Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เกลียดอะไร ไม่ชอบอะไร ก็มักจะได้อย่างงั้น…

ชื่อตอน : เกลียดอะไร ไม่ชอบอะไร ก็มักจะได้อย่างงั้น…

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2561 09:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เกลียดอะไร ไม่ชอบอะไร ก็มักจะได้อย่างงั้น…
แบบอักษร

ราวหนึ่งเดือนได้ผ่านพ้นไป…

ทุกอย่างเหมือนจะดำเนินไปได้อย่างเป็นปกติดี แต่ที่ไม่ดีนั่นก็คือเธอและเค้า ไม่เหมือนเดิม… หลังจากวันนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย เอาง่ายๆ เอาเป็นว่าเธอทำเหมือนเค้าเป็นเฉกเช่นธาตุอากาศ ส่วนเค้าเองก็ไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนใจ ไม่ได้เข้ามาทักทายห่วงใยอะไรเหมือนเคยๆ ความรู้สึกที่เคยไว้เนื้อเชื่อใจแทบจะมลายหายไปเกือบจะซะทั้งหมดกับสิ่งที่เค้าทำ

ไม่รู้เค้าทำได้ไง

แต่ที่รู้ๆตอนนี้เธอพยายามสะสางงานประจำที่milkteen ที่ยังคั่งค้างให้เสร็จเรียบร้อยดีอยู่ตลอดเวลา เพราะเมื่อไหร่ที่การถ่ายละครจบ ทุกเรื่องราวทั้งหมดทั้งมวลมันก็จะจบลงตามไปด้วยเช่นกัน

จะได้ไม่ต้องมีอะไรติดค้างกันอีก…

||||||||||||||||||||||||||||||

เย็นวันนั้น

การไม่ได้คุยกับเค้า เธอจึงไม่มีทั้งรถและไม่มีทั้งใครๆที่จะคอยขับรถพาเธอส่งรับถึงกองถ่าย การเดินทางไปกลับสระบุรีและสถานที่ถ่ายละครที่อื่นๆจึงกลายเป็นเรื่องยากและลำบากมากสำหรับเธอ ปัณรสาคิดแล้วคิดอีก…คิดปรึกษาพี่แมวว่าจะรับใครที่พอจะไว้ใจได้มาเป็น ผู้จัดการส่วนตัวให้ดี

ท้ายที่สุด ปัณรสาก็นึกถึงมะปราง จึงชวนเพื่อนสนิทที่กำลังตกงานและว่างงานมากๆนั่งๆนอนๆอยู่กับบ้านที่พิษณุโลกให้มาช่วย โดยเธอจะให้ค่าขนมนมเนยพิเศษ เมื่อปัณรสาถาม …มะปรางก็จึงรีบตอบตกลง ปัณรสาจึงให้เพื่อนเข้าไปเอารถที่บ้านของตน แล้วขับตรงเข้ามายังกรุงเทพฯ มาหาเธอที่คอนโดทันที

วันต่อมา…

เมื่อมีคิวถ่ายละคร…

บนรถส่วนตัวของปัณรสา

มะปรางเหยียบคันเร่งอยู่ในระดับปานกลางถึงเร็ว เธอกำลังมุ่งหน้าสู่กองถ่ายละคร มะปรางจอมตุ้ยนุ้ยคอยมาช่วยดูแลตารางคิวถ่ายละครเรื่องนี้ รวมทั้งรายละเอียดการนัดหมายต่างๆให้กับเธอ พร้อมทั้งคอยเป็นสารถีขับรถให้อีกด้วย

“เดี๋ยวก็ชินนะแก”ปัณรสาหันไปมองเพื่อนที่ยิ้มกว้างในตอนที่กำลังบึ่งรถ

“ฉันไม่เป็นไรหรอกแก …สบายมาก อยู่บ้านก็นอนอืดอ้วน มาอยู่ช่วยแกดีกว่า ได้คุยได้อยู่กับแกด้วย ไม่เหงา”มะปรางพูดพร้อมทั้งจ้องตาไปข้างหน้า

“แกอยากเจอดาราด้วยใช่มั้ยหล้า”ปัณรสาพูดอย่างรู้ทัน

“แหมแกก็ รู้ทันเพื่อนไปซะหมด อยากมาอยู่ช่วยแกมากกว่า”ปัณรสาพยักหน้า

“ขอบใจมากนะแกนะ… เลี้ยวขวาเลยแกตรงไปอีกหน่อย”เธอบอกเส้นทางที่ออกจากซับซ้อนให้สาวอ้วนที่กำลังขับรถ

“ตรงนี้แหละ ข้ามสะพานไปเลยระวังนะแก มันเป็นสะพานไม้เก่ามากไม่รู้ตั้งแต่สมัยไหน ไม่มาซ่อมแซมกันซะที”

“อือ”เพื่อนมะปรางรับปาก ค่อยๆขับรถอย่างระมัดระวัง

“ตรงไปอีกแก ใช่นี้แหละ ใช่ เย้!…ถึงแล้วปราง …หาที่จอดเลยปราง”

“ตรงร่มไม้นั่นได้มั้ย?”เพื่อนถามสาวร่างบาง

“ได้ ตรงใต้ร่มไม้นั่นก็ได้”ยังไม่ทันที่ปัณรสาจะพูดจบ รถเบ๊นซ์คันหรูขับปาดหน้า เข้าจอดตรงใต้ร่มไม้ก่อนรถของปัณรสาทันที

‘จงใจแกล้งกันชัดๆ!!’ปัณรสาอารมณ์โกรพุ่งพรวด หากถูกระงับไว้ได้ด้วยคำพูดของเพื่อนสาว

“เบ๊นซ์ใครวะแก แม่รงจอดกวนส้นบาทาจริงๆ แย่งเราจอดได้หน้าตาเฉย”มะปรางเองก็อารมณ์ขึ้นเช่นกัน เธอเป็นคนขับเองด้วยน่ะสินะ…

“พวกนิสัยแย่ ไม่แยแสความรู้สึกของคนอื่นน่ะ พวกอันธพาล อย่าไปเสียเวลาสนใจเลยปราง”เธอก้มตัวเอื้อมไปหยิบสัมภาระ มะปรางไม่สนใจรถเบ๊นซ์กวนประสาทนั่นแล้ว รีบเข้ามาช่วยแบ่งของจากปัณรสาเอาไปหิ้วบ้าง สองสาวได้ยินเสียงเปิดปิดประตูรถ คาดว่าเสียงนั้นมาจากรถเบ๊นซ์นั่นแหละ ไม่ได้ตรงเข้ามาเอ่ยทัก …หากรีบเดินไปชะเง้อมองรถตู้คันงามของตุลนาถที่กำลังเลี้ยวแล้วตรงเข้ามาจอดขนาบข้างรถเบ๊นซ์ของไอ้คนตั้งตนคล้ายอันธพาลนั่นเอง

‘แหวะ!!!’ ปัณรสานึกหมั่นไส้ แต่ไม่วายชำเลืองตามอง…หนุ่มตี๋เดินไปเปิดประตูรถตู

รู้เลยว่าเค้าเดินไปเปิดประตูรถตู้ให้ใคร…

ทุกอิริยาบถที่เค้าแสดงออกมาด้วยท่าทีสุภาพอ่อนโยนต่อตุลนาถนั้น มันชัดเจนในใจปัณรสายิ่งนัก …ไม่ได้อยากจะเห็น ก็ต้องมาเห็น หากรู้สึกตัวได้อีกทีเมื่อเพื่อนสาวเอาศอกสะกิดเรียกสติเธอ

“เฮ้ยแก!…นั่นนางเอกตาลที่กำลังเล่นหนังช่องสิบนี่นา”มะปรางพูดด้วยน้ำเสียงสุดตื่นเต้น ตาจ้องแทบไม่กระพริบ

“อืมใช่”ปัณรสาตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร…เพื่อนสาวตุ้ยนุ้ยหันมามองเธอ

“แล้วนั่นผู้ชายที่มันขับรถปาดหน้าเราเมื่อตะกี้นี่”ปัณรสาพยักหน้า เห็นตุลนาถกำลังส่งมือให้เพชรเกียรติ…แล้วก้าวลงมาจากรถ

“อย่าบอกนะว่าผู้ชายคนนั้น คือคนที่กำลังเป็นข่าวกับนางเอกตาลอ่ะหรอแก”ในข่าวบันเทิงบอกเธอมาจ้าาา…

“ใช่…คนนี้แหละ”ปัณรสาตอบสั้นๆตรงๆ

“โอ๊ย!! ตาย ตาย ตาย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันกำลังอยู่ท่ามกลางเหล่าดาราไฮโซคนดังอ่ะ”มะปรางพูดด้วยน้ำเสียงกระดี๊กระด๊า ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ นางเอกสาวที่เดินจูงมือไอ้คนอันธพาล…กำลังเดินมาหาปัณรสาที่ยืนอยู่ตรงนี้ มีผู้จัดการส่วนตัวเดินตามมาห่างๆ

“ปูน!!”

“อ๋อ ตาล”ปัณรสายิ้มให้อ่อนๆนางเอกสาว หากไม่อยากแม้แต่จะกระดิกกระเดี้ยวลูกกะตา มองคนที่ยืนเคียงข้างๆเธอ เค้าจงใจยิ้ม…ให้เธอเห็นฟันเรียงตัวขาวสวยงาม…ชัดเจน

‘ไม่ได้รู้สึกผิดที่หลอกลวงโกหกทำร้ายอะไรเราเลยสินะ หน้านี่แบบอย่างหนาตราช้างที่สุดเลยผู้ชายคนนี้’เธอคิด สุดท้ายสายตาเธอก็ต้องมองเค้า…

“เพิ่งมาถึงเหมือนกันหรอจ๊ะ”ตุลนาถถามด้วยน้ำเสียงนิ่มนวล น่ารัก…

“จ่ะ…ก่อนหน้าตาลแป๊บเดียวเอง”การสนทนาระหว่างสาวสวยทั้งสองทำเอามะปรางถึงกับเหว่อ อ้าปากเหมือนจะพูดแต่กลับ พูดไม่ออก…

“ใช่ซี…เดี๋ยวนี้ ปูนเค้ามีผู้จัดการส่วนตัวแล้วเห็นมั้ยครับตาล รถ…ปูนเค้าก็เอามาเองแล้วด้วย”เพลรเกียรติรีบแจ้นบอกตุลนาถ จนทั้งหมดต่างหันไปมองรถไม่เก่าไม่ใหม่ของปัณรสา…รวมทั้งสาวตุ้ยนุ้ยข้างกายเธอ

“จริงหรอจ๊ะปูน”ดาราสาวคนสวยผู้ไม่เคยทันเกมส์ของชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้น ปัณรสาพยักหน้า

“ดีจังเลย คราวนี้ปูนก็ไม่ต้องลำบากแล้วเนอะ”

“ก็ดีขึ้นจ่ะตาล ตาลจ๊ะ ปูนขอแนะนำให้รู้จัก …มะปราง!!”ปัณรสาเรียกเพื่อนสาวให้รู้สึกตัวจากอาการเหว่อๆ

“อ๋อๆอืมๆ…เอ่ออ ปูนมีไร”มะปรางได้สติ รีบถามเพื่อนสาวทันที

“มะปราง นี่ตาล…เพื่อนปูน”มะปรางยิ่งเหว่อหนักเข้าไปอีก

‘ตาลกับปูนเพื่อนกันงั้นหรอ’มะปรางคิด แต่ก็รีบปรับสีหน้าค่าตาให้เป็นปกติอย่างเร่งด่วนที่สุด

ตุลนาถยิ้มหวานให้…มะปราง

“แล้วนี่ก็…”ปัณรสาจำใจเอ่ยเป็นที่สุด ตามมารยาท…

“คุณเพชรเกียรติ แฟนของตาล”ปัณรสาแนะนำให้เสร็จสรรพ อย่างเป็นทางการ…

‘ไอ้หล่อนี่ที่ตัดหน้าเอารถเข้าไปจอดใต้ต้นไม้ใหญ่นั่นนี่หว่า แต่หน้าตาหล่อ แบบนี้มะปรางยอมให้อภัยได้’มะปรางคิด

“ตาลจ๊ะ…นี่มะปราง เป็นเพื่อนสมัยเรียนของปูนเองจ่ะ มะปรางจะมาช่วยดูคิวถ่ายละคร…แล้วก็ช่วยขับรถให้ปูน”

“หวัดดีค่ะ”มะปรางทักทายเสียงสั่นๆออกอาการตื่นเต้นดีใจ ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ …ว่าเธอจะได้มีโอกาสพูดคุยทักทายกับนางเอกอันดับต้นๆของบ้านเราด้วย

“หวัดดีค่ะมะปราง ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”ตุลนาถเสียงหวานบอก…สาวตุ้ยนุ้ยเอื้อมเอามือไปจับมือหอมๆนั่น

“หู้ยย…ปรางไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้มาเจอคุณตาลเลยอ่ะ ตัวจริงคุณทั้งสวยแล้วก็น่ารักเป็นกันเองมากๆ”มะปรางบอกความในใจออกไป ทำเอาตุลนาถหัวเราะเขินๆ

“ชมแบบนี้ตาลเขินแย่เลยนะคะเนี่ย”ตุลนาถหัวเราะสวยๆ

“ถ้าคุณเป็นผู้ชายล่ะก็…ผมอาจจะชกหน้าไปแล้วก็ได้นะครับเนี่ย”เพชรเกียรติแซวเล่นๆ มะปรางหัวเราะร่วน ส่วนปัณรสาเอาแต่ทำหน้าตาเป็นทองไม่รู้ร้อน

“เรารีบเข้าไปกันดีกว่าค่ะ ต้องเดินเข้าไร่ไปอีกไกล เดี๋ยวช่างแต่งหน้าจะรอกันนานแล้ว”ผู้จัดการส่วนตัวตุลนาถบอก ก่อนที่ทุกคนจะค่อยทยอยเดินตามเธอเข้าไป… ตุลนาถเดินตามผู้จัดการเธอไป ต่อด้วย …มะปรางที่หอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรัง ปัณรสาเดินดุ่ยๆตามเพื่อนไปติดๆกะจะเดินทิ้งระยะให้ห่างๆตัวเค้า กลับได้ยินคำพูดที่…

“ไม่ทักไม่ทายกันหน่อยเลยหรอ”

“…”เธอเงียบ ทำเป็นไม่สนใจ เดินต่อ…

“อย่างน้อยก็น่าจะรักษามารยาททางสังคมไว้บ้างนะ” คราวนี้ทำเอาเธอหันไปมองตาแข็งๆใส่

“ฉันควรรักษามารยาทให้กับพวกปาดหน้า แย่งที่จอดรถคนอื่นหน้าตาเฉยยังงั้นหรอคะ”เค้ายักไหล่…อย่างไม่มายด์ไม่ถือสาอะไรนักกับคำพูดของเธอ

“ก็ผมไม่รู้ว่าเป็นรถคุณ”

“ก็เลยปาด” เค้ายักไหล่อีก

“เรียนมาสูงซะเปล่ามารยาทเรื่องกฎจราจรแทบไม่มี”

“ปูน!!คุณกำลังว่าผมอยู่นะ”

“อยากรับก็รับไปสิคะ ไม่ได้ออกชื่อว่าเป็นใคร”

“คุณนี่มัน”เค้าก็โมโหในความยียวนของเธอเช่นกัน หากเค้าก็ปรับสีหน้ากลับมายิ้มได้ดังเดิมอีก… ผู้ชายอะไรวะเนี่ย

“เคยได้ยินสุภาษิตที่เค้าพูดกันมั้ยคุณ”

“สุภาษิตอะไรไม่ทราบคะ??”ปัณรสาถามกลับ

“เกลียดอะไร ไม่ชอบอะไร ก็มักจะได้อย่างงั้น”เค้าพูดยิ้มๆ ยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์เหลือร้าย…. เธอกลับชักสีหน้า หน้าสวยๆบูดสุดๆ

“แต่สำหรับฉัน ถ้าได้ลองเกลียดอะไรไม่ชอบอะไรแล้วล่ะก็ ฉันก็จะยิ่งเกลียด…แล้วก็จะเกลียดสิ่งนั้นตลอดไปค่ะ”เค้ายื่นหน้าแสนยียวนเข้ามาใกล้ๆ…เธอ

“งั้นหรอ”

“ค่ะ”

“งั้นผมจะรอดูวันนั้นนะ”เธอจ้องตาเค้าแน่วแน่

“วันที่คุณเกลียดสุดๆ” พูดเสร็จเค้ายิ้มพราว…ปัณรสาจะทำอะไรกับคนร้ายกาจอย่างเค้าได้ จึงทำได้แค่หันกลับไปเดินต่อ

หากเจ้ากรรม…

“ว๊ายยย” ก้อนหินที่เกลื่อนกลาดเต็มพื้นทำเอาเธอสะดุด เกือบจะล้ม… เพชรเกียรติรีบเข้าคว้าร่างบางเอาไว้ ทุกคนที่ได้ยินเสียงร้องของปัณรสาพากันหันกลับมาดู

“ไม่มีอะไรครับตาล เพื่อนคุณซุ่มซ่ามเดินสะดุดก้อนหินน่ะ”เพชรเกียรติรีบบอก กับแฟนสาว

“เป็นไรมั้ยจ๊ะปูน”ตุลนาถหันมาถามด้วยความห่วงใย

“ไม่เป็นไรจ่ะตาล ตาลเดินต่อเถอะ”ตุลนาถยิ้มสดใส ทุกคนพากันหันกลับไปเดินต่อ…

“อยากให้ผมกอดก็บอกกันดีๆสิ ไม่ต้องแกล้งทำเป็นล้มก็ได้นะ”เธอสะบัดตัวเองให้หลุดจากอ้อมกอดหลวมๆของเค้า…

“จิตใจคุณมันทำด้วยอะไรห๊ะ ฉันละสงสารตาลจริงๆ ที่มีแฟนร้ายกาจแล้วก็เจ้าเล่ห์อย่างคุณ”เธอไม่กล้าพูดดังมากนัก เพราะมีเพื่อนเธอเดินนำหน้าไปไม่ห่างมากนัก…

“ใจผมมันทำด้วยเลือดเนื้อ…ทำให้คิดถึงแต่คุณ”เค้าจ้องตาเธอ ใจปัณรสาเต้นดังโครมคราม ทำเอาหนุ่มตี๋ยิ้มชอบใจ…

‘ไม่เชื่อ…เธอจะไม่มีวันเชื่อเค้าอีกเป็นอันขาด ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม…’เธอคิดในใจ

“พูดบ้าอะไรของคุณ…โน้นไปบอกรักบอกคิดถึงแฟนคุณโน้นเดินอยู่ข้างหน้านั่น”

“หึงผมหรอ??”

“คุณหยก คุณนี่มัน หลงตัวเองที่สุด ฉันเกลียดคนอย่างคุณที่สุดเลยรู้ไว้ด้วย ไปให้ไกลๆหน้าฉันเลยไป!!!”เธอผลักอกเค้าสุดแรง ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินตามมะปรางเพื่อนสาวไปติดๆ

ผมกับเธอ กลายเหมือนเส้นขนาน ไม่มีทางเดินมาบรรจบพบเจอกันได้

หรือทั้งหมดเป็นเพราะผมเอง

ผมต้องทำอะไรสักอย่าง

เพื่อลบล้างความผิดทั้งหมดที่ก่อไว้…ผมมาไกลเกินจะถอยกลับไปแล้ว

สิ่งที่ผมพยายาม…ดูไม่มีผลต่อหัวใจเธอ ไม่เห็นว่าปัณรสาจะมีทีท่าชอบผมรู้สึกอะไรกับผม ไปมากกว่าคำว่าเกลียด!!…อย่างที่เธอบอกออกมา

แล้วไหนจะตาลอีกล่ะ…ผมดันไปขอคบเธอ ผมเป็นแฟนกับเธอ ดูแล้วเธอจะชอบผมเอาอยู่มากๆ…ถ้าบอกเลิกคบกับเธอตอนนี้จะทันมั้ย ดูเป็นผู้ชายแสนเลวเลยใช่มั้ย ใจก็นึกสงสารตาลขึ้นมาอีก ก็เธอช่างน่ารักแสนดี…

แล้วผมจะต้องทำยังไงต่อล่ะ…

ผมจะทำไงดี…

เค้าคิดไม่ตกก่อนจะเดินตามทุกคนไป…

||||||||||||||||||||||||||||||||||||

ขอโทษที่มาช้านะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว