ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ทฤษฎีที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.5k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มิ.ย. 2561 20:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ทฤษฎีที่ 3
แบบอักษร

- 3 -



“มันขี่ไปได้จริงเหรอโฟร์ท?”

“ได้ดิพี่”

“เอ่อ...รถติดนะ...พี่กลัวว่าโฟร์ทจะร้อน”

ผมหรี่ตาหันไปมองคนตัวสูงข้างตัวที่ตอนนี้มองศุภโชคเหมือนไม่ไว้ใจ ศุภโชคลูกรักของผมคือเวสป้าปี1964ที่เป็นมรดกส่งต่อมาจากคุณปู่ มันยังขับได้คล่องดีไม่มีสะดุดนะครับ ถึงจะขับด้วยเรทเร็วสุดที่40กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็เถอะ...เอ้า! ก็กูไม่รีบ

“พี่เคี้ยงครับ นี่เพิ่งจะ9โมงเอง ถือว่ารับวิตามินDละกันนะครับ...คงถึงตอนห้างเปิด11โมงพอดี”

ผมฉีกยิ้มส่งให้คุณชายหมอที่หลุดมาจากละครไทยอีกครั้งก่อนจะก้าวขึ้นคร่อมลูกรัก

“...โอเค”

พรึบ

“เห้ย!”

พอผมกำลังจะเสียบกุญแจรถ คุณหมอก็ฉกมันไปจากมือแล้วรั้งเอวผมฉุดกระชากออกจากเวสป้าด้วยแรงควายเผือกก่อนจะแบกผมขึ้นบ่าเดินตรงไปยังรถเบนซ์สีขาวคันหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล

“พี่พูดดีๆแล้วไม่ฟังเองนะ”

พี่เคี้ยงพึมพำเบาๆแล้วเปิดประตูรถก่อนจะผลักผมเข้าไปนั่งที่นั่งข้างคนขับด้วยความรวดเร็วเหมือนกลัวผมกระโดดหนีไป...เอาจริงๆผมก็ไม่หนีและไม่ขัดขืนหรอกครับ จะดีดดิ้นทำไม กูไม่ใช่นางเอกหนังไทย อีกอย่างก็เป็นผู้ชายเหมือนกันจะกลัวอะไร?...ความจริงผมขี้เกียจสู้อะครับ เหนื่อย

“ไม่เห็นต้องรุนแรงเลย”

ผมบ่นๆแล้วดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดไว้เพื่อความปลอดภัยเช่นเดียวกับเจ้าของรถหน้าหล่อที่จดจ้องมองมายังผมด้วยดวงตาคู่คมผ่านแว่นกรอบดำ

“โฟร์ทดื้อเองนะ”

ผมล่ะหมั่นไส้เสียงขู่ต่ำๆของคุณหมอหน้าตาใจดีที่ดูแอบร้ายคนนี้จริงๆ จะขู่ทำไมครับเนี่ย?

“โถวว~ ป๋าเคี้ยงง อย่าดุหนูโฟร์ทเลยนะคร้าบบ หนูแค่อยากพาศุภโชคไปวิ่งเล่นบ้าง”

ผมแกล้งทำเสียงออดอ้อนแล้วซบศีรษะถูไถไปกับบ่ากว้างของคนหล่ออปป้า เห็นไอ้ควีนชอบทำเวลาผมกำลังจะว๊ากใส่มัน แล้วก็ได้ผลทุกทีเลย...เพราะไอ้ควีนมันน่ารักจนผมใจอ่อนไง แต่ผมเนี่ย...ผู้ชายหน้าตาสกปรกๆผมยาวรกรุงรัง...มันคงน่าขนลุกมากกว่าน่ารักสินะ

“งั้นคราวหน้าก็อย่าดื้อสิครับ”

ไอ้ชายหมอว่าพลางหยิกจมูกผมเหมือนหมั่นไส้นักหนา เอ่อ...ผมว่าบรรยากาศมันละมุนแปลกๆ เหมือนออร่าสีม่วงมันฟุ้งกระจายจนผมรู้สึกคันยิบๆในอกซ้าย

“อะ เอ่อ...ไปกันเถอะพี่”

พอรู้สึกถึงรอยยิ้มแปลกๆของไอ้พี่หมอ ผมเลยรีบเขยิบตัวออกห่างทันทีพร้อมกับเกาหัวตัวเองอย่างงุนงง กูเล่นอะไรของกูเนี่ย ขนลุกโว้ยย!

“หึ”

.

.

“ทรงนี้เป็นไงจ้ะโฟร์ท? หล่อลากกระชากใจเจ๊มากเลยลูกเอ๊ย!”

ผมเงยหน้าจากจอมือถือที่เล่นเกมส์อยู่เพื่อมองเจ๊จีจี้สาวประเภทสองเจ้าของร้านทำผมเจ้าประจำที่ผมมาบ่อยตั้งแต่ม.ปลาย

“...”

“ไม่ดีเหรอโฟร์ท?”

ผมมองหน้าผู้ชายที่จู่ๆก็ดูหล่อเลวๆขึ้นมาซะงั้น ผมที่ถูกย้อมให้เป็นสีเข้มตัดหน้าม้ายาวใช้เจลปัดไปด้านข้าง ผมอีกข้างก็ถูกไถเห็นสเตรทไลน์ชัดๆ ดูหล่อเหี้ยๆ ขัดอย่างเดียวก็ตรงแว่นดำสุดเนิร์ดนั่นล่ะครับ

“ไปร้านแว่นกันพี่”

ผมลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปนอกร้านโดยไม่เสวนากับใครทั้งสิ้น รู้สึกแปลกๆโว้ย สาบานว่าต่อให้ชีวิตนี้ผมจะไม่เคยคบกับใครจริงจัง แต่ผมก็มั่นใจว่าผมชายไทยแท้ชอบนมชอบก้นแน่นอน

หมับ

“เดี๋ยวสิโฟร์ท! โฟร์ทยังไม่ตอบพี่เลยนะครับ”

คนหน้าหล่อร้ายเดินเข้ามาใกล้แล้วคว้าแขนผมรั้งให้หันกลับไปคุยด้วย คือผมขอย้ำอีกครั้งว่าผมมีเพื่อนหน้าตาหล่อมากๆ ทั้งไอ้คิงที่หล่อชนิดโลกตะลึง ไอ้ควีนที่ทั้งหล่อทั้งน่ารัก ไอ้ผู้พันเต้นที่หล่อคมเข้มๆ ไอ้ก้องก็หล่อตี๋ ไอ้นัท...เอ่อ มันออกจะสวยซะมากกว่าข้ามไปๆแต่ผมก็ไม่เคยคิดจะหวั่นไหวหรือรู้สึกแปลกๆแบบนี้เลย อาจจะเป็นเพราะสถานะระหว่างผมกับพี่เขาที่มันดูจะแปลกๆไปสักหน่อย...ไม่ได้เป็นอะไรกันเลยนอกจากรู้จักแบบเฉียดๆ เฉียดจริงๆ แบบเขาเป็นรุ่นพี่ของไอ้ควีน ที่เคยชอบไอ้ควีน...ส่วนผมกับพี่เขา เป็นอะไรกันดีล่ะ?...เพื่อน?...พี่?...คนรู้จัก? ...หรือ เจ้าของร้านเหล้าผู้ปฏิบัติภารกิจช่วยลูกค้าผู้น่าสงสาร

“ก็ดีครับพี่”

ผมไม่ได้มองหน้าคนตั้งคำถามและยังคงตั้งหน้าตั้งตาเดินต่อไป ผมอาจจะแค่รู้สึกว่าเขาเป็นแบบวาดรูปที่เพอร์เฟคก็ได้....อืมมม มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ แค่เพราะว่าช่วงนี้ผมอารมณ์ศิลปินมากไปหน่อย เลยชอบมองแบบวาดภาพอย่างพี่เคี้ยงมากเกินไป

“ทำไมคุยกับพี่แล้วไม่มองหน้าพี่ล่ะครับ?”

เฮ้อ! พูดมากจังโว้ย! ผมหันไปมองหน้าไอ้หมอปากมากที่ไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนของผม

พรึบ

“อ๊ะ”

ผมคว้าแว่นโง่ๆนั่นออกมาจากหน้าอปป้าเผื่อว่าพี่หมอจะพูดน้อยลงบ้าง หลักการของผมคือ พอตาของไอ้คุณหมอมันฝ้าฟางปากก็จะได้พูดน้อยลงเนื่องจากต้องใช้สมาธิในการเพ่งมองจนทำให้พี่เคี้ยงหยุดชะงักลงและเพราะมองไม่ชัดเลยต้องจับแขนผมแน่นขึ้น

“โฟร์ททำอะไรครับ? พี่มองไม่ถนัด”

คุณหมอสูติหรี่ตามองแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้หน้าผม เดินเข้ามาประชิดและรั้งแขนผมไว้เหมือนกลัวผมจะหายไป

“ถอดออกเถอะครับ แล้วกรุณาเดินตามผมมาเงียบๆด้วย”

ก็อยากด่ามันไปมากกว่านี้อะนะ แต่ถ้าคุณเห็นหน้าตา ท่าทางความเป็นสุภาพชนของพี่เคี้ยง คุณจะไม่กล้าแม้แต่จะพูดคำหยาบใส่เลยล่ะครับ

“โฟร์ท”

“หืม?”

ผมเดินนำคนตัวสูงไปเรื่อยๆตามทางเดินในห้าง สอดส่ายสายตามองหาร้านที่ผมเคยมาส่งไอ้ควีนตัดแว่น

“พี่ขอจับมือได้มั้ย?”

กึก

ผมหยุดเดินแล้วหันไปมองหน้าคุณหมอที่พยายามหรี่ตาเพ่งมองมายังผม แต่ดูมุมปากที่กระตุกยิ้มน้อยๆนั่นสิครับ...พอไม่ใส่แว่นแบบนี้แล้วดูเหี้ยขึ้นเยอะเลยครับพี่!

“ไม่กลัวฟ้าผ่ากบาลก็จับไปเต็มที่เลยพี่”

ผมพูดกลั้วหัวเราะแล้วยังคงเดินหาร้านต่อไปแบบไม่ใส่ใจอะไร อยากจับก็จับผมขี้เกียจเถียงแล้วล่ะครับ

พรึบ

คนมือไวรีบเลื่อนมือจากต้นแขนลงมากุมมือผมไว้อย่างแนบแน่น ก้มลงมองมือหนาที่กระชับมือผมไว้แล้วก็พาลรู้สึกแปลกๆ ไม่มีใครกล้าแตะต้องตัวผมได้มากขนาดนี้เลยนะ! แต่จะหันไปว๊ากใส่ก็ทำไม่ลง จะสะบัดทิ้งเดี๋ยวมันก็พูดมากแล้วลงไปดีดดิ้นกลางห้างจะให้ผมทำไง แต่พอมองสายตาของคนที่สวนผ่านไปมาแล้วดูเหมือนจะหลากหลายความรู้สึก แล้วคุณคิดว่าผมจะแคร์มั้ย?...บอกเลยว่าไม่! คนอย่างชายโฟร์ทไม่จำเป็นต้องแคร์ใครทั้งนั้น! อุวะฮะฮ่าาาา!

“สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ?”

“ขอคอนแทคเลนส์แบบด่วนๆเลยครับ”

ผมพูดรัวๆเร็วๆทันทีที่เดินเข้ามาในร้าน อยากอยู่ห่างๆจากไอ้หมอบ้านี่เต็มทน รู้สึกไม่เป็นตัวเองเลยโว้ย! ดูมันทั้งบีบทั้งรั้งมือผมนั่นสิครับ น่าดีดทิ้งจริงๆ

“เอาแว่นมามั้ยคะ? ขอวัดค่าสายตาก่อนนะคะ”

ผมรีบพยักหน้าแล้วผลักคนตัวสูงไปให้พี่พนักงานจัดการทันที นี่กูกำลังทำอะไรอยู่วะเนี่ย? กูเอาเวลาชีวิตมาเล่นอะไรเนี่ยยยย?

.

“โฟร์ทช่วยพี่ใส่หน่อยสิ”

ผมหันไปมองคุณหมออัพเกรดที่ยืนพยายามยัดคอนแทคเลนส์ใส่ตาหลังจากที่พี่พนักงานให้ลองใส่ด้วยตัวเอง

“พี่พนักงานให้ฝึกใส่เองไม่ใช่เหรอครับ? ผมจะตามไปใส่ให้พี่ทุกครั้งได้เหรอ?”

พูดจบก็มองแว่นกันแดดที่เล็งไว้ต่ออย่างเบื่อจะสนใจคุณหมอผู้เรียกร้องความสนใจ มีแว่นเท่ๆสักอันใส่ไปเดินชิลริมทะเลคงคูลไม่หยอก...ว่าแค่กูจะเอาเวลาไหนไปวะ? งานก็เยอะ เพื่อนก็หนีไปมีผัวกันหมด ครั้นจะลากไปแซ่บด้วยกันก็เกรงใจผัวกันหมด...เฮ้อ! กูบอกพวกมึงแล้วว่าให้โสดๆ!

“งั้นโฟร์ทก็มาอยู่ช่วยพี่ใส่ทุกวันเลยสิ”

ปรายตามองคนที่เสนอหน้ามายืนประชิดพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างสดใสเหมือนพระอาทิตย์ในการ์ตูนเทเลทับบี้

“รอผมเป็นเมียพี่ก่อนแล้วกันนะครับ”

พูดประชดไปด้วยความปากไวแล้วก็ก้มลงมองแว่นและราคาตัวเล็กๆที่ซ่อนอยู่ตรงมุมกระดาษ แอบเห็นว่าราคาแพงพอๆกับมือถือเครื่องหรูของไอ้คิงเลย....ก็ชื่นชมไปงั้นแหละครับ ไม่ได้แดกตังกูหรอก ฮ่าาาา งกโว้ยย!

“ได้เหรอ?”

“...”

คุณหมอยื่นหน้าแล้วรั้งเอวผมไว้ไม่ให้หนีไปไหน เอ่อ...ไม่มีแว่นแบบนี้ มึงมองกูเห็นเหรอพี่? ผมชักสงสัยเลยยื่นหน้าไปมองตาคู่สวยใกล้ๆ

“...มาเป็นเมียพี่ได้เหรอ?”

“เอาคอนแทคฯมา จะใส่ให้”

ผมรีบคว้าคอนแทคเลนส์จากมือคุณหมอมาถือไว้แล้วพยายามแหกหนังตาเพื่อยัดคอนแทคฯเข้าไป คุณหมอก็ยืนนิ่งๆให้ใส่แต่โดยดี จะมีก็เพียงมุมปากที่ยกยิ้มอย่างพอใจของคนหล่อร้าย ทำไมกูต้องยอมวะ? แล้วมึงอัพเวลตอนไหนวะพี่?

“....”

ผมพยายามไม่มองตาของไอ้พี่หมออ้ปป้า จึงพยายามมองแค่นิ้วตัวเองกับคอนแทคเลนส์เท่านั้น แต่ดูไอ้คนมืออยู่ไม่สุขสิครับ! ไอ้พี่เคี้ยงมันใช้สองมือจับเอวของผมเอาไว้คล้ายจะลูบๆไปมาแถมริมฝีปากนังยกยิ้มกว้างแบบปิดไม่มิด รู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง ผมจึงรีบๆใส่แล้วผละตัวออกมาไวๆ

“เรียบร้อย!”

พอทำเสร็จผมก็รีบดีดตัวออกมาทันที พี่เคี้ยงก็หลับตากระพริบตาซ้ำๆก่อนจะลืมตามองมายังผมแล้วฉีกยิ้มกว้างมาให้ พอมองแบบนี้แล้วดูมีเสน่ห์ขึ้นเยอะเลยครับ เหมือนเปลี่ยนลุคจากเทวดาให้กลายเป็นซาตานไปเลย...หล่อชั่วช้าสามานย์มากครับพี่!

“ไปไหนต่อดี”

เหมือนคุณพี่ท่านจะดูสนุก แต่ผมนี่สิ เหนื่อย! ขอถามตัวเองอีกครั้งว่าทำไมกูต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย!? ช่วยให้พี่มันได้เมีย แล้วกูได้อะไร?

“ปกติพี่แต่งตัวแบบไหนอะ? ถ้าชุดมันเห่ยก็ไปซื้อใหม่ ถ้ามันใสๆวัยรุ่นชอบก็ใส่ๆไป”

ผมเหนื่อยขี้เกียจจะตอบ ขี้เกียจคิดแล้ว ไม่หนุกแล้ว ตอนนี้ง่วง อยากกลับไปนอนแล้วครับ

“อืม...ไม่รู้ว่ามันเห่ยมั้ย? โฟร์ทลองไปดูที่บ้านพี่มั้ยล่ะครับ?”

“= =^”

อันนี้เรียกว่าอ่อยมั้ยครับ? อ่อย!? ทำไมต้องอ่อยกู๊วว!? นี่กูไม่ได้โง่นะเห้ย! เหมือนมีสัญญาณเตือนการถูกคุกคามความโสด

“อ่าว เงียบ”

ผมไม่ตอบแต่เดินเข้าร้านกาแฟนางเงือกเขียวไปเลยครับ ขอกาแฟสักแก้วละกันครับ ตอนนี้ยังไม่พร้อมจะต่อปากต่อคำกับคนหล่อ

“เอามิดไนท์มอคค่าครับ”

ผมสั่งแล้วก็เดินออกมา ปล่อยให้เป็นหน้าที่คนรวยๆอย่างไอ้คุณหมอสูมันจ่ายไป ผมมันก็แค่เจ้าของร้านเหล้ากระจอกๆ จะไปรวยสู้เขาได้ไง

พอได้ที่นั่งผมก็ชูกล้องมือถือเครื่องหรูของพี่เคี้ยงไปทางเขาที่เดินมานั่งตรงหน้าผมอย่างยิ้มแย้ม ไอ้พี่นี่จะเป็นมิตรกับสัตว์โลกเกินไปละ ยิ้มแม่งทั้งวัน คุยกับแม่ซื้ออยู่เหรอวะ?

“จะถ่ายรูปเหรอ?”

“เอาเท่ๆหน่อยพี่”

คุณหมอกระพริบตาปริบๆแล้วยกยิ้มมาให้กล้อง แต่สำหรับผม ผมคิดว่ามันยังอาร์ตไม่พอ มือระดับชายโฟร์ทแล้วรูปต้องออกมาประหนึ่งกูคือธาดา วาริช

“เอาหล่อๆหน่อยพี่...เอียงซ้ายแล้วเงยหน้าดิ๊”

“แบบนี้?”

นายแบบดูเก้ๆกังๆแต่พยายามเอียงตามผม จนผมรู้สึกทนไม่ไหวต้องลุกไปจับศีรษะของพี่เคี้ยงให้ได้มุมที่แสงยามเย็นที่ลอดเข้ามาในร้านผ่านกระจกสีชาให้แสงตกกระทบผ่านสันดั้งโด่งจนทำให้อีกข้างเป็นเงาดำ นายแบบของผมดูมีมิติน่าค้นหาเหมือนเทวดาและซาตานในร่างเดียวกัน ช่างเป็นส่วนผสมที่น่าหลงใหลจนผมหยุดมองไม่ได้...........กูเพ้ออีกละ แปลกๆอีกแล้วกู

“...”

“...”

และผมคงจะเพ่งมองใบหน้าของคนหล่อตรงหน้ามากเกินไปจนพี่หมอยักคิ้วขึ้นข้างนึงอย่างสงสัยว่าผมกำลังมองอะไรและจะทำอะไร...แถมผมยังมองใกล้ซะจนคล้ายว่าจะคุกคามพี่เขา

“เอ่อ...ได้ละพี่”

ผมแก้เก้อโดยการเสยผมจัดทรงให้คุณหมอสูติที่ฉีกยิ้มน้อยๆให้ผม

“พี่ช่วยทำหน้านิ่งๆ ผมอนุญาตให้ยิ้มได้แค่มุมปากด้านซ้ายนะครับ...แบบนั้นแหละ เงยหน้าอีกนิดนะครับ”

แชะ

ผมก้มมองดูรูปถ่ายฝีมือตัวเองแล้วก็เผลอยกยิ้มอย่างพอใจไม่ได้ โคตรดูดี เงาหน้าด้านซ้ายดูหล่อร้ายมีมิติน่าค้นหา ส่วนหน้าด้านขวาที่โดนแสงสว่างกลับทำให้ดูผ่องละมุนน่าหลงใหล...ละสายตาไม่ได้เลย

“โอเคมั้ย?”

พี่เคี้ยงเขยิบมานั่งข้างๆแล้วยิ้มกว้างถามผม แสงสว่างข้างนอกร้านกำลังจางหายไปปนกับความมืดที่คลืบคลานมา...ใกล้จะหมดวันแล้ว ภารกิจของผมกำลังจะจบลง ผมคงไม่จำเป็นต้องเจอเขาอีกแล้ว...ชีวิตสงบสุขกำลังจะกลับมา

“ผมใช้เป็นรูปโปรไฟล์นะครับ...แล้วก็สมัครเรียบร้อยแล้ว แอพฯนี้จะช่วยหาคนที่กำลังหาคู่หาเพื่อนในบริเวณนี้หรือใกล้ๆในระยะ5กิโลเมตร...พี่ก็เลือกๆดูแล้วกัน ถ้าถูกใจคนไหนก็ลองทักไป...แต่ผมว่าเดี๋ยวก็คงมีคนทักพี่มาเองแหละ”

ผมยกยิ้มให้แล้วยื่นมือถือคืนให้คุณหมอหนุ่มที่มองผมตาปริบๆ อ่า...เสียดายรูปจัง อยากอัดติดฝาบ้านเลย

“มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“มันก็ง่ายแบบนั้นแหละครับ”

ผมพูดพลางลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินออกไปพร้อมเครื่องดื่มในมือ วันนี้ผมเหนื่อยแล้วและสักพักร้านThe escapeก็จะเปิดแล้วด้วย

“โฟร์ท จะไปไหน?”

“กลับบ้าน”

หันไปตอบคุณหมอ รู้สึกแปลกๆเหมือนกันทั้งๆที่ถ้าพี่เขามีใครสักคนมาแก้เหงาก็คงจะเลิกมาตัดพ้อที่ร้านให้ผมได้ระอาซะที มันก็ดีไม่ใช่เหรอ? นี่ถึงได้เป็นภารกิจของผมไง

“พี่ไปส่ง”

“ไม่เป็นไรครับ ผมว่าจะไปเที่ยวต่ออีกสักหน่อย”

อยากเดินเที่ยวเตร็ดเตร่สักพักก่อน จะว่าไปก็ไม่ค่อยได้ออกมาเดินเที่ยวคนเดียวนานแล้วนะเนี่ย

“ไปด้วยสิ”

คุณหมอถือกาแฟเดอนตามผมออกมาเหมือนการอยู่กับผมมันเป็นเรื่องสนุก แต่ผมกลับรู้สึกแปลกๆซะมากกว่า มันเป็นความรู้สึกแปลกๆที่เหมือนกับการเริ่มต้นความสัมพันธ์...เอาล่ะ ผมควรจะหยุดแค่นี้

“พี่เคี้ยง...ผมว่าพี่หาคนคุยในแอพนั่นเถอะครับ ผมไม่ใช่คนคุยสนุกอะไร...และผมชอบที่จะเดินคนเดียวมากกว่า”

“โฟร์ท...”

“ขอให้เข้าใจด้วยครับ”

“...”

“...ลาก่อน”

.

.

.

To be continued

Ps : มาละ หลังเวรเยินๆที่ไม่ได้นอน ง่วงงง

Facebook : I’m Mynt




ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว