ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 – พบเจอ (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 – พบเจอ (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.8k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2561 16:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 – พบเจอ (2/2)
แบบอักษร

​****ตอนที่ 8 – พบเจอ

เอี๊ยด

เสียงล้อรถบดกับพื้นถนนดังมาจากโรงจอดรถของคฤหาสน์ตระกูลนิธิปวงศกรในยามบ่ายแก่ๆ เช่นนี้ ส่งผลให้ป้าแก้วที่กำลังง้วนอยู่กับงานครัวเป็นอันต้องรีบออกมาต้อนรับแขกผู้มาเยือน ก่อนริมฝีปากจะคลี่ยิ้มสวยอย่างดีใจ เมื่อเจอสองหนุ่มที่แสนจะคุ้นเคย

“คุณผิงผิง คุณเลโอ จะแวะเข้ามาทำไมไม่บอกป้าก่อนคะเนี่ย”

“คนนี้น่ะสิครับ เอาแต่ใจ อยากจะมาก็รั้นจะมาให้ได้เลย” เลโอว่าพลางพยักพเยิดไปทางคุณหนูตัวขาว ที่วันนี้จู่ๆ ก็นึกงอแงอยากจะกลับบ้านเสียให้ได้ จนคนที่ออกไปทำงานได้ไม่ถึงสามชั่วโมงเป็นอันต้องรีบคว้ารถคันหรูแล้วขับกลับไปรับเจ้าตัวอย่างรวดเร็ว

“ก็เค้าเบื่อคอนโดแล้วอ่ะ อยากกลับมาอ่านหนังสือที่บ้าน”

“แต่ก็ไม่ใช่ปุบปับแบบนี้สิครับ พี่เตรียมตัวไม่ทัน”

“อย่าบ่นน่าตัว”

“แล้วคืนนี้ คุณผิงผิงกับคุณเลโอจะค้างที่นี่เลยไหมคะ”

“ครับป้า มหา’ลัยปิดคลาสแล้วเหลือแค่สอบอย่างเดียว เดี๋ยวผมกะว่าจะกลับมาอ่านหนังสือที่นี่เลย อากาศสดชื่น ปลอดโปร่งสมองน่าจะโล่งกว่าที่คอนโดเยอะ” ผิงผิงละสายตาแสนงอนจากใบหน้าหล่อของเลโอ หันมาบอกป้าแก้วที่ยืนยิ้มกว้างอย่างสุขใจ

“งั้นเดี๋ยวป้าให้เด็กๆ ขึ้นไปทำความสะอาดห้องให้เลยก็แล้วกันนะคะ”

“เดี๋ยวก่อนนะ” จู่ๆ เสียงหวานก็เอ่ยขัดขึ้น หยุดทุกคำพูดของป้าแก้วเอาไว้ นัยน์ตาสุกสกาวราวกับลูกตากวางตวัดมองร่างบางที่ยืนอยู่ตรงโถงทางเดินเชื่อมไปยังห้องนั่งเล่น

“เอ่อ…”

ยังไม่ทันที่เลโอจะได้เอ่ยขัด ช่วงขาเรียวยาวก็มุ่งตรงไปยังทิศทางที่จิณณ์ยืนอยู่ พร้อมกับเลื่อนดวงหน้าหวานเข้าไปพิจารณาอีกฝ่ายใกล้ๆ ไล่สำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดลงมาปลายเท้า ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น หันกลับมาถามเลโอเสียงห้วน

“นี่ใคร”

ดวงตากลมโตที่หรี่ลงเกือบครึ่งกับน้ำเสียงติดจะสงสัยของผิงผิง ทำเอาเลโอถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่อย่างลำบากใจ

เป็นเรื่องแล้วไง ลืมไปซะสนิทเลยว่าเฮียนักรบพาคุณจิณณ์กลับมาอยู่บ้านแล้ว

“ตัว เค้าถามว่านี่ใคร”

ยิ่งเลโอเอาแต่นิ่งเงียบ ผิงผิงก็ยิ่งกดเสียงลงต่ำ คาดคั้นอย่างต้องการคำตอบจากบอดี้การ์ดสุดหล่อ ว่าคนที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้าเขาเป็นใคร มีความสำคัญยังไง ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ เพราะตั้งแต่พี่นักรบซื้อบ้านหลังนี้คืนมาก็ยังไม่เคยพาคนนอกย่างกรายเข้ามาเลยสักครั้ง

แล้วนี่เป็นใคร ทำไมถึงมายืนทำหน้างงใส่ผิงผิงอยู่ได้ตั้งนาน

สีหน้าติดจะเหวี่ยงตามแบบฉบับของคุณหนูเอาแต่ใจ ทำเอาจิณณ์ถึงกับก้มหน้านิ่ง ยืนตัวสั่น เหมือนตอนที่เจอนักรบครั้งแรกไม่มีผิด ติดก็ตรงที่ประกายตาของคนตรงหน้าดูจะอ่อนโยนกว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดูดื้อรั้นและไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร

“เอ่อ…คนของเฮียน่ะ”

“ของพี่นักรบ?”

“ครับ”

“ใคร ตัวเป็นใคร ชื่ออะไร แล้วเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้ยังไง” ทันทีที่ได้ยินคำตอบจากเลโอ ผิงผิงก็หันกลับมารัวคำถามใส่คนตรงหน้า ขาเรียวขยับเข้าไปใกล้กว่าเก่าจนจิณณ์ถึงกับผงะ ก้าวถอยหลังมาหนึ่งจังหวะอย่างลืมตัว

“น้องผิง ไม่ยุ่งเรื่องของเฮียนา”

“ตัวไม่ต้องมาพูดเลยนะ นี่ถ้าเค้าไม่กลับบ้านก็คงไม่รู้ใช่ไหม ว่าพี่นักรบแอบพาใครก็ไม่รู้มาอยู่ด้วยน่ะ ช่วยกันปกปิดดีนักนะ”

“โธ่, น้องผิง มันไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อยครับ”

“แล้วมันยังไง” เจ้าของใบหน้าหวานย่นคิ้วเข้าหากัน ปลายจมูกรั้นๆ เชิดขึ้น สองแขนเรียวยกขึ้นไขว้ในระดับอก มองคนที่ตัวสูงกว่าเกือบสิบเซนติเมตรอย่างคาดคั้น

“เอ่อ…”

“ถามก็ตอบสิ!”

“คะ…คุณจิณณ์ครับ คุณคนนี้คือคุณจิณณ์ครับ” เจอน้ำเสียงเหวี่ยงเข้าไปหนึ่งทีเลโอถึงกับสะดุ้งตกใจอย่างคนมีความผิด

“หือ? จิณณ์เหรอ? ทำไมชื่อคุ้นๆ จัง”

“ใช่ครับ คุณจิณณ์ จิรนนท์”

“จิรนนท์ จิรนนท์” ริมฝีปากกระจับสีเชอร์รี่สดพึมพำทวนชื่ออีกคนซ้ำเบาๆ อย่างครุ่นคิด ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อนึกออกว่าตนคุ้นชื่อนี้มาจากที่ไหน

“อ้ะ?! ตัวคือจิณณ์ จิรนนท์ ลูกชายคนเดียวของนายธนัตถ์คนนั้นใช่ไหม!”

“คะ…ครับ” จิณณ์ตอบรับเสียงสั่น ใบหน้าหวานเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัดกับประโยคที่ได้ยิน

คุณหนูตัวขาวคนนี้ก็รู้เรื่องของคุณพ่อด้วยเหรอเนี่ย สงสัยจะมีแค่เขาคนเดียวแล้วละมั้ง ที่ไม่รู้เรื่อง รู้ราวอะไรกับคนอื่นเขาเลย

“นี่น่ะเหรอ คนที่พี่นักรบตามหาตัวจนแทบพลิกแผ่นดิน ตัวแค่นี้เนี่ยนะ” ผิงผิงไล่สำรวจคนตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ผู้ชายตัวเล็กแค่นี้น่ะนะจะสามารถหลบซ่อนจากผู้ที่มีอำนาจมากมายในแถบเอเชียอย่างพี่นักรบได้

“ไม่เอาน่า น้องผิง”

“เงียบ คนมีความผิด ไม่มีสิทธิ์พูด!”

คนโดนปรามทำเสียงขึ้นจมูก เชิดหน้าสะบัดใส่ร่างสูงไปหนึ่งที ก่อนจะกระแทกเท้าตึงตังผ่านร่างบางของจิณณ์หายลับเข้าไปในห้องครัว ปล่อยให้สามชีวิตที่เหลือได้แต่มองตามแผ่นหลังบางแล้วลอบถอนหายใจออกมาพร้อมกัน

“ไม่ต้องคิดมากนะครับคุณจิณณ์ แกโดนตามใจมาตั้งแต่เด็กน่ะครับ เลยเอาแต่ใจตัวเองมากไปหน่อย” เป็นเลโอที่เอ่ยบอก ก่อนจะยกยิ้มบางๆ ให้จิณณ์ที่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

จิณณ์เองก็พอจะมองออก ว่าคุณหนูตากวางคนนั้นถูกเลี้ยงดูมาแบบไหน ท่าทางและแววตาของเจ้าตัวยามโดนขัดใจมันบอกเล่าทุกอย่างได้เป็นดี ซึ่งในความคิดเขาถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะดูรั้นๆ ไปบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะเป็นคนที่โหดร้ายสักเท่าไหร่หรอก

“มานี่มา” มือเรียวของคนที่หายเข้าไปในครัวเมื่อครู่ คว้าหมับเข้าที่ข้อมือขาวของจิณณ์ ออกแรงลากกึ่งจูงนำอีกคนให้เดินตามไปทางห้องนั่งเล่น

“น้องผิง นั่นเราจะทำอะไร”

“นั่งลงสิ”

ไม่คิดสนคำถามของเลโอ แต่กลับกดไหล่บางทั้งสองข้างให้นั่งลงบนโซฟาหนังสุดหรู ผิงผิงทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ มือเรียวเปิดกล่องปฐมพยาบาล จัดการหยิบเอาชุดทำแผลออกมา ก่อนจะคว้าเข้าที่ข้อมือเรียวแดงช้ำมาทำแผลให้อย่างเบามือ จนเลโอที่รีบก้าวยาวๆ ตามมาด้วยความกังวลใจ กลัวว่าเจ้าเด็กแสบจะแอบแผลงฤทธิ์เข้าให้อีกถึงกับลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

“พี่นักรบนี่ ซาดิสม์ไม่เบาเหมือนกันนะ” ริมฝีปากบางบ่นพึมพำเสียงไม่ดังมากนัก แต่ก็ชัดพอจะให้อีกสามชีวิตที่อยู่ใกล้ๆ ได้ยิน

“เจ็บไหม”

“ฮึก…”

น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความห่วงใยกับสัมผัสอันแผ่วเบาของผิงผิง ทำเอากลีบปากบางเม้มแน่น กลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้ลอดออกมา

“จะกลั้นเอาไว้ทำไมกันเล่า! เจ็บก็พูดออกมาสิ ไม่พูดแล้วจะรู้ไหมล่ะว่ารู้สึกยังไง!” ผิงผิงละสายตาจากแผลตรงข้อมือขาว เงยหน้ามองคนที่ก้มหน้าก้มตาเม้มปากแน่นอย่างไม่พอใจ

“จะ…เจ็บครับ ฮึก”

“เฮ้อ, โชคร้ายของตัวล่ะนะ ที่ดันเกิดมาเป็นลูกชายของผู้ชายคนนั้นน่ะ”

เห็นอาการของคนที่ตัวเองเผลอตะคอกใส่ก็ต้องถอนหายใจเบาๆ อย่างนึกสงสาร ท่าทางจะเป็นคนขี้กลัวเอาเรื่องเหมือนกันเลยนะ ขนาดว่าผิงผิงแค่ใช้โทนเสียงปกติ (ยามโกรธ) แล้วนะ ยังสะดุ้งหลุดร้องไห้ออกมาเลย ดูสิตาแดงจมูกแดงไปหมดแล้ว

“ฮึก คุณพ่อของผม ท่าน…ไปทำอะไรให้คุณนักรบเหรอครับ อึ่ก…ทำไมเขาถึงได้เกลียดพ่อของผมเหลือเกิน”

“นี่ไม่รู้เลยเหรอ ว่าพ่อตัวเคยไปทำอะไรเอาไว้บ้าง”

คำถามที่หลุดออกมาจากกลีบปากบางสั่นๆ นั่นทำเอาผิงผิงขมวดคิ้วฉับ เอ่ยถามคนตรงหน้าอย่างแปลกใจ ให้จิณณ์ได้ส่ายหน้าแทนคำตอบ

“ก็…”

“น้องผิง พี่ว่าเราอย่าเข้าไปวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของเฮียดีกว่านะครับ” ฝ่ามือหนาบีบเข้าที่ไหล่บางเบาๆ นัยน์ตาคู่คมดุดันมองสบด้วยแววจริงจัง ไร้ซึ่งอาการล้อเล่นเหมือนอย่างเคย เป็นการย้ำให้ผิงผิงรู้ว่าไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้

“เชอะ! เค้าแค่สงสารหรอกนะ ดูสิหน้าซื่อๆ แบบนี้เนี่ย ลองเจอพายุอารมณ์ของพี่นักรบเข้าไป จะรับมือไหวเหรอ”

กลัวจะตายก่อนน่ะสิ

คนโดนปรามแสร้งทำเป็นสะบัดงอน ทั้งที่ในใจก็แอบหวั่นกับสายตาของเลโออยู่ไม่น้อย ที่ผ่านมาเลโอมักจะคอยตามใจผิงผิงอยู่ตลอดเรียกว่าไม่เคยขัดใจเจ้าตัวเลยสักครั้ง แต่ลองถ้าบอดี้การ์ดสุดหล่อมาดขรึมคนนี้เข้าโหมดจริงจังเหมือนตอนนี้ขึ้นมาเมื่อไหร่ เล่นเอาผิงผิงไม่กล้าเหวี่ยงวีนใส่เหมือนกันนะ

“หื้อ?”

ผิงผิงครางในลำคอ คิ้วสวยขมวดเป็นปมมองข้อเท้าขาวตรงหน้า มือเรียวเอื้อมลงไปหมายจะคว้าข้อเท้าเรียวเข้ามาดูใกล้ๆ จนจิณณ์ตกใจร้องเสียงหลง รีบดึงเท้ากลับอย่างรวดเร็ว

“อ้ะ?! คะ…คุณจะทำอะไรครับ”

“หยุด! อย่ามาเรียกคุณเค้าไม่ชอบ”

“เอ่อ…ขอโทษครับ

“ดี เค้าชื่อผิงผิง ตอนนี้ตัวเป็นคนของพี่นักรบเพราะงั้นเค้าจะอนุญาตให้เรียกผิงเฉยๆ ก็ได้”

“เอ่อ ครับ คุณผิง”

“ดี แล้วทีนี้ก็ยกขาขึ้นมานี่มา” ผิงผิงว่า พลางยื่นมือไปดึงขาเรียวของจิณณ์ขึ้นมาวางบนตักของตัวเอง นัยน์ตากลมสวยคล้ายลูกกวางไล่สำรวจทั่วข้อเท้าขาว

“นี่ถึงกับล่ามโซ่กันเลยเหรอเนี่ย” ดวงหน้าหวานมุ่ยลงเล็กน้อยเหมือนเด็กถูกขัดใจ มือเรียวแตะรอยแผลแดงตามข้อเท้าที่ดูยังไงก็รู้ว่าถูกล่ามโซ่เอาไว้อย่างแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าถามคนที่นั่งส่งยิ้มแหยกับสายตาเกรงใจมาให้

แค่ทำแผลให้ จิณณ์ก็เกรงใจคนตรงหน้าจะแย่อยู่แล้ว นี่เจ้าตัวยังคิดจะมาทำแผลที่ข้อเท้าให้อีกเหรอ แบบนี้ไม่ดีเท่าไหร่หรอกมั้งเพิ่งเจอกันไม่ถึงชั่วโมงเลยนะ

“แดงหมดเลยอ่ะ ทำไมไม่รีบทำแผล ถ้ามันอักเสบขึ้นมาจะทำไง” ว่าจบก็จัดการหยิบอุปกรณ์ออกมาทำแผลให้จิณณ์อีกครั้งอย่างไม่นึกรังเกียจ

“เป็นภาพที่หายากนะคะ คุณเลโอ”

“นั่นสิครับ ไม่คิดเลยว่าจะเห็นคุณหนูฮัง ผิงผิงทำอะไรแบบนี้กับคนอื่นเขาด้วย นึกว่าเจ้าตัวจะลุกขึ้นมาอาละวาดจนบ้านแตกซะอีก” ภาพหายากของคุณหนูตากวางจอมเอาแต่ใจกำลังนั่งบ่นไป พลางทำแผลที่ข้อเท้าให้กับจิณณ์บนโซฟาไปด้วย กลายเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากเลโอและป้าแก้วได้เป็นอย่างดี

“คุณเลโอก็ว่าไปนั่น”

“ก็จริงนี่ครับป้า รายนั้นน่ะ ร้ายน้อยกว่าเฮียนักรบซะที่ไหน”

“สงสารก็แต่ยัยสองตัวโน้น ตกใจกันแทบแย่ตอนเห็นคุณหนูผิงผิงเธอเดินตึงตัง ทำหน้าฉุนเฉียวเข้าไปในครัว สงสัยกลัวจะโดนเหวี่ยงเอา” นึกถึงสีหน้ายู่ๆ กับท่าทางการเดินกระแทกเท้าเข้าไปในครัว เพื่อถามหากล่องปฐมพยาบาลด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวของคุณหนูผิงผิงเมื่อครู่แล้ว ป้าแก้วก็เป็นอันต้องหลุดขำออกมาอย่างห้ามไม่ได้

เธอหรือก็นึกกลัวว่าระเบิดลูกใหญ่จะไปลงกลางครัวเสียอีก เห็นเจ้าตัวทำหน้านิ่งๆ คิ้วขมวดเหมือนเวลาถูกขัดใจ ที่ไหนได้แค่เข้าไปขอกล่องปฐมพยาบาลเพื่อจะมาทำแผลให้คุณหนูจิณณ์นี่เอง

“แผลงฤทธิ์เอาไว้เยอะสินะครับ” เลโอถึงกับหัวเราะร่า ยามนึกถึงวีรกรรมของเจ้าเด็กตัวแสบตอนมาเหยียบบ้านหลังนี้ครั้งแรก แล้วก็ได้แต่นึกสงสารสองสาวใช้ในครัวที่ทำขนมออกมารสชาติไม่ถูกใจ จนโดนแผลงฤทธิ์ใส่เข้าไปเต็มๆ

“ก็นะคะ ขยาดกันไปหมดแล้ว” และป้าแก้วเองก็ไม่ปฏิเสธกับคำพูดของเลโอ เพราะเป็นเรื่องจริงชนิดที่ว่าแค่ได้ยินเสียงหวานๆ ถามหากล่องปฐมพยาบาลเมื่อครู่ สองสาวใช้ในครัวก็แทบจะกระโดดกอดคอชวนกันร้องไห้อยู่แล้ว

“แล้วนี่คุณชายเธอไม่ได้บอกเรื่องคุณหนูจิณณ์กับคุณหนูผิงผิงหรอกเหรอคะ”

“เปล่าครับ”

“ทำไมล่ะคะ ปิดเงียบปล่อยให้เธอมาเจอเองแบบนี้ น่ากลัวว่าจะระเบิดลงเอาได้นะคะ” คิ้วย่นขมวดเข้าด้วยกัน มองดวงหน้าหล่อที่ส่ายไปมาอย่างไม่เข้าใจนัก

“เฮียแกอยากจัดการด้วยตัวเองน่ะครับ ไม่อยากดึงให้น้องผิงต้องเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย” หญิงสูงวัยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ผินใบหน้าเรียวได้รูปไปทางจิณณ์ที่นั่งมองผิงผิงทำแผลให้พร้อมๆ กับน้ำตาเม็ดใสที่ไหลลงข้างสองแก้ม

“แล้วคุณหนูจิณณ์เธอจะเป็นยังไงต่อไปคะ” แค่ลองนึกภาพว่าร่างกายที่แสนบอบบางของคุณหนูจิณณ์ โดนคุณชายของเธอข่มเหงรังแกเหมือนที่ผ่านมาป้าแก้วก็อดที่จะสงสารไม่ได้

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ตอนนี้ทุกอย่างคงต้องขึ้นอยู่กับนายธนัตถ์แล้วล่ะครับ ว่าจะปล่อยให้ลูกชายคนเดียวรับกรรมแทนตัวเองไปอีกนานแค่ไหน”

“อ่ะ เสร็จแล้ว” มือเรียวยกขาทั้งสองข้างลงวางกับพื้น ก่อนจะเอ่ยบอกร่างบางที่ส่งยิ้มหวานมาให้พร้อมคำขอบคุณอย่างซึ้งใจ

“ขอบคุณมากนะครับ”

“ช่างเถอะ เรื่องแค่นี้” ผิงผิงโคลงศีรษะนิด ไหวไหล่บางอย่างไม่ยี่หระกับเสียงหวานๆ และรอยยิ้มน่าเอ็นดูคล้ายลูกหมาตัวน้อยนั้น

โครก ~

“โอย แต่ว่าเราพักเรื่องอื่นไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้เค้าหิวแล้วอ่ะ มีอะไรกินบ้างไหม” ผิงผิงมุ่ยหน้าถาม มือเรียวลูบท้องตัวเองไปมาเบาๆ เมื่อเจ้าเสียงตะกี้ร้องบอกให้รู้ว่าถึงเวลาหาของกินลงท้องแล้ว

“ท้องร้องซะดังเชียว ยังไม่ได้ทานอะไรกันมาหรือคะ”

“ยังครับ จู่ๆ อยากจะมาบ้านก็มาเลย ข้าวปลายังไม่ทันจะได้กินให้เรียบร้อย”

“พูดมากน่ะตัว”

“งั้นเราไปทำอาหารกันไหมคะ เดี๋ยวป้าทำของโปรดให้คุณผิงผิงทาน ดีไหมคะ” หญิงสูงวัยถึงกับหลุดขำอย่างเอ็นดูคุณหนูตากวางที่หันมาย่นจมูก แถมยังมองค้อนใส่คุณเลโอเสียยกใหญ่ ก่อนมือเหี่ยวย่นตามวัยจะเอื้อมไปจับไหล่บางเบาๆ

“ดีครับป้า”

“ว่าแต่…คุณผิงผิง อยากจะลองทานอาหารฝีมือคุณหนูจิณณ์ดูไหมคะ เธอทำอร่อยน้า” ตาเรียวขยิบหนึ่งทีเป็นเชิงส่งสัญญาณให้คุณหนูตากวาง ก่อนจะมองข้ามไหล่บางไปยังคนที่นั่งมองพวกเขาคุยกันเงียบๆ คนเดียวบนโซฟา

“เหรอครับ” คิ้วสวยแสร้งเลิกขึ้นนิด อมยิ้มหวานอย่างเข้าใจในสิ่งที่หัวหน้าแม่ต้องการจะสื่อ ก่อนจะเอี้ยวมองร่างบางที่นั่งก้มหน้า คล้ายจะเจียมตน ทำราวกับกลัววิ่งผิงจะดุหรือด่าเข้าให้

“งั้นป่ะ ไปทำอาหารกัน” ดวงหน้าหวานเงยขึ้น มองเจ้าของมือเรียวที่จับข้อมือของเขาแน่น กระตุกเบาๆ พลางส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้ จนหยาดน้ำใสของจิณณหยดลงข้างสองแก้มเนียน

“ฮื่อ ร้องไห้อีกแล้ว เค้าชวนไปทำอาหารนะ ไม่ได้พาไปฆ่าซะหน่อย ตัวจะร้องทำไมเนี่ย” กลีบปากบางบ่นงึมงำคล้ายจะขัดใจ ทว่า นิ้วเรียวกลับยกขึ้นปาดหยาดน้ำใสออกจากสองแก้มให้อย่างเบามือ

“ผม…ไปทำอาหารกับคุณได้เหรอครับ”

ไม่รังเกียจใช่ไหม

คนนอกแบบเขาไม่เป็นส่วนเกินใช่หรือเปล่า

ความรู้สึกส่วนลึกภายในก้อนเนื้อด้านซ้ายของจิณณ์มันบอกแบบนั้น เขากลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะเป็นส่วนเกินของที่นี่

“ได้สิคะ ทำไมจะไม่ได้ ใช่ไหมคะคุณผิงผิง” ป้าแก้วว่าพลางโอบไหล่บาง ดึงจิณณ์ที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้นยืน พร้อมลูบไปมาเบาๆ ก่อนจะหันไปขอความเห็นจากคุณหนูตากวางจอมเอาแต่ใจที่พยักหน้ารัวอย่างเห็นด้วย

ความคิดอันแสนจะน้อยเนื้อต่ำใจและเจียมตน ถูกถ่ายทอดออกมาทางสายตาอันใสซื่อและบริสุทธิ์ของนัยน์ตาเรียวที่คลอรื้นไปด้วยหยาดน้ำสีใส เสียจนคนมองทั้งสามรับรู้ได้

“ใช่ครับป้า ป่ะ รีบไปกันเถอะ เค้าหิวจนจะกินตัวเข้าไปได้ทั้งตัวแล้วเนี่ย”

คำพูดติดตลกของผิงผิงทำเอาจิณณ์หลุดยิ้มขำ มือเรียวข้างที่ว่างจากการจับกุมยกขึ้นปาดน้ำตาที่ยังไหลอยู่ทิ้ง ความอบอุ่นจากป้าแก้วและคุณหนูผิงผิงทำเอาจิณณ์รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก คล้ายจะถูกเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายมานานเกือบสิบปี

“อ้อ! ส่วนคนมีความผิดก็ตามมาเป็นลูกมือด้วยเลยนะ” ผิงผิงหันไปเอ่ยสั่งร่างสูงหนึ่งเดียวที่ยังยืนเงียบ ดูทั้งสามคนคุยกันด้วยน้ำเสียงเรียบ

”ห้ามเถียงเด็ดขาด นี่คือคำสั่งจากคุณหนูผิงผิง” ผิงผิงหรี่เปลือกตาลงเกือบครึ่ง แถมยังยกนิ้วชี้เรียวส่ายไปมาอย่างรู้ทัน เมื่อเห็นเลโอตั้งท่าจะเอ่ยขัดความตั้งใจของเขา

“แล้วถ้าเฮีย…”

“เดี๋ยวเค้าบอกเรื่องกลับมาบ้านกับพี่นักรบเอง ตัวมีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งของเค้าก็พอ เข้าใจ๊?” ประโยคเด็ดขาดของผิงผิง ทำเอาเลโอถึงกับต้องผ่อนลมหายใจหนักๆ ออกมา ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้

ลองถ้าเจ้าตัวแสบ รั้นจะทำอะไรให้ได้ขึ้นมาแล้วล่ะก็ ใครห้ามยังไงก็คงไม่ฟังหรอก




---


น้องผิงผิงเอาแต่ใจแต่น่ารักนะเออ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว