ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

EP 05 แผนร้าย Loading…75%

ชื่อตอน : EP 05 แผนร้าย Loading…75%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2561 05:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 05 แผนร้าย Loading…75%
แบบอักษร

image

EP 05

แผนร้าย Loading…75%


“อะ...อะ...”


“ขอโทษครับ ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง ผมไม่ทันระวังก็เลยทำให้เธอล้มลงมา เราก็เลยขวางทางคุณ”


คำอธิบายของโทโมะทำให้ฉันรีบหันมองไปรอบๆ แล้วถึงได้เข้าใจคำว่าขวางทางที่โทโมะพูด


เบื้องหน้าของฉันและโทโมะที่รีบลุกขึ้นยืนและยังคงยืนอยู่ข้างๆ กันคือผู้ชายตัวสูงๆ ที่มีนามว่าโอยามะ!


ฉันยืนนิ่งเป็นรูปปั้นเมื่อหันกลับมาเจอใบหน้าของผู้ชายที่คุ้นตา แต่สายตาที่เขากำลังมองฉันนั้นมันว่างเปล่าราวกับว่าเราไม่เคยเจอหรือรู้จักกันมาก่อน


ด้านหลังของโอยามะคือคนของเขาเกือบยี่สิบคน ทุกคนอยู่ในชุดสูทสีดำ แว่นตากันแดดสีดำ ที่ทำให้ทุกคนดูเหมือนๆ กันไปหมดจนฉันเริ่มตาลาย


“คุกเข่า!” คิราวะสั่งเสียงเรียบ นอกจากโอยามะแล้ว คิราวะก็ยังเป็นอีกคนที่แสดงออกให้ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรพูดเรื่องที่ฉันเป็นสินค้าของโอยามะให้ใครฟัง ซึ่งฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว


ฟุ่บ!


ไหล่ทั้งสองข้างของฉันถูกกดหนักๆ เพื่อให้ฉันคุกเข่าลงกับพื้น เหมือนกันกับโทโมะที่ตอนนี้เขาเองก็คุกเข่าลงข้างๆ ฉันแล้ว เมื่อกี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดคำสั่งคิราวะหรอก แต่แค่กำลังตกใจแล้วก็สับสนอยู่เท่านั้นเอง


“คราวหลังก็ระวังหน่อย”


“พวกเราขอโทษครับ” โทโมะรีบบอก พูดจบเขาก็ก้มหัวให้โอยามะแล้วหมอบค้างเอาไว้อย่างนั้นจนฉันเริ่มละอายใจแทน


หัวใจฉันเต้นตึกๆ เมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามอง คนทั้งหอประชุมกำลังมองมาที่ฉัน โทโมะ และโอยามะ เพราะว่าตอนนี้ฉันและโทโมะกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางวงล้อมบอดี้การ์ดของโอยามะ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคิราวะ ผู้ชายที่เพิ่งจะขับรถมาส่งฉันเมื่อกี้ เราเพิ่งแยกกันไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ


เขาไม่เห็นบอกฉันสักคำว่าเขาเองก็กำลังจะมาที่นี่!


ตึก!


ตึก!!


ตึก!!!


เสียงฝีเท้าของโอยามะที่ก้าวเข้ามาหาฉันดังก้องไปทั่วทั้งหอประชุม เพราะเพียงแต่เขาขยับ ทุกคนก็แทบจะกลั้นหายใจ บอดี้การ์ดของเขาต่างก็พากันหลีกทางให้อย่างรู้หน้าที่ ไม่นานเขาก็ยืนอยู่ตรงหน้าฉันกับโทโมะ


“เจ็บตรงไหนรึเปล่า” โอยามะถามพลางมองฉันสลับกับโทโมะด้วยแววตาที่แฝงความหมายบางอย่างเอาไว้ แววตานิ่งๆ คู่นั้นปลุกสัญชาตญาณความกลัวในใจฉันให้ตื่นขึ้นมาในทันที


“มะ ไม่ เจ็บ...ค่ะ”


“ฉันว่าเธอควรรีบไปห้องพยาบาล”


“ครับๆ ผมจะรีบพาเธอไปเดี๋ยวนี้” โทโมะรีบพูด ซึ่งทันทีที่โทโมะพูดจบ เขาก็คว้าข้อมือของฉันไปจับเอาไว้อีกครั้งก่อนที่เขาจะช่วยฉุดให้ฉันลุกขึ้นยืน ซึ่งไม่ว่าฉันจะพยายามบิดข้อมือตัวเองออกจากมือของโทโมะเท่าไหร่ก็ทำไม่สำเร็จเลย


“เดี๋ยว” โอยามะพูดขึ้นมานิ่งๆ แต่กลับทำให้โทโมะชะงักกึก รวมถึงฉันเองก็ต้องพลอยหยุดเดินไปด้วย


“ถ้านายไม่ได้เจ็บตรงไหน ให้คนของฉันไปส่งแทนจะดีกว่า นายจะได้อยู่ประชุมพร้อมกัน”


ฉันรู้ดีว่านั่นไม่ใช่ข้อเสนอแนะ แต่มันเป็นประโยคคำสั่ง


“คิราวะ”


“ครับ คุณโอยามะ”


“พาเธอไปที่ห้องพยาบาล”


“ครับผม” คิราวะรับคำสั่งเสียงดังฟังชัด เสียงของเขาทำให้หัวใจของฉันกระตุกเบาๆ ก่อนจะต้องรีบบิดข้อมือของตัวเองออกจากมือของโทโมะอีกครั้งเมื่อสายตาของโอยามะจ้องมองมา เขาสบตาฉัน จ้องมองใบหน้าของฉัน ก่อนจะไล่ระดับสายตาลงไปเรื่อยๆ จนถึงข้อมือของฉันที่โทโมะยังจับเอาไว้อยู่


“เอ่อคือ...”


“มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ หรือนายเองก็อยากจะไปห้องพยาบาลเหมือนกัน เจ็บตรงไหนรึเปล่าล่ะ” ระดับเสียงที่เข้มขึ้นของโอยามะทำให้ฉันต้องออกแรงกระตุกข้อมืออยู่หลายครั้งกว่าที่โทโมะจะยอมปล่อยออกในที่สุด


ฉันรู้ว่าเขาเป็นห่วงฉัน เพราะเราทุกคนต่างรู้ดีว่าคนอย่างโอยามะไม่เคยปล่อยให้เรื่องเล็กน้อยผ่านไปง่ายๆ การที่เขาใจดีให้คนไปส่งฉันที่ห้องพยาบาลแล้วพูดเป็นนัยให้โทโมะอยู่ที่นี่ มันแปลว่าเขาต้องการจะแยกเราสองคนออกจากกันเท่านั้นเอง


“นายไปนั่งเถอะ ฉันจะตามเขาไปเอง” ฉันกระซิบบอกโทโมะพร้อมกับส่งยิ้มให้เขา โทโมะทำท่าเหมือนจะลังเลนิดหน่อยแต่สุดท้ายเขาก็ส่งยิ้มกลับมาพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่เขาจะหันกลับไปทำความเคารพโอยามะแล้วเดินแยกออกไป


“เชิญ” คิราวะหันมาพูดกับฉันหลังจากที่โทโมะเดินออกไปแล้ว คำสั่งเพียงคำเดียวสั้นๆ ที่ไม่มีหางเสียงของคิราวะบ่งบอกถึงสถานะของฉันต่อหน้าคนอื่นๆ ในที่นี้ได้เป็นอย่างดี


ฉันเดินนำคิราวะออกมาท่ามกลางสายตาของทุกคนที่ยืนลุ้นระทึก เชื่อว่าหลายคนคงกำลังคิดว่าฉันอาจถูกพาตัวไปสั่งสอน ซึ่งฉันเองก็กำลังคิดแบบนั้น


ภายในหอประชุมเงียบกริบราวกับไม่มีคนอยู่ ทั้งที่จริงๆ แล้วมีหลายร้อยชีวิตอยู่ร่วมกันในนั้น คงเป็นเพราะอิทธิพลและความน่าเกรงขามของโอยามะเท่านั้นถึงทำได้ขนาดนี้


พลั่ก!


ฉันผลักประตูห้องพยาบาลเข้าไปแล้วหันกลับมารอคิราวะที่กำลังเดินตามเข้ามาติดๆ เขาปิดประตูห้องพยาบาลลงแล้วหันกลับมามองฉันด้วยสายตาไม่ยินดียินร้ายอะไร ก่อนจะเดินสำรวจห้องพยาบาลเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีคนอยู่ จากนั้นก็เดินย้อนกลับมาหาฉันอีกครั้ง


“คุกเข่าครับคุณฮานะ”


ถ้อยคำและน้ำเสียงของคิราวะเปลี่ยนไปเมื่อตอนนี้มีเพียงแค่เราสองคนอยู่ในห้องพยาบาล


ฟุ่บ!


ฉันคุกเข่าลงตามคำสั่งอย่างง่ายดายเหมือนเคย ฉันไม่มีทางเลือกหรอก และคิดว่าต่อไปนี้ก็คงไม่มีอะไรที่ฉันจะสามารถเลือกมันได้ด้วยตัวเองอีกแล้ว


“กางแขนออกด้วยครับ”


“แบบนี้เหรอ” ฉันถามหลังจากที่ยกแขนขึ้นเหยียดตรงขนานออกไปกับพื้น


“ครับ หลังตรง แขนตึง ห้ามตกจนกว่าผมจะกลับมานะครับ”


“หมายความว่ายังไง”


“คุณถูกลงโทษครับ หลังจากเสร็จงานด้านนอกผมจะกลับมาปล่อยตัวคุณ” คิราวะตอบฉะฉาน


คำตอบของคิราวะทำให้ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ฉันถูกลงโทษทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำผิดอะไร จะว่าเป็นเรื่องของโทโมะก็คงใช่ แต่ถ้าไม่ได้โทโมะช่วยเอาไว้ ฉันก็อาจจะเดินชนเขาไปแล้วก็ได้


“ซื่อสัตย์นะครับคุณฮานะ”


“เฝ้าสิ” ฉันแกล้งว่าก่อนจะลอบถอนหายใจ แล้วแสร้งมองไปทางอื่นเพราะรู้ดีว่าทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้


คิราวะก้มหัวให้ฉันทิ้งท้ายก่อนที่เขาจะเดินกลับออกไป ทิ้งฉันให้นั่งคุกเข่ากางแขนอยู่ในห้องพยาบาลเพียงลำพัง


“เฮอะ!”


หลังจากที่คิราวะเดินออกไปไม่นาน ฉันก็ได้ยินเสียงแค่นหัวเราะในลำคอดังมาจากทางด้านหลัง เสียงนั้นทำให้ฉันรีบหันหลังไปมอง พลันสองตาเบิกโพลงขึ้นเมื่อไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี่


“ยูริ”


“ตกใจเหรอที่เจอฉัน” ยูริถามพลางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน สายตาที่เธอมองฉันต่างออกไปจากทุกทีเพราะมันไม่มีความอ่อนโยนเลยสักนิด


“ฉันดีใจต่างหาก เธอเป็นยังไงบ้าง ฉันเป็นห่วงเธอกับพี่...”


เพียะ!


ใบหน้าของฉันชาวาบและหันไปตามแรงกระทบทันทีที่ยูริสะบัดฝ่ามือเล็กๆ ของเธอใส่ลงมาเต็มแรง


“ที่ทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอ!” เธอชี้หน้าต่อว่าฉันอย่างเกรี้ยวกราด ซึ่งถึงอยากจะพูดหรืออธิบายเท่าไหร่ก็คงไม่มีประโยชน์ในเมื่อทุกคำที่เธอพูดคือเรื่องจริง ที่เรื่องทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะฉัน


“ไหนเธอรับปากว่าจะทำให้สำเร็จ ไหนเธอบอกฉันว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเธอจะยอมตายเพื่อฉัน แล้วทำไมเธอถึงไม่รักษาคำพูด”


“ฉันขอโทษ”


“ขอโทษแล้วมันได้อะไร อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าเธอตั้งใจพาไอ้สารเลวนั่นไปหาฉันกับพี่ยูตะน่ะ!” ยูริโน้มตัวเองลงมาหาฉัน เธอจับไหล่ทั้งสองข้างของฉันเอาไว้แน่นแล้วเขย่าตัวฉันแรงๆ จนฉันหัวคลอนไปหมด น้ำเสียงที่เธอกัดฟันพูดลอดไรฟันออกมาบ่งบอกว่าเธอกำลังโกรธฉันมากขนาดไหน


“เธอพูดอะไรของเธอ ฉันไม่เข้าใจ ฉันไม่ได้...”


“โกหก เธอไปหาฉันที่บ้านในคืนนั้น จากนั้นก็หลอกให้ฉันตายใจ ทั้งที่จริงๆ แล้วเธอเป็นคนพาพวกมันมา”


“ไม่จริง คืนนั้นฉัน...” ฉันพยายามจะอธิบาย แต่ยังคงเรียบเรียงเหตุการณ์ไม่ถูก ฉันจำได้ว่าคืนนั้นระหว่างที่โอยามะกำลังพยายามหาวิธีมาบังคับให้ฉันสารภาพ อยู่ๆ คนของเขาก็เดินเข้ามากระซิบบางอย่าง หลังจากนั้นคนของเขาก็พาตัวฉันออกมา จำได้ว่าโอยามะสั่งให้พาฉันกลับไปที่แบล็กทาวน์


หลังจากนั้นด้านในโกดังก็มีเสียงปืนดังขึ้นอยู่หลายนัด ฉันยังจำได้ดีว่าคนของโอยามะตะโกนเสียงดังว่าโอยามะถูกยิง ฉันถึงหนีมาได้ หรือว่า...


ทั้งหมดเป็นแผนการแหกตาฉัน เขาหลอกให้ฉันตายใจแล้วหนีกลับไปหายูริ จริงสินะ ใครกันจะกล้าบุกเข้าไปทำร้ายเขา คนอย่างโอยามะน่ะเหรอจะถูกยิงง่ายๆ ทั้งหมดก็แค่แผนการหลอกให้ฉันเป็นคนนำทางเขาไปหาเธอจริงๆ!


**********

รายละเอียดการพรีออเดอร์

Pre-Order  1 มิ.ย. - 30 มิ.ย. 61**​

image

- ราคาหนังสือ 440 บาท [จำนวนหน้า 378 หน้า มีภาพแทรกสีภายในเล่ม 1 ภาพ]

- ค่าจัดส่ง รอบพรีฯ ส่งลงทะเบียนให้ฟรีค่ะ เฉพาะรอบพรีฯ นะคะ*** ถ้า Ems+50 บาทเท่ากันทุกรอบ เล่มต่อไป +10 บาท [เฉพาะที่อยู่เดียวกัน 3 เล่มต่อ 1 ออเดอร์ คือ 1 กล่องมันใส่ได้ 3 เล่มค่ะ เกินจากนั้นขอตัดขึ้นออเดอร์ใหม่เพื่อความปลอดภัยของหนังสือนะคะ แต่ถ้าแยกที่อยู่ก็คิดราคาปกติเน้อ]


5 DAYS PREMIUM

BOOK JACKET

image

- พรีเมี่ยมเป็นปกแจ็คเก็ตลายพิเศษค่ะ ไม่จำกัดจำนวนชิ้น สำหรับคนที่โอนภายในวันที่ 5 มิ.ย. 61 (5 วันแรก ตัดสิทธ์ตอนเที่ยงคืนตรงนะคะ)


image

​- หนังสือที่พิมพ์รอบแรกจะมีภาพแทรกสีภายในเล่ม 1 ภาพ แต่ถ้าเป็นรอบอื่นหลังจากนี้ ไม่มีภาพแทรกแล้วนะคะ ให้พิเศษเฉพาะรอบแรกเท่านั้นค่ะ

- ทุกรายการในรอบพรีออเดอร์ จะได้โปสการ์ดลายภาพปก 1 ใบ ที่คั่น 3 ใบ


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : PinkPenWriter

รัก  

ขุ่นเจ้


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว