ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 – พบเจอ (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 – พบเจอ (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.1k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2561 16:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 – พบเจอ (1/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 8 – พบเจอ




เปลือกตาบางค่อยๆ เปิดขึ้น ก่อนจะพยายามปรับโฟกัสให้เข้าที่ แผ่นอกแกร่งภายใต้เสื้อยืดสีขาวคือสิ่งแรกที่จิณณ์ได้เห็น ดวงหน้าหวานแหงนขึ้นมองใบหน้าหล่อที่ยังคงหลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ขณะที่ท่อนแขนแกร่งข้างหนึ่งตระกองกอดเอวของเขาเอาไว้แน่น

และไม่รู้ว่าคนช่างกลัวไปเอาความกล้ามาจากไหน มือขวาเรียวที่เคยวาดวางอยู่บนเอวสอบถึงได้เลื่อนขึ้นสัมผัสบนกรอบหน้าได้รูป ข้อนิ้วสวยไล่ไปตามแนวสันกรามของคนที่กำลังหลับอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหยุดที่ริมฝีปากหนา

พรึ่บ!

“อ้ะ?!”

จู่ๆ คนที่คิดว่าหลับสนิทก็รวบข้อมือเรียวที่ยังวางแตะอยู่ตรงมุมปาก ก่อนจะพลิกตัว จับร่างบางของจิณณ์ที่เบิกกว้างอย่างตกใจให้นอนราบไปกับเตียงนอน จากนั้น ร่างแกร่งก็ตามมาทาบทับทั้งที่ยังคงจับข้อมือเรียวเอาไว้แน่น

“มึงจะทำอะไร” เอ่ยถามเสียงเข้ม พลางจ้องมองนัยน์ตาเรียวที่เลิ่กลั่ก เหมือนเด็กน้อยถูกจับได้ว่าแอบทำความผิด

“คะ…คุณ ตื่นอยู่เหรอ ครับ” คนที่รู้ตัวว่าเผลอทำอะไรลงไปเอ่ยถามเสียงสั่น จิณณ์ลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

“หลับแล้วกูจะรู้เหรอว่ามึงทำอะไร”

“คะ…คือ ผมไม่ได้”

ฮื่อ ไม่ได้อะไรกันเล่า*! หลักฐานก็เห็นอยู่คาตาน่ะ*

ทำอะไรลงไปน่ะจิณณ์ น่าอายที่สุดเลย

“อื้อออ”

ไม่ทันที่จิณณ์จะเอ่ยตอบ ริมฝีปากร้อนก็ทาบทับลงบนริมฝีปากสวยได้รูปอย่างรวดเร็ว เปลือกตาบางปิดลงช้าๆ ปล่อยให้ลิ้นร้อนไล่เล็มรอบกลีบปากบางอย่างแผ่วเบา ก่อนที่มันจะแทรกผ่านเข้ามาภายในโพรงปากหวาน เกี่ยวกวัดกับลิ้นเล็กราวกับหยอกล้อจนเกิดเสียงดังน่าอาย

มือหนาข้างที่จับข้อมือเรียวคลายออกให้เป็นอิสระ เลื่อนต่ำลงสอดเข้าใต้เสื้อนอนตัวบาง ฝ่ามือร้อนลากผ่านหน้าท้องแบนราบอย่างเบามือ ยามที่ริมฝีปากผละออกจากกันเพียงครู่แล้วประกบจูบลงไปใหม่อีกครั้ง

“ฮ้า ~ คุณ…นะ นักรบ”

ดวงหน้าหล่อเปลี่ยนเป็นซุกไซ้ ขบเม้มและสูดดมความหอมจากซอกคอขาวเนียน จนจิณณ์เม้มปากแน่นอย่างรู้สึกเบาหวิวกับสัมผัสอันแสนอ่อนโยนที่เคยได้รับเป็นครั้งแรก มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นโอบกอดรอบเอวสอบอย่างลืมตัว

RRRrrr RRRrrr

“อะ…อื้อ คะ…คุณ ครับ”

แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์เครื่องหรูข้างเตียง เรียกสติของจิณณ์ที่กระเจิงไปไกลให้กลับมา ร่างบางพยายามควบคุมเสียงของตัวเองให้เป็นปกติที่สุด ทว่า มันกลับยากเหลือเกิน เมื่อปลายนิ้วแกร่งยังคงเคล้นคลึงและสะกิดตุ่มไตสีสวยใต้เสื้อนอนตัวบางอย่างเบามือ ริมฝีปากร้อนก็พรมจูบไปทั่วลาดไหล่บางที่โผล่พ้นสาบเสื้อ

“คะ…คุณ โท…ระ…ศัพท์ คุณ นะ นักรบครับ”

ได้ยินเสียงสบถห้วนในลำคออย่างขัดใจ ก่อนนักรบจะฮึดฮัดละดวงหน้าหล่อของตัวเองออกจากซอกคอขาวเนียน เอี้ยวตัวไปหยิบเจ้าเครื่องมือสื่อสารมารับอย่างรวดเร็ว

“เออ ว่าไง”

น้ำเสียงไม่พอใจถูกกรอกลงปลายสายทันทีที่กดรับ ปลายจมูกโด่งเลื่อนปัดผ่านพวงแก้มขาวที่เห่อร้อนขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจูบซับขมับชื้นอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็ไล่ริมฝีปากร้อนวนไปทั่วทั้งดวงหน้าหวาน แล้วหยุดที่ริมฝีปากบาง

“เออ จัดการไปก่อนเลย…ได้…เดี๋ยวกูจะรีบเข้าไป”

“…”

“โชคดีไปนะมึง” ว่าจบ ก็ประทับจูบเร็วๆ บนริมฝีปากบางที่บวมเจ่อ มือหนาคลายออกจากร่างบาง ก่อนจะยันกายลุกออกจากเตียง มุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ทิ้งให้จิณณ์หอบหายใจถี่รัว ตั้งสติอย่างเหนื่อยอยู่บนเตียง

“คนบ้า เดี๋ยวก็ใจร้าย เดี๋ยวก็ใจดี เดาอารมณ์ไม่ออกแล้วนะ”

ไล่หลังร่างสูงที่เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ จิณณ์ก็หยัดกายบางที่อ่อนแรงให้ลุกขึ้นนั่ง มือเรียวรวบสาบเสื้อที่ร่วงหล่นจากไหล่บางตอนไหนไม่รู้ให้เข้าที่ ก่อนจะเหลือบนัยน์ตาเรียวของตัวเองมองค้อนคนในห้องน้ำเบาๆ หนึ่งที

เมื่อวานก็ทำท่าทางอย่างกับจะฆ่าจะแกงกันเสียให้ได้ ใจร้าย ใจดำใส่กันสารพัด พอเช้ามาก็หาเรื่องลวนลามเอาเปรียบกับร่างกายของเขาไม่หยุดหย่อน แถมยังตีหน้านิ่งเหมือนกับไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาก่อนอย่างนั้นแหละ

ดีนะที่มีสายเข้ามาซะก่อน ไม่อย่างนั้นคนเจ้าอารมณ์จอมเผด็จการคงไม่คิดหยุดแค่นี้แน่ๆ

ใช้เวลาสงบสติอยู่ครู่หนึ่ง ช่วงขาเรียวก็ก้าวลงจากเตียง เดินไปหยิบเสื้อผ้าของอีกคนในตู้ออกมาวางไว้บนเตียงอย่างคล่องแคล่ว ปลายเท้าเรียวหมุนเปลี่ยนทิศทางไปยังประตูเชื่อมระหว่างระเบียงกว้างด้านนอกกับตัวห้องนอน

มือเรียวเลื่อนเปิดผ้าม่านและประตูบานเลื่อนออก ให้แสงอาทิตย์และสายลมยามเช้าได้สาดส่องเข้ามาภายในห้อง ช่วงขาเรียวก้าวออกมาหยุดยืนตรงระเบียงกว้าง ดวงตาคู่สวยทอดมองวิวทิวทัศน์รอบบ้านในยามเช้าอย่างคุ้นเคย

“ฮึก…”

บรรยากาศแสนคุ้นเคยและบ้านหลังใหญ่ที่จิณณ์เคยอาศัยอยู่นานนับสิบปี เรียกเสียงสะอื้นจากริมฝีปากบางได้เป็นอย่างดี ดวงหน้าหวานแหงนขึ้นมองท้องฟ้าก่อนจะปิดเปลือกตาลงช้าๆ เมื่อภาพความทรงจำในอดีตค่อยๆ ไหลย้อนเข้ามาราวกับกรอเทป

หากไม่ใช่เพราะเรื่องราวในอดีต จิณณ์ก็คงไม่ต้องย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้…บ้านที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุขมากมาย

นึกมาถึงจุดนี้ กลีบปากบางก็เม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง สองแขนเรียวที่วางอยู่บนขอบระเบียงถูกยกขึ้นกอดปลอบตัวเองในยามที่รู้สึกว่ารอบตัวมันเงียบเหงาและว้าเหว่เหมือนอย่างเช่นที่ผ่านมา โดยไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามีใครอีกคนกำลังยืนกำมือตัวเองแน่น ข่มอารมณ์และความรู้สึกมากมายเอาไว้อย่างยากลำบาก ลอบมองไหล่บางที่กำลังสั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้นอยู่ด้านหลัง

นักรบมองเสื้อผ้าที่ถูกจัดวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบตรงปลายเตียง ก่อนจะผ่อนลมหายใจหนักๆ ไม่ต้องบอกเขาก็พอจะรู้ว่าใครเป็นคนจัดเตรียมชุดพวกนี้

“จะยืนอีกนานไหม”

“คุณนักรบ…”

“มาทำหน้าที่ตัวเอง”

คนที่กำลังโอบกอดตัวเองสะดุ้งนิด มือเรียวยกขึ้นปาดหยดน้ำตาออกจากแก้มขาว เมื่อสิ้นเสียงทุ้มต่ำจากทางด้านหลัง จิณณ์สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าไปภายในห้องอีกครั้ง

จิณณ์หยุดยืนตรงหน้าเรือนกายกำยำเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันอยู่รอบเอวสอบอย่างหมิ่นเหม่ มือเรียวหยิบเอาเสื้อยืดสีเข้มบนเตียงมาคลี่ออก เขย่งปลายเท้าขึ้นนิดแล้วสวมมันให้กับคนที่ยืนนิ่ง นัยน์ตาเรียวหลุบมองต่ำ เมื่อสบกับดวงตาคู่คมที่ยังคงจับจ้องทุกการกระทำของเขาไม่วางตา

“เอ่อ…คือ…ว่า”

หมับ

“อะไร” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม ท่อนแขนแกร่งตวัดเอวบางของคนที่มีท่าทางอึกอักคล้ายลำบากใจเข้ามาแนบอก

“คือ กางเกงกับ…” ชั้นใน

ฮื่อ จะพูดออกไปได้ยังไงกันเล่า น่าอายจะตายไป

จิณณ์เผลอครางฮื่อในลำคอ แก้มขาวเนียนค่อยๆ แต้มสีระเรื่อ ไม่กล้าสบตากับเจ้าของท่อนแขนแข็งแกร่งที่โอบกระชับรอบเอวบางแน่น เมื่อยังเหลือกางเกงชั้นในและกางเกงยีนส์สีเข้มที่ยังไม่ได้สวมให้อีกคน

แม้ว่าจะเคยแต่งตัวให้และเห็นร่างกายเปลือยเปล่าของคนใจร้ายมาหลายต่อหลายครั้ง แต่จิณณ์ก็ยังไม่คุ้นชินเสียที

“หึ เดี๋ยววันนี้กูต้องออกไปข้างนอกกว่าจะกลับก็คงดึก มึงรีบไปอาบน้ำแต่งตัว จะได้ลงไปช่วยงานป้าแก้วข้างล่าง”

“…”

“เข้าใจที่กูพูดไหม” ใช้มือช้อนปลายคางมนให้เงยขึ้นสบตากัน ก่อนจะกดเสียงต่ำถามย้ำอีกครั้ง ให้คนที่หน่วยตาแดงก่ำพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ

 “เข้าใจครับ” ยังไงซะเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอยู่แล้วนี่นา นอกจากทำตามคำสั่งของคนตรงหน้า

“ดี งั้นไปได้แล้ว อย่าให้กูรู้นะว่ามึงแอบอู้หรือคิดหาทางหนีอีกเป็นรอบที่สอง”

กดจูบลงบนริมฝีปากบางอีกครั้งแล้วจึงคลายอ้อมแขนออก ปล่อยให้ร่างบางเป็นอิสระ จากนั้นก็จัดการคว้าเสื้อผ้าที่เหลือบนเตียงมาสวมใส่ให้เรียบร้อย ก่อนจะมองตามแผ่นหลังบางที่หายลับเข้าไปในห้องน้ำ

“อ้าวคุณชาย จะไปไหนแต่เช้าคะเนี่ย” ป้าแก้วเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นคุณชายนักรบของเธอเดินล้วงกระเป๋าลงมาจากบันไดชั้นสองพร้อมกุญแจในมือ

“พอดีมีธุระด่วนนิดหน่อยน่ะครับ ผมเลยว่าจะออกไปข้างนอก วันนี้อาจจะกลับดึกป้าไม่ต้องทำอะไรเผื่อผมนะครับ”

“ค่ะ แล้วคุณหนูจิณณ์เธอล่ะคะ”

“คุณหนู?” คิ้วหนาขมวดเข้าด้วยกันอย่างสงสัย ทันทีที่ได้ยินสรรพนามเรียกขานอีกคนจากป้าแก้ว ให้คนมองเอ่ยตอบพลางส่ายหน้าไปมาเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู

“ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นใส่ป้าเลยค่ะ ยังไงซะ ป้าก็คิดว่าคุณจิณณ์น่ะเธอเหมาะกับคำนี้ที่สุดแล้วค่ะ”

“ผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนี่ครับ”

“แต่หน้าคุณชายมันฟ้องค่ะ”

“โอเคครับ ผมยอมแพ้”

“แล้วตกลงยังไงคะ รังแกอะไรคุณหนูจิณณ์ของป้าอีกหรือเปล่าคะเนี่ย” หญิงสูงวัยหรี่ตาลงนิด มองคุณชายของเธออย่างระแวง

“รู้จักยังไม่ถึงวัน นี่มันกลายเป็นหลานรักคนใหม่ของป้าไปแล้วเหรอครับ”

“นี่แหน่ะ! คุณชายก็ ไม่ต้องมาใส่ความป้าเลยนะคะ คุณหนูจิณณ์เธอน่ารักจะตายไปค่ะ” และแล้วก็ทนไม่ไหว หญิงสูงวัยเพียงคนเดียวของบ้านจัดการฟาดมือเรียวลงบนท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างคนชอบออกกำลังกายเบาๆ อย่างนึกหมั่นไส้กับถ้อยคำค่อนขอดเหมือนเด็กน้อยโดนทิ้ง

“ลองเปิดใจดูบ้างเถอะค่ะคุณชาย เผื่อจะเห็นอะไรดีๆ นะคะ”

“หึ รอผมตายก่อนเถอะครับป้า”

“คุณชายนี่! คำพูดคำจาไม่น่ารักเลยจริงๆ นะคะ” ไหล่หนาไหวนิด กระตุกยิ้มมุมปากแบบที่หากว่าสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลายมาเห็นเข้า เป็นต้องละลายลงไปกองกับพื้นแน่ๆ ให้คนมองนึกหมั่นไส้มากขึ้นกว่าเก่า

“เรื่องเมื่อคืนก็ยังไม่เคลียร์กับป้าเลยนะคะ ทำไมทำแบบนั้นคะ ไม่น่ารักเลยรู้ไหม คุณชายเองก็รู้ว่าคุณหนูเธอแพ้กุ้ง แต่ก็ยังให้เธอทานเข้าไปอีกหรือคะ” อดไม่ได้จะเอ็ดเรื่องที่ทำให้เธอเกือบหลับๆ ตื่นๆ แทบจะทั้งคืน ระแวงไปเสียหมดกลัวคนที่สำลักไอตัวแดงในอ้อมแขนของคุณควันจะเป็นอะไรไป

ต่อให้ไม่อยู่ในสถานการณ์ เธอก็พอจะเดาได้ว่าใครเป็นคนบังคับให้คุณหนูจิณณ์ต้องกินกุ้งที่เจ้าตัวแพ้เข้าไป ซึ่งก็คงไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก…คุณชายตัวดีของเธอนี่แหละที่เป็นคนสั่งให้ทำ

“มันก็สมควรโดนแล้วนี่ครับ” ไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ พลางเอ่ยตอบหัวหน้าแม่บ้านที่เลี้ยงดูเขาเมื่อตอนเป็นเด็กด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ให้คนฟังส่ายหน้าเบาๆ ลอบถอนหายใจอย่างระอากับคุณชายตัวน้อยของเธอ

“รู้อย่างนี้ ป้าไม่สั่งให้คนไปซื้อกุ้งมาให้หรอกค่ะ”

“ช่างเถอะครับ ผมว่าผมไปก่อนดีกว่า มีธุระต้องรีบไปจัดการ เดี๋ยวจะสาย ยังไงวันนี้ก็ฝากป้าดูแลมันด้วยแล้วกันนะครับ” รีบเอ่ยปากขอตัว ก่อนจะก้าวออกจากตัวบ้านไปยังรถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่หน้าบ้าน แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

“ถ้าคุณหนูจิณณ์เธอสมควรโดนแบบนั้นจริงๆ แล้วคุณชายคนดีของป้าจะออกไปซื้อยาแก้แพ้มากันเอาไว้ทำไมคะ” ป้าแก้วส่ายหน้าไปมา มองตามรถคันหรูที่เคลื่อนออกจากตัวบ้านอย่างนึกหน่ายใจ 




---


เฮียรบเอะอะก็รังแกน้องอ่ะ เดี๋ยวก็ฟาดด้วยประแจเลย!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว