ขอให้แหวกป่าอ้อยด้วยรอยยิ้มมุมปาก *.^

บทที่ 4 รบกวน! | 75%

ชื่อตอน : บทที่ 4 รบกวน! | 75%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.3k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ธ.ค. 2561 19:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 รบกวน! | 75%
แบบอักษร

ทั้งที่อุตส่าห์ตั้งใจแต่งหน้าแต่งตัวมาให้ดูดีมีคลาส กะว่าเขาเห็นแล้วคงต้องมีตะลึงค้างบ้างอะไรบ้าง 

แต่ตัดภาพมาตอนนี้สิ พัง! พังหมด! พังตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานเลยด้วยซ้ำ แล้วทำไมเขาต้องโผล่มาในจังหวะนรกตลอด ไม่เข้าใจ!

แต่เอาเถอะ! เดอะโชว์มัสต์โกออน ทีตอนสมัยมัธยมปลายหกล้มกระโปรงเปิดกลางโรงอาหารเธอยังผ่านมาได้แล้วเลย นี่เขาแค่คนเดียวเอง อีกอย่าง...เขาคงไม่ใจคอโหดเหี้ยมพอจะล้อเธอหรอกมั้ง (หวังว่านะ)

ว่าแล้วก็พยายามรวบรวมสติ เรียกความใจกล้าหน้าด้านที่มีทั้งหมดมากองรวมกันตรงนี้ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้น ถอนหายใจไล่ความอายออกไปให้หมดจากร่างกาย 

ตายเป็นตาย! ยังไงก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วนี่นา

มิรินทร์ค่อยๆ ผลักประตูบานใหญ่ที่ตอนนี้รู้สึกว่ามันหนักมากกว่าวันไหนๆ ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปดูลาดเลา ครั้นเห็นว่าเขายังคงก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่ตรงโต๊ะทำงานไม่ได้สนใจกัน เธอก็ก้าวเข้าไปช้าๆ โดยไม่สบตา ไม่เงยหน้า ทำเหมือนหาเหรียญที่พื้น เดินไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานที่เชิดใส่ไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ตอนนี้เธออยากขอโทษโต๊ะจังที่ล่วงเกินไปเมื่อครู่ 

เมื่อทนความอึดอัดไม่ไหว เธอจึงถามออกไปอย่างหวั่นเกรง “...มีอะไรคะ”

“นั่งสิ” เขาสั่งทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมองเธอ จะเงยได้ยังไง...ก็แอบหัวเราะอยู่ 

มิรินทร์มุ่นคิ้วขณะตายังมองพื้น ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงเชิญเธอนั่งทั้งที่ปกติไม่เคย นี่คงไม่ได้โกรธจนถึงขั้นต้องให้เธอ ‘กราบโต๊ะกู’ หรอกใช่ไหม เข้าห้องปกครองยังไม่สยองขนาดนี้เลย คนตัวสั่นค่อยๆ ดึงเก้าอี้ออก สอดตัวลงนั่งอย่างเรียบร้อยที่สุด นั่งเกร็ง บีบมือบนตัก ขมุบขมิบปากด้วยไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไปดี จะขอโทษเลยดีไหม...

มั่นใจได้เลยว่าตอนนี้หน้าเธอคงซีดเป็นไก่ต้ม ได้ลุคป่วยสมใจ เจ้านายเห็นคงสงสารอย่างที่เจ๊บล็อกเกอร์บรีฟไว้

ปลายฉัตรกลั้นขำแทบตาย ไหล่แกร่งสั่นเล็กน้อย ก่อนพยายามปรับอารมณ์ให้นิ่ง เก๊กหน้าขรึมเก็บอาการไว้แล้วเงยขึ้นมองเธอที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา  

มิรินทร์อยากร้องไห้ อุตส่าห์ว่าจะไม่อาย แต่พอเจอชายหนุ่มก็ไม่รอด อายจนอยากจะมุดโต๊ะหนี แล้วทำไมเขานิ่งแบบนั้น นิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอเหลือบตาขึ้นมองก่อนต้องรีบหลุบลงคืนเมื่อได้สบตากันเสี้ยวหนึ่ง 

คิดทบทวนกับท่าทีเป็นปกติของชายหนุ่ม หรือว่า...เขาไม่เห็น? 

“ผมจะวานให้คุณช่วยจดสรุปให้หน่อย” เขาสั่งด้วยท่าทางที่ไม่ต่างไปจากทุกวัน พร้อมยื่นปากกาและสมุดจดบันทึกปกหนังสีเรียบมาให้

เธอเออออตามไป ใจชื้นขึ้นมาในทันใด แบบนี้ก็แสดงว่าเขาไม่เห็นแน่ๆ ว่าแต่เมื่อครู่เขาไปอยู่ตรงส่วนไหนของห้องกัน หรือจะมีห้องลับซ่อนไว้รึเปล่า เธอกวาดตามองไปรอบๆ ห้องอย่างลืมตัว โล่งใจชนิดที่ไม่รู้จะหาอะไรมาเปรียบ 

ปลายฉัตรมองตามแล้วกลั้นขำจนต้องแอบจิกเก้าอี้ไว้ เกร็งหน้าสุดฤทธิ์ เมื่อกี้เธอยังลั้ลลาเป็นม้าใส่ส้นสูงอยู่เลย ตัดภาพมาตอนนี้นี่อย่างกับคนละคน ยิ่งเห็นเธอหวาดระแวงเขาก็ยิ่งขำ แต่ก็พยายามนิ่งไว้ ก่อนจะเอ่ยถาม “อะไรครับ” ทำหน้าตาสงสัยคล้ายไม่รู้ไม่เห็นอะไรมาก่อน

“ปะ...เปล่าค่ะ” เธอสบตาคนถามแล้วรีบส่ายหน้ากลบเกลื่อน ก่อนจะก้มหน้า ตั้งท่าเตรียมจดตามที่เขาสั่ง

“Customer Experience Management...” เขาเริ่มพูดให้เธอจดตาม ซึ่งเป็นเนื้อความเกี่ยวกับประเด็นที่จะถกในที่ประชุมเช้านี้ 

ชายหนุ่มลอบมองคนที่ก้มหน้าก้มตาจดอย่างจริงจัง ยิ่งได้มองใกล้ๆ และนานๆ แบบนี้ก็ยิ่งเห็นรายละเอียดชัดเจนกว่าทุกครั้ง คิ้วสีน้ำตาลอ่อนเป็นทรงตรง ขนตาไม่หนาแต่กำลังดี คล้ายวันนี้เธอทำอะไรมาสักอย่างมันจึงดูแปลกตา เครื่องหน้าดูหวานละมุนบอกไม่ถูก รู้แต่มองแล้วเพลินตาดี

ทว่าพอตัดภาพไปที่แฟชั่นโชว์ก่อนหน้านั้นก็แทบไม่เหลือความละมุน แล้วชายหนุ่มก็หลุดขำ เขารีบยกกระดาษขึ้นมาปิดหน้า ทำทีเป็นตั้งใจอ่านเอกสาร หากความจริงนั้นกำลังกัดปากกลั้นเสียงหัวเราะสุดพลัง 

ซึ่งเอาจริงๆ เขารู้สึกว่าเธอน่ารักดี เหมือนเด็กน้อยขโมยส้นสูงแม่มาเล่น แล้วเขาก็ดันมาเห็นเข้าพอดี

“ต่อค่ะ” มิรินทร์ทวงเมื่อเห็นเขาเงียบไปนาน เธอรอจดอยู่ ซึ่งไม่รู้จะให้จดอีกทำไม ในสไลด์ก็มีครบแล้ว 

“Branding Culture...” 

ปลายฉัตรยังคงให้เธอจดตามไปเรื่อยๆ แอบมองหญิงสาวอย่างนั้นจนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบสิบห้านาที ชายหนุ่มก็เพิ่งสังเกตได้ว่าเธอน่าจะหนาว เจ้าตัวสวมชุดเดรสแขนกุด ชุดสีน้ำเงินเข้มส่งให้ผิวเธอดูขาวสว่างและบอบบางกว่าปกติ หากไม่รู้จักกันมาก่อนเขาคงคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงน่ารักน่าเอ็นดูคนหนึ่ง 

แต่บังเอิญว่านี่รู้จักแล้ว น่า...อย่างอื่นมากกว่า!

อย่าคิดไปไกล เขาหมายถึงน่าแกล้งต่างหาก 

มิรินทร์เริ่มสั่น แอร์ห้องเขาค่อนข้างหนาว หญิงสาวห่อไหล่ให้แขนแนบลำตัว 

“หนาวเหรอ” เสียงที่เอ่ยนั้นทุ้มนุ่มกว่าปกติ 

“คะ?” เธอนึกว่าตัวเองหูฝาด ประหลาดใจกับคำถามที่ดูคล้ายเป็นห่วงเป็นใย แอบดีใจอยู่ลึกๆ แล้วความรู้สึกเหมือนตัวจะลอยนี่มันอะไร แค่เขาถามว่าหนาวไหมเอง ไม่ได้ลงดีเทลอะไรเลยสักนิด เป็นคำถามทั่วไป... 

แต่ทำไมใจสั่นได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้ คนที่กำลังรู้สึกเหมือนใจพองฟูจึงช้อนตาขึ้นสบกับเขาอย่างลืมตัว ก่อนตอบออกไปเสียงเบาคล้ายละเมอ 

“ค่ะ หนาว”

“งั้นเอาเท่านี้ก่อนก็ได้ครับ ขอบคุณมาก แล้วเจอกันในห้องประชุม” เขาเอ่ยขณะสบตาเธอ

ทำไมฟังแล้วมันจั๊กจี้ดีจัง คนฟังแอบจิกกระโปรงไว้ เขินอายอยู่คนเดียว ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ พึมพำเบาๆ ไม่ให้เขาได้ยิน มิรินทร์หน้าแดง หัวใจก็เต้นแรงแซงทุกความรู้สึก ลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้สร้างวีรกรรมอะไรไว้ 

ชายหนุ่มมองคนที่เหมือนจะมีรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า ตาลอยแปลกๆ ปากเธอดูซีดๆ เหมือนคนป่วย จึงตัดสินใจถาม “คุณ...ไม่สบายรึเปล่า”

“ไม่ค่ะ สบายดี” คราวนี้เธอยิ้มนิดๆ อย่างไม่รู้ตัว ก่อนพยักหน้าขอลาในทีอย่างเขินอาย กำลังจะหมุนกายเดินออกไปด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข

“วันนี้...แต่งตัวโอเคนะ”

เขินค่ะ เขินจนต้องยกมือขึ้นจับผมทัดหูทั้งที่มันก็ทัดไว้อยู่แล้ว พยักหน้าขอบคุณคำชมของเขาเบาๆ     

“ขากลับ...หมุนตัวอีกรอบเหมือนเมื่อกี้ก็ได้นะครับ ผมไม่ว่า” เขาเอ่ยเสียงนุ่มแล้วยิ้มมุมปาก

“คะ?” ปลายเท้าที่กำลังจะก้าวออกไปชะงักกึก รอยยิ้มหุบลงขณะสมองค่อยๆ ทำงานหนัก ครุ่นคิด...

หมุนตัว? อีกรอบ? เหมือนเมื่อกี้? 

เดี๋ยวนะ! แบบนี้ก็แสดงว่า...ที่เธอหมุนตัวไปรอบแรกนั่น...เขาเห็นมันทั้งหมด!

ตาย! ศาลาวัดไปทางไหนคะ

คราวนี้คนใส่ส้นสูงช็อกหนักจนอยากจะมูนวอล์กกลับออกไป ทำไมเขาเป็นผู้ชายแบบนี้ ยิ่งกว่าตบหัวแล้วลูบหลังซะอีก เพราะนี่มันลูบหลังก่อนแล้วค่อยตบให้คว่ำด้วยซ้ำไป เธอก็อุตส่าห์นึกว่าแต้มบุญยังสูง ที่ไหนได้แต้มบาปพุ่งกระฉูดมาก 

จากกำลังเคลิ้มๆ อยู่ ตอนนี้เลือกโหมดอารมณ์ไม่ถูกเลยค่ะว่าจะไปทางไหนดี

อย่าว่าแต่อายยันลูกบวชเลย ต่อให้ลูกสึกออกมาแล้วหลานบวชต่อก็ยังไม่เลิกอาย เธอควรทำยังไงกับสถานการณ์ตอนนี้ดี จะกอบกู้ซากหน้าพังยับด้วยการยกมือโบกให้เขาแล้วเดินกลับออกไปด้วยสเตปนางสาวไทยเลยดีไหม ไปให้สุดทางเลยแล้วกัน! 

ยิ่งได้เห็นแววตาขบขันที่เขามองมาเธอก็ยิ่งกระดาก หน้าร้อนจนไม่รู้ว่าเป็นเพราะอายหรือเพราะโกรธกันแน่

เมื่อทำอะไรไม่ได้ คนที่ความอายทะลุเพดานก็หันหลังขวับ เดินแกมวิ่งอย่างล่กๆ ออกไป ไม่หันกลับมามองเขาอีกเลย

ชายหนุ่มมองตามแล้วหลุดเสียงหัวเราะออกมา ส่ายหน้าให้กับลูกบ้าของเธอ คนแบบนี้แหละที่น่าแกล้ง แกล้งสนุก แกล้งแล้วมีความสุข 

เขาชอบ!




----------------------------

อิทั่น อิคนใจโหดดดดดด

ทำไมร้ายกาจแบบนี้

เหลือพื้นที่ให้นางเอกยืนด้วยค่ะ!




ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว