ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 – เท่าที่มี (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 – เท่าที่มี (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.7k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2561 11:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 – เท่าที่มี (2/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 9 – เท่าที่มี




“แค่กๆ คะ…แค่ก ชะ…ช่วย”

เสียงของเลโอและผิงผิงดังขึ้นพร้อมกัน ทันทีที่จิณณ์เสียหลัก ร่วงลงไปในสระว่ายน้ำด้วยความตกใจ ร่างบางตะเกียกตะกายขึ้นเหนือน้ำ พยายามร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่ยืนมองเขานิ่งอยู่ข้างสระว่ายน้ำด้วยน้ำเสียงที่ขาดห้วง เพราะน้ำในสระที่ไหลเข้ามาทั้งทางปากและจมูกจนยากที่จะเปล่งออกมาเป็นคำ

“คะ…คุณ พะ…พ่อ คะ…คุณ มะ…แม่ ชะ…ช่วย นะ…น้อง จะ จิณณ์ ด้วย”

และก่อนที่จิณณ์จะจมดิ่งลงสู่ก้นสระ ร่างสูงของคนที่ยืนมองด้วยสายตาเรียบนิ่งก็กระโจนตัวลงไปในสระอย่างรวดเร็ว นักรบคว้าเอาร่างที่หมดสติขึ้นมาวางบนขอบสระ จัดการก้มลงผายปอดให้แก่คนที่นอนนิ่งอยู่หลายครั้งจนร่างบางสำลักออกมา

“แค่ก แค่ก”

“เป็นบ้าอะไรของมึง!” ทันทีที่เปลือกตาบางเปิดขึ้น มือหนาก็คว้าต้นคอของอีกคนให้แหงนขึ้นสบตา ก่อนจะตะคอกถามเสียงดังลั่นอย่างรู้สึกหงุดหงิด

“ก็ แค่ก…ผะ ผม” จิณณ์เอ่ยบอกอีกฝ่ายพลางสำลักไอไปด้วย จนคนที่มองอยู่ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นไปกว่าเดิม

“ถ้ากูไม่ลงไปมึงจะทำยังไง อยากตายหรือไงวะห้ะ!”

“ตายไป ก็ดีแล้วนี่ครับ”

“จิณณ์!"

“คุณเองก็อยากให้ผมตายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ จะลงไปช่วยผมทำไมล่ะ!” เสียงสั่นที่ตวาดกลับทำเอานักรบเบิกตากว้าง มองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

“มึงไม่สิทธิ์ตายจนกว่า-“

“จนกว่าพ่อผมจะมาชดใช้กรรมให้คุณ”

“…”

“ผมรู้ครับ ผมรู้ ผมรู้ว่าคุณอยากให้พ่อผมเจ็บปวดกับสิ่งที่เคยทำเอาไว้กับคุณ แต่เรื่องนั้น มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ฮึก”

หยดน้ำสีใสกลิ้งผ่านผิวแก้มขาวซีด ไหลลงจนถึงปลายคางมนอย่างห้ามไม่อยู่อีกต่อไป เมื่อเส้นฟางของความอดทนเส้นสุดท้ายขาดผึง ตาเรียวที่แดงก่ำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมตรงหน้า ก่อนจะพรั่งพรูทุกสิ่งที่อดกลั้นเอาไว้ออกมา

“คุณบอกว่าพ่อผมโกงครอบครัวคุณ ฮึก…เอาบ้านหลังนี้ เอาทุกอย่างไปจากคุณและครอบครัว…ผมเองก็ไม่ต่างไปจากคุณหรอกครับ ฮึก…ครอบครัวล้มละลาย เป็นหนี้มหาศาลจนต้องย้ายหนีไปเมืองนอก พ่อกับแม่ก็ตาย แถมยังต้องเปลี่ยนชื่อนามสกุลตัวเองใหม่หมดเพื่อความปลอดภัย ฮึก”

หลิวหยางหมิง

ชื่อที่จิณณ์อยู่กับมันมานานหลายปีโดยไม่รู้สาเหตุเลยด้วยซ้ำว่าทำไมเขาถึงต้องเปลี่ยน แต่เพราะเป็นชื่อที่แม่คอยกำชับทุกครั้งเมื่อพวกเราต้องย้ายหนีไปประเทศต่างๆ ว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับพวกท่านทั้งสองให้เขาเปลี่ยนไปใช้ชื่อนั้นทันทีอย่าได้รีรอ

หลังจากที่พ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิตไม่ได้นาน จิณณ์ก็ใช้ชีวิตต่างถิ่นอย่างยากลำบาก โชคดีหน่อยที่ได้งาน ได้ที่พักดี ถึงแม้ว่าจะไม่ได้หรูหราและสะดวกสบายเหมือนบ้านหลังนี้ก็ตาม

ก่อนจะตัดสินใจย้ายกลับมาประเทศบ้านเกิดแล้วเปลี่ยนมาใช้ชื่อจิรนนท์ ฐานนันท์ญาดังเดิม…ชื่อที่เป็นชื่อของเขาอย่างแท้จริง

ความจริงที่หลั่งไหลออกมาจากกลีบปากของคนที่สะอื้นจนตัวโยนในอ้อมแขน ทำเอานักรบถึงกับนิ่งเงียบอย่างไม่อยากยอมรับกับสิ่งที่ได้ยิน ความจริงที่ว่าข้อมูลทั้งหมดของตระกูลฐานนันท์ญาที่เขาเพียรพยายามตามหามันมานานแสนนาน ถูกยืนยันแล้วว่าเป็นความจริงด้วยร่างบางตรงหน้า

“คุณอยากให้พ่อผมชดใช้กรรม ฮึก”

“…”

“ตอนนี้ผมก็อยู่กับคุณแล้วไงครับ อยู่ให้คุณแก้แค้น ฮึก…แก้แค้นในสิ่งที่ผมเอง ก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันเกิดจากอะไร ฮึก…แค่นี้ยังไม่พอใจ ฮึก…อีกเหรอครับ”

“…”

“คุณยังต้องการอะไรอีกครับ ฮึก ได้โปรดบอกผมที ฮือออ”

“…”

“ผมไม่เหลืออะไรให้คุณเอาไปย่ำยี ทำลายอีกแล้วคุณนักรบ ฮึก…เอาชีวิตผมไปเลยไหมครับ ฮึก…ทั้งชีวิต ฮึก…ผมเหลือแค่นี้แล้ว ฮึก…แค่นี้จริงๆ ฮือออ” ถ้าหากว่าเขาหายไปซะ จะสามารถยุติความแค้นทั้งหมดของคุณนักรบได้ใช่ไหม

หากเป็นเช่นนั้นเขาก็ยินดีที่จะยกมันให้อีกฝ่าย

“อย่าพูดคำนั้นออกมาอีก มึงไม่มีสิทธิ์ตายหรือหายไปไหนทั้งนั้น ถ้ากูไม่อนุญาต” มือหนาบีบคางมนแน่น มองจ้องเข้าไปในตาเรียวที่แดงก่ำด้วยแววจริงจัง

นักรบโน้มลงประกบจูบบนริมฝีปากบางที่สั่นเทาอย่างรวดเร็ว ลิ้นร้อนแทรกผ่านเข้าไปภายในโพรงปากหวานที่เปิดออกโดยไร้ซึ่งการขัดขืน ไล่ต้อนเรียวลิ้นเล็กที่จูบตอบอย่างนุ่มนวล ทว่า แฝงไปด้วยความร้อนแรงแล้วผละออก

“จำไว้”

นักรบลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะหมุนตัวออกไปจากบริเวณสระว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจคนที่ยังคงก้มหน้าร้องไห้อยู่กับพื้นข้างขอบสระแม้แต่น้อย

“คุณชาย…”

“จัดการด้วยนะครับป้า” เอ่ยสั่งกับหญิงสูงวัยที่เดินสวนกันเสียงเรียบ ก่อนจะรีบก้าวยาวๆ เข้าไปในตัวบ้านอย่างรวดเร็ว

“จิณณ์ ฮึก…ตัว”

ผิงผิงมองภาพคนตรงหน้าด้วยหัวใจที่ปวดร้าวไปหมด ภายใต้ความอ่อนโยนและอ่อนไหวที่แสดงออกมา ใครเลยจะรู้ว่าจิรนนท์คนนี้กลับแบกรับความทุกข์ ความเจ็บปวดเอาไว้มากมายเพียงลำพัง

“คุณหนูจิณณ์” ฝ่ามือที่เหี่ยวย่นตามวัยแตะลงบนไหล่บางที่สั่นไหวอยู่กับพื้นแผ่วเบา ให้เจ้าของชื่อได้แหงนหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงที่อ่อนโยนด้วยน้ำตาคลอรื้น

“ป้าแก้วครับ ฮึก ฮือออ”

คนไร้ที่พึ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของหญิงสูงวัยอย่างรวดเร็ว ความอบอุ่นถูกส่งมาให้ผ่านฝ่ามือเรียวที่กำลังลูบแผ่นหลังบาง และกลุ่มผมนุ่มเปียกลู่เข้ากับกรอบหน้าสวยคล้ายลูกหมาตัวน้อยเบาๆ ทำเอาคนที่ได้รับความอบอุ่นนั้นอย่างจิณณ์ปล่อยโฮออกมาโดยไม่คิดจะอดทนอีกต่อไป

ความอ่อนโยนและอบอุ่นเหมือนกับแม่ของเขาที่จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับคืนมา

“โธ่, คุณหนูจิณณ์ของป้า”

เรื่องราวทั้งหมดที่เธอได้ยินเมื่อครู่ ทำเอาหัวใจหญิงสูงวัยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานถึงกับบีบรัดอย่างทรมาน ป้าแก้วเองก็รู้สึกสงสารคุณหนูทั้งสองจับใจที่ต้องมารับรู้และชดใช้ความผิดในเรื่องราวมากมายที่ตนไม่ได้เป็นคนก่อ


.

.

.


สายน้ำที่ไหลผ่านร่างกายกำยำจนเสื้อผ้าเปียกลู่ไปกับตัว ไม่สามารถดับความร้อนภายในให้แก่นักรบได้เลยแม้แต่น้อย ภาพใบหน้าหวานเปื้อนหยาดน้ำตาที่แดงก่ำ ร่างกายบอบบางที่ตัวสั่นเทาในอ้อมแขนแกร่ง และเสียงหวานสั่นเครือยามพรั่งพรูความจริงมากมายที่เขาสงสัยมาตลอด

“แม่งเอ๊ย!”

ปึกๆๆๆ

ร่างสูงสบถออกมาอย่างหัวเสียพร้อมกำหมัดแน่น ชกผนังห้องน้ำเต็มแรงราวกับต้องการระบายความอัดอั้นและความสับสนที่เกิดขึ้นภายในใจทั้งหมด เลือดสีสดค่อยๆ ไหลลงตามสายน้ำ ความเจ็บที่เกิดขึ้นจากแผลตรงหลังมือที่โดนน้ำจนแสบ เทียบไม่ได้กับความสับสนที่กำลังตีรวนกันในอกแกร่ง

หน้าผากกว้างซบลงกับผนังห้องน้ำ กายแกร่งค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เปลือกตาสีเข้มที่หลับลงสั่นระรัว ยามเมื่อหยาดหยดน้ำตาสีใสกำลังไหลซึมออกจากหน่วยตาคู่คมเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี

เข้าใจแล้ว

นักรบเข้าใจแววตาแสนจะโดดเดี่ยวและอ้างว้างของจิณณ์ที่สะท้อนกลับมาทุกครั้งเมื่อมองสบกันแล้ว

เพราะไม่เหลือใคร

เพราะโดดเดี่ยวอยู่บนโลกใบนี้เพียงลำพัง

นานเกือบชั่วโมงกว่านักรบจะพาตัวเองออกจากห้องน้ำทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้าเปียกลู่อยู่อย่างนั้น ช่วงขายาวที่กำลังก้าวออกจากห้องน้ำชะงักค้าง มองร่างบางตัวสั่นเทาที่นั่งอยู่ตรงโซฟาปลายเตียงนอนด้วยแววตาสับสน

“มึงมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้”

ท่ามกลางความเงียบ นักรบเอ่ยถามขึ้นเสียงเข้ม มองคนที่คิดว่าควรจะอยู่กับป้าแก้วกำลังช้อนตาขึ้นมองเขากลับอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“ก็ผมรอคุณอาบน้ำเสร็จ”

“รอกูทำไม”

“คุณนักรบ! เป็นอะไรน่ะครับ ทำไมเลือดออกเยอะแบบนั้น” เสียงหวานร้องออกมาอย่างตกใจ นัยน์ตาเรียวที่หวังจะหลุบลงมองพื้นอีกครั้งเป็นต้องเบิกกว้างขึ้น เมื่อเห็นหยดเลือดมากมายไหลลงจากฝ่ามือหนาข้างขวาของอีกฝ่าย

จิณณ์ผุดลุกขึ้นจากโซฟา ก่อนจะค่อยๆ พยายามพยุงร่างของตัวเองไปคว้าดึงมือหนาให้เดินตามมานั่งลงบนโซฟาตัวเดิม โดยไม่ลืมที่จะหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กและกล่องปฐมพยาบาลขนาดเล็กที่วางอยู่หน้าห้องน้ำติดมือมาด้วย

“กูคิดว่ามึงจะไปนอนกับป้าแก้วซะอีก” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้น นัยน์ตาคู่คมมองจ้องดวงหน้าหวานแดงระเรื่อที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำแผลให้เขา

“ผม ไม่กล้าหรอกครับ”

“ทำไม”

“ผมกลัวคุณไม่พอใจ”

“อวดเก่งกับกูอยู่เมื่อกี้ไม่ใช่หรือไง เนี่ยน่ะเหรอคนที่กลัวกู” นักรบกระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆ กับคำตอบที่ได้รับจากคนตรงหน้า เป็นรอยยิ้มแบบที่จิณณ์ไม่เคยเห็นมาก่อน

“เอ่อ…เมื่อกี้ผม” จิณณ์เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เมื่อมโนสำนึกกลับมา เขาก็เพิ่งจะนึกได้ ว่าไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งจะกล้าต่อปากต่อคำกับคุณนักรบไปเสียแล้ว…แบบนี้จะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้

พรึ่บ

ท่อนแขนแกร่งตวัดเอวบางของคนหน้าแดงเข้ามากอดแน่น จับพลิกแผ่นหลังบางเปียกน้ำจากในสระว่ายน้ำให้นอนราบลงกับโซฟา ดวงตาแดงก่ำที่เพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักกะพริบถี่ สองมือเรียวยกขึ้นวางบนแผงอกกว้างกำยำของคนที่มีใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ

“คุณ นักรบ…จะทำอะไรครับ”

“คิดว่าทำอะไรล่ะ” ว่าจบก็โน้มดวงหน้าหล่อเข้าไปใกล้ จนจิณณ์ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะปิดเปลือกตาลงราวกับรู้ชะตากรรมของตัวเอง

เล่นไปตะคอกใส่คุณนักรบแบบนั้นก็คงไม่พ้นโดนลงโทษอีกแน่ๆ

“หลับตาทำไม กลัวเหรอ”

“ผมแค่ ฮึก…”

ไม่ทันจะได้เอ่ยตอบ จิณณ์ก็ถูกคนด้านบนฉกชิงลมหายใจไปอย่างอุกอาจ ริมฝีปากหนาเย็นชื้นของนักรบบดจูบกับริมฝีปากซีดเซียวของจิณณ์อย่างรวดเร็ว ทั้งบดจูบ ดูดดึงจนคนใต้ร่างครางฮื่อในลำคอ ให้คนที่อยู่ในอารมณ์โกรธค่อยๆ เย็นลง เมื่อได้ลิ้มรสหวานที่แสนจะคุ้นเคย

ดวงหน้าหวานเอียงปรับองศาตามการชักนำของคนเป็นงาน แขนเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นโอบกอดรอบลำคอแกร่งของคนด้านบนเอาไว้ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้น เมื่อจมูกโด่งเลื่อนลงซุกไซ้ซอกคอขาวที่เย็นชื้น เพราะความหนาวจากน้ำในสระเมื่อครู่แน่ๆ แถมเจ้าตัวยังมานั่งรอเขาอาบน้ำตั้งนานทั้งที่ตัวเปียกแบบนี้อีก

ป่วยขึ้นมาอีกจะทำยังไง

ริมฝีปากหนาพรมจูบทั่วลำคอและแผ่นอกบางที่โผล่พ้นสาบเสื้อยืดตัวเก่งของนักรบ ก่อนจะเม้มดูดประทับรอยตีตราเอาไว้อย่างที่เขาชอบทำ ฝ่ามือหนาสอดเข้าล่วงล้ำผิวเนื้อเนียนใต้ชายเสื้อ ลูบไล้ผิวนุ่มลื่นมือ

ดวงหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบวกกลับมาที่ริมฝีปากบางอีกครั้ง ก่อนจะชะงักนิ่ง แล้วก็ต้องกระตุกยิ้มมุมปากกับภาพตรงหน้าที่เห็น

“ชิงหลับไปก่อนอีกนะมึง”

ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของคนตรงหน้ากับแขนเรียวทั้งสองข้างยังคงโอบกอดรอบลำคอแกร่งของนักรบเอาไว้ ทั้งที่ตาเรียวหลับพริ้ม บ่งบอกว่าคนใต้อาณัติของเขาได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ให้ตาย, ไม่เคยมีใครกล้าหลับไปต่อหน้าต่อตาคนอย่างนักรบแบบนี้มาก่อนเลย

คงเพราะเหนื่อยจากบทลงโทษของเขา ที่เอาแต่ลงกับร่างบางบนเตียงซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่เกือบสามวันโดยที่ขาเรียวยังมีโซ่ล่ามเอาไว้ตลอดเวลา ไหนจะตกลงไปในสระว่ายน้ำจนเกือบหมดสติอีก ไม่เหนื่อยจนหลับไปก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะ

นักรบหยัดกายลุกจากโซฟา ดวงตาคู่คมมองใบหน้าหวานที่หลับตาพริ้ม สองแขนแกร่งช้อนร่างของจิณณ์ขึ้นมาแนบอก ก่อนจะพาเข้าไปในห้องน้ำ จัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้อีกคนเสร็จสรรพ จากนั้นก็พาร่างบางมานอนราบลงบนเตียงนอนกว้าง

มือหนาโยนยาเข้าปากตัวเองพร้อมน้ำอีกหลายอึก ก่อนจะโน้มลงไปประกบปากกับคนที่โดนเขาบังคับให้นั่งตาปรือ หน้าซีดเซียวอยู่บนเตียงอย่างรวดเร็ว มืออีกข้างก็บีบปลายคางมนของจิณณ์ให้อ้าออกเบาๆ พร้อมดุนดันปลายลิ้น เพื่อช่วยส่งผ่านทั้งยาและน้ำเข้าไป

“ไม่กันไว้ เดี๋ยวมึงก็ป่วยอีก”

หลังจากจัดการทุกอย่างให้คนบนเตียงเสร็จสรรพเรียบร้อย นักรบก็หมุนปลายเท้ากลับเข้าห้องน้ำอีกครั้ง เพื่อจัดการกับร่างกายที่เปียกของตัวเองอีกที จากนั้นก็กลับมาสอดกายสูงของตัวเองลงนอนข้างร่างบาง ท่อนแขนแกร่งตวัดเอาอีกคนเข้ามาใกล้ จูบซับข้างขมับขาวอย่างแผ่วเบาคล้ายปลอบประโลม ก่อนจะปล่อยให้อีกคนซุกตัวเข้ากับอ้อมกอดอุ่นไปตลอดทั้งคืน




---


ไหนใครเดาเรื่องน้องถูกบ้าง ~

ส่วนเฮียรบเอาไปลอยทะเล!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว