ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 15 – ถึงเวลาเปิดใจ (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 – ถึงเวลาเปิดใจ (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.6k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ธ.ค. 2561 18:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 – ถึงเวลาเปิดใจ (1/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 15 – ถึงเวลาเปิดใจ



แสงแดดของเช้าวันใหม่ปะทะเข้ากับดวงหน้าหวานของคนที่นอนหลับ เอนหลังพิงพนักเตียงนอน ส่งผลให้เปลือกตาบางค่อยๆ เปิดขึ้นมองทิศทางของแสง ก่อนจะเบนต่ำลงมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงซุกซบ โอบกอดหน้าท้องแบนราบของตัวเองดังเช่นตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา

แม้จะหลับไปด้วยท่าทางที่ลำบากแบบนี้ แต่จิณณ์ก็เต็มใจ หากมันจะช่วยปกป้องและเป็นที่พึ่งให้ใครอีกคนจากฝันร้ายได้บ้าง

ฝ่ามือเรียวข้างที่ว่างจากการถูกครอบครอง ยกขึ้นปัดปอยผมชื้นเหงื่อออกจากดวงหน้าหล่อ ก่อนจะเลื่อนไปอังหน้าผากกว้างของคนป่วยอย่างเบามือเพื่อวัดอุณหภูมิ แล้วลดลงแตะข้างสองแก้มสากที่ยังมีสีระเรื่อเพราะฤทธิ์ไข้

จิณณ์ค่อยๆ โน้มตัวลงกดริมฝีปากลงบนหน้าผากกว้างอย่างแผ่วเบาแต่เนิ่นนานแล้วผละออก มือเรียวค่อยๆ คลายออกจากการถูกกอดรัดและกอบกุมของนักรบ หมุนตัวก้าวลงจากเตียงนอน คว้าเอาอ่างแก้วหายเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะกลับออกมาพร้อมน้ำอุ่นที่เปลี่ยนใหม่อีกครั้งเป็นรอบที่สาม

จิณณ์หย่อนกายลงนั่ง วางอ่างแก้วในมือลงบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะบิดผ้าผืนเล็กหมาดๆ ซับตามขมับหนาที่ยังคงชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่ออย่างเบามือ เพราะเกรงว่าจะเป็นการรบกวนคนป่วยที่เอาแต่ร้องไห้ ละเมอเพ้อถึงพ่อของเขาอย่างหวาดกลัวเกือบตลอดทั้งคืน

เช็ดตัวให้คนป่วยเรียบร้อย จิณณ์ก็นั่งมองท่าทีของคนป่วยอยู่พักใหญ่ รู้สึกวางใจขึ้นมาเปลาะหนึ่งเมื่อเห็นลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ก่อนดวงหน้าหวานจะโน้มลงจรดปลายจมูกรั้นๆ เข้ากับแก้มสากอย่างแผ่วเบา

“เดี๋ยวผมมานะครับ”

“อืม…”

แว่วเสียงครางต่ำในลำคอ ทำเอาจิณณ์หยุดมองอีกครั้งจนแน่ใจ ก่อนจะก้าวออกจากห้องนอนมุ่งตรงไปยังห้องครัว ตาเรียวสวยสำรวจของสดมากมายในตู้เย็นอย่างใช้ความคิด จากนั้นมือเรียวก็หยิบกล่องใส่เนื้อหมูและผักบางชนิดออกมาวางตรงเคาน์เตอร์

“อ้าว! คุณหนูจิณณ์ลงมาทำอะไรแต่เช้าคะเนี่ย ป้านึกว่าจะตื่นสายเสียอีกเห็นเมื่อคืนคุณๆ เธอปาร์ตี้กันซะดึกเชียว” ป้าแก้วยกยิ้มอ่อนโยน เอ่ยถามคนที่กำลังง่วนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ทำครัวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

หญิงสูงวัยก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างๆ กับคนที่ส่งยิ้มบาง หากแต่มีแววเหนื่อยล้าปรากฏให้เห็นบนใบหน้าหวาน เมื่อวานตอนเย็นเธอเห็นคุณๆ ช่วยกันเตรียมของกินกับสถานที่เสียยกใหญ่ คิดว่าเช้านี้คงจะตื่นสายกว่าทุกวันแน่ๆ แต่ไม่นึกเลยว่าจะเจอคุณหนูจิณณ์อยู่ในครัวอย่างเช่นทุกเช้าแบบนี้

“พอดีคุณนักรบไม่ค่อยสบาย ผมเลยว่าจะทำอะไรอ่อนๆ ไปให้เขาทานเสียหน่อยน่ะครับ”

“หื้อ? คุณชายไม่สบายเหรอคะ เป็นไปได้ยังไงกัน เมื่อวานยังดีๆ อยู่เลยนี่คะ”

คำบอกกล่าวจากจิณณ์ทำเอาคิ้วเรียวที่หย่อนลงตามวัยเลิกขึ้นนิดอย่างประหลาดใจ ป้าแก้วเอ่ยพึมพำราวกับไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ว่าคุณชายที่ร่างกายกำยำแสนแข็งแรงของเธอจะป่วยไข้เหมือนกับคนอื่นเขาก็เป็นด้วย

ทว่า พอลองสังเกตใบหน้าหวานดีๆ จะเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียปรากฏให้เห็น เป็นเครื่องยืนยันชิ้นดีว่าคุณชายของป้าแก้วคงจะป่วยจริง และคงได้พยาบาลตัวน้อยคนนี้คอยดูแลตลอดทั้งคืนเป็นแน่

“งั้นมาค่ะ เดี๋ยวป้าช่วยคุณหนูทำดีกว่า” ป้าแก้วสำรวจวัถตุดิบบนเคาน์เตอร์ทำครัวคร่าวๆ ก็พอจะเดาออก ว่าเมนูที่คุณหนูจิณณ์ของเธอเลือกทำ คงหนีไม่พ้นข้าวต้มร้อนๆ ที่เป็นอาหารที่ดีสุดสำหรับคนป่วยในยามนี้เป็นแน่

จิณณ์ที่ล้ามาจากการหลับๆ ตื่นๆ ตลอดทั้งคืน เพราะเป็นห่วงคนป่วยพยักหน้ารับคำหญิงสูงวัย ก่อนจะเริ่มลงมือปรุงอาหารให้คนตัวสูงที่ป่านนี้คงจะยังนอนซม ไม่ได้สติอยู่บนเตียงเพราะฤทธิ์ไข้อย่างตั้งใจ

“แต่แปลกนะคะ ปกติคุณชายเธอแข็งแรงออกจะตาย ไม่น่าป่วยง่ายแบบนี้เลยนี่นา”

“เอ่อ…ป้าแก้วครับ”

“คะ?”

เพียงแค่ได้ยินประโยคนั้นของป้าแก้วก็ทำเอาจิณณ์เม้มปากแน่น ช้อนตามองใบหน้าที่ปรากฏรอยยิ้มเอ็นดู ชั่งใจอยู่ครู่ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยเรียกให้เจ้าของชื่อขานรับเสียงสูง เลิกคิ้วมองคนที่มีสีหน้ากังวล

“ป้าแก้ว อยู่กับคุณนักรบมานานหรือยังครับ”

“ก็ตั้งแต่คุณชายเธอยังไม่เกิดเลยค่ะ”

“เอ่อ…”

“คุณหนูอยากรู้อะไรก็ถามมาเถอะค่ะ ถ้าป้าพอจะบอกได้ ป้าจะบอกนะคะ”

“คือ…ป้าแก้วครับ ป้าแก้วพอจะรู้ไหมครับ ว่าทำไมคุณนักรบถึงได้โกรธ เกลียดครอบครัวของผมมากมายขนาดนั้น” เว้นวรรคประโยคนิด จิณณ์วางข้าวของในมือลงพร้อมกับหันไปสบตากับป้าแก้วอย่างจริงจัง

“มันไม่ใช่แค่พ่อของผม เอ่อ…โกงครอบครัวคุณนักรบ…ใช่ไหมครับ”

ถ้าเป็นทุกทีจิณณ์คงไม่กล้าที่จะถามในสิ่งที่คุณนักรบไม่ได้เป็นฝ่ายบอกด้วยตัวเองแน่ แต่เพราะน้ำเสียงละเมอเพ้อที่สั่นเครืออย่างหวาดกลัวเมื่อคืนของคนตัวสูง จิณณ์คงจะนิ่งเฉยเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

คงถึงเวลาที่เขาควรจะรู้ความจริงทั้งหมดเสียที

“งั้นเดี๋ยวป้าจะเล่าในส่วนที่ป้าพอจะทราบ ให้คุณหนูฟังก็แล้วกันนะคะ” มือเรียวที่มีรอยเหี่ยวย่นตามวัยที่ล่วงเลยวางส่วนผสมลงบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะหันกลับมาสบนัยน์ตาเรียวของคนฟังที่ฉายแววใคร่อยากจะรู้

“เมื่อก่อนคุณชายนักรบเธอเป็นเด็กร่าเริงค่ะ มีครอบครัวที่อบอุ่น สมบูรณ์แบบ อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาในบ้านหลังนี้” ป้าแก้วเอ่ยเล่าพลางกวาดตามองรอบๆ ตัวบ้านหลังใหญ่ นึกย้อนไปถึงภาพวันวานเมื่อครั้งที่เธอเคยทำงานและอาศัยอยู่มานาน

บ้านที่เต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มของคนในครอบครัวตระกูลนิธิปวงศกร…ก่อนเรื่องราวอันเลวร้ายทั้งหมดจะเริ่มขึ้น

“บ้านหลังนี้คือบ้านที่คุณท่านวีรัช พ่อของคุณนักรบสร้างมาจากน้ำพักน้ำแรงที่ได้มาจากการร่วมหุ้นลงทุน สร้างบริษัทในเครือตระกูลนิธิปวงศกรจนใหญ่โตกับเพื่อนรักตั้งแต่สมัยเรียนเพียงคนเดียวของท่าน”

“…”

“พวกท่านทั้งสองผ่านอุปสรรคต่างๆ นานามาด้วยกัน ต่างเชื่อใจซึ่งกันและกัน ว่าจะไม่มีใครคนใดคนหนึ่งหักหลังหรือทำร้ายกันอย่างแน่นอน”

“…”

“จนกระทั่งวันหนึ่ง คล้ายกับความโลภจะครอบงำจิตใจคน คุณท่านโดนโกง ถูกคนที่ไว้ใจที่สุดหักหลัง ยักยอกหุ้นและเงินทั้งหมดของบริษัทที่ร่วมกันสร้างมาไปเป็นของตัวเอง ซ้ำยังสร้างเรื่องใส่ความว่าตระกูลนิธิปวงศกรฉ้อโกงจนโดนฟ้องล้มละลาย เหตุการณ์เลวร้ายทั้งหมดมันเกิดเพียงเพราะคนคนเดียว…คนเดียวที่ทำให้คุณท่านต้องทุกข์ทรมานเหมือนตายทั้งเป็น” เว้นวรรคประโยคนิด ให้คนฟังได้ตั้งรับกับความจริงต่อจากนี้

“อึ่ก พ่อ…” ลมหายใจของจิณณ์สะดุด ร่างบางลอบกลืนน้ำลายหนืดลงคออย่างยากลำบาก

“ใช่ค่ะ คุณธนัตถ์…คนที่หักหลังและใส่ร้ายคุณท่านวีรัชกับครอบครัว”

คนที่เป็นเพื่อนรักและไว้ใจที่สุดของคุณท่านวีรัช

“หลังจากนั้นป้าก็ไม่รู้หรอกนะคะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะคุณท่านเพียงแค่จ่ายเงินเดือนให้บรรดาแม่บ้านและคนงานในบ้านทุกคนล่วงหน้า ก่อนจะบอกให้พวกเราลาออกจากบ้านหลังนี้”

“…อึ่ก”

“ความจริงแล้วป้าอยากอยู่เคียงข้างคุณท่านทั้งสองและคุณชายตัวน้อยผ่านเหตุการณ์พวกนั้นไปด้วยกันนะคะ แต่คุณวีรัชท่านไม่ยอม ท่านขอร้องป้า หากว่าป้ารักพวกท่านจริงๆ ให้ป้าออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ”

“ฮึก…”

“แล้วป้าก็มารู้ภายหลัง ว่าตอนที่ถูกคุณท่านทั้งสองขอให้ย้ายออกจากบ้านหลังนี้ไป คุณธนัตถ์สั่งคนให้มาจับตัวคุณนักรบและคุณผู้หญิงไปค่ะ เห็นว่าคุณชายตัวน้อยของป้าตอนนั้นสภาพน่าสงสารมากเลยนะคะ” น้ำเสียงของคนเล่าสั่นเครือ ยามนึกถึงเรื่องราวที่ได้ฟังมาจากคุณเลโออีกที

“ขะ…เขา เป็นอะไรเหรอครับ” น้ำเสียงสั่นเทาไม่ต่างกันของจิณณ์ถามขึ้น ให้ป้าแก้วส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงบอกปัด เพราะเธอเองก็รู้ความจริงมาเพียงเท่านี้

“แล้วหลังจากนั้นไม่นาน ป้าก็ทราบข่าวว่าคุณท่านทั้งสองเสียเพราะอุบัติเหตุ โดยที่ไม่มีใครเจอตัวหรือรู้เลยว่าคุณชายนักรบเธอเป็นอย่างไรบ้าง”

“…”

“จนผ่านไปหลายปี กลับมาอีกทีก็เป็นคุณชายนักรบที่โตเป็นหนุ่มและเย็นชาแบบที่ป้าไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ป้าดีใจนะคะที่อย่างน้อย คุณชายที่ป้าเลี้ยงมากับมือตั้งแต่แบเบาะยังมีชีวิตอยู่ คุณชายเธอกลับมาซื้อบ้านหลังนี้คืนจากคนที่ถูกขายทอดมาอีกที ซึ่งราคาก็สูงลิ่วเชียวล่ะค่ะ”

“…”

“ทั้งหมดมันก็เป็นส่วนที่ป้าพอจะทราบค่ะ”

หลังจบเรื่องราวที่เล่าผ่านคนเก่า คนแก่ที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้กับนักรบมานานอย่างป้าแก้วก็ทำเอาจิณณ์ต้องเม้มริมฝีปากแน่น เปลือกตาบางที่คลอรื้นไปด้วยหยาดน้ำสีใสค่อยๆ ปิดลง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ยามเมื่อหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบกับความจริงบางส่วนที่ได้รับรู้

“นี่เขา…ต้องเจออะไรมาบ้างครับเนี่ย” คล้ายพึมพำกับตนเอง หากแต่คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กลับได้ยินมันอย่างชัดเจนในโสตประสาท

“ป้าก็ไม่รู้หรอกค่ะ แต่คุณหนูจิณณ์คะ” เสียงเรียกที่มาพร้อมฝ่ามือเรียวเหี่ยวย่นคว้าจับมือบางทั้งสองของจิณณ์มากุมไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยกับคนคนเดียวที่เธอมั่นใจเหลือเกินว่าสามารถทำในสิ่งที่เธอจะขอร้องได้

“ช่วยทำให้คุณชายนักรบคนเดิมของป้ากลับมาได้ไหมคะ ช่วยทำให้เธอกลับมาเป็นเด็กผู้ชายตัวน้อยคนนั้น คนที่เคยอ่อนโยนเหมือนเดิมได้หรือเปล่า”

ได้โปรด ช่วยปลดล็อกหัวใจอันแสนเจ็บปวดของคุณชายนักรบของเธอที

“ผม…จะพยายามครับ”

คำตอบของคุณหนูจิณณ์พร้อมรอยยิ้มบางที่มอบมาให้ ทำเอาหยาดน้ำสีใสแห่งความตื้นตันค่อยๆ ไหลลงอาบสองแก้มของคนเก่า คนแก่อย่างมีความหวัง

บางทีพญาอินทรีย์ที่แสนกล้าแกร่ง อาจต้องการปีกของลูกนกตัวน้อย ทว่า ใจสู้เพื่อช่วยปกป้องและเยียวยาความเจ็บปวดในอดีตก็ได้

โดยที่คนทั้งสองในครัวไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ามีใครอีกคนยอมฝืนร่างกายตัวเอง ลุกออกจากเตียงนอนลงมายังชั้นล่างของบ้านอย่างรีบร้อน แค่เพียงเพราะลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าบนเตียงนอนกว้างนั้น…ไร้เงาของจิณณ์อย่างที่ควรจะเป็น กำลังยืนฟังเรื่องราวในอดีตของตนที่ถูกเล่าผ่านคนเก่า คนแก่ที่อยู่ด้วยกันมานาน

นักรบหอบหายใจเหนื่อยเพราะฤทธิ์ไข้ เอนศีรษะพิงกับผนังกว้าง ก่อนจะตัดสินใจก้าวพาตัวเองกลับขึ้นไปบนห้องนอนอีกครั้งอย่างโล่งใจ ร่างสูงทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนอนดังเดิม เปลือกตาหนาค่อยๆ ปิดลงอย่างใช้ความคิด

จริงอยู่ว่าเริ่มแรกนักรบอาจจะทำทั้งหมดลงไปเพียงเพราะความแค้น แต่เมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกัน ได้รับรู้เรื่องราวบางส่วนและตัวตนที่แท้จริงของจิณณ์ มันกลับทำให้หัวใจที่เคยตายด้านมานานของเขา…อ่อนลงได้

“บางที มันคงถึงเวลาแล้วที่กูควรจะเปิดใจกับมึงจริงๆ สักทีสินะ…จิณณ์”



---


หายใจเข้าลึกๆ เดี๋ยวเรามารู้ความจริงอีกด้านของเฮียกัน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว