ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

บทส่งท้าย Loading…100%

ชื่อตอน : บทส่งท้าย Loading…100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.4k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2561 07:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทส่งท้าย Loading…100%
แบบอักษร

image

บทส่งท้าย

Loading…100%


 “คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่เธอจะเป็นสินค้าของฉันนะฮานะ”


แต่แล้วสิ่งที่ฉันนึกกลัวมาตลอดก็เกิดขึ้น รู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าผ่าลงกลางหัวใจไม่มีผิด ประโยคเดียวของโอยามะทำให้ทุกอย่างของฉันพลันมลายหายไปในชั่วพริบตา


ฉันหลับตาลงแล้วขยับเข้าไปกอดเขาให้แน่นขึ้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะถ้าหากคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่ฉันจะได้กอดเขาแบบนี้แล้วจริงๆ ฉันก็จะไม่ยอมปล่อยให้อ้อมกอดนี้หลุดออกง่ายๆ


“ฮานะ”


“ฉันรู้แล้วโอยามะ ฉันรู้แล้ว” ฉันตอบเสียงสั่นเพราะรู้ดีว่าเขาจะพูดอะไร และคงไม่ต้องให้เขาพูดมันออกมาฉันก็เข้าใจดีว่าวันนี้มันต้องมาถึง ฉันทำใจเอาไว้แล้ว เพราะมันเป็นเรื่องที่เราตกลงกันเอาไว้แล้วตั้งแต่ต้น


“ฉันจะขอถามอะไรเธอสักอย่างได้รึเปล่า”


“ได้สิ ฉันจะตอบทุกอย่างเลย”


“รับปากฉันว่าจะไม่โกหก”


“อืม ฉันจะไม่โกหกนาย”


ถ้านี่เป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้นอนคุยกันแบบนี้ ฉันก็พร้อมจะพูดและสารภาพทุกอย่างให้เขาฟัง


“ก้อนหินก้อนนั้นสำคัญกับเธอยังไง”


ก้อนหินงั้นเหรอ?


“นายหมายถึงก้อนหินสีขาวของริวน่ะเหรอ”


“ใช่ ตอบฉันว่ามันสำคัญกับเธอยังไง” โอยามะถามเบาๆ พลางลูบเส้นผมของฉันอยู่อย่างนั้นตลอดเวลา เขารู้ว่าฉันกำลังกลัว และฉันก็ไม่คิดจะปฏิเสธว่าฉันกำลังกลัวมากจริงๆ


“เขาเคยบอกฉันว่ามันเป็นหินดาวตกน่ะ”


“หินดาวตก?”


“อืม ริวเคยพาฉันปีนออกไปนอกกำแพง เขาพาฉันเดินขึ้นไปบนเขาเพื่อแอบไปดูดาวตกด้วยกัน ริวบอกฉันว่าต้องไปที่นั่นที่เดียวเท่านั้น ไม่อย่างนั้นจะไม่เห็น”


“แล้วคืนนั้นเธอเห็นดาวตกรึเปล่า” โอยามะถามพร้อมกับดันตัวฉันออกเบาๆ แรกๆ ฉันกลัวมากจนไม่ยอมขยับ แต่สุดท้ายก็สู้แรงเขาไม่ไหวจนต้องยอมปล่อยแขนออกจากตัวเขาแต่โดยดี


น้ำตาฉันไหลอาบแก้มตั้งแต่ที่ได้ยินเขาพูดว่าคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายระหว่างเรา ฉันก็เลยไม่กล้าสู้หน้าเขาเท่าไหร่ แม้จะรู้ดีว่าสักวันเงื่อนไขต้องสิ้นสุดลง แต่ไม่เคยทำใจได้เลย


ฉันยอมรับว่าครั้งแรกที่จะต้องอยู่ในสถานะสินค้าของเขาฉันรู้สึกไม่อยากเป็น รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า แต่ตอนนี้ฉันกลับอยากเป็นสินค้าของเขาตลอดไป แม้จะไร้ค่าแค่ไหน อย่างน้อยก็ยังได้มีเขาอยู่ข้างๆ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว


โอยามะสบตาฉันนิ่งๆ เขาจ้องมองใบหน้าของฉันด้วยสายตาเรียบเฉยทั้งที่เห็นว่าฉันกำลังร้องไห้ ทั้งที่ฉันเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงยังร้องไห้ออกมา


“เล่าต่อสิ ตกลงว่าคืนนั้นเธอเห็นดาวตกรึเปล่า”


“ไม่เห็น”


“แปลว่าริวโกหกเธองั้นเหรอ”


“เปล่า แต่ทันทีที่ฉันได้ยินเสียงริวพูดว่าดาวตกพร้อมกับชี้ให้ฉันดู ฉันก็รีบหลับตาแล้วเอาแต่อธิษฐาน ก็เลยไม่ทันได้เห็น” ฉันเล่าออกไปอย่างไม่อาย ฝืนยิ้มทั้งที่น้ำตานองหน้า


“ฉันลืมตาขึ้นมาอีกที ดาวตกก็หายไปแล้ว ฉันพยายามมองหามันอีกครั้งแต่ก็ไม่เจอ ริวก็เลยวิ่งออกไป พร้อมกับเก็บก้อนหินก้อนนั้นมาให้ แล้วโกหกฉันว่ามันคือดาวตกดวงนั้น” เสียงของฉันเริ่มสั่นเมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ หากแต่สายตาของโอยามะก็ยังคงว่างเปล่า เขานอนมองฉันเงียบๆ อยู่อย่างนั้นราวกับว่ากำลังรอตอนจบของนิทาน


“เขาบอกให้ฉันเก็บหินก้อนนี้เอาไว้เพราะมันจะช่วยทำให้คำอธิษฐานของฉันเป็นจริง”


“แล้วเธออธิษฐานว่าอะไร” โอยามะถามเบาๆ ฉันกะพริบตาอยู่หลายครั้งเพื่อไล่น้ำตา เพราะว่าฉันอยากจะมองเห็นใบหน้าของเขาให้ชัดๆ ก่อนจะไม่มีโอกาสนั้นอีก แต่ยิ่งกะพริบตาถี่ขึ้นเท่าไหร่ ใบหน้าของเขาก็ยิ่งพร่าเบลอ


“ฉันขอให้ฉันกับริวเป็นเพื่อนกันตลอดไป”


ฟุ่บ!


แล้วอยู่ๆ โอยามะก็เป็นฝ่ายขยับเข้ามากอดฉันเอาไว้อีกครั้งโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว


“ตอนนี้เธอยังเป็นสินค้าของฉันอยู่นะฮานะ เงื่อนไขของสินค้าคือห้ามโกหก เธอแน่ใจนะว่าเธอไม่ได้โกหกฉัน”


“ฉันเปล่าโกหก” ฉันยืนยัน พูดจบโอยามะยิ่งโอบรัดอ้อมกอดของเขาให้แน่นขึ้นอีก แต่วินาทีนี้ฉันกลับไม่กล้าผลักเขาออกไปอีกแล้ว แถมยังยกมือขึ้นกอดตอบเขาเอาไว้แน่นไม่แพ้กัน


“ฉันขอถามอะไรนายบ้างได้รึเปล่าโอยามะ”


“ได้ แต่ฉันไม่มั่นใจว่าจะตอบได้รึเปล่า เธอลองถามมาก่อนก็แล้วกัน” เขาก็ยังคงเป็นเขาเสมอ


“ถ้านี่เป็นคืนสุดท้ายที่ฉันจะเป็นสินค้าของนายแล้วจริงๆ ฉันอยากรู้ว่าที่ผ่านมา นายเคย...รักฉันบ้างมั้ย”


“รักเหรอ?”


“อืม แค่ครู่หนึ่ง หรือเสี้ยวหนึ่งของความคิด นายเคยมีความรู้สึกนั้นกับฉันบ้างมั้ยโอยามะ” ฉันถามแล้วเริ่มสะอื้น หัวใจจวนเจียนจะขาดลงให้ได้ และสุดท้ายเมื่อเขายังคงเงียบ ก็เป็นฉันที่ต้องแกล้งลืมคำถามเพราะรู้สึกละอายใจเหลือเกินที่กล้าเรียกร้องเอาคำนั้นจากเขา


“ช่างเถอะ นายไม่ต้องตอบก็ได้”


“มองตาฉันสิฮานะ”


“ฉัน...”


“คำตอบคือฉันรักเธอ”


คำตอบของโอยามะทำให้ฉันปล่อยโฮออกมาเสียงดัง พร้อมกับกอดเขาแน่นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันกลัวเหลือเกินว่านี่จะเป็นแค่ความฝัน


“ฉันรักเธอจนไม่อยากจะเก็บไว้เป็นแค่สินค้าอีกแล้ว” โอยามะก้มลงมากระซิบบอกใกล้ๆ พูดจบเขาก็ดันตัวฉันออกแล้วใช้สองมือของเขาโอบประคองใบหน้าของฉันขึ้นมาเพื่อให้เราได้สบตากันอีกครั้ง


“นายมะ...หมายความว่ายังไง” ฉันถามด้วยความไม่เข้าใจ ฉันคิดไม่ทัน และไม่กล้าแม้แต่จะคิดเพื่อเข้าข้างตัวเองอีก


“หมายความว่าฉันจะยกเลิกเงื่อนไขของสินค้ากับเธอ แต่จะยกให้เธอเป็นผู้หญิงของฉันแทน”


ฉันกะพริบตาปริบๆ และยังคงมองโอยามะด้วยความรู้สึกที่คาดไม่ถึง จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่ดี


“ทำไมทำหน้าแบบนั้น หรือว่าเธอกลัว เธอไม่อยากจะยืนอยู่ข้างๆ ฉันงั้นเหรอฮานะ”


“นายล้อฉันเล่นรึเปล่า” ฉันถามด้วยความสับสน แยกแยะไม่ได้ว่าสรุปแล้วเขาพูดเล่นหรือพูดจริงกันแน่


“เธอคิดว่าฉันพาเธอไปพบคุณลุงทำไมล่ะ อีกอย่างเธอไม่ได้ยินที่ไดสึเกะพูดรึไง เธอเป็นผู้หญิงของฉันตั้งแต่วันนั้นแล้วฮานะ” โอยามะย้ำด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แต่ฉันก็ยังไม่กล้าเชื่ออยู่ดี ทุกอย่างมันเกินความคาดหมายไปหมด


“แล้วถ้าอย่างนั้นทำไมนายถึงได้...”


ฉันควรจะอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไงดีล่ะ มันอธิบายไม่ถูก จะถามก็ถามไม่ถูก เพราะถึงเขาจะไม่อธิบายให้ชัดเจนเป็นคำพูด แต่การกระทำของเขาก็ชัดเจนมาตลอด ยิ่งเรื่องที่ไดสึเกะพูดวันนั้น ฉันเองก็ได้ยิน แต่กลับไม่กล้าถามเขาถึงความหมายของมันให้ชัดเจน


“ทำไมนายถึงได้เอาแต่ย้ำว่าฉันเป็นสินค้าของนาย ถึงนายจะพาฉันไปพบคุณโอซึนซึเกะแล้ว แต่นายกลับไม่เคย...บอกว่ารักฉันสักคำ” ฉันตัดพ้อแล้วเริ่มร้องไห้อีกรอบ


“เพราะฉันอยากมั่นใจว่าเธอ...รักฉัน”


“แปลว่าตอนนี้นายมั่นใจแล้วรึยังไง นายเอาอะไรมาวัดความรักของฉันล่ะโอยามะ” ฉันปล่อยโฮเสียงดังแล้วถามเขาอย่างไม่อาย


โอยามะระบายยิ้มออกมาจางๆ ก่อนจะพยายามซับคราบน้ำตาออกจากใบหน้าของฉันซ้ำๆ การกระทำของเขาในตอนนี้อ่อนโยนจนฉันนึกหวั่นในใจ


“ความซื่อสัตย์ของเธอไงฮานะ อย่างน้อยเมื่อกี้เธอก็ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง”


“เมื่อกี้...”


“ฉันพาเธอมาหาริว จำไม่ได้เหรอ”


ใบหน้าของฉันร้อนวูบขึ้นมาทันทีเมื่อกำลังคิดตามคำพูดของโอยามะ สายตาเหลือบมองไปยังหน้าต่างที่โอยามะเป็นคนเดินไปเปิดแง้มมันเอาไว้ก่อนจะเดินกลับมากอดฉัน


“ฉันตั้งใจแล้วว่าถ้าเธอปฏิเสธ ก็แปลว่าฉันคงดีไม่พอและคงต้องดูแลเธอในฐานะอื่น แต่ในเมื่อเธอเองก็เต็มใจ นั่นแปลว่าเธอรักฉันมากพอที่จะให้โอกาสฉันได้ดูแลเธอแทนริวจริงๆ”


“แปลว่าเมื่อกี้นายลองใจฉันงั้นเหรอ?”


“เปล่า ฉันทำเพราะฉันอยากแสดงความเป็นเจ้าของเธอต่างหาก แต่ถ้าเธอไม่อนุญาต ฉันก็พร้อมจะปล่อยเธอไป”


ทำไมเขาถึงชอบทำให้ฉันรู้สึกว่าร่างกายร้อนเป็นไฟได้แบบนี้กันนะ เขาทำแบบนี้เพราะต้องการจะแสดงความเป็นเจ้าของฉันต่อหน้าริวงั้นเหรอ


“เป็นผู้หญิงของฉันนะฮานะ” โอยามะถามพลางดึงฉันเข้าไปกอด ฉันสะอื้นตัวโยนอยู่ในอ้อมกอดของเขา อ้อมกอดที่ทำให้ฉันเหน็บหนาวและอบอุ่นได้ในเวลาเดียวกัน


“ทำไมนายถึงได้ใจร้ายนัก นายลองใจฉันด้วยวิธีนี้งั้นเหรอโอยามะ”


“ฉันจำเป็นต้องแน่ใจว่าเธอไม่ได้รักริวมากจนเกินไป รับปากฉันสิว่าเธอจะให้เขาอยู่แค่ในฐานะเพื่อน”


จากที่ตั้งใจจะเอาเรื่องเขา แต่พอเขาย้ำแบบนั้นมันก็ทำให้ฉันคิดและเข้าใจได้ว่า เขาก็แค่กลัวว่าฉันจะเห็นเขาเป็นแค่ตัวแทนของริวเท่านั้นเอง


“ฉันกับริวจะเป็นแค่เพื่อนกันตลอดไป ส่วนกับนาย ฉันสัญญาว่านายจะเป็นคนเดียวที่ฉันรัก ไม่ว่านายจะให้ฉันอยู่ในสถานะใดก็ตาม”


คำตอบของฉันทำให้โอยามะกอดฉันแน่นขึ้น และฉันเองก็กอดเขาเอาไว้แน่นมากเหมือนกัน


“พรุ่งนี้เธอจะเป็นผู้หญิงของฉันฮานะ จะไม่มีเงื่อนไขใดๆ อีกถ้าเธอไม่เต็มใจ แต่จะมีแค่คำขอจากฉันเพียงข้อเดียวที่ฉันอยากขอจากเธอ”


“ฉันเต็มใจ ไม่ว่านายจะขอกี่ข้อฉันก็เต็มใจทั้งนั้น” ฉันรีบบอก หัวใจพองโตมากจนรู้สึกเหมือนมันใกล้จะแตก


“อยู่ข้างๆ ฉันตลอดไปได้รึเปล่า” โอยามะดันตัวฉันออกจากอ้อมกอด เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบถามใกล้ๆ หู ซึ่งฉันก็รีบพยักหน้าตั้งแต่ที่เขายังพูดไม่จบเลยด้วยซ้ำ


โอยามะยิ้มพราวพลางมองฉันด้วยดวงตาที่เป็นประกาย แววตาของเขาใสเหมือนลูกแก้วและตอนนี้มันก็กำลังมีเงาของฉันสะท้อนอยู่ในนั้น


“ฮานะ”


“ว่าไง”


“ขึ้นมาสิ”


“วะ...ว่าไงนะ โอยามะ!” ฉันร้องเสียงหลงเมื่อถูกเขาจับพลิกให้ขึ้นมานอนทับตัวของเขาเอาไว้ ร่างกายเปลือยเปล่าของเราทั้งคู่สัมผัสกันแนบชิดในท่าทางล่อแหลมทำให้ฉันเบิกตาโพลงขึ้นอีกครั้งด้วยความตกใจ


“คืนนี้เธอยังเป็นสินค้าของฉันอยู่นะ”


“นายอย่ามาเจ้าเล่ห์กับฉันนะโอยามะ”


“ขยับสิ ทำให้ฉันพอใจอีกรอบ”


“นะ...นาย...”


“ถ้าฉันขยับเอง เธอจะเดือดร้อนหนักนะฮานะ” โอยามะเตือนเบาๆ พร้อมกับยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉันเป็นการเล้าโลมอีกรอบ


“พรุ่งนี้เธอจะเป็นผู้หญิงของฉัน”


“แล้วมันต่างจากตอนนี้ยังไง อื้อออ”


ไม่ทันตั้งตัวมือหนาก็ลูบลงไปถึงบั้นท้ายก่อนจะเคล้นคลึงมันเบาๆ เขาจับสะโพกทั้งสองข้างของฉันเอาไว้แน่นแล้วกดมันลงเข้าหาตัวเขาพร้อมกับที่ตัวของเขาเองก็ยกสะโพกของเขาขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มบังคับให้ฉันขยับสะโพกขึ้นลงอย่างนั้นซ้ำๆ ตามอำเภอใจโดยที่ฉันไม่สามารถจะร้องห้ามได้ด้วยซ้ำ


“ต่างกันตรงที่หน้าที่ของสินค้ามีวันจบลงเมื่อฉันบอกเลิกเงื่อนไข แต่หน้าที่ของผู้หญิงของฉันจะไม่มีทางจบลง นั่นแปลว่าคืนนี้เธอจะต้องฝึกการทำให้ฉันพึงพอใจเพื่อใช้มันให้เป็นประโยชน์ต่อในอนาคต”


“โอยามะ!”


“แบบนั้นแหละฮานะ”


“อื้อออ”


“ฉันพอใจในตัวเธอจริงๆ”


“อ๊ะ...อื้อออ”


“ฉันรักเธอฮานะ เธอทำให้ฉันคลั่งเธอจนจะบ้าตายอยู่แล้ว”


“อ๊า...”


“ฉัน...รักเธอ”


THE END


PinkPen talk :

จบแล้วจ้า เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย อ่านจบแล้วสละเวลารีวิวให้คนเขียนกระชุ่มกระชวยหัวใจสักนิดน้าาา

ส่วนใครที่ต้องการเล่ม สามารถเข้าไปสอบถามรายละเอียดได้ที่เพจค่ะ ยังพอมีนิดหน่อย E-book ก็สามารถดาวน์โหลดได้แล้ว ค้นหาจากชื่อเรื่องหรือว่านามปากา PinkPen ได้เลยค่ะ ในเล่มและใน E-Book จะมีบันทึกพิเศษ : โอยามะ 3 ตอนที่ไม่ได้ลงในเว็บนะคะ ถ้าใครสนใจก็รายละเอียดตามที่แจ้งไปเลยจ้า

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามผลงานมากๆ เลยนะคะ อย่าลืมกดติดตามไว้น้า เรื่องต่อไปจะได้ไม่พลาด

รัก

PinkPen

Spoil :

บันทึกพิเศษ : โอยามะ (มีเฉพาะในเล่มและ E-Book เท่่านั้น)

Special 1


“ถ้าฉันไม่ใช่โอยามะคนนี้ แต่เป็นเพียงแค่ผู้ชายธรรมดาที่ไม่สามารถทำทุกอย่างได้แบบวันนี้ แล้วเธอมีโอกาสหนีไป เธอจะยังรักฉันอยู่มั้ยฮานะ” ผมถามเบาๆ เพราะลึกๆ แล้วแอบกลัวในคำตอบ บางครั้งผมเองก็ไม่แน่ใจนักว่าฮานะรักผมเพราะกลัวผม หรือเธอรักผมเพราะเธอรู้สึกแบบนั้นจริงๆ


“ไม่ไป”


“ถ้าฉันให้โอกาสเธออีกครั้ง และไม่ว่าเธอจะตัดสินใจยังไง ฉันก็จะไม่ดุ ไม่ต่อว่า ไม่ลงโทษเธอ เธอจะยังอยู่กับฉันรึเปล่า”


“ฉันจะอยู่กับนาย”


“แล้วถ้าการอยู่ข้างๆ ฉัน ทำให้เธอไม่เหลืออะไรเลยในชีวิต มีเพียงแค่ฉันที่จะเป็นทุกอย่างสำหรับเธอ เธอยังยินดีจะมีแค่ฉันรึเปล่า”


“ฉันจะมีแค่นาย ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้วโอยามะ” ฮานะตอบเสียงสั่น แต่แววตากลับมั่นใจในคำตอบมากกว่าครั้งไหนๆ และถึงแม้จะยังมีหยดน้ำตาร่วงลงมา แต่ใบหน้าของเธอกลับมีรอยยิ้ม


“ถ้าอย่างนั้นก็มาหาฉันฮานะ มาอยู่ข้างๆ ฉัน มาทำหน้าที่ของเธอ” ผมบอกออกไปพร้อมกับส่งยิ้มให้ฮานะ พยายามพังทลายกำแพงที่ทั้งผมและเธอสร้างมันเอาไว้ป้องกันตัวเองออกทีละนิดๆ และหวังว่าเราจะได้สัมผัสตัวตนของกันและกันสักที


ฮานะค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาผม สองมือเล็กๆ ของเธอกำลังปลดกระดุมเสื้อชุดนอนของเธอออก ก่อนจะถอดมันกองไว้ระหว่างทาง จากนั้นก็ตามด้วยกางเกงนอนขายาว เหลือเพียงชุดชั้นในเรียบๆ สีหวานที่สะกดสายตาของผมเอาไว้


“คืนนี้เธอขัดคำสั่งฉัน เพราะฉะนั้นเธอต้องถูกลงโทษจนกว่าฉันจะพอใจ”


Special 2

“เรื่องนี้ไม่มีใครผิดหรอก แม้แต่โอยามะเองก็ไม่ได้ผิดอะไร ฉันเข้าใจ แต่ถ้าจะต้องมีใครสักคนรับผิดชอบกับเรื่องนี้จริงๆ ฉันก็ขอให้เป็นโอยามะ”


เป็นผมงั้นเหรอ?


“นายพูดเองนะโอยามะว่าฉันมีสิทธิ์ในตัวนาย และสามารถไล่ผู้หญิงทุกคนออกไปจากชีวิตนายได้” ฮานะถามย้ำเหมือนต้องการคำยืนยัน


“ใช่ ฉันพูด”


“งั้นต่อไปนี้ถ้ามีผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้นาย ฉันจะทำอะไรก็ได้ใช่รึเปล่า”


ทำไมเธอถามเหมือนมีแผนอะไรในใจแบบนั้นกันนะ แล้วผมก็ดันอยากรู้ซะด้วยสิว่าผู้หญิงที่ไม่เคยคิดจะทำร้ายใครอย่างเธอกำลังคิดจะทำอะไร


“ได้”


“ถ้างั้นฉันอยากให้นายกำชับคิราวะเอาไว้ เพราะเขาฟังคำสั่งนายมากกว่าฉัน”


“จะให้ฉันกำชับคิราวะว่าอะไร”


“ต่อไปนี้ถ้ามีผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้นายเกินกว่าสามก้าว ให้เขายิงนายได้ทันที”



Special 3


ทุกครั้งที่คิดว่าฮานะจะต้องอยู่ไกลผม หรือจะต้องพึ่งพาคนอื่นนอกจากผม มันมักทำให้ผมรู้สึกกลัวเสมอ


ผมกลัวว่าจะมีคนอื่นเข้ามาแทนที่ผม กลัวว่าเธอจะเห็นคนอื่นสำคัญกว่าผม แล้วสุดท้ายเธอก็จะไปจากผม เพราะผมรู้ดีว่าผมไม่ใช่คนดี ถ้าเอาความดีมาวัดกันแล้ว ผมห่างไกลจากเธอเหลือเกิน


“ว่าไง มีอะไรที่ฉันให้เธอไม่ได้ เธอถึงได้อยากจะได้มันจากคนอื่น”


“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย ฉันก็แค่อยากลองใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาๆ ดูบ้าง เรียนจบ หางานทำ วันหยุดก็ไปเที่ยวกับนาย ก็แค่นั้นเอง” ฮานะรีบอธิบาย และคำอธิบายของเธอก็ทำให้ผมเงียบลง


ผมมีทุกอย่างและพร้อมจะให้เธอได้ทุกอย่าง ยกเว้นความธรรมดาที่เธออยากได้

**********

ขอบคุณอีกครั้งที่ติดตามผลงานนะคะ^^


image

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว