม่ดีเลยแต่ดีที่มีคนอยู่เป็นเพื่อน” 

“นัท?” 

“ไม่ใช่นัทครับ เขาชื่อภีมคนที่...โอ๊ย!! เสี่ย...!” เดียวร้องออกมาทันทีเมื่อคนที่จ้องเขาอยู่โน้มตัวลงมากัดเข้าที่ไหล่เขาเต็มๆ จนช้ำเลือด 

“ฉันบอกเธอแล้วว่าไม่ชอบให้เธอไปยุ่งกับคนอื่น แล้วไอ้เด็กนั่นมันไปอยู่กับเธอได้ยังไง!!” 

“เสี่ยฟังก่อนครับ เราแค่บังเอิญเจอ...อ๊ะ...อ๊า!!” เป้าหมายที่เสี่ยกานต์จู่โจมต่อมาคือยอดอกสีชมพูสวย เขาขบกัดโดยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเจ็บ 

“พูดให้เข้าหูฉันเดียวไม่งั้นเธอตายคามือฉันแน่” ตาดุที่ไม่มีแววล้อเล่นจ้องมองมาจนเขารู้สึกกลัว ส่วนนั้นยังไม่ได้ปลดปล่อย ช่วงล่างที่เชื่อมติดกันก็โดนขยับเข้าออกช้าๆ ซ้ำๆ ย้ำจุดเสียวจนทรมาน 

“ผมไปดื่มมา...อ๊ะ...แล้วบังเอิญเจอภีมที่หน้าร้าน อื้อ...คู่อริภีมเขาจะทุบรถของเสี่ยผมเลยร้องห้าม คนพวกนั้นไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ได้เขาเลยช่วยพาผมหนี...อื้อ...ครับ” เด็กหนุ่มเอ่ยความจริงออกมาจนหมดเปลือกซึ่งทำให้อีกคนใจเย็นลงบ้างเพราะเห็นว่าคนตัวเล็กนี้พยายามปกป้องรถที่เขาซื้อให้ แม้มันจะทำให้เขาหงุดหงิดใจไม่น้อยที่ภีมเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย แถมยังทำให้เด็กเขาตกอยู่ในอันตรายอีก 

“ต่อไปฉันจะให้คนของฉันคอยดูแลเธอ” 

“ไม่เอาครับ ไม่เอา...ผมไม่ชอบให้ใครมาตาม” 

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง! ปล่อยให้เด็กของฉันไปกับคนอื่นงั้นเหรอ ฉันไม่ยอมหรอกเดียว ฉันไม่ยอม!” ว่าจบเขาก็ก้มลงประกบปากอีกฝ่ายขบกัดจนได้เลือดตามอารมณ์คุกรุ่นที่มีในอกตอนนี้ 

“อื้อ... ดะ...เดี๋ยวครับ...อื้อเสี่ย...ต่อไปถ้าไปไหนผมจะบอกเสี่ย ถ้าจะไปกับใครผมจะบอกเสี่ยนะครับ อย่าส่งคนมาตามผมเลย” เดียวร้องขอเสียงอ่อนเสียงหวานเมื่อเสี่ยกานต์ยอมละจูบดิบเถื่อนเปิดโอกาสให้เขาได้พูด เขายอมโทรรายงานเสี่ยดีกว่าที่จะให้ชายชุดดำเป็นโขยงเดินตามเวลาไปไหนมาไหน เขาไม่อยากเป็นเป้าสายตาของใครเพราะตอนนี้ก็มากเกินพอแล้ว 

“ก็ได้... แต่คืนนี้เธอต้องชดใช้ที่ทำให้ฉันอารมณ์เสีย” เสี่ยกานต์ว่าก่อนจะถอนแก่นกายออกแล้วเปลี่ยนใส่เครื่องป้องกันอันใหม่ เดียวที่แอบเอามือสาวช่วยตัวเองตอนที่เสี่ยเผลอและเขาเกือบจะทำสำเร็จ แต่ก็ต้องฝันสลายเมื่อเสี่ยหันกลับมาใหม่แทงอาวุธพรวดเข้ามาในตัวเขาแล้วจับล็อกข้อมือเขาเอาไว้ไม่ให้สัมผัสส่วนนั้นของตัวเองอีก 

“เสี่ย...ผมทรมาน...อึก...อื้อ...เสี่ยครับ...” 

“ยังไม่ถึงครึ่งที่ฉันเป็นเลยเดียว” 

“เสี่ยกานต์...ขอร้อง...อื้อ...อ๊ะ...ไม่ไหวแล้ว” น้ำตาซึมกันก็งานนี้เพราะความทรมานที่สะสมมา เสี่ยกานต์ไม่มีเห็นใจปล่อยอีกคนร้องครางขอความเห็นใจไปเรื่อย เขาจับร่างเล็กให้คว่ำหน้าลงสะโพกมนยกสูงแขนสองข้างไขว้หลังกันไม่ให้อีกคนช่วยตัวเองได้ 

“ซี้ด...ตอดฉันเยอะๆ ...อื้ม...” สะโพกแกร่งที่รัวตอกย้ำกายเข้าหาไม่มีหยุด อารมณ์ดิบเถื่อนภายในใจถูกระบายออกมาเป็นรสรักที่รุนแรงจนฝ่ายรับแทบทรุดไปกับที่นอน แรงเสียดสีภายในและแก่นกายที่ใหญ่สมตัวจี้ย้ำจุดเสียวกระสันจนคนตัวบางสั่นไปทั้งร่าง ในตัวแทบแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อความต้องการพุ่งสูงขีดสุดเรื่อยๆ จนกระทั่งมันปลดปล่อยออกมาแม้ไม่ได้สัมผัสเลยสักนิด 

เดียวเกร็งกระตุกสองสามครั้งจนส่วนนั้นของตนเองผงกพ่นน้ำคาวออกมาจนหมด และมันก็ขึ้นลำใหม่ทันทีเมื่อเสี่ยกานต์ควงวนอาวุธตนเองกระแทกภายในเขารัวๆ อีกครั้ง 

“หันมานี่” เสี่ยกานต์ยกคนตัวเล็กขึ้นให้หันหน้าคร่อมตักเข้าหาเขาโดยที่ไม่ให้ส่วนที่เชื่อมต่อได้หลุดห่างออกจากกัน แขนเรียวกอดรอบคอหนาไว้อัตโนมัติก่อนที่อีกคนจะเริ่มขยับสวนแท่งร้อนเข้าไปในโพรงอุ่นรัวๆ เสียงหวานร้องครางข้างหูจนเขาต้องจับหน้าหวานให้หันมารับจูบที่เร่าร้อนของเขา ครอบครองปากเล็กนั้นไว้อย่างถือสิทธิ์เป็นเจ้าของจนอีกคนต้องทุบไหล่เพื่อให้รู้ว่าเริ่มขาดอากาศหายใจ 

“อ๊า...อา...พอแล้วเสี่ยไม่เอาแล้ว...อ๊ะ!!” เดียวร้องเสียงหลงเมื่อแรงสอดใส่ช่วงล่างยังไม่หยุดจนเขาปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง แต่สะโพกแกร่งยังคงทำหน้าที่ต่อไปไม่มีหยุด เขาไม่ได้สนใจเสียงร้องเว้าวอนที่อยากให้เขาหยุดกิจกรรมนี้ ยังไงคืนนี้เด็กคนนี้ก็ไม่ได้นอน 

เสี่ยกานต์กระแทกกายรัวๆ อีกหลายครั้งก่อนจะเกร็งปล่อยหยาดหยดออกใส่ถุงยางที่สวมไว้ เขาทิ้งคนที่ร่างกายอ่อนปวกเปียกแทบไม่มีแรงให้นอนลง มองหน้าท้องขาวและหน้าท้องของเขาที่มีน้ำขาวขุ่นเปรอะอยู่ทั่วท้อง มันเป็นของคนที่นอนตาฉ่ำปรือที่กำลังมองมาที่เขา 

“เหนื่อยแล้วครับเสี่ย...พอก่อนได้ไหม...เหนื่อยแล้ว...ไม่ไหวแล้ว” เสี่ยกานต์ยกยิ้มมุมปากกับเสียงหวานที่ร้องขอนั้น ก่อนจะปลุกปั่นอารมณ์ของตนเองขึ้นมาอีกรอบโดยไม่คิดจะให้เด็กหนุ่มได้พัก เมือ่ได้ทีจึงสอดกายเข้าไปใหม่โดยไม่ใช้เครื่องป้องกันใดๆ 

“จำไว้นะเดียว คนที่เธอควรสนใจคือฉันไม่ใช่คนอื่น!” เขาพูดโดยรวมไม่ว่าจะเรื่องที่เดียวไปเจอมาวันนี้ หรือเรื่องของไอ้เด็กช่างคนนั้น!! 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป 

ขอบคุณทุกความเห็นค่ะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว