ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 – เท่าที่มี (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 – เท่าที่มี (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.4k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2561 20:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 – เท่าที่มี (1/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 9 – เท่าที่มี



“ไหนล่ะ ข้อมูลที่มึงว่า”

บานประตูห้องทำงานบนตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองถูกผลักเข้ามา เจ้าของดวงหน้าหล่อคมเข้ม ผิวสีแทนในชุดสูทเต็มยศละสายตาจากกองเอกสารตรงหน้า มามองร่างสูงของเพื่อนสนิทที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพลางเลิกคิ้วใส่อย่างกวนๆ

“ฟ้าจะถล่มไหมวะ คนอย่างนักรบ นิธิปวงศกรเข้าบริษัท” หนุ่มหล่อผิวสีแทนส่ายหน้านิด มองข้ามไหล่กว้างของนักรบไปพยักหน้าทักทายควันในชุดช่างประจำอู่ที่ตามหลังเข้ามา ดูจากชุดไม่บอกก็พอรู้ว่ามันเพิ่งจะเสร็จงานจากในอู่มาแน่ๆ

“อย่ากวน กูไม่มีอารมณ์”

“ใจเย็นเพื่อนฝูง กูเพิ่งข้ามน้ำข้ามทะเลมา มึงไม่คิดจะถามสารทุกข์สุขดิบของเพื่อนบ้างเลยหรือไงวะ”

“มึงก็สบายดี เห็นมานั่งทำงานได้ปกติ”

“เสียงเข้มเชียวนะมึง ทำไม โกรธที่กูโทรไปขัดจังหวะมึงหรือไงเพื่อน”

“ไอ้ยีนส์”

“โอเค กูล้อเล่นน่า แค่นี้ไม่เห็นต้องทำหน้าโหดใส่กันเลยนี่หว่า” น้ำเสียงกดต่ำที่ลอดผ่านไรฟันคล้ายจะไม่สบอารมณ์ ทำเอายีนส์ถึงกับหลุดยิ้มขำ

เดาไม่ผิดจริงๆ ว่าเมื่อเช้าตอนเขาโทรไปหาน่ะ มันอยู่กับคุณจิณณ์

แม้ว่าจะอยู่ห่างกันคนละทวีป แต่เขาก็รู้ความเคลื่อนไหวของคนทางนี้ตลอด ยิ่งเป็นเรื่องของเพื่อนตัวสูงกับทายาทของตระกูลฐานนันท์ญาคนนั้นด้วยแล้วยีนส์ยิ่งต้องรู้

“อ่ะ สิ่งที่มึงต้องการ” ร่างสูงเอี้ยวตัวไปหยิบซองเอกสารในลิ้นชักด้านข้างของโต๊ะทำงานออกมา ก่อนจะยื่นมันให้กับเพื่อนตัวสูงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“แต่กูอยากเตือนอะไรมึงหน่อย” ยีนส์ดึงซองข้อมูลในมือกลับเข้าหาตัว จ้องลึกเข้าไปภายในหน่วยตาคู่คมที่ดูดุดันราวกับต้องการจะสื่อความหมาย

“จะทำอะไรก็คิดให้ดีๆ เขาบอบบาง มากกว่าที่มึงคิดเยอะ”

“กูรู้”

รู้ในทุกๆ ความหมายที่เพื่อนผิวเข้มต้องการจะสื่อ

“แล้วก็อย่าเอาแต่สนใจเขาจนลืมงานสำคัญอีกอย่างล่ะ เฮียฝากมาบอก ว่าให้มึงระวังเอาไว้ให้ดีๆ พวกมันคงเคลื่อนไหวเร็วๆ นี้แน่”

“แปลว่ามันรู้แล้ว”

“มึงลืมไปแล้วเหรอ นั่นเฮียที่เลี้ยงมึงมา สอนทุกอย่างให้มึง เรื่องแค่นี้ทำไมเขาจะไม่รู้” ไหล่หนาไหวนิดอย่างไม่ยี่หระ เอนหลังไปกับพนักเก้าอี้ทำงาน สองมือประสานกันบนอกหลวมๆ มองเพื่อนตัวสูงที่รีบหยิบข้อมูลออกจากซองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“เฮีย เหมือนว่าสิ่งที่เราสงสัยกัน มันจะเป็นความจริงเลยว่ะ” ควันเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบอยู่นาน ดวงตาคู่คมพลางลอบมองหน้าคนที่กำลังกำแผ่นกระดาษในมือแน่น ทันทีที่ไล่สายตาอ่านข้อมูลภายในอย่างละเอียด

ข้อมูลบางอย่างของตระกูลฐานนันท์ญาที่สืบหายาก ราวกับมีใครบางคน…ปกปิดมันเอาไว้

“มึงไปได้ข้อมูลมายังไง”

“เฮียส่งให้กูเมื่อสองสามวันก่อน”

“แปลก”

“แปลกยังไง”

“ทั้งๆ ที่พวกเราพยายามตามหาข้อมูลของมันมาตั้งนาน แต่ก็แทบไม่เจออะไรเลย ทำไมจู่ๆ ถึงได้มาง่ายขนาดนี้”

“แล้วมึงคิดว่าไง”

“กู…ไม่รู้” ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลก นักรบใช้อำนาจและอิทธิพลที่มีตามหาข้อมูลของตระกูลฐานนันท์ญามาตลอดหลายปี แต่ก็แทบจะไม่ได้ข้อมูลสำคัญอะไรกลับมาเลยด้วยซ้ำ

“เฮีย” ควันแทรกขัดขึ้น สบหน่วยตาคู่คมดุดันที่เหลือบมามองกันนั้น ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามในสิ่งที่ตนนึกสงสัยมาตลอดทั้งคืน

“เมื่อคืน เฮียได้ยินที่ผมคุยกับพี่จิณณ์ ทั้งหมด…ใช่ไหม”

ไร้ซึ่งคำตอบใดๆ จากคนถูกถาม แต่ทว่าแววตาที่สบกัน สามารถบอกทุกอย่างกับควันได้เป็นอย่างดี ว่าเมื่อคืนพี่ชายตัวสูงคนนี้ได้ยินทุกอย่างที่เขาและพี่จิณณ์คุยกัน เผลอๆ เจ้าตัวอาจจะได้ยินตั้งแต่ต้นแล้วด้วยซ้ำไป

“ในเมื่อได้ยินทุกอย่าง ทำไมเฮียไม่ยอมให้พี่จิณณ์พูด เฮียอยากได้คำยืนยันไม่ใช่เหรอ”

“…”

“เฮียสับสนใช่ไหมวะ” เมื่อคนเป็นพี่ยังคงนิ่งเงียบ ซ้ำยังเมินเฉย หันกลับไปเก็บเอกสารใส่ในซองเหมือนเดิม เห็นอาการแบบนั้นควันก็ยิ่งต้องไล่ต้อนเอาคำตอบจากพี่ชายตัวสูงของตัวเอง

“เฮียรู้ ว่าทุกอย่างที่เราสงสัยกันมันเป็นความจริง เฮียถึงไม่อยากให้…”

“แล้วนี่มึงจะกลับเลยหรืออยู่ต่อ”

นอกจากจะไม่ตอบคำถามกันแล้ว เฮียนักรบยังเปลี่ยนบทสนทนาไปถามเฮียยีนส์ที่นั่งยิ้มมุมปากน้อยๆ อย่างไม่ใยดี จนควันถึงกับหน้าเหวอนึกหงุดหงิดอยู่ในใจ

เฮียแม่งก็อย่างนี้ทุกที เปลี่ยนเรื่องตลอด

“ยังว่ะ ว่าจะอยู่เคลียร์เอกสารให้มึงก่อนแล้วค่อยกลับ ตั้งแต่มานี่มึงเล่นขลุกตัวอยู่แต่ในอู่ ในสนามแข่งไม่สนงานบริษัท จนไอ้แทนไทมันจะเป็นเจ้าของสาขาที่นี่แทนมึงอยู่แล้ว” ยีนส์มองกองเอกสารตรงหน้าก็เป็นอันต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างหน่าย อุตส่าห์หนีงานจากอเมริกามาก็คิดว่าจะได้พักผ่อนให้เต็มที่ แต่ที่ไหนได้ ไอ้เพื่อนตัวดีดันเอาเวลาไปทุ่มให้กับเรื่องรถแล้วปล่อยให้แทนไทจัดการงานทั้งหมดแทน

“ก็กูไม่ชอบงานในออฟฟิศ”

“แต่ทำหน่อยก็ดี เฮียไว้ใจมึงมาก อย่าทำเขาผิดหวัง”

“เออ จะพยายาม” พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ถึงจะไม่อยากทำงานด้านบริหารอะไรพวกนี้สักเท่าไหร่ แต่เมื่อถึงเวลาเขาก็คงจะเลี่ยงหน้าที่และความรับผิดชอบของตัวเองไม่ได้

“แล้วนี่ไอ้แทนไปไหน ตั้งแต่มายังไม่เห็นมันเลย”

“เฮียเรียกกลับเซี่ยงไฮ้ เห็นบอกมีงานด่วน”

“ได้ข่าวมาเหมือนกันว่าที่พรรคกำลังวุ่น”

“เออ ทำนองนั้น” ไหล่หนาไหวนิด ขณะที่กำลังปลดกระดุมเสื้อสูทตัวหรูออก ก่อนดวงตาคู่คมจะหันไปมองเจ้าน้องชายตัวแสบที่นั่งทำหน้าไม่สบอารมณ์ใส่นักรบ

“แล้วนั่นเป็นอะไร เฮียมึงแกล้งอะไรอีกหรือไง”

“ไม่ได้แกล้งผม แต่เป็นพี่จิณณ์ของผมต่างหาก”

“มีโกรธแทนกันด้วยเว้ย”

“โกรธดิเฮีย เฮียไม่เห็น พี่จิณณ์นะทั้งน่ารัก น่าปกป้องเป็นที่สุด แต่ใครบางคนแถวนี้ดันไปรังแกกันได้” ควันว่าเสียงขึ้นจมูก นึกถึงเมื่อคืนแล้ว ภาพพี่จิณณ์ตอนสำลักไอหน้าแดง ตัวแดงจนน่าสงสารยังติดตาเขาอยู่เลย

โคตรโกรธเฮียเลยว่ะแม่ง

“พูดมากนะมึง” คนถูกนินทาอยู่กรายๆ จัดการผลักศีรษะทุยๆ ของเจ้าน้องชายตัวแสบเบาๆ ไปหนึ่งทีอย่างนึกหมั่นไส้

“ก็มันจริงอ่ะ เฮียใจร้าย”

“น่ารักขนาดที่มึงต้องออกโรงปกป้องเลย?”

“มากเฮียยีนส์ เฮียต้องไปเห็นเองกับตา พี่จิณณ์ของผมนะ น่ารักกว่าในรูปที่เราเห็นเยอะเลย”

“ไอ้ควันว่ามาขนาดนี้ สงสัยกูคงต้องขอแวะเข้าไปหาบ้างแล้วล่ะ อยากเห็นหน้าชัดๆ สักครั้งเหมือนกัน…มึงคงไม่ว่าใช่ไหมเพื่อน” สีหน้ายียวนกวนประสาทของเพื่อนผิวเข้ม ทำเอานักรบถึงกับคิ้วกระตุกไม่น้อย มือหนาทั้งสองเผลอกำหมัดแน่นอย่างลืมตัว

ก็บอบบางน่ารัก น่าทะนุถนอมแบบจิณณ์น่ะ*…สเปคไอ้ยีนส์เลยนี่*

“เรื่องของมึง” ว่าจบ ก็ผลุดลุกออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คนมองตามกระตุกยิ้มมุมปากอย่างขำๆ

“หึ ท่าทางจะหวงไม่ใช่เล่นนะ” แน่นอนว่าการกระทำทุกอย่างของเพื่อนตัวสูงที่เผลอแสดงออกมาอย่างไม่รู้ตัวนั้น ตกอยู่ภายใต้ดวงตาคู่คมเข้มของยีนส์ตลอดเวลา

หวงแบบนี้ ขอเล่นด้วยสักหน่อยก็แล้วกันนะเพื่อน

“นั่นดิเฮีย ปากอย่างใจอย่างจริงๆ เฮียใครวะ”

ได้ทีคนที่เป็นเหมือนน้องเล็กสุดของกลุ่มก็ว่าเสริมด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดเหมือนเด็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาไม่ต่างจากบรรดาพี่ชายทั้งหลายมุ่ยลง ขัดกับภาพลักษณ์ยามปกติที่แสนสุขุมและเยือกเย็นเป็นไหนๆ

“เฮียมึงนั่นแหละ ไอ้ควัน”

“เออว่ะลืม วู้ว~ เฮียยีนส์อ่ะ”

“แล้วมึงจะกลับไง เฮียมึงทิ้งแล้วน่ะ”

“เฮียนั่นแหละไปส่งผมด้วย ไปแหย่เฮียนักรบทำไมก็ไม่รู้ โดนทิ้งเลยเนี่ยเห็นไหม”

“เออๆ ไม่ต้องบ่น ยังไงคืนนี้กูก็ต้องไปสนาม เดี๋ยวแวะไปส่ง” ยีนส์ส่ายหน้านิด มองเจ้าน้องชายขี้บ่นผิดกับหน้าตา แล้วต้องหลุดยิ้มขำออกมาเบาๆ อย่างนึกสงสารปนเอ็นดู

คงต้องเป็นคนพาไปส่งที่อู่เองล่ะนะ ก็มันโดนเจ้านายทิ้งแล้วนี่


.

.

.


รถคันหรูเลี้ยวเข้าจอดที่โรงจอดรถภายในบ้านหลังใหญ่อย่างรวดเร็ว ตามแรงอารมณ์ของคนขับ นักรบกำหมัดแน่น พยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติที่สุด ยามเมื่อความรู้สึกหงุดหงิดมันกำลังตีรวนอยู่ภายในอกมาตลอดทาง ตั้งแต่ที่เห็นสีหน้าและคำพูดยียวนของเพื่อนผิวเข้ม

สนุก*…*นั่นคือสิ่งที่สะท้อนออกจากตาคู่คมของยีนส์

จากที่หงุดหงิดเพื่อนผิวเข้มเป็นทุนเดิม ตอนนี้นักรบยิ่งรู้สึกถึงความหงุดหงิดที่มีมันเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว ช่วงขายาวที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ตัวบ้านทั้งสองชะงักค้าง เสียงพูดคุยดังมาจากสระว่ายน้ำด้านนอก เรียกความสนใจให้ปลายเท้ายาวก้าวเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว ตาคู่คมมองภาพตรงหน้า ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างนึกสมเพช

“อ้ะ?! คุณนักรบ”

กว่าจะรู้ตัว ช่วงขายาวก็ก้าวมาหยุดอยู่หลังร่างบาง ฝ่ามือหนากระชากแขนเรียวของจิณณ์อย่างแรง จนคนที่ไม่ทันตั้งตัวเซถลาเข้าหาอกแกร่ง เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความตกใจ ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกไม่ต่างกันของผิงผิงและเลโอ

“อย่าเอามือสกปรกๆ ของมึง มาแตะต้องน้องผิงเป็นอันขาด” มองสบกับนัยน์ตาเรียวที่เบิกกว้างอย่างตกใจ ริมฝีปากหนากดยิ้มเหยียดแล้วว่าต่อ

“คนอย่างมึง สกปรกเกินกว่าจะทำให้น้องผิงต้องแปดเปื้อน”

“พี่นักรบ แรงเกินไปแล้วนะ จิณณ์ยังไม่ได้ทำอะไรเค้าเลย” ผิงผิงแทรกขัดขึ้น คิ้วเรียวสวยย่นเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์กับถ้อยคำแสนโหดร้ายจากพี่ชายตัวสูง

นี่ที่ผ่านมา พี่นักรบพูดจาทำร้ายจิตใจจิณณ์ตลอดเลยงั้นเหรอ

“แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ สำหรับลูกของไอ้คนเลวทรามคนนั้น”

“อย่ามาว่าพ่อของผมนะครับ” เผลอสะบัดข้อมือออกจากการถูกกอบกุมอย่างลืมตัว ดวงตาแดงก่ำที่คลอรื้นไปด้วยหยดน้ำสีใสช้อนขึ้นมองคนใจร้ายอย่างตัดพ้อ

ทำไมต้องจงเกลียดจงชังเขากับพ่อขนาดนี้ด้วย มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณนักรบกันแน่ ทำไมถึงไม่ยอมบอกอะไรเขาบ้าง

“ทำไม? รับไม่ได้ที่พ่อตัวเองเคยทำเรื่องเลวทรามเอาไว้หรือไง” เสียงทุ้มว่า พลางย่างสามขุมเข้าไปหาคนตรงหน้า แววตาดุดันสะกดให้จิณณ์เผลอก้าวถอยหลังอย่างลืมตัว

ตู้ม!

“คุณจิณณ์!/จิณณ์!” 




---


ตัดฉับให้ค้างหน่อยๆ แอร๊ะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว