ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 – รางวัลของผู้ชนะ (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 – รางวัลของผู้ชนะ (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.4k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2561 17:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 – รางวัลของผู้ชนะ (1/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 12 – รางวัลของผู้ชนะ



“ฮึก”

จิณณ์หลุดเสียงสะอื้นไห้กับแผ่นอกกว้างกำยำตรงหน้าออกมาอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป สองมือเรียวส่งแรงขยุ้มตรงชายเสื้อไปให้คนใจร้าย ที่ดูเหมือนว่าคราวนี้อีกฝ่ายจะใจร้ายและเลือดเย็นกับเขามากเกินไปแล้ว

“เงียบ”

แม้จะเป็นคำพูดที่สั้นและห้วนเสียเหลือเกินสำหรับคนฟัง แต่น้ำเสียงที่นักรบเลือกใช้กลับอ่อนโยนกว่าทุกที ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามยังคงโอบกอดเอวบางแน่น ฝ่ามือหนาพลางลูบต้นแขนเรียวไปมาเบาๆ คล้ายจะปลอบประโลมให้คนในอ้อมกอดสงบลง

“ฮึก…คุณ นะ…ฮึก นักรบ ฮึก…เกลียดผม อึ่ก…แค้นผมถึงขนาด ฮึก…ต้องเอาผมไปพนันเลยเหรอครับ”

“มานี่มา”

และเหมือนเส้นความอดทนของนักรบจะขาดสะบั้นลงทันที เพียงแค่ได้ยินเสียงหวานเจือสะอื้นกับถ้อยคำตัดพ้อที่หลั่งไหลออกมาจากกลีบปากบางของคนที่จมอกอยู่ราวกับน้อยใจ

“เดี๋ยวกูมา ไอ้ควัน เช็กรถแทนกูที”

จากที่เคยตั้งใจว่าจะข่มอารมณ์ของตัวเองที่เดือดดาลอยู่ภายในให้สงบลง แต่เพียงแค่ได้ยินน้ำเสียงตัดพ้อระคนน้อยใจ นักรบก็ถึงกับสบถเสียงห้วนต่ำในลำคอ แล้วบังคับลากเอวบางของจิณณ์ให้ก้าวตามไปยังประตูด้านหลังรถ ไม่ลืมจะหันไปสั่งควันและช่างประจำสนามแข่งรถคนอื่นๆ เสียงเรียบ ก่อนจะจับร่างบางให้นอนราบลงกับเบาะหลังพร้อมตามลงไปทาบทับทันที

“คนใจร้าย คุณ ใจร้ายที่สุด ฮึก…เลย”

“จิณณ์กูบอกให้มึงเงียบ”

“ไม่ไหวแล้ว แบบนี้ผมรับไม่ไหว อึ่ก อีกต่อไปแล้ว ฮึก…อย่าทำแบบนี้กับผมอีกเลยนะ อึ่ก…ครับ ผมยอมแล้วจริงๆ ยอมคุณทุกอย่างแล้ว ได้โปรด ฮือออ” ดวงหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนหยาดน้ำตาส่ายไปมา ก่อนนัยน์ตาเรียวจะปิดลงอย่างยอมแพ้

จิณณ์ยอมทุกอย่างแล้วจริงๆ ขอแค่คุณนักรบไม่ส่งเขาไปเป็นของพนันอย่างที่พูดก็พอ

“เงียบ แล้วมองกู” มือหนาจับปลายคางมนให้หันมาประจันหน้ากัน ก่อนจะกดเสียงทุ้มต่ำลง คล้ายบังคับขู่ให้จิณณ์ค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองสบกัน

ข้อนิ้วเรียวไล่ปาดน้ำตาออกจากสองแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ขณะที่ก้อนเนื้อภายในอกซ้ายของนักรบกำลังรัดแน่นจนรู้สึกปวดร้าวไปหมด เพียงเพราะนัยน์ตาเรียวแดงก่ำและหยาดน้ำใสที่ไหลลงอาบดวงหน้าหวาน

“มึงคิดว่าคนอย่างกูจะแพ้เหรอ มึงคิดว่ากูจะปล่อยให้ไอ้ไดมอนด์มันเอาตัวมึงไปจริงๆ เหรอวะ จิณณ์”

“ผม…ไม่รู้” แววตาที่ฉายชัดถึงความสับสน กังวลและไม่มั่นใจถูกส่งไปให้คนด้านบน จิณณ์ไม่รู้จริงๆ ตอนนี้เขาคิดอะไรไม่ออกนอกจาก…ความกลัว

กลัวคนตรงหน้าจะปล่อยให้คนอื่นเอาตัวเขาไป

“ให้ตายยังไงกูก็จะปกป้องมึง จิณณ์”

จบประโยค ริมฝีปากหนาก็ทาบทับลงบนกลีบปากบางสั่นระริกอย่างรวดเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้จิณณ์ได้ตัดพ้ออะไรอีกต่อไป ลิ้นร้อนไล่วนรอบริมฝีปากบาง ก่อนจะแทรกผ่านเข้าไปภายในโพรงปากหวาน เกี่ยวกวัดกับลิ้นเล็กอย่างเร่าร้อนและอ่อนโยนในคราวเดียวกัน มือหนาสอดเข้าใต้แผ่นหลังบาง โอบกอดรั้งคนใต้อาณัติตัวสั่นเทาเอาไว้แนบแน่น จนแทบไร้ช่องว่างให้อากาศได้ลอดผ่าน

“อื้อออ”

จิณณ์ค่อยๆ หลับตาลง ซึมซับสัมผัสอ่อนโยนที่คนด้านบนมอบให้ มือเรียวเลื่อนขึ้นหาไหล่กว้าง กอดเกี่ยวและดึงรั้งลำคอแกร่งเข้าหาตัว ส่งเสียงครางในลำคอยามที่ถูกอีกฝ่ายป้อนจูบวาบหวามให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนริมฝีปากบางบวมเจ่อ

ตอนนี้จิณณ์สับสนเหลือเกินว่าเขาละเมอเพ้อไปเองหรือเปล่าว่าคนตัวสูงกำลังอ่อนโยน คล้ายจะปลอบประโลมและเน้นย้ำให้รู้ว่าทุกคำพูดที่คุณนักรบเอื้อนเอ่ยออกมานั้นคือ…ความจริง

เสียงคนพูดคุยกันดังมาจากด้านนอกตัวรถ ไม่สามารถดึงสองร่างที่ยังคงกอดรัด แลกจูบกันภายในห้องโดยสารตรงเบาะด้านหลังของรถคันหรูให้แยกออกจากกันได้ ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งสอดเข้าใต้เสื้อตัวบาง สัมผัสกับผิวเนียนนุ่มลื่นมืออย่างแผ่วเบาจนจิณณ์สะดุ้งเฮือก

ดวงหน้าหล่อคร้ามผละออกจากริมฝีปากบางที่บวมเจ่อจากการบดจูบ ลิ้นร้อนปาดเลียหยดน้ำหวานสีใสข้างมุมปากแผ่วเบา จากนั้นก็เลื่อนต่ำลงมาที่ซอกคอขาว จมูกโด่งซุกไซ้สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ เข้าเต็มปอด ราวกับต้องการจะให้มันช่วยขจัดอารมณ์เดือดดาลในใจของเขาให้ดับลง

และเหมือนมันจะได้ผลชะงัด เพียงแค่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวจากจิณณ์ อารมณ์เดือดดาลที่เกิดจากคู่แข่งคนสำคัญก่อนหน้านี้ของนักรบถูกทำให้สงบลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ร่างสูงหยัดกายขึ้นจนใบหน้าของทั้งคู่อยู่ในระดับเดียวกัน ท่อนแขนแกร่งข้างหนึ่งเท้าลงบนเบาะข้างกลุ่มผมนุ่ม ตาคมมองดวงหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อตามแรงอารมณ์ ก่อนจมูกโด่งจะปัดผ่านแก้มเนียนนุ่มทั้งสองข้าง จากนั้นก็เลื่อนริมฝีปากขึ้นจูบซับตรงเปลือกตาบางทั้งสองข้างอย่างนุ่มนวล

“จำเอาไว้ ยังไงคนที่ชนะก็ต้องเป็นกู”


.

.

.


“พี่ยีนส์ บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ว่าทำไมจู่ๆ ถึงได้ไปเห็นดีเห็นงามกับพี่นักรบเรื่องพนันแบบนั้นน่ะ ถ้าให้เหตุผลดีๆ กับเค้าไม่ได้ละก็…น่าดู” ผิงผิงหรี่เปลือกตาลงนิด แขนเรียวทั้งสองยกขึ้นไขว้กันระดับอก ยามคาดคั้นคำอธิบายที่น่าฟังสำหรับเรื่องเห็นดีเห็นงามกับการเอาตัวจิณณ์ไปเป็นของท้าพนันแข่งรถในครั้งนี้

“ไม่มีอะไร พี่แค่รู้สึกบางอย่างน่ะ”

“รู้สึก?”

“อื้อฮึ”

“รู้สึกอะไรพี่ยีนส์”

“รู้สึกว่าไอ้นักรบเนี่ยมันชักจะปากแข็งเข้าไปทุกที ทั้งที่สายตาและการแสดงออกตรงกันข้ามกับสิ่งที่มันพูด เราไม่เห็นเหมือนพี่เหรอ หื้ม” โครงหน้าคร้ามหันกลับไปมองดวงหน้าหวานของผิงผิง หน่วยตาคู่คมฉายชัดถึงความอบอุ่น ไร้ซึ่งแววเจ้าเล่ห์อย่างที่เจ้าตัวชอบทำเป็นประจำ ฝ่ามือหนาวางลงบนกลุ่มผมนุ่มของคนที่เชิดหน้าขึ้นนิดอย่างงอนๆ

“ไม่รู้! ตอนนั้นเค้ากำลังหงุดหงิดไอ้หมอนั่นอยู่อ่ะ กล้าดียังไงถึงได้มาใช้สายตาน่าเกลียดแบบนั้นกับจิณณ์ของเค้า”

คิดถึงสายตาโลมเลียอันน่ารังเกียจและขยะแขยงของไดมอนด์ ที่มองร่างกายจิณณ์อย่างจาบจ้วง ผิงผิงก็แทบจะวิ่งไปคว้ากระบอกปืนหน้าคอนโทรลรถของเลโอ ออกมาจ่อยิงเข้าที่เบ้าตาน่าเกลียดทั้งสองข้างนั่นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

“ไงพวกมึง เช็กสภาพรถให้เฮียรบของพวกมึงเสร็จแล้วเหรอ” ยีนส์ส่ายหน้าไปมาอย่างเอ็นดูกับอาการไม่พอใจของผิงผิง ก่อนจะหันไปถามเลโอและควันที่เดินกลับมาพร้อมกัน

“เสร็จแล้วเฮีย” เลโอเอ่ยตอบ ท่อนแขนแกร่งพลางคว้าเอวบางของผิงผิงที่ส่งสายตาเย็นยะเยือกไปยังกลุ่มของไดมอนด์เข้ามากอดเอาไว้หลวมๆ

“แล้วเป็นไง”

“ก็ยังปกติดีอยู่นะเฮีย ผมเช็กรถครั้งล่าสุดก็สามสี่วันที่แล้ว หลังเฮียรบไปลาก…เอ่อ ไปพาพี่จิณณ์มาจากร้านกาแฟนั่นแหละ”

“อือฮึ้ แล้ว?”

“นอกจากคราวที่อารมณ์เสียแล้วกระชากรถออกจากบ้าน เฮียรบก็แทบไม่ได้แตะรถอีกสภาพเลยยังโอเคอยู่ ไม่ต้องทำ’ไรมากหรอก” ควันตอบรับคำ แบบที่ยีนส์ก็พยักหน้ารับ ยามกวาดสายตาคมมองข้ามไหล่กว้างของควันไปยังรถคันหรู ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น เมื่อไร้ซึ่งวี่แววของเจ้าของรถอย่างที่ควรจะเป็น

“แล้วนี่เฮียมึงไปไหน”

“อยู่เบาะหลังกับพี่จิณณ์” ยีนส์ครางอือในลำคอ พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

ท่าทางคงจะกำลังเคลียร์กับคุณจิณณ์อยู่สินะ

“พี่ยีนส์ พี่ว่าพี่นักรบจะปล่อยให้หมอนั่นชนะการแข่ง แล้วได้ตัวจิณณ์ไปไหม” ผิงผิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลไม่น้อย นัยน์ตาใสคล้ายลูกกวางตัวน้อยกำลังฉายแววไม่มั่นใจ

“ไม่”

“ทำไมพี่ถึงได้มั่นใจแบบนั้น”

และคำตอบของยีนส์ที่ตอบกลับมาแทบจะทันที โดยไม่มีความลังเลใจใดๆ นั้นก็ทำเอาผิงผิงต้องขมวดคิ้วเข้าเป็นปมแน่น มองความมั่นใจที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าหล่อคร้ามและแววตาของพี่ชายผิวเข้มอย่างไม่เข้าใจนัก

“ไอ้นักรบมันตีนผีมาก ข้อนี้เราทุกคนรู้กันดี พี่แข่งกับมันมากี่ครั้งต่อกี่ครั้งแต่ก็ไม่เคยชนะมันได้เลยสักครั้ง นั่นย่อมเป็นข้อพิสูจน์ได้ดีถึงฝีมือของมัน ฉะนั้นฝีมือเด็กฝึกหัดอย่างไอ้ไดมอนด์น่ะไม่มีทางชนะมันได้หรอก”

“…”

“และตั้งแต่รู้จักมันมา มีเพียงคนเดียวที่ชนะมันได้…ซึ่งเราเองก็รู้จักดีนี่น้องผิง”

“แต่ยังไงเค้าก็ไม่ไว้ใจอยู่ดี พี่นักรบแค้นตระกูลฐานนันท์ญามาก มากจนอยากทำลายให้ย่อยยับต่อหน้าต่อตา แล้วมันจะมีเหตุผลอะไรที่จะทำให้พี่นักรบไม่แกล้งแข่งแพ้แล้วปล่อยจิณณ์ไปกับหมอนั่น”

จริงอยู่ว่าเรื่องความเร็ว พี่นักรบเป็นคนที่ฝีมือดีมากและไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใคร หากแต่กรณีนี้ดูจะต่างออกไป เพราะสิ่งที่เอามาเป็นของเดิมพันในการพนันมันคือ…จิณณ์ จิรนนท์เชียวนะ แล้วแบบนี้จะให้ผิงผิงมั่นใจได้ยังไงกัน

“มันไม่มีทางปล่อยคุณจิณณ์ให้ตกเป็นของใคร นอกจากตัวมันเองหรอก…เชื่อพี่สิ” แม้จะได้ยินคำยืนยันอันแสนหนักแน่นจากเพื่อนรักเพียงคนเดียวของพี่นักรบอย่างพี่ยีนส์ แต่ก็ไม่สามารถทลายความกังวลใจของผิงผิงไปได้

“ไปกันเถอะ ไอ้นักรบมันคงจะเคลียร์เสร็จแล้ว”

ยีนส์ว่าพลางโยกศีรษะทุยของคนที่ยืนมุ่ยหน้าไปมาเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู ก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ช่วงขายาวก็หมุนตัวก้าวเดินกลับไปหาเพื่อนตัวสูงที่เพิ่งลงจากรถเพียงลำพัง จนอดไม่ได้ต้องเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ไงมึง พร้อมไหมวะ”

ไร้ซึ่งคำตอบจากอีกฝ่าย นักรบทำเพียงแค่พยักหน้ารับ มือหนาเอื้อมเปิดประตู แล้วสอดตัวลงนั่งประจำที่ในตำแหน่งคนขับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วเลื่อนเปิดบานกระจกลงนิด ให้เห็นร่างบางของจิณณ์ที่นั่งก้มหน้านิ่ง รออยู่ฝั่งที่นั่งข้างคนขับ

บรื๊นนนนน

เป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถสปอร์ตของไดมอนด์ขับเข้ามาจอดเทียบเคียงกันตรงจุดปล่อยรถ ก่อนประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับจะถูกเปิดออก พร้อมหญิงสาวร่างเพรียวบางสุดเซ็กซี่ในชุดรัดรูปที่ก้าวลงจากรถ ขาเรียวยาวบนรองเท้าส้นสูงมุ่งตรงไปยังรถคันหรูของนักรบทันที

ใบหน้าเรียวสวยที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางมากมาย โน้มลงผ่านกระจกฝั่งคนขับเข้าไปกระซิบข้างหูของนักรบแผ่วเบา นิ้วเรียวยกขึ้นลากไล้ไปตามโครงหน้าหล่อคร้าม แล้วเลื่อนต่ำลงมายังแผ่นอกกว้างกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้าม

“อย่าแพ้นะคะนักรบ จีน่ารอให้รางวัลพิเศษกับคนชนะอย่างคุณอยู่” ว่าจบ สาวเจ้าก็กดริมฝีปากแดงสีสดลงบนแก้มสากเบาๆ ไม่สนสายตาเยือกเย็นของนักรบที่ถูกส่งมาให้ ก่อนจะผละออก มือเรียวสะบัดปอยผมที่ร่วงลงมาปรกหน้า พร้อมขยิบตาส่งไปให้ร่างสูงผิวเข้มข้างๆ อย่างยีนส์อีกหนึ่งที แล้วหมุนตัวกลับเข้าไปนั่งในรถดังเดิม

“เป็นงานฉิบหาย” มองตามร่างเพรียวของหญิงสาวแล้ว ยีนส์ก็อดไม่ได้จะเหยียดยิ้มมุมปากกับท่าทางที่ดูช่ำชองชำนาญการของสาวเจ้า

“มึงจัดการตัวเองได้นะ เดี๋ยวกูไปดูมันก่อน บอกตรงๆ ว่าโคตรไม่ไว้ใจ” เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบพลางยื่นส่งกุญแจมือให้เพื่อนตัวสูง ให้นักรบครางอือตอบรับในลำคอ ก่อนจะผละตัวออก มุ่งตรงไปยังรถคู่แข่งข้างๆ อีกคัน

กริ๊ก

“เชื่อใจกูไหม”

คว้ามือเรียวของคนที่เอาแต่ก้มหน้านิ่งเหมือนจะหยุดร้องไห้ไปแล้ว หากแต่ยังคงมีริ้วสะอื้นขึ้นมาจับแน่น พร้อมเอ่ยถามเสียงเรียบ ก่อนจะล็อกกุญแจมือลงบนข้อมือขวาของตัวเองติดกับข้อมือซ้ายของอีกคน

คำถามที่ทำให้จิณณ์ต้องเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง นานเกือบนาทีเต็มที่ร่างบางนิ่งเงียบ จากนั้นก็เลือกที่จะสอดประสานนิ้วเรียวของตัวเองเข้ากับนิ้วแกร่งของนักรบข้างที่ถูกล็อกติดกัน ลงแรงบีบที่ฝ่ามือเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ช้อนนัยน์ตาเรียวที่แดงก่ำขึ้นมองสบกับอีกฝ่ายแทนคำตอบ

นัยน์ตาเรียวที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจของคนตรงหน้า ทำเอาก้อนเนื้อในอกซ้ายของนักรบเต้นแรง จนน่ากลัวว่ามันจะกระเด็นหลุดออกมาข้างนอก

และเหมือนร่างกายจะอยู่เหนือการควบคุมของสมอง เมื่อท่อนแขนแกร่งข้างที่ว่างตวัดคว้าเอวบางของจิณณ์เข้ามากดจูบลงบนริมฝีปากบางอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการล่วงล้ำใดๆ จากนั้นก็ผละกายถอยห่างพร้อมคลายมือที่ประสานอยู่ออกจากกัน หันกลับไปสนใจเกมการแข่งขันข้างหน้าแทน ปล่อยให้จิณณ์เม้มปากแน่น ก้มหน้ามองมือตัวเองที่ถูกล็อกติดกับของอีกฝ่าย

บรื๊นนนนนนนนน

รถสปอร์ตสองคันที่ถูกปล่อยตัวออกจากจุดสตาร์ท กำลังเร่งเครื่องตีคู่กันไปมาอย่างสูสีบนสนามแข่งรถขนาดกว้างอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงล้อรถบดเบียดเสียดกับพื้นสนามและความเร็วที่หวีดหวิวตัดกับสายลมของยามค่ำคืน ผสมปนไปกับเสียงเฮลั่นจากคนดูรอบสนามแข่ง

นักรบชำเลืองมองร่างบางข้างกายนิดอย่างนึกเป็นห่วง เมื่อเข้ารอบที่สองบนเส้นทางตรงของสนามแข่ง รถของเขาทิ้งห่างจากคู่แข่งพอสมควร ก่อนจะเห็นกายบางที่สั่นระริกกำลังหลับตาแน่น ศีรษะทุยได้รูปเอนเอียงมาทางเขาราวกับต้องการที่พึ่ง ทว่า เจ้าตัวกลับไม่กล้าซบลงมา

ข้อมือหนาข้างที่ล็อกติดกันถูกยกขึ้น ดึงศีรษะได้รูปของจิณณ์ให้เอนซบลงบนไหล่หนาของตัวเอง ก่อนจะพลิกจับหลังมือเรียวเลื่อนวางลงบังคับเกียร์ แล้วหมุนไปตามการบังคับของพวงมาลัย

ตึง!

ขณะที่รถสปอร์ตคันหรูทั้งสองกำลังตีโค้งเพื่อผ่านเข้ารอบสุดท้ายของการแข่ง นักรบจัดการคว้ามือของจิณณ์ขึ้นมาบังคับพวงมาลัย เมื่อถูกไดมอนด์กระแทกเบียดจากด้านข้างให้รถเสียหลัก วิ่งออกเลนนอกเล็กน้อย จนเกือบจะชนเข้ากับแผงกั้นของขอบสนาม

ปัง!

เอี๊ยด!

เสี้ยววินาทีหลังจากนักรบพยายามทรงตัวรถให้ขับตรงได้ดังเดิม เสียงดังสนั่นคล้ายเสียงปืนก็แทรกขึ้นพร้อมมากับรถของนักรบที่เสียหลัก เซไปมาจนต้องสบถห้วนในลำคออย่างหงุดหงิด

เหมือนโชคยังดีที่นักรบสามารถตั้งสติได้ พยายามทรงตัวรถเอาไว้พร้อมเหยียบคันเร่งจนแทบมิด เพื่อตามรถของไดมอนด์ที่แซงนำขึ้นไปให้ทัน

“คะ…คุณนักรบ”

หลังจากได้เสียงคล้ายเสียงปืนดังขึ้น พร้อมกับเสียงสบถห้วนต่ำในลำคอของร่างสูงผู้เป็นเจ้าของไหล่หนาที่กำลังซบอยู่ เรียกให้จิณณ์ตัดสินใจลืมตามองภาพบรรยากาศที่เกิดขึ้นอย่างหวาดหวั่น นัยน์ตาเรียวเลื่อนมองเสี้ยวหน้าหล่อคร้ามที่ดูดุดันและน่ากลัว

“ละ…เลือด คุณ…นักรบ คุณมีแผลเหรอครับ”

ความหวาดกลัวหายไป ความเป็นกังวลเข้ามาแทนที่ ยามนัยน์ตาเรียวของจิณณ์มองเห็นหยดน้ำหนืดสีแดงข้นที่กำลังไหลลงจากปลายคางเรียวอีกด้าน

ปึง!

ตึง!

นักรบเลือกที่จะไม่ตอบคำถามนั้น ช่วงเวลาก่อนที่รถของไดมอนด์จะถึงเส้นชัย ร่างสูงก็ตบเท้าเหยียบคันเร่งจนมิดไมล์ จัดการกระแทกเสยเบียดท้ายรถของคันหน้าเต็มแรง จนเกิดเสียงดังลั่นไปทั่วทั้งสนาม รถสปอร์ตหรูของไดมอนด์หมุนเคว้งเสียหลัก ฟาดชนเข้ากับขอบที่กั้นสนามอย่างจัง

ก่อนความเร็วของรถจะวิ่งพุ่งทะยานสวนกับแรงลม เมื่อเจ้าของสนามควบคุมและจัดการดริฟท์รถเข้าเส้นชัยด้วยฝีมือที่เหนือชั้น รถสปอร์ตคันหรูหมุนวนจนเกิดควันสีขาวหนาตลบอบอวลไปทั่วทั้งคัน รอบข้างภายในสนามแข่งชะงักเงียบ ผู้ชมทุกคนต่างนิ่งอึ้งและทึ่งกับผลการแข่งขันตรงหน้าก่อนที่เสียงเฮจะดังสนั่น

“ละ…เลือด คะ…คุณเป็นยังไงบ้าง”

ไม่สนเสียงใสที่ยังคงร้องถามอย่างเป็นห่วง นักรบหมุนมือข้างที่ถูกล็อกไปด้านหลัง โอบกอดเอวบาง ก่อนจะอุ้มยกจิณณ์ให้ข้ามฝั่งมานั่งลงบนตักแกร่งของตัวเอง ตาคมมองลึกเข้าไปในดวงตาเรียวที่สั่นไหวและเป็นกังวล แล้วเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มมุมปากที่มั่นคง

“บอกแล้ว ว่ายังไงกูก็ชนะ”

ริมฝีปากร้อนบดจูบลงบนกลีบปากบางที่ซีดเซียวตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ลิ้นร้อนกวาดต้อนไปทั่วทั้งกลีบปากบาง ก่อนจะแทรกผ่านเข้าไปในโพรงปากหวาน ปลายลิ้นเกาะเกี่ยวจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน กวาดต้อนเก็บเกี่ยวทุกหยาดหยดน้ำหวาน แลกเปลี่ยนสัมผัสร้อนแรงจนเสียงริมฝีปากดังก้องไปทั่วทั้งห้องโดยสารของรถคันหรู

นักรบไม่คิดสนหยดเลือดมากมายที่กำลังไหลจากขมับซ้าย ไหนจะเสียงร้องเรียกหรือเสียงเคาะประตูรถอย่างร้อนใจของผิงผิง รวมไปถึงลูกน้องคนอื่นๆ จากด้านนอกตัวรถ เจ้าของชัยชนะในครั้งนี้ค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง

“กูไม่มีวันปล่อยมึงไปหรอก…จิณณ์”



---


เอ่า เฮียรบเป็นพระเอกอ่อเนี่ย นึกว่าเฮียยีนส์ซะอีก 55555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว