ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 01 หน้าที่ของบอดี้การ์ด Loading…75%

ชื่อตอน : EP 01 หน้าที่ของบอดี้การ์ด Loading…75%

คำค้น : Blackscorpion,มาเฟียถลำรัก,คิราวะ,ริโกะ,PinkPen

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2561 11:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 01 หน้าที่ของบอดี้การ์ด Loading…75%
แบบอักษร


EP 01

หน้าที่ของบอดี้การ์ด Loading…75%

Kirawa part :


ถึงผมจะรู้สึกยังไงกับริโกะ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผมจะสามารถละเลยหน้าที่ที่ผมได้รับมอบหมายได้หรอก ยังไงซะสิ่งที่คุณโอยามะย้ำกับผมและคนอื่นๆ มาตลอดนั่นก็คือเรื่องของการเรียงลำดับความสำคัญ


...ถ้าเราเรียงลำดับความสำคัญไม่ถูกต้อง ผลกระทบที่ตามมาอาจเป็นการสูญเสีย...

ผมลงลิฟต์มารอคุณโอยามะที่ชั้นล่างตามที่ได้รับคำสั่ง แต่ก่อนอื่นเลยผมคงต้องบอกคนที่ยังคงนั่งรอผมอยู่ในรถซะก่อนว่าวันนี้ผมคงไม่สามารถขับรถไปส่งเธอกลับบ้านได้แล้ว


ฟึ่บ!


เริ่มจากการเปิดประตูรถทันทีที่เดินมาถึง


การที่อยู่ๆ ผมเปิดประตูรถออกโดยไม่ได้ส่งสัญญาณบอกคนด้านในก่อน ทำให้ริโกะหันมามองผมด้วยสองตาที่เบิกโพลงขึ้นเพราะความตกใจ


“ถ้าฉันเป็นคนร้าย เธอคงตายไปแล้ว ทำไมไม่ล็อกประตูรถ” ผมถามเสียงขุ่นเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเตือนเรื่องนี้กับเธอ ไม่อย่างนั้นผมจะตั้งใจเดินมากระชากประตูรถทำไม


“เอ่อ ริโกะขอโทษที่ประมาทค่ะ”


“เวลาโดนยิง คำขอโทษมันไม่ได้ทำให้เธอหายเจ็บหรอกริโกะ” ผมดุใส่ ซึ่งเธอก็ทำหน้าหงอใส่ผมเหมือนทุกที แต่ไม่เคยจำเลยสักครั้งเดียว


“ลงมา”


“คะ?”


“บอกให้ลงมา เดี๋ยวฉันต้องไปทำงานต่อ โยชิจะเป็นคนไปส่งเธอแทนฉัน” ผมถือโอกาสบอกริโกะไปในตัว ซึ่งถึงแม้ว่าเธอจะยังงงๆ อยู่กับคำสั่งปุบปับของผม แต่เธอก็รีบก้าวเท้าลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าเป้นักเรียนที่เธอมักจะวางมันเอาไว้บนตักของตัวเองเสมอ


“ช่วงนี้โยชิจะทำหน้าที่ไปรับไปส่งคุณฮานะกับเธอแทนฉันชั่วคราว”


“ทำไมเหรอคะ มีเรื่องอะไรรึเปล่า ริโกะทำอะไรผิดรึเปล่าคะ” ริโกะรีบถาม สายตาของเธอฉายแววกังวลขึ้นมาอย่างชัดเจน นั่นทำให้ผมต้องรีบส่ายหัวปฏิเสธ


“ไม่หรอก ฉันต้องไปทำงานน่ะ” ผมตอบสั้นๆ ซึ่งผมดูออกว่าริโกะน่าจะยังมีคำถามที่เธออยากจะถามต่อ แต่เธอคงไม่กล้าพอจะถามออกมา เธอถึงได้เลือกที่จะเม้มริมฝีปากเบาๆ แล้วเปลี่ยนเป็นส่งยิ้มให้ผมแทน


“ริโกะเข้าใจค่ะ”


“เป็นเด็กดีด้วยล่ะ” ผมทิ้งท้ายสั้นๆ อีกครั้งก่อนจะปิดประตูรถลงเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาของโยชิสะท้อนออกมาจากกระจกรถทางด้านหลังของริโกะ


ผมหันไปมองหน้าโยชินิ่งๆ ซึ่งทันทีที่เขาเดินมาถึงจุดที่ผมกับริโกะยืนอยู่ เขาก้มหัวให้ผมนิดหน่อยก่อนจะมองเลยไปที่ริโกะที่ยืนอยู่ใกล้ๆ


“รถฉันจอดอยู่ข้างหลังน่ะ”


“ค่ะคุณโยชิ” ริโกะตอบรับพร้อมกับยิ้มเจื่อน เธอหันมาทำความเคารพผมก่อนจะเดินนำออกไปตามทางที่โยชิบอก ส่วนผมก็คงต้องรอคุณโอยามะอยู่ตรงนี้


“ผมจะดูแลคุณฮานะกับริโกะอย่างดี คุณคิราวะวางใจเถอะครับ” โยชิบอกผมอย่างนั้นก่อนจะเดินตามริโกะออกไป ซึ่งผมรู้ดีว่าเขาต้องทำได้แน่ๆ ไม่อย่างนั้นคุณโอยามะคงไม่เลือกให้เขาทำหน้าที่สำคัญแบบนั้น


“คุณคิราวะคะ”


แล้วอยู่ๆ เมื่อผมกำลังจะละสายตาออกเส้นทางการเดินออกไปของทั้งริโกะและโยชิ เสียงของริโกะก็ทำให้ผมต้องหันกลับไปสบตากับเธออีกครั้ง


“ริโกะรอได้ค่ะ” ริโกะยกมือขึ้นมาป้องปากแล้วพูดโดยไม่เปล่งเสียงออกมา แต่ผมอ่านปากของเธอออก เพราะจำได้ว่ามันเป็นประโยคเดียวกับที่เธอเพิ่งจะพูดกับผมไปเมื่อตอนก่อนที่ผมจะขึ้นไปข้างบน มีเพียงโยชิเท่านั้นที่คงไม่เห็นว่าเธอพูดอะไร


ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะสะบัดมือไล่ให้เธอรีบเดินออกไปเท่านั้น


ผมไม่อยากให้โยชิสงสัยอะไรมากมาย ไม่ชอบให้เขามองผมหรือเธอด้วยสายตาที่เหมือนจะลอบสังเกตตลอดเวลาแบบนั้น รวมถึงไม่อยากให้คุณโอยามะเดินลงมาเห็นริโกะในท่าทีแบบนั้นด้วย เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าผมทำให้เธอตกที่นั่งลำบากที่ต้องตอบคำถามคุณโอยามะ


แล้วนี่ตกลงแล้วสาเหตุที่เธอพูดแล้วยิ้มได้แบบนั้นเป็นเพราะเธออยากให้ผมสบายใจ หรือเป็นเพราะตัวเธอเองรู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องตอบคำถามของผมแล้วกันแน่


ยัยเด็กแสบ รู้มากขึ้นทุกวันจริงๆ


เฮ้อ~


ผมได้แต่ถอนหายใจก่อนจะสะบัดหัวเบาๆ เพื่อไล่ความคิดที่กำลังฟุ้งซ่านอยู่ออกไป พอดีกับจังหวะที่คุณโอยามะเดินมาถึงตัวรถ และหน้าที่ของผมก็คือการเปิดประตูรถให้เขา


“ไปแบล็กทาวน์”


คำสั่งจากคุณโอยามะทำให้ผมคำนวณเส้นทางการขับรถในหัวทันที แม้จะยังไม่รู้ว่าคุณโอยามะจะกลับไปที่นั่นทำไมในเวลานี้ ทั้งที่เขาเองก็เพิ่งจะกลับออกมาได้ไม่นานด้วยซ้ำ แต่คิดว่าเดี๋ยวอีกสักพักผมคงได้รู้คำตอบ


ทันทีที่ผมเข้ามานั่งประจำที่คนขับ ผมก็ขับรถออกมาเพื่อตรงไปยังแบล็กทาวน์ตามคำสั่ง แบล็กทาวน์คือตึกแฝดที่สูงที่สุดในย่านมารุ ศูนย์รวมคำสั่งและการปฏิบัติงานทุกอย่างของแบล็กสกอร์เปี้ยน


“ถ้าฉันให้เปิดโอกาสให้นายถามคำถามฉันได้หนึ่งคำถาม นายอยากถามอะไรคิราวะ” คุณโอยามะถามพลางเหลือบสายตามองผมผ่านกระจกมองหลังตรงหน้าผม ซึ่งก็ทำให้ผมเหลือบมองเขากลับไปเช่นกัน


“ผมไม่มีคำถามครับ”


“แม้แต่เรื่องริโกะก็จะไม่ถามงั้นเหรอ”


“ครับ”


“ทำไม หรือนายกลัวว่าฉันจะสั่งให้นายวนรถกลับไปแบล็กวิลล์”


น้ำเสียงของคุณโอยามะเย็นเยียบแบบนี้เสมอ ผมเชื่อสนิทใจว่าถ้าคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ผม มันคงกลัวจนหัวหดไปแล้ว แต่สำหรับผม ไม่ว่าน้ำเสียงของคุณโอยามะจะเย็นหรือนิ่งมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถสื่อหรือแสดงออกได้ถึงอารมณ์ของเขาเท่ากับสายตาหรอก และเป็นเพราะว่าผมมองเห็นได้ชัดเจนว่าสายตาของเขาในเวลานี้ดูนิ่งสงบ นั่นแปลว่าเขาไม่ได้กำลังคิดจะหลอกถามเพื่อให้ผมเปิดปาก หากแต่กำลังประเมินความคิดของผมอยู่ต่างหาก


“เปล่าครับ แต่ที่ผมไม่ถาม เพราะผมไม่ได้สงสัยอะไร”


“อย่างเช่นเรื่องที่ฉันสั่งให้โยชิไปทำหน้าที่รับส่งริโกะแทนนายด้วยใช่มั้ย”


คำถามชี้นำของคุณโอยามะทำให้ผมนิ่งไปสักพัก แต่ถึงจะเอะใจอยู่บ้าง ผมก็ยังไม่คิดจะถามออกไปอยู่ดี


“คุณโอยามะวางใจให้เขาทำหน้าที่นั้นก็เพราะเขามีความสามารถครับ อีกอย่างหน้าที่หลักของโยชิคือรับส่งคุณฮานะต่างหาก ส่วนริโกะเป็นผลพลอยได้” ผมตอบอย่างพยายามแยกแยะ ซึ่งก็ทำให้ผมได้เห็นรอยยิ้มมุมปากของผู้ชายที่ใครๆ ก็มักจะบอกว่าเขาไร้ซึ่งอารมณ์ขัน


“นายไม่ควรเชื่อใจฉันขนาดนั้นหรอกคิราวะ”


“ผมเชื่อในเหตุและผลของคุณโอยามะครับ เชื่อเพราะรู้และมั่นใจว่าเหตุผลนั้นมันจะเป็นผลดีกับเราทุกคนเสมอ” ผมตอบพลางยิ้มตอบคุณโอยามะนิดหน่อย ก่อนจะตั้งใจขับรถต่อไปเงียบๆ


“ขอบใจที่นายเชื่อใจฉัน”


คำตอบของคุณโอยามะทำให้ผมรู้สึกใจโล่งใจขึ้นมาได้บ้างนิดหน่อย ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าเหตุผลที่คุณโอยามะออกคำสั่งแบบนั้นคืออะไร แต่ผมเชื่อว่ามันเป็นทางเลือกที่คุณโอยามะคิดว่ามันดีที่สุดแล้วสำหรับสถานการณ์ในตอนนี้


“คุณโอยามะมีอะไรจะบอกผมงั้นเหรอครับ” ผมถามเมื่อสบโอกาส รู้สึกได้ว่าตั้งแต่ที่ผมขับรถออกมาคุณโอยามะเหลือบสายตามองผมอยู่หลายครั้ง ซึ่งถึงจะเป็นเพราะคุณโอยามะมีเรื่องจะพูดกับผม แต่มันก็บ่อยเกินไปอยู่ดี บวกกับการที่ผมเห็นว่าเขายกข้อมือซ้ายขึ้นมามองนาฬิกาข้อมือ ทำราวกับว่ากำลังรอเวลาอะไรสักอย่าง


“สมกับเป็นคนที่ฉันไว้ใจให้ดูแลฮานะ”


“เกี่ยวกับเรื่องของพวกเสือขาวใช่มั้ยครับ” ผมพยายามคาดเดาอย่างไม่อ้อมค้อม ซึ่งคำตอบของคุณโอยามะก็คือการพยักหน้าเบาๆ แล้วสบตาผมนิ่งๆ เหมือนเป็นสัญญาณเตือน


“ผมจะระวังตัวให้มากกว่านี้ครับ”


“นายรู้ตัวมานานเท่าไหร่แล้ว”


นี่ต่างหากสิ่งที่คุณโอยามะต้องการจากปากผม


“สองวันครับ”


“เพราะแบบนี้นายถึงไม่สงสัยเรื่องที่ฉันสั่งให้โยชิไปดูแลฮานะสินะ” คุณโอยามะพูดต่ออย่างรู้ทัน ซึ่งผมก็ได้แต่พยักหน้าตอบเขาอย่างตรงไปตรงมาเหมือนเคย


ก่อนหน้านี้ประมาณสองวันก่อน ผมรู้สึกว่ามีคนคอยสะกดรอยตามผม เพียงแต่ยังไม่มั่นใจเท่านั้นว่าเป็นพวกไหน มันปฏิเสธได้ยากว่ายิ่งคุณโอยามะนำพาแบล็กสกอร์เปี้ยนให้แข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่ คนที่คิดจะล้มเขาก็มีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว


แต่การที่จะล้มเขาโดยตรงมันไม่ง่าย แต่ขั้นตอนมันก็ไม่ได้ยาก เพราะก็คือการต้องเริ่มจากการข้ามศพผมไปก่อน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ค่าหัวของผมจะพลอยสูงตามไปด้วย เพราะถ้ากำจัดผมได้ก็ไม่ต่างอะไรกับการตัดแขนของคุณโอยามะ


“ผมทราบครับว่าคุณโอยามะเป็นห่วงคุณฮานะ และต้องขออภัยที่ผมไม่ได้บอกให้คุณโอยามะทราบตั้งแต่ต้น จนอาจทำให้คุณฮานะต้องตกอยู่ในอันตราย”


“ไม่ใช่ความผิดของนายหรอก คนที่ทำให้ฮานะต้องตกอยู่ในอันตรายคือฉันต่างหาก เป็นคนของฉัน จะอยู่ตรงไหนกับใครก็อันตรายทั้งนั้น นายเองก็เหมือนกัน” คุณโอยามะพูดด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ซึ่งผมรู้ดีว่าเป็นเพราะความห่วงใยที่เขามีต่อคุณฮานะ ก่อนหน้าที่เขาจะได้รู้จักเธอ ไม่ว่าจะปัญหาอะไรหรือแม้แต่ความตาย ผมก็ไม่เคยเห็นคุณโอยามะยี่หระต่ออะไรสักอย่าง แต่ตั้งแต่ที่เขามีคุณฮานะ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป


จากที่รอบคอบอยู่แล้ว เขาก็รอบคอบขึ้นอีกหลายเท่าในทุกๆ ด้าน ระวังตัวเองมากขึ้น และก็ดูเหมือน...จะอ่อนโยนมากขึ้นอีกด้วย


“ผมจะพยายามลากตัวมันออกมาให้ได้เร็วที่สุดครับ”


“อย่าวู่วามจนกว่าจะแน่ใจ ไม่ว่าจะฮานะหรือนาย ต่างก็มีความสำคัญกับฉันทั้งนั้น”


“ครับผม”


ปัง!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว