เคะแก่ คือ นิพพาน :P

.:: บทส่งท้าย ::. เรื่องเล่าจาก...หอคณิกาชาย (จบ)

ชื่อตอน : .:: บทส่งท้าย ::. เรื่องเล่าจาก...หอคณิกาชาย (จบ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 35.4k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2561 19:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
.:: บทส่งท้าย ::. เรื่องเล่าจาก...หอคณิกาชาย (จบ)
แบบอักษร




__________________________________________

เรื่องเล่าจาก หอคณิกาชาย

__________________________________________

บทส่งท้าย

เรื่องเล่าจาก...หอคณิกาชาย






ลู่ไป๋หลินไม่รู้ว่าคนที่ถูกตีจนศีรษะแตกเป็นเขาหรือจ้าวเสวียนกันแน่ ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างเตียง มองดูหมอหลวงทำแผลให้เขาอยู่นั้น นั่งอยู่ด้วยสีหน้าซีดเผือด สองมือแกร่งคล้ายจะถูกกำเข้ากำออกอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งนัยน์ตาคมกล้ายังทั้งแดงก่ำและคลอด้วยหยาดน้ำใส

แน่นอนว่าจ้าวเสวียนในสภาพนี้มีเพียงลู่ไป๋หลินที่ได้เห็นเท่านั้น

พริบตาที่หมอหลวงลุกขึ้น ร่างสูงใหญ่ก็ผุดลุกขึ้นหันไปมองออกนอกหน้าต่าง ซ่อนใบหน้าและความรู้สึกทั้งหมดไว้ด้วยแผ่นหลังกว้าง

...นี่คือเด็กชัดๆ เลยมิใช่หรือ...

“เป็นอย่างไรบ้าง?”

ดูเอาเถอะ! แม้แต่เสียงสั่นเครือยังบังคับให้ดุดันกลบเกลื่อนไปเสียหมด

“ทูลองค์รัชทายาท แผลไม่ลึกมากแต่เป็นรอยยาว เพียงใต้เท้าดื่มยา ทำแผลทุกวันก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงพะย่ะค่ะ นอกจากนี้หากคืนนี้มีไข้ กระหม่อมได้จัดยาเผื่อไว้แล้ว ใต้เท้าสามารถดื่มยาเทียบนี้เพื่อลดไข้ได้พะย่ะค่ะ”

“ดี ...ให้รางวัล”

“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”                 จ้าวเสวียนรอจนซูกงกงปิดประตูห้องลงแล้วถึงหันกลับมามองไปยังคนที่ยังนั่งนิ่งอยู่บนเตียง เสื้อเปื้อนเลือดถูกถอดออกไปแล้ว ตอนนี้ท่านรองเจ้ากรมสวมเพียงเสื้อชั้นกลางของเขาและคลุมไหล่ด้วยผ้าขนสัตว์สีขาวสะอาดที่ยิ่งขับให้ใบหน้างามดูไร้สีจนเขาอดวิตกไม่ได้

ชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นแล้วสอดอ้อมแขนกอดเอวบางนั้นไว้

“เสี่ยวเสวียน?”

“เจ็บมาก”

ท่านรองเจ้ากรมนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยแย้งขึ้น “ไม่เจ็บ”

“เจ็บ”

นี่ยังจะเถียงกับเขาเรื่องเดิมอีกหรือ!?

ลู่ไป๋หลินถอนหายใจยาว จากที่ตั้งใจว่าจะต้องคิดบัญชีให้เด็ดขาด กลับถูกเสี่ยวเสวียนที่อยู่ในสภาพนี้ทำเอาใจอ่อนจนไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยเสียงแข็งใส่ มือเรียวสวยประคองใบหน้าของคนที่ซบนิ่งอยู่กับช่วงเอวให้ขึ้นมาสบตากันตรงๆ

“ไหน...ดูซิ เสี่ยวเสวียนของข้าเป็นเด็กขี้แยไปแล้ว”

ถ้าเบะปาก ตาคว่ำอีกนิด ก็เหมือนเจ้าน้องเล็กที่บ้านของเขาเลยทีเดียว

“ลุกขึ้น”

“...”

“เสี่ยวเสวียน” เขาเอ่ยเรียกแกมดุครั้งหนึ่งแต่คนที่คุกเข่ายังคงนั่งดื้อดึงอยู่เช่นนั้น นัยน์ตาที่เคยฉายประกายคมกล้าบัดนี้เขาสามารถมองเห็นได้ชัดเพียงความรู้สึกผิด

“เสี่ยวเสวียนปิดบังพี่ลู่”

“อ้อ...บิดบังอะไร?”

“เสี่ยวเสวียนวางแผนกับพี่รองเพื่อล้อมจับอา...เอ่อ...อวี้กวง พี่รองเป็นคนวางแผนทั้งหมดเสี่ยวเสวียนแค่ขัดไม่ได้” ลู่ไป๋หลินเลิกคิ้วขึ้น ไม่นึกแปลกใจที่องค์ชายรองจะเป็นผู้ออกความคิดเห็นหรอก แต่ที่จ้าวเสวียนพูดมาทั้งหมดนี่ไม่ใช่เรื่องที่เขาให้ความสนใจแม้แต่น้อย

“ที่อยากบอกมีแค่นี้หรือ?”

“...มีอีก”

“อ้อ...”

“ที่จริงแล้วเสี่ยวเสวียนเป็นคนสลับตัวกับยอดคณิกาของหอเซียงอู่เอง”

ท่านรองเจ้ากรมแทบจะกรอกสายตาไปรอบด้าน เรื่องนี้ไม่ต้องบอกเขาก็รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นฝีมือขององค์รัชทายาทเป็นแน่ และนี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาอยากรู้เช่นกัน

“ปีนี้ยอดคณิกาผู้นั้นก็กำลังจะสอบจ้วงหยวน”

“หือ?”

“แท้จริงแล้วยอดคณิกานั้นเป็นบัณฑิตจากตระกูลใหญ่ที่ถูกใส่ความเรื่องกบฏอวี้กวง หลักฐานทั้งหมดรวบรวมอยู่ที่พี่รอง เรื่องนี้เสี่ยวเสวียนไม่ใช่ต้นคิดจริงๆ นะพี่ลู่ เสี่ยวเสวียนไม่ได้อยากให้พี่ลู่อยู่ในสถานการณ์เช่นวันนี้ แล้วก็ไม่ได้คิดว่าอวี้กวงจะลงมือรวดเร็วเช่นนี้ด้วย”

“เสี่ยวเสวียน”

“...”

“ที่ข้าอยากรู้คือเสี่ยวเสวียนทำเรื่องทั้งหมดนี่เพื่ออะไร?”

“เพื่อพี่ลู่”

ประโยคนี้ของจ้าวเสวียนตอบออกมาแทบจะทันที ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงหนักแน่นจนไม่มีอะไรหนักแน่นไปมากกว่านี้อีกแล้ว จ้าวเสวียนเพิ่มแรงโอบรัดเอวบางนั้นให้แน่นขึ้นอีก

“พี่รองบอกว่าถ้าเสี่ยวเสวียนทำได้ เสี่ยวเสวียนจะไม่ต้องเป็นชทายาทแล้ว”

“ไม่เป็นรัชทายาท?”

“พี่ลู่อยากเป็นชายารัชทายาทหรือ? เช่นนั้นเสี่ยวเสวียนจะไปบอกพี่รองว่าเสี่ยวเสวียนจะเป็นรัชทายาทต่อ” ท่านรองเจ้ากรมหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก มือเรียวสวยอดจะหยิกแก้มของคนที่กอดเอวเขาไว้ครั้งหนึ่งไม่ได้

ชายารัชทายาท...แค่ได้ยินก็ขนลุกแล้ว!

เห็นทีว่าปล่อยให้คนผิดสารภาพต่อไปคงไม่เข้าไปถึงเรื่องที่เขาอยากรู้เสียที ลู่ไป๋หลินหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเป็นผู้ป้อนคำถามเสียเอง

“ที่ข้าอยากรู้คือ”

“...”

สาบานได้ว่ารองเจ้ากรมโยธาใต้เท้าลู่ ไม่ใช่คนที่คิดเล็กคิดน้อย แต่ถูกคนผู้นั้นตะโกนออกมาว่า จ้าวเสวียนไม่ได้รักเขาเลยแม้แต่น้อยก็อดที่จะวิตกขึ้นมาไม่ได้ หากเขาคิดไปฝ่ายเดียวเล่าจะทำอย่างไร?

สตรีซักคนยังไม่เคยเกี้ยว แต่จะต้องมาเกี้ยวบุรุษเช่นนี้หรือ…

...ข้าต้องไปเรียนที่หอคณิกาใดดีเล่า!

“ที่เจ้าปิดบังข้าทั้งหมด”

“...”

“เพราะเจ้าไม่ไว้ใจข้าหรือ?”

อันที่จริงลู่ไป๋หลินอยากจะถามว่า ไม่ได้ ‘รัก’ เขาหรือ?

แต่ขอทีเถอะ! ถึงจะเป็นจ้วงหยวนอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์แต่ก็มีเรื่องที่เขาไม่อาจทำได้เหมือนกัน หรือว่าข้าควรจะไปติดต่อแม่สื่อให้มาออกหน้าแทนดี?

ระหว่างที่ท่านรองเจ้ากรมกำลังคิดว่าจะไปติดต่อแม่สื่อคนใด คนที่ถูกถามก็ตอบออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า

“เสี่ยวเสวียนรักพี่ลู่”

...

“...?” เมื่อครู่เขาถามว่า ‘ไม่ไว้ใจ’ มิใช่หรือ?

“เสี่ยวเสวียนรักพี่ลู่ แล้วเสี่ยวเสวียนจะไม่ไว้ใจพี่ลู่ได้อย่างไร?”

“...”

แล้วเขาควรจะตอบเสี่ยวเสวียนว่าอย่างไร?

ในตำราเขียนไว้ว่าอย่างไรนะ?

ตอนนี้ลู่ไป๋หลินขอเวลานอกแล้วมุ่งตรงไปหอตำราซักสองเค่อ ใบหน้าขาวซีดนั้นค่อยๆ ซับสีแดงระเรื่อจางๆ จนคนมองอดใจไม่ไหว จ้าวเสวียนยื่นหน้าขึ้นไปกดจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากไร้สีนั้น เขาเสียดายเพียงอย่างเดียวคือ ไม่ได้สับร่างที่เละเทะแล้วให้เหลวเป็นน้ำไปเสีย

เพราะวาจาไร้สมองของมันทำให้พี่ลู่คิดมาก สมควรตายซักพันครั้ง!

“พี่ลู่ไม่รักเสี่ยวเสวียนหรือ?”

“อ่ะ...อ้อ”

“เสี่ยวเสวียนรักพี่ลู่”

“...”

“เสี่ยวเสวียนรักพี่ลู่”

“...”

“เสี่ยวสะ...”

“ข้าเคยบอกไปแล้ว”

“บอก?” คิ้วกระบี่ขมวดฉับขึ้นมาทันที บอกตอนไหน...บอกเมื่อไร? ทำไมเขาจำไม่ได้!? นี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้มากที่สุดแล้ว เขาจะจำไม่ได้ได้อย่างไรว่าพี่ลู่บอกรัก จ้าวเสวียนกำลังจะถามต่อแต่คนเจ็บกลับล้มตัวลงนอนหันหลังให้เขาไปเสียแล้ว

“พี่ลู่…พี่ลู่ยังไม่บอกเลยว่าบอกข้าตอนไหน?”

“ข้าง่วงแล้ว”

“พี่ลู่...”

ต่อให้จ้าวเสวียนทำปากคว่ำมากกว่านี้คนที่หลับตาลงแล้วก็ไม่เห็นแม้แต่น้อย เมื่อพี่ลู่ไม่ยอมบอก จ้าวเสวียนก็ได้แต่เลื่อนผ้าห่มขึ้นคลุมให้คนที่นอนหลับแล้วหันกลับมานั่งคิดย้อนอย่างจริงจังโดยที่ไม่รู้เลยว่า ท่านรองเจ้ากรมยังไม่ง่วงแม้แต่น้อย

กริ๊ง...

เสียงกระพรวนบางเบาดังขึ้นยามที่จ้าวเสวียนขยับตัวนั้นเรียกให้ริมฝีปากได้รูปของลู่ไป๋หลินเผยรอยยิ้มกว้างขึ้น

...เรื่องบางเรื่อง...ก็ปล่อยให้รู้เอาเองแล้วกัน






.:: เรื่องเล่าจาก หอคณิกาชาย ::.






“สละราชบัลลังก์?”

ลู่ไป่หลินละมือจากกองฎีกาที่เตรียมทูลถวายในวันพรุ่งนี้แล้วเงยหน้าขอคำยืนยันจากคนรักอีกครั้งหนึ่ง จ้าวเสวียนรินน้ำชาที่ซูกงกงเตรียมมาให้พลางเลื่อนไปตรงหน้าใบหน้างามก่อนที่จะเอ่ยบอกรายละเอียดให้มากขึ้น

“ใช่...ตอนนี้พี่ใหญ่กับพี่รองกำลังคิดว่าจะให้ใครขึ้นเป็นดี”

ท่านรองเจ้ากรมโยธาจิบชาคำหนึ่ง “องค์ชายใหญ่เล่า?”

ในเมื่อลู่ไป๋หลินไม่ได้อยากเป็นชายารัชทายาท ดังนั้นจ้าวเสวียนจึงถอนตัวออกมาตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อน แต่พอเห็นคนรักวิเคราะห์องค์ชายพระองค์นั้นพระองค์นี้อย่างจริงจังเขาก็อดที่จะกระเซ้าเล่นไม่ได้

“พี่ลู่ไม่อยากเป็นฮองเฮาหรือ”

แค่กๆ!

คนที่ดื่มชาสำลักเสียจนหน้าดำหน้าแดง คนที่เอ่ยกระเซ้ารีบรับถ้วยชาพลางลูบหลังบางนั้นอย่างเอาใจใส่ อีกทั้งยังใช้แขนเสื้อซับคราบน้ำชาที่มุมปากให้อย่างเบามือ แต่ถึงอย่างนั้นก็ถูกท่านรองเจ้ากรมมองอย่างคาดโทษอยู่ดี เพราะน้ำชาที่พ่นออกอย่างไม่ตั้งใจนั้นเปรอะไปทั่วกองฎีกาจนไม่อาจทูลถวายได้

ปึง!

ไม่ทันที่ลู่ไป๋หลินจะได้เล่นงานจ้าวเสวียน ประตูบานใหญ่ของกรมโยธาก็ถูกปราณสายหนึ่งผลักพรวดเข้ามา ร่างสูงขององค์ชายรองก้าวรวดเดียวก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างเต็มไปด้วยแรงอารมณ์

“พี่ซิ่ว?”

“พี่รอง?”

กาน้ำชาที่อยู่ตรงหน้าถูกปราณที่ยังไหลวนทำให้แตกร้าวจนน้ำชาที่เหลือกว่าครึ่งกว่าค่อนไหลลงบนกองฎีกาอย่างไม่ปราณี แน่นอนว่าลู่ไป๋หลินฉลาดพอที่จะไม่ไปหาเรื่องกับพายุอารมณ์ของมู่หรงซิ่วเป็นแน่

ฎีกาก็ช่างเถิด...ให้เสี่ยวเสวียนเขียนให้ใหม่ก็ย่อมได้

คนที่ยังอยู่ในอารมณ์โกรธสบถคำหนึ่งอย่างดุดัน

“เพราะเจ้า เจ้าสี่!”

“...?”

“ถ้าเจ้าเป็นรัชทายาทอยู่ข้าจะมีวันนี้หรือ!”

ลู่ไป๋หลินเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย “เกิดอะไรขึ้นหรือพี่ซิ่ว?”

“หึ”

มู่หรงซิ่วแค่นเสียงขึ้นจมูกครั้งหนึ่ง นัยน์ตาวาวโรจน์ตวัดมองไปยังจ้าวเสวียนแทบจะจุดเพลิงเผาให้อดีตองค์รัชทายาทมอดม้วยลงได้เลยทีเดียว อะไรที่ทำให้องค์ชายรองผู้สงบเยือกเย็นมาตลอดถึงกับถลึงตาจ้องอาฆาตจ้าวเสวียนได้?

“เพราะเจ้า เจ้าสี่!”

“...?”

กึก...

ติ้วปลายสีแดงถูกโยนลงบนกองฎีกาตรงหน้าจ้าวเสวียน เพียงเท่านั้นอดีตองค์รัชทายาทก็แทบจะกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่ไหว ไหล่หนาสั่นกึกๆ คนที่ยังไม่เข้าใจอย่างลู่ไป๋หลินอดจะกระตุกแขนเสื้อคนรักให้หันมาอธิบายไม่ได้

ติ้วนี้เกี่ยวข้องกับเพลิงพิโรธขององค์ชายรองอย่างไร?

“...อ้อ...พวกเขาคงจับติ้วกัน”

“จับติ้ว?”

“ใครได้ติ้วปลายสีแดง ผู้นั้นเป็นฮ่องเต้”

หือ...!

มิใช่ว่าฮ่องเต้ต้องแข่งอำนาจบารมีกันหรอกหรือ!?

ตอนแรกที่ได้ยินว่าองค์ฮ่องเต้จะสละราชสมบัติ เขายังคิดเตรียมการพาเสี่ยวเสวียนไปอยู่เมืองลั่วชั่วคราวเพื่อหนีสงครามการเมืองครั้งนี้อยู่เลย แล้วเหตุใดองค์ชายทั้งหลายถึงทรง...จับติ้ว...เป็นฮ่องเต้กันเช่นนี้เล่า!

จ้าวเสวียนมองใบหน้าตื่นตะลึงของคนรักแล้วได้แต่กดจูบหนักๆ ลงบนกลุ่มผมนุ่มเพื่อปลอบประโลม มุมปากที่ไม่ได้ยกยิ้มต่อหน้าผู้อื่นมานานกลับไม่อาจกลั้นรอยยิ้มต่อไปได้

บุรุษที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ที่สุดก็คือพี่รองนี่แหละ!

...กรรมตามสนอง...

เขายิ้มเยาะ ส่วนคนมองอย่างมู่หรงซิ่วแค่นเสียงขึ้นจมูกติดกันถึงสามครั้ง

ดี...ดีมากเจ้าสี่*!*

ข้าจะสั่งให้คนเขียนตำนานรักข้ามภพข้ามชาติของเจ้าเอาให้ดังกระฉ่อนแคว้นไปเลยทีเดียว*!*

สองพี่น้องร่วมสายเลือดต่างฟาดฟันสายตากันอย่างดุเดือด ในขณะที่ท่านรองเจ้ากรมกำลังขบคิดอย่างเป็นจริงเป็นจัง

“แต่เช่นนี้ก็ดีแล้วมิใช่หรือพี่ซิ่ว”

“ดีอย่างไรเสี่ยวลู่?”

“มิใช่ว่าพี่รองกำลังติดตามหา ‘บุรุษผู้นั้น’ อยู่หรือขอรับ?” บุรุษผู้นั้นคงเป็นใครไม่ได้นอกจาก อวี้กวง “หากข้าจำไม่ผิด ข่าวกรองล่าสุดจะบอกว่าบุรุษผู้นั้นเข้าไปยังแคว้นต้าเยี่ยนมิใช่หรือพี่ซิ่ว เช่นนั้นก็ใช้โอกาสนี้ควานหาตัวของเขาออกมาได้”

“...”

ครานั้นที่อวี้กวงหนีไปได้ คนที่เป็นเดือดเป็นแค้นที่สุดก็คือ มู่หรงซิ่ว พอได้ยินเสี่ยวลู่เอ่ยบอกออกมาเช่นนี้ ตำแหน่งฮ่องเต้ก็ไม่ใช่เผือกร้อนน่ารังเกียจเท่าใดนัก กำลังทหารที่เขาเพียรขอจากเสด็จพ่ออีกไม่นานก็อยู่ในมือเขาแล้วมิใช่หรืออย่างไร

คิดได้ดังนั้น ใบหน้าได้รูปก็เผยรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาขึ้น

“...เสี่ยวลู่ของข้าเก่งจริงๆ”

“ของข้า”

คนที่เถียงขึ้นมาทันควันเป็นใครไม่ได้นอกจากจ้าวเสวียน แต่มีหรือว่าที่โอรสสวรรค์จะใส่ใจ พัดในมือถูกกางออกก่อนจะหันมาปรึกษากับท่านรองเจ้ากรมอย่างเป็นจริงเป็นจังปล่อยให้อดีตองค์รัชทายาทส่งเสียงฮึ่มฮั่มอยู่เช่นนั้น

เหอะ!

เจ้าสี่*! เจ้ารอดูบทประพันธ์ของข้าเถอะ!*

...

ไม่นานหลังจากนั้นไม่นาน ทั่วทั้งแคว้นโฮ่วต่างกล่าวถึงบทละครร้องในหอคณิกาชายบทละครหนึ่ง บทละครนี้ไม่เพียงผู้ที่ไปเยี่ยมเยือนหอคณิกาเท่านั้นที่ต่างนำมากล่าวถึง แม้แต่สตรีในเรือนก็ต่างล้วนซาบซึ้งกับบทละครนี้กันเสียทุกคน

เรื่องเล่าจาก...หอคณิกาชาย นี้ถูกเล่าลือสืบต่อมา

เป็นความรักอันซาบซึ้งของ องค์รัชทายาทอัปลักษณ์กับยอดบัณฑิตรูปงาม

แม้จะเป็นบทละครแหวกประเวณี แต่ด้วยความรักอันหนักแน่นของทั้งสองคน ด้วยแรงอธิษฐานและคำสัญญาจึงได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้ง แค่เพียงเท่านี้ก็ทำให้ที่นั่งในหอเซียงอู่แน่นขนัดทุกวันได้แล้ว

อีกทั้งยังมีผู้คนไม่น้อยต่างบอกว่านี่เป็นเรื่องจริงของอดีตองค์รัชทายาทจ้าวเสวียนกับขุนนางผู้หนึ่งอีกด้วย!

มู่หรงซิ่วสะบัดชายฉลองพระองค์มังกรออกก่อนจะทวนอ่านบทละครในมืออย่างอารมณ์ดี

“เพิ่มตรงนี้ลงไปอีกหน่อย”

“เพิ่มว่าอย่างไรพะย่ะค่ะฝ่าบาท”

“อื้ม...เพิ่มว่าองค์รัชทายาทเป็นโรคชายร้ายแรง แต่ยอดบัณฑิตก็ยังมั่นรัก”

เช่นนี้ภาพลักษณ์อันแสนทะนงองอาจของเจ้าสี่ก็ย่อมปนปี้ย่อยยับไม่มีชิ้นดี! ฮ่าๆ! เขาแทบจะอดทนรอให้เหล่าขุนนางส่งสายตาเห็นใจให้เจ้าสี่ไม่ไหวแล้ว! มู่หรงซิ่วหัวเราะขลุกขลักในลำคอก่อนที่จะถูกเสียงของหม่ากงกงทำลายอารมณ์สุนทรีย์ไปเสียหมด

“ทูลฝ่าบาท ราชทูตที่ไปแคว้นต้าเยี่ยนกลับมาแล้วพะย่ะค่ะ”

หม่ากงกง กงกงคนสนิทที่ยังรั้งตำแหน่งอยู่เช่นเดิมรีบนำเหล่าราชทูตเข้าเฝ้าทันที อาลักษณ์ที่ถวายงานอยู่รีบรวบบทละครนั้นถอยออกไปอย่างรู้งาน

มู่หรงซิ่วกระแอมขึ้นเสียงหนึ่ง บนพระพักตร์ที่เมื่อครู่มีรอยแย้มสรวลก็เลือนหายเหลือเพียงความราบเรียบ ไม่ว่าใครก็ไม่อาจคาดเดาพระอารมณ์ของโอรสสวรรค์ได้

“เป็นอย่างไร?”

“ทูลฝ่าบาท...องค์เยี่ยนตี้ทรง...”

หัวหน้าคณะราชทูตรีบเล่าความทั้งหมดที่เกิดขึ้น รวมทั้งสีหน้าท่าทางของผู้ที่พูดประโยคเหล่านั้นอย่างครบถ้วน ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นลอบมองพระพักตร์ของฝ่าบาทแม้แต่ผู้เดียว

พวกเขาเป็นเพียงราชทูตยังโมโหเสียจนหน้าดำหน้าแดง

ฝ่าบาทได้ยินวาจาเหล่านี้แล้วคงสั่งกรีธาทัพไปเหยียบแคว้นต้าเยี่ยนให้ราบเป็นหน้ากลองเป็นแน่!

“ผู้ที่กล่าววาจานั้นคือใครนะ?”

“...ฟู่จิ้งชินอ๋องหย่งจิ้นพะย่ะค่ะ”

เหล่าราชทูตต่างหดคอรอรับเพลิงพิโรธอย่างเต็มที่ทว่ารอแล้วรอเล่า ก็ไม่ได้ยินพระสุรเสียงโกรธาแม้แต่น้อย หากพวกเขามีใครซักคนกล้าพอจะเงยหน้าขึ้นก็จะมองเห็นว่าบนพระพักตร์ราบเรียบนั้นมีรอยแย้มสรวลอยู่เล็กน้อย

หึ...

ไม่เจอกันนานนะ หย่งจิ้น...

...

“ดี...ตอบกลับไปว่าข้ายินดี”

...

ความสนุกใดเล่าจะเท่าเอาศัตรูวัยเด็กมาขังกรงแล้วยั่วให้โมโหทุกเวลาที่ต้องการ โอกาสทองเช่นนี้มีหรือที่มู่หรงซิ่วจะพลาด! แค้นนี้ไม่ถึงสิบปีก็มาให้ข้าแก้แค้นถึงที่เลยทีเดียว





โปรดติดตามต่อได้ใน

.:: MY MAJESTY l ขออภัย เมียข้าเป็นฮ่องเต้ ::.




โม้ท้ายตอนจบ

จบแล้ว เย้ จบแล้วจ้า

มีตอนพิเศษอยู่อีก 2 ตอนนะคะ

ชื่อตอน คือ กรมคนงามแห่งราชสำนัก กับ เมื่อท่านรองเจ้ากรมเที่ยวหอคณิกา

ตอนพิเศษอื่นๆ อาจจะมีอีก ดังนั้นจึงยังไม่ปิดเรื่องนะคะ เอาไว้ถ้าคิดถึงเราจะแอบมาอัพอีก

ขอบคุณที่ติดตามมาเสมอค่ะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว