ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 02 การกลับมา Loading…50%

ชื่อตอน : EP 02 การกลับมา Loading…50%

คำค้น : Blackscorpion,มาเฟียถลำรัก,คิราวะ,ริโกะ,PinkPen

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2561 11:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 02 การกลับมา Loading…50%
แบบอักษร


EP 02

การกลับมา Loading…50%


Riko part :


[ริโกะ]


“ว่ะ ว่าไงโทโมะ”


[คือเขาบอกฉันว่า...]


“แค่นี้ก่อนนะโทโมะ ฉัน...”


[แม่เธอป่วยเป็นมะเร็ง]


เดิมทีฉันก็ตั้งใจจะพูดแทรกโทโมะเพราะอยู่ๆ ฉันก็รู้สึกไม่อยากฟังเหตุผลขึ้นมา ฉันไม่อยากรับรู้อะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าถูกโทโมะพูดแทรกกลับมาอีกรอบ และทุกคำที่เขาพูดออกมาก็ชัดเจนมากจนยากจะปฏิเสธว่าฉันได้ยิน


หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างกายชาดิกจนแทบขยับไม่ได้ ลำคอแห้งผาก มือไม้เย็นเฉียบ ทุกอย่างเกิดขึ้นฉับพลันที่ได้ยินคำบอกเล่าของโทโมะ


[ฮัลโหล ริโกะ ได้ยินมั้ยริโกะ]


ตื้ดดด~


ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าไม่น่าจะใช่เรื่องดี แต่ก็ไม่รู้ทำไมฉันถึงได้ยังอยากจะรู้ ขนาดว่ากดวางสายไปแล้ว หัวใจของฉันก็ยังคงเต้นเร็วอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าจะพยายามจะสั่งให้มันเต้นช้าลงเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถทำได้เลย


ตึก!


ตึก!!


ตึก!!!


ฉันก้าวถอยหลังกลับเข้ามาในตรอกที่ยืนอยู่ เพราะรู้ว่ามันสามารถพาฉันทะลุไปที่ถนนอีกฟากหนึ่งได้  จากที่ก้าวถอยออกช้าๆ ก็เริ่มเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น แล้วกลายเป็นหันหลังให้ทุกอย่างแล้วรีบวิ่งออกมาให้เร็วที่สุด


ตุ้บ!


“ขอโทษค่ะ” ฉันร้องบอกเพราะวิ่งชนเข้ากับป้าคนหนึ่งที่เดินสวนมาพอดี แต่ไม่ได้หยุดเพื่อช่วยป้าคนนั้นเก็บของด้วยซ้ำ


ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่นะ ฉันน่าจะไปโรงเรียนและทำตัวตามปกตินี่นา พวกเขาขายฉันแล้ว ไม่ต้องการฉันอีกแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ใครจะเป็นยังไงจะเจ็บป่วยหรือล้มตายลงไป ก็ไม่เกี่ยวข้องกันแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมต้องมาบอก ทำไมต้องให้ฉันรับรู้ด้วย!


ตุ้บ!


“โอ๊ย!”


ฉันร้องเสียงดังเมื่อสะดุดก้อนหินจนล้มลงหัวเข่ากระแทกกับพื้น อาการปวดตุบๆ ทำให้ฉันต้องทิ้งตัวนั่งลงไปกับพื้นพลางจับที่หัวเข้าข้างซ้ายของตัวเองเอาไว้แน่น


“ใช่เธอจริงๆ ด้วย”


“โทโมะ”


ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะตามมา


โทโมะเดินมานั่งลงตรงหน้าฉันพร้อมกับก้มหน้าลงมองบาดแผลที่หัวเข่าของฉัน ที่ฉันยังพยายามจะบีบมันเอาไว้แน่นเพราะรู้สึกปวดจนอยากจะร้องไห้


“นายตามฉันมาตั้งแต่เมื่อไหร่”


“ฉันเห็นเธอตั้งแต่แรกแล้วริโกะ” โทโมะพูดพลางค่อยๆ แกะมือของฉันออกจากหัวเข่า แต่ว่าฉันก็ยังไม่ยอมปล่อยอยู่ดี


“ปล่อยมือสิ ฉันจะดูแผลให้”


“ฉันไม่เป็นไร” ฉันพยายามบอกอย่างเข้มแข็ง เพราะแต่ไหนแต่ไรมาฉันไม่เคยอ่อนแอให้ใครเห็นอยู่แล้ว


ฉันไม่ชอบความอ่อนแอ ฉันเกลียดความสงสารและเห็นใจ และที่สำคัญ ฉันไม่ชอบการร้องไห้ เกลียดเวลาที่ต้องมานั่งเสียใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่องทั้งที่รู้ว่าร้องให้ตายก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้เลย


“ถ้าไม่เป็นไรแล้วร้องไห้ทำไม” โทโมะย้อนถาม


นั่นทำให้ฉันตกใจจนต้องรีบยกมือขึ้นมาแตะเบาๆ ที่ดวงตาทั้งสองข้างของตัวเอง ถึงได้พบว่าฉันมีน้ำตาจริงๆ แม้จะไม่ถึงกับปล่อยให้มันไหลลงมาเป็นสายก็ตาม


“แปลว่าผู้ชายคนนั้นเขาเป็นพ่อเธอจริงๆ สินะ”


“ไม่จริงสักหน่อย” ฉันรีบปฏิเสธ ก่อนจะรีบผุดลุกขึ้นยืนจนทำให้โทโมะที่นั่งอยู่ใกล้ๆ หงายหลังลงไปโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่สุดท้ายเขาก็ลุกขึ้นมายืนขวางทางฉันเอาไว้จนได้นั่นแหละ


ฉันพยายามยืนอย่างเข้มแข็งถึงแม้ว่าจะยังรู้สึกปวดหัวเข่าอยู่บ้างแต่นั่นไม่มากเท่ากับความเจ็บปวดในหัวใจของฉันเลยสักนิดเดียว


“พ่อกับแม่ฉันตายไปตั้งนานแล้ว คุณโอยามะเขาช่วยฉันเอาไว้ ผู้ชายคนนั้นโกหก”


“เธอจะบอกว่าที่เธอร้องไห้นี่เพราะเจ็บหัวเข่างั้นเหรอ” โทโมะย้อนถาม เขาไม่ได้เสียงดังใส่ฉันด้วยซ้ำแต่ฉันกลับรู้สึกไม่ชอบใจที่เขาเซ้าซี้ไม่เข้าเรื่อง


“ก็ใช่น่ะสิ ฉันล้มลงมาแรงมากนะ เจ็บบ้างไม่ได้รึไง”


ปกติแล้วการพูดว่าเจ็บหรือแสดงว่าตัวเองอ่อนแอ ไม่ใช่สิ่งที่ฉันคิดจะทำเลย แต่ตั้งแต่เจอผู้ชายคนนั้น ฉันก็กลายเป็นคนที่กำลังทำทุกอย่างที่เคยคิดว่าจะไม่ทำ


“แล้วเรื่องที่เธอวิ่งหนีมาล่ะ”


“ฉันก็แค่...”


“ช่างเถอะ ฉันไม่ยุ่งเรื่องของเธอก็ได้ แต่ตอนนี้หัวเข่าเธอมีแผล เลือดไหลแล้วด้วย ฉันว่าเรารีบหาที่นั่งกันดีกว่า” โทโมะพูดเร็วๆ เหมือนกลัวว่าฉันจะไม่ฟังที่เขาพูด ซึ่งต่อให้ฉันจะไม่อยากฟังและอยากไล่เขาไปไกลๆ แต่เขาพูดมาจนจบขนาดนี้แล้ว แถมยังไม่ได้มีท่าทีว่าจะโกรธที่ฉันพาลใส่เขาเลยสักนิด แล้วฉันจะทำอะไรได้ล่ะ


“ตามมาสิ หอฉันอยู่ใกล้ๆ นี่เอง”


“หอนาย!”


“ไม่ได้หมายถึงจะพาขึ้นไป แต่ข้างล่างมันพอจะมีนี่นั่งอยู่น่ะ อย่างน้อยก็ล้างแผลสักหน่อยก็ยังดี” โทโมะยังคงบอกอย่างมีน้ำใจ แต่กลับยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเกรงใจเขามากขึ้นกว่าเดิม


“ไม่เป็นไรหรอก แผลแค่นิดเดียวเอง”


“แต่...”


“นายพอจะมีกระดาษทิชชูบ้างมั้ยโทโมะ”


คราวนี้เป็นฉันบ้างที่พูดแทรกเพราะไม่อยากจะฟังเหตุผลมากมายของเขา เข้าใจว่าเขาเป็นห่วงแต่ว่าฉันเองก็ไม่อยากทำให้เขาต้องวุ่นวายนี่นา อีกอย่างคือฉันอยากจะรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ฉันไม่ควรจะมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกเลยจริงๆ


“อ่ะ”


แล้วโทโมะก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงของเขาส่งมาให้


“ไม่เอา ฉันจะเอากระดาษทิชชู”


“รับไปเถอะ ไม่ต้องเอามาคืนหรอก คิดซะว่ามันเป็นกระดาษทิชชูก็แล้วกัน” โทโมะบอกอย่างนั้นแล้วยัดผ้าเช็ดหน้าของเขาใส่มือของฉันมา ทำเอาฉันยืนอ้ำๆ อึ้งๆ กลืนไม่เข้า คายไม่ออกเพราะไม่รู้ว่าจะปฏิเสธเขายังไง


ทำไมเขาถึงได้เป็นคนดีแบบนี้กันนะ ไม่รู้เหรอว่าการเป็นคนดีและมีน้ำใจของเขามันทำให้ฉันอึดอัดและกำลังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนิสัยไม่ดี


“ขอบใจนะ”


“ไม่เป็นไร เราเป็นเพื่อนกัน ก็ต้องช่วยกันสิ” โทโมะบอกยิ้มๆ


“ถ้านายคิดว่าเราเป็นเพื่อนกันจริงๆ ฉันอยากขอให้นายเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับได้มั้ยโทโมะ” ฉันรีบขอร้องโทโมะในทันที แม้จะรู้ดีว่ามันอาจทำให้เขาลำบากใจและอาจจะรู้สึกไม่ดีกับเพื่อนนิสัยแย่ๆ อย่างฉัน แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ


“ฉันยอมบอกนายก็ได้ว่าผู้ชายคนนั้นคือพ่อของฉันจริงๆ แต่ขอร้องนะโทโมะ ฉันจำเป็น อย่าบอกเรื่องนี้กับใครโดยเฉพาะฮานะ” ฉันย้ำเป็นพิเศษไปที่ฮานะ นั่นทำให้สีหน้าของโทโมะแสดงออกถึงความไม่พอใจขึ้นมาทันที


“ทำไมต้องโกหกด้วยฮานะด้วย เธอกับฮานะเป็นเพื่อนกันนะ”


“เพราะฉันไม่อยากให้คุณโอยามะรู้เรื่องนี้น่ะ ฮานะเป็นคนดี ถ้าเธอรู้แล้วต้องมาคอยปิดบังเรื่องนี้กับคุณโอยามะ เธอจะลำบากใจเปล่าๆ เหมือนที่นายกำลังรู้สึกนั่นแหละ นายเองก็คงไม่อยากให้ฮานะไม่สบายใจใช่มั้ยโทโมะ” ฉันพยายามหว่านล้อม


“เรื่องนั้นก็จริงของเธอ เพราะแบบนี้สินะ เมื่อวานพ่อของเธอถึงได้บอกฉันว่าห้ามให้คนอื่นรู้เรื่องนี้นอกจากเธอ” โทโมะย้อนถาม ซึ่งฉันก็พยักหน้าตอบอย่างไม่ปิดบัง


“เฮ้อ พวกเธอทั้งสองคนนี่ทำตัวแปลกๆ นะ ทำไมถึงได้ชอบหาเรื่องใส่ตัวกันนัก อยู่ดีๆ ทำไมต้องไปยุ่งกับพวกมาเฟียด้วย” โทโมะรำพึงรำพันพลางถอนหายใจใส่


“มันจำเป็นน่ะ เอาเป็นว่าฉันขอบใจนายมากก็แล้วกันนะโทโมะ ฉันจะไม่ลืมน้ำใจของนายในครั้งนี้เลย”


“ไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกแล้วกัน”


“อืม ฉันจะนึกถึงนายคนแรกเลย ฉันไปก่อนนะ” ฉันบอกแล้วเตรียมจะผละตัวออกมา แต่โทโมะกลับรั้งข้อมือของฉันไว้ซะก่อน


“แล้วเธอจะไปไหน ไม่นั่งพักก่อนเหรอ ขาเจ็บ ถ้าฝืนเดินต่อมันจะเจ็บนะ เดี๋ยวหัวเข่าก็บวม เดินไม่ได้หรอก” โทโมะเตือนพลางก้มมองไปที่หัวเข่าของฉัน แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้รู้สึกเจ็บมากแล้วหละ เลือดก็ไม่ได้ออกเยอะแล้วเพราะฉันคอยซับมันไว้ด้วยผ้าเช็ดหน้าของโทโมะนั่นแหละ ไหนๆ เขาก็ให้ (ยืม) แล้วนี่นา


“ไม่เป็นไร ฉันค่อยยังชั่วแล้วน่ะ ไปก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียนนะโทโมะ” ฉันรีบบอกลาโทโมะก่อนจะเดินแยกออกมาเพราะไม่อยากให้เขาถามอะไรต่อ ซึ่งถึงจะมั่นใจว่าต่อให้ฉันจะบอกอะไรกับเขา เขาก็คงจะไม่นำไปพูดต่อและคงเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับแบบที่เขารับปากกับฉันเอาไว้ แต่ลึกๆ แล้วฉันเองก็ไม่อยากให้เขารู้สึกลำบากใจเหมือนกันนั่นแหละ ดังนั้นฉันว่าให้เขารู้น้อยที่สุดน่าจะเป็นผลดีกับตัวเขามากที่สุดแล้ว

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว