ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 04 แค่ฝันร้าย Loading…20%

ชื่อตอน : EP 04 แค่ฝันร้าย Loading…20%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ต.ค. 2561 07:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 04 แค่ฝันร้าย Loading…20%
แบบอักษร

image

EP  04

แค่ฝันร้าย Loading…20%


19.30 น.


เกือบยี่สิบนาทีแล้วฉันถูกพามาที่ห้องที่ห้องพักชั้นยี่สิบของแบล็กซิโน กล้าพูดว่าฉันแทบจะนั่งนับทุกวินาทีเลยก็ว่าได้ หัวใจแทบจะเต้นผิดจังหวะอยู่แล้วด้วยซ้ำ


ก่อนหน้านี้ฉันเคยคิดว่าตัวเองคงจะเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่สามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์หรือความกดดันต่างๆ ได้ดี เพราะคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าสิ่งที่ฉันเคยผ่านมาอีกแล้ว แต่มันไม่ใช่เลย ฉันเดาไม่ออกเลยว่าสิ่งที่ฉันผ่านมาแล้ว กับสิ่งที่กำลังต้องเจอ อะไรมันจะเลวร้ายกว่ากัน


ก๊อกๆๆ


เสียงเคาะประตูห้องทำให้ฉันสะดุ้งตัวโยน  ก่อนจะต้องตกใจหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าประตูห้องถูกเปิดเข้ามาตั้งแต่ที่ฉันยังไม่ทันจะได้พูดอะไร แต่สุดท้ายก็ต้องค่อยๆ แอบลอบถอนหายใจเมื่อคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่ ‘ลูกค้า’ ที่ฉันกำลังรอ แต่ว่าเป็นผู้ชายสองคนที่เป็นลูกน้องของโทชิที่ฉันเองก็พอจะจำหน้าได้ เพราะทั้งสองคนเพิ่งจะเดินมาส่งฉันที่ห้องนี้เมื่อยี่สิบนาทีก่อน


“เอาวางไว้บนโต๊ะ” ผู้ชายคนที่เป็นคนพาฉันมาที่นี่ออกคำสั่ง ซึ่งฉันเองก็กำลังมองตามถาดของในมือของผู้ชายอีกคนที่เขากำลังเอามันไปวางไว้บนโต๊ะตามคำสั่งนั่นแหละ


“คุณคิราวะมาแล้ว อีกสักพักคงขึ้นมา ทำตัวดีๆ ด้วยล่ะ”


แล้วก็จบด้วยการสั่งฉันทิ้งท้าย ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินกลับออกไปเงียบๆ พร้อมกับปิดบานประตูหน้าห้องลง


หัวใจสั่นระริกเมื่อเห็นว่าของในถาดที่เพิ่งจะถูกนำเข้ามาคืออุปกรณ์สามอย่างที่ฉันเป็นคนเลือกจะวงกลมมันในเอกสารสัญญา


‘เอาเป็นว่าเลือกมาสามอย่างที่เธอคิดว่าเธอรับไหว’

ประโยคนั้นลอยชัดแวบเข้ามาในหัวทำเอาฉันต้องลอบกลืนน้ำลายและแอบรู้สึกกลัวและไม่แน่ใจว่าฉันจะรับมันได้ไหวจริงๆ


ฟึ่บ!


แล้วฉันก็ต้องรีบละสายตาจากถาดนั่นกลับมานั่งตัวตรงดิกหันหน้าเข้าหาผนังห้องเมื่อประตูห้องถูกเปิดเข้ามาอีกครั้ง โดยไม่มีแม้แต่เสียงเคาะประตู


ต้องใช่แล้วแน่ๆ เขาเป็นเจ้าของห้องนี้นี่นา ไม่จำเป็นต้องเคาะประตูก็ได้


“เอาวางไว้บนโต๊ะแล้วออกไปได้”


ฟังจากเสียงที่ได้ยินแล้วฉันมั่นใจว่าไม่ผิดคนแน่ เขาคือคุณคิราวะ


ฉันอยากจะร้องไห้ อยากจะวิ่งหนีออกไป หรือไม่ก็อยากจะหันไปสารภาพความจริงกับเขาแล้วขอให้เขายกโทษให้ แต่รู้ดีว่ามันคงไม่มีประโยชน์เพราะมัน...สายเกินไป


ฟึ่บ!


เสียงเสื้อสูทที่คงจะเพิ่งถูกถอดออกถูกเหวี่ยงลบบนที่นอนทำเอาฉันสะดุ้งตัวโยนแต่กลับไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองด้วยซ้ำ ทั้งที่รู้ดีว่าเขายืนอยู่แค่ด้านหลัง ห่างกันแค่คนละฝากของเตียงนอนนี่เอง


ฉันก้มหน้าลงต่ำเพราะต้องการจะอาศัยเส้นผมยาวๆ ที่ถูกปล่อยให้ยาวลงมาปิดบังใบหน้าของตัวเองเอาไว้ แม้จะรู้ว่าคงทำได้ไม่นานก็ตาม พยายามเพ่งสมาธิไปที่ชายชุดคลุมที่สวมอยู่ แต่ยิ่งมอง ฉันก็ยิ่งรู้สึกกลัว เพราะเพียงแค่คิดว่าด้านในชุดคลุมฉันสวมอยู่ มีเพียงแค่ชุดชั้นในซีทรูสีขาวที่แทบไม่ได้ช่วยปิดบังอะไรเลยมันก็ทำให้ฉันยิ่งรู้สึกอย่างจะร้องไห้


“ไม่มีใครบอกเธอเหรอว่าไม่ควรหันหลังให้ลูกค้า”


คำถามของคุณคิราวะทำให้ฉันกำมือทั้งสองข้างของฉันที่วางเอาไว้บนตักแน่น


ไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันควรรู้สึกยังไงกับสถานะสินค้าของตัวเอง การได้มาพบกับคุณคิราวะในสถานะสินค้ากับลูกค้าจะใช่ความโชคดีรึเปล่า เพราะอย่างน้อยฉันก็รู้ว่าเขาเป็นคนดี หรือมันอาจเป็นความโชคร้ายของฉัน เพราะหลังจากคืนนี้ไปแล้ว ฉันไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขาจะมองฉันด้วยสายตาแบบไหน


เสียงจากด้านหลังเงียบไปสักพักทำให้ฉันยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดี เมื่อครู่หลังจากถามฉันจบ ฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคุณคิราวะเดินกลับออกไป ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบที่ตอนนี้ฉันได้ยินเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศ


ฟึ่บ!


ตามมาด้วยเสียงพลิกหน้ากระดาษคล้ายกับว่าเขากำลังทำงานหรืออ่านเอกสารอะไรอยู่ บางทีเขาอาจจะอยากเคลียร์งานให้เสร็จก่อนก็ได้ คุณคิราวะเป็นคนมีความรับผิดชอบสูงมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วนี่นา


“ถ้าไม่พร้อมจะทำงาน เธอก็ไม่ควรจะมานั่งอยู่ในนี้ตั้งแต่แรก”


น้ำเสียงเย็นเยียบของคุณคิราวะทำให้ฉันเม้มริมฝีปากแน่นจนสั่นและรู้สึกเจ็บ ถึงจะรู้มาก่อนหน้าว่าเป็นเขา ถึงจะเตรียมใจมาแล้ว แต่พอถึงเวลาจริงๆ ฉันก็ไม่กล้าพออยู่ดี


“ถ้ายังไม่หันมา ฉันคงต้องขอเปลี่ยนสินค้า”


นั่นคือคำขู่ที่ทำให้ฉันสะดุ้งเฮือกและต้องลอบกลืนน้ำลาย


“คือว่า...” ฉันควรจะพูดอะไรออกไปดีล่ะ หรือไม่ควรพูดอะไรเลย แล้วแค่ทำตามหน้าที่ของตัวเองต่อไปเพื่อให้ทุกอย่างมันจบๆ ไปเสียที


“รู้ตัวใช่มั้ยว่าทำอะไรอยู่”


คำถามแล้วคำถามเล่าของเขากำลังบีบหัวใจของฉันทีละนิดๆ


ฉันกำลังทำให้เขาไม่พอใจแล้วสินะ ทั้งที่หน้าที่ของสินค้าคือการทำให้ลูกค้าพอใจแท้ๆ


ฟุ่บ!


แล้วฉันก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ก่อนจะกัดฟันแน่นแล้วย้ำตัวเองในใจว่าให้อดทน ไม่ว่าจะหันกลับไปเจอสายตาแบบไหนของคุณคิราวะก็ตาม


“ฉันถามว่าเธอรู้ใช่มั้ยว่าเธอทำอะไรอยู่...ริโกะ”


ตึก!


เพียงแค่หันกลับมาเห็นว่าคุณคิราวะถือเอกสารตรวจร่างกายของฉันอยู่ในมือ พร้อมกันกับที่ถูกเขาเรียกชื่อเบาๆ สองขาของฉันก็พลันอ่อนแรงจนต้องทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น


ต่อให้ฉันจะไม่หันมา เขาก็รู้แต่แรกอยู่แล้วว่าเป็นฉัน!


“ตอบคำถามฉัน” คุณคิราวะย้ำเสียงเข้มในขณะที่ฉันก็ยังทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่นแล้วพยักหน้าเบาๆ น้ำตาปริ่มจะล้นขอบตาลงมาจนต้องกะพริบตาปริบๆ เพื่อสะกดกลั้นมันเอาไว้


ฉันจะร้องไห้ไม่ได้เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำต่อหน้าลูกค้า!


“ตอบ!”


“ทราบค่ะ” ฉันตอบเสียงดังฉะฉานเมื่อคุณคิราวะตะคอกถามซ้ำด้วยน้ำเสียงดุดัน ทำเอาฉันสะดุ้งตัวโยน หยดน้ำตาเม็ดโตร่วงเผลาะลงมาจนต้องรีบยกหลังมือขึ้นมาปามันออกไปในทันที


“งั้นก็ลุกขึ้นมา”


“คือว่า...”


“ลุกขึ้น แล้วเดินมาหาฉัน”


คราวนี้ฉันรู้สึกได้ว่าเสียงของคุณคิราวะเริ่มสั่น มันเหมือนเขากำลังใช้ความอดทนมากที่จะพูดกับฉัน นัยน์แววตาคู่นั้นดุดันจนฉันไม่กล้าแม้แต่จะมองให้ลึกเข้าไปด้านใน


ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอีกครั้งแล้วพาตัวเองก้าวออกไปด้านหน้า ตรงเข้าไปหาเขาที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานหลังกว้าง ในมือของคุณคิราวะยังคงถือเอกสารตรวจร่างกายของฉันเอาไว้และฉันจำได้ว่าฉันเป็นคนลงลายมือยอมรับผลตรวจนั้นเอง เพราะแบบนี้เขาถึงรู้ว่าเป็นฉันยังไงล่ะ


กึก!


แล้วฉันก็หยุดเดิน ตอนนี้ยืนห่างจากคุณคิราวะประมาณสามก้าวเพราะไม่กล้าจะเดินเข้าไปใกล้เขามากว่านี้อีกแล้ว

“ถอดเสื้อผ้าสิ ต้องให้ฉันบอกทุกขั้นตอนเลยรึไง”


สั่นสะท้านไปหมดแล้ว และยิ่งไปกว่าร่างกายที่กำลังสั่น ก็คือก้อนเนื้อในอกของฉันนี่แหละ มันเต้นถี่ยิบไปหมดจนทำให้การหายใจของฉันไม่เป็นไปตามจังหวะปกติที่เคยเป็น


ฟึ่บ!


ฉันลอบกลืนน้ำลงคอไปอึกใหญ่ ค่อยๆ ยกมือขึ้นมากระตุกเชือกที่ผูกรอบเอวเอาไว้ออก ก่อนจะจับสาบเสื้อชุดคลุมแยกออกจากกันช้าๆ แล้วถอดมันลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้า


วินาทีที่ถอดมันออกจากร่างกายบังคับให้ฉันต้องหลับตาแน่น ทันทีที่ร่างกายที่สวมเพียงชุดชั้นในซีทรูสีขาวบางๆได้สัมผัสกับความเย็นของอุณหภูมิภายนอก มันก็ทำให้ฉันรู้สึกหนาวจนสั่น


“ลืมตาแล้วมองหน้าฉัน” คุณคิราวะสั่งเบาๆ ฉันรู้สึกได้ว่าเขายังไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ฉัน และน่าจะยังยืนอยู่ที่จุดเดิม แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกหายใจได้ทั่วท้องเลยสักนิด


ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองคุณคิราวะตามคำสั่งของเขา และเมื่อได้สบสายตากับเขาอีกครั้ง สายตาคู่นั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกร้อนวูบเหมือนโดนไฟจากสายตาของเขาแผดเผา


“ในเมื่อเธอบอกเองว่าเธอรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ ก็แปลว่ายอมรับได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในห้องนี้ใช่มั้ยริโกะ”


ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันต้องสะดุ้งทุกครั้งที่ถูกเขาเรียกชื่อ มันเหมือนเป็นอาการเสพติดของคนที่ทำความผิดเอาไว้แล้วถูกจับได้คาหนังคาเขา


“ค่ะ ริโกะ...รับได้”


“แปลว่ารู้ว่าไม่มีสิทธิ์จะออกจากห้องจนกว่าจะเช้า”


“ทราบค่ะ”


“ดี งั้นมาเริ่มจากของที่เธอเลือกมาเลยก็แล้วกัน”


หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินสิ่งที่คุณคิราวะบอก เขามองฉันนิ่งๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปที่ถาดของอุปกรณ์ที่ถูกจัดเตรียมมา ไม่ต้องถามเลยว่าฉันจะอ้าปากต่อรองกับเขาเรื่องของพวกนั้นยังไง เพราะเขาไม่มีทางยอมแน่ เขาใจดี แต่ต้องไม่ใช่ในสถานการณ์ที่ฉันทำความผิดเอาไว้แบบนี้แน่!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว