ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 ขอสงบศึก --100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 ขอสงบศึก --100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 414

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2561 14:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 ขอสงบศึก --100%
แบบอักษร

ตอนที่ 6 ขอสงบศึก



**“ผัวเธอเนี่ย ไอ้บอสใช่ไหม”** ฉันถามยัยหมิง ทั้งบอสทั้งเธอต่างก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นของฉัน

          ยัยหมิงทำหน้าพะลึกพะลั่ก “ก็บอสน่ะสิ จะใครเล่า”

          “อ้าว เหรอ ก็นึกว่าเป็นไอ้เข้ม” ฉันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ยัยหมิงถลึงตาใส่ฉันจนแทบหลุดเบ้า “เห็นวันก่อนไปกินข้าวด้วยกัน ก็นึกว่ามีผัวใหม่”

          ยัยหมิงจ้องหน้าฉันอย่างโมโห “เธอพูดอะไรของเธอ”

          ฉันยิ้มน้อยๆ “สรุปผัวเธอคือไอ้บอสสนะ”

“ยัยอิง!”

แก้วเกล้าถือโอกาสที่ยัยหมิงเบี่ยงเบนความสนใจมาที่ฉัน วิ่งมาหลบอยู่หลังฉันแล้วฟ้องเสียงอ่อย “พี่อิงคะ พี่เขาหาว่าแก้วไปอ่อยแฟนเขา แก้วไม่ได้อ่อยนะคะ พี่บอสเป็นคนทักแก้วมาเอง แก้วพยายามไม่คุยแล้ว แต่เห็นว่าเป็นพี่ในคณะ แต่แก้วก็ไม่คิดจะแย่งแฟนเขานะคะ”

          ฉันกลอกตา คนดีมักจะเจอปัญหาทุกที

          “ได้ยินชัดแล้วใช่ไหม ยัยแก้วไม่ได้แย่งผัวเธอ” ฉันบอกยัยหนิง เธอทำหน้าไม่พอใจ

          “เธอก็ต้องเชื่อน้องเธอน่ะสิ”

          อ้อ ใช่ แก้วเกล้าคือน้องของฉัน ฉันเป็นพี่สาวก็ต้องช่วยน้อง ช่วยให้โดนตบดีไหมนะ ฉันเหล่มองเป้าหมายนิ่งๆ เห็นหน้าม้านๆ ของเธอแล้วก็สมเพช

          “เธอยังเก็บแชทไลน์ไอ้บอสไว้ไหม” ฉันถามแก้วเกล้า เธอรีบพยักหน้ารับ ฉันแค่นเสียง คิดในใจ ‘จะเก็บเอาไว้ชิงโชคหรือไง’ “เอาออกมาเปิดให้ยัยนี่ตาสว่างทีสิ”

          แก้วเกล้าเข้าใจเจตนาของฉัน อืม ก็ไม่ได้โง่นี่ ก็แค่แกล้งโง่เท่านั้นเอง แกล้งทำให้น่าสงสารสินะ

          เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเข้าแอปพลิเคชั่นไลน์แล้วยื่นให้ฉัน ฉันไล่อ่านการสนทนาระหว่างแก้วเกล้ากับบอสแล้วยื่นให้ยัยหนิงดู

          “ดูซะให้เต็มตาว่าใครอ่อยใครกันแน่”

          ยัยหนิงไล่อ่านด้วยใบหน้าที่ดุดันขึ้นเรื่อยๆ แฟนของเธอพยายามจีบแก้วเกล้า ทั้งที่ฝ่ายหญิงพยายามบอกปัดอย่างแสนดีที่สุด แถมยังมีบอกจะเลิกกับยัยหนิงเร็วๆ นี้ด้วย ยัยหนิงทำท่าจะปาโทรศัพท์ทิ้ง ฉันที่อยู่ใกล้ที่สุดไม่ห้าม แถมยังขยับตัวออกเพื่อไม่ให้โดนลูกหลงไปด้วย

          แป๊ก!

          โทรศัพท์ราคาแพงตกลงพื้นดังสนั่นท่ามกลางความตกใจของทุกคน ยกเว้นฉัน แก้วเกล้าจับแขนฉันไว้ราวกับต้องการคนปกป้อง ใบหน้าของเธอซีดขาว ตัวสั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำ ถ้าพี่ตาณมาเห็นคงจะรีบโอ๋เป็นการใหญ่ คิดแล้วหั่นไส้ไอ้พวกคนดีศรีสยามซะจริง ยัยหนิงยังไม่หายโมโห กระทืบโทรศัพท์มือถือของเธอแรงๆ อีกหลายครั้ง ปลายส้นสูงเจาะลงไปบนหน้าจอจนทะลุ

          “บ้าเอ้ย!” ยัยหนิงจ้องหน้าฉันกับแก้วเกล้า “คราวนี้รอดตัวไปนะ แล้วเธอยัยอิง อย่าแส่รู้ให้มันมาก ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” แล้วเธอก็เดินเร็วๆ ออกไปจากห้องเหมือนพายุทอร์นาโด “บอสนะบอส! ตายแน่!”

          “คิดว่ากลัวหรือไง” ฉันพึมพำตามหลังแล้วมองโทรศัพท์มือถือของแก้วเกล้า เหยียดปาก จากนั้นเดินออกไปจากห้องอย่างสง่างามท่ามกลางสายตาชื่นชมของรุ่นน้อง รวมทั้งเพื่อนๆ ของแก้วเกล้าด้วย

          “พี่อิง แก้วขอบคุณนะคะที่ช่วย” แก้วเกล้าวิ่งตามมาบอก

          ฉันยกยิ้มนิดๆ ก่อนจะหมุนตัวไปหาเธอด้วยใบหน้าเฉยชา “มีสมองก็หัดเอามาใช้บ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ยักไย้มันเกาะ”

          “อูย...”

          “เจ็บ”

          “ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ”

          เกิดเสียงซุบซิบมากมาย เพื่อนๆ ของแก้วเกล้าแทบเปลี่ยนสีไม่ทัน

          “ปล่อยให้ยัยหนิงด่าอยู่ได้ ไม่รู้จักเอาหลักฐานออกมาโชว์ ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงจะกลัวอะไร”

          “แก้วไม่ทันคิดค่ะ” เธอบอกเสียงแผ่วเบา

          “คราวหน้าคราวหลังก็อย่าหว่านเสน่ห์ให้คนที่มีเมียแล้ว” ฉันเตือนด้วยความหวังดี แก้วเกล้าหน้าเสีย

          “แก้วไม่ได้หว่านเสน่ห์นะคะ”

          “หึ!”

          “พี่อิงไม่เชื่อแก้วหรือคะ แต่พี่อิงช่วยแก้ว...”

          “ฉันช่วยเพราะเธอได้ชื่อว่าเป็นน้องฉัน ฉันจะปล่อยให้น้องตัวเองถูกรังแกได้ยังไง” แก้วเกล้ายิ้มกว้างด้วยความดีใจ ฉันเองก็ยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มน่าสะพรึง ฉันก้มหน้าไปหาเธอที่ตัวเตี้ยกว่า กระซิบชิดริมหูให้ได้ยินคนเดียว “เพราะมันไม่สะใจเท่าฉันลงมือเอง”

          “!” ดวงตาของแก้วเกล้าสั่นระริก มันสาแก่ใจฉันนักล่ะ

          ความอ่อนแอและโง่เง่าของเธออาจจะล่อแมลงภู่น่ารำคาญพวกนั้นได้ แต่มันไม่ได้ผลกับฉัน ยิ่งเธออ่อนแอเท่าไหร่ ฉันยิ่งอยากเหยียบเธอให้จมดินเท่านั้น

          ไร้เดียงสา? อ่อนโยน? แสนดี? น่าตลก!

          ตอนที่ฉันเดินลงมาชั้นล่างเพื่อจะออกไปข้างนอกตามที่นัดกับเพื่อนไว้เจอแม่นั่งอยู่กับแก้วเกล้าที่ห้องนั่งเล่น ทั้งสองคุยกันท่าทางสนุกสนาน ในมือมีหนังสือทำขนมคนละเล่ม แม่หัวเราะแล้วลูบหัวแก้วอย่างอ่อนโยน ฉันมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่ด้านชา กี่ปีมาแล้วที่แม่ต้องปั้นหน้าทำเป็นรักยัยนี่ กี่ปีแล้วที่แม่ข่มตัวตนเพื่อมัดใจสามีและลูกสาวคนใหม่ กีปีแล้วที่แม่ทิ้งพ่อมา...

          กี่ปีแล้ว... ที่ฉันมีชีวิตอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของตัวเอง

          แล้วเป็นของใคร?

          ของแก้วเกล้างั้นเหรอ... หึ ฉันจะแย่งมา!

          วันเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ของพวกเราสี่หนุ่มสาวก็ยังเหมือนวันวาน ป้าดาราร้อนใจ อยากให้พี่ตฤณกับแก้วเกล้ารักกันจึงบอกให้เขามาชวนแก้วเกล้าไปเที่ยวทะเลที่หัวหิน บังเอิญวันนี้ฉันต้องไปทำธุระให้พ่อเลี้ยง จึงไม่ได้ไปด้วย ไม่รู้ว่าป้าดารารู้เรื่องนี้หรือเปล่า ตอนที่รู้ฉันก็กำมือแน่นด้วยความริษยา แก้วเกล้ามีอะไรดีนักหนาป้าดาราถึงได้อยากได้เป็นลูกสะใภ้ ฉันเองก็นามสกุลเทพการุณเหมือนกัน อีกอย่างฉันมีความสามารถมากกว่ายัยนั่นเป็นไหนๆ

          ตอนที่ฉันทำธุระเสร็จกลับมาบ้านก็เจอพี่ตาณนั่งหน้าตูมอยู่

          “ยัยแก้วไม่อยู่” ฉันบอกขณะเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง เหนื่อย ไม่อยากทะเลาะเหมือนอย่างเคยๆ

          “ฉันรู้” ฉันชะงัก หันไปมองเขางงๆ รู้แล้วยังจะมาอีก เขาทำหน้ามุ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “แม่วางแผนให้พี่ตฤณกับแก้วไปเที่ยวทะเลกันสองต่อสอง เธอรู้ใช่ไหม”

          “อืม”

          “แล้วยังจะใจเย็นอยู่ได้อีกเหรอ” เขาทำหน้าไม่พอใจ “พวกนั้นไปสองต่อสองนะ”

          “แล้วจะให้ฉันทำยังไง ร้องโวยวายเป็นนางร้ายในละครเหรอ” ฉันทำหน้าขบขัน เห็นเขาอารมณ์ไม่ดีฉันก็อารมณ์ดีขึ้นมาก อาการเมื่อยล้าหายเป็นปลิดทิ้งเชียว ฉันไม่ใช่นางร้ายที่เอาแต่กรี๊ดๆ แล้วไม่มีสมองนะ ในเมื่อเขาไปกันตั้งนาน จะให้ไปห้ามก็ไม่ทัน หรือจะตามไปก็ไม่ไหวอีกนั่นแหละ

          “เมื่อเช้าแม่ให้ฉันไปเยี่ยมเพื่อนที่ชานเมืองให้ท่าน พอกลับมาก็ได้ยินว่าพี่ตฤณไปเที่ยวทะเลกับแก้ว” เขาบอกด้วยใบหน้าบูดบึ้ง “ไม่มีใครบอกฉันสักคน แบบนี้มันเจตนาแอบไปชัดๆ”

ฉันหัวเราะ ป้าดาราตั้งใจจับคู่ให้สองคนนั้น พี่ตาณเองก็ดูออก ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคนบ้านนั้นสื่อสารกันยังไง คนน้องอยากได้อยากโดนจะเป็นจะตาย ผู้เป็นแม่กลับสนับสนุนคนพี่จนออกนอกหน้า ถ้าสามารถเสกให้แก้วเกล้ามีสองคนได้บ้านนั้นคงจะสุขใจ

“ฉันถามจริงๆ นะพี่เป็นลูกเมียน้อยเหรอ”

          “จะบ้าหรือไง!” พี่ตาณทำหน้าบึ้งเข้าไปอีก

          “ก็มันน่าสงสัยไหมล่ะ พี่ชอบยัยแก้ว ใครๆ ก็ดูออก แต่ป้าดาราก็ยังจับคู่ยัยนั่นให้พี่ตฤณ”

          “พี่ตฤณน่ะลูกรัก ส่วนฉันน่ะลูกชัง” ดวงตาของเขาดูหมองหม่นเล็กน้อย ก่อนจะโชนแสงเพราะมีแผนการ “ที่ฉันมารอเธอเพราะจะชวนไปหัวหินด้วยกัน”

          “ไม่ไป” ฉันปฏิเสธแล้วเชิดหน้าเดินขึ้นไปชั้นบน มารอฉันหน้าตูมเพื่อแก้วเกล้า เชอะ! น่าหมั่นไส้ จะไปตายที่ไหนก็ไป ไป๊!

“ได้ไงล่ะ เราจะยอมให้สองคนนั้นมีโอกาสใกล้ชิดกันไม่ได้เด็ดขาด” พี่ตาณรีบเดินตามมาคว้าแขนฉันไว้ ยื้อยุดอยู่ตรงนั้นจนเกือบจะตกบันได

ฉันเบิกตากว้างพยายามดึงแขนออกจากการเกาะกุม “นี่ปล่อยฉันนะ!”

          เขาทำหน้ารังเกียจ “ก็ไม่ได้อยากแตะนักหรอก”

          ฉันถลึงตาใส่เขา “งั้นก็ปล่อยเซ่!”

          “ไม่ปล่อย จนกว่าเธอจะยอมไปกับฉัน”

          “ทำไมฉันต้องไปกับพี่ด้วย”

          “เธอชอบพี่ตฤณไม่ใช่เหรอ เราต้องร่วมมือกัน” เขาบอกด้วยใบหน้ามุ่งมั่น

          “ฉันไม่จำเป็นต้องร่วมมือกับพี่” ฉันสามารถจัดการเรื่องนี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งเขา

          “สองคนย่อมดีกว่าคนเดียว” เขาบอกอย่างไม่ยอมแพ้ “ไปกับฉันนะอิงกาญจน์”

          ฉันเบ้ปากแล้วตอบเสียงดัง “ไม่!”

          “พูดยากจริง” แล้วเขาก็ช้อนร่างฉันขึ้น ทำให้ฉันหวีดร้องด้วยความตกใจ โอบรอบคอเขาเพราะกลัวตก

          “กรี๊ด! ปล่อยฉันนะ”

          “ฉันไม่มีเวลามาทะเลาะกับเธอหรอกนะ นั่งรออยู่นี่ก็นานเกินไปแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันการณ์” เขาทำหน้าเบื่อหน่ายพลางเดินไปหน้าบ้าน ฉันดิ้นพล่านอย่างโมโหพลางบอกให้เขาปล่อย เขาทำท่าจะโยนฉันลงบนพื้น ฉันรีบเกาะเขาเอาไว้ แต่พอฉันทำท่าจะลงจริงๆ เขาก็กระชับอ้อมแขนแน่น ฉันกัดฟันกรอด ทนไม่ไหวจนต้องกัดไหล่เขาแรงๆ “โอ๊ย! เธอเป็นหมาเหรอ”

“อย่ามาอุ้มฉันสุ่มสี่สุ่มห้า”

“หวงตัวซะด้วย” เขาเบ้ปากอย่างน่าตบ

“ถูกพี่อุ้มแบบนี้ ฉันคงต้องไปอาบน้ำมนต์ล้างซวย เก้าวัดจะพอไหม คงต้องเก้าสิบเก้าวัดถึงจะหายซวย! อ๊ะ! อ๊าย!!!” ปากพาจนจนได้ เมื่อเขาโยนฉันลงพื้นจริงๆ โชคดีที่ฉันไหวตัวทัน รีบเอาขาลงไปเหยียบพื้น ไม่อยากนั้นก้นได้ระบมแน่ พอตั้งตัวได้ฉันก็ชี้หน้าเขาอย่างเดือดจัด “ไอ้ทุเรศ!”

“ตกลงจะไปไหม” เขาเลิกคิ้วสูง ท่าทางเอาแต่ใจ

“ไม่!”

เขาแค่นเสียงขึ้นจมูก แล้วอุ้มฉันขึ้นในท่าห้อยหัว โลกหมุนตาลปัตร ฉันรู้สึกมึนเบลอ รู้ตัวอีกทีก็เห็นบั้นท้ายของเขาแล้ว บ้าเอ้ย! ไอ้ผู้ชายคนนี้

“ปล่อยฉันนะไอ้บ้าเอ้ย!” ฉันฟาดฝ่ามือใส่แผ่นหลังและบั้นท้ายของเขาแรงๆ แล้วใครจะไปนึกว่าเขาก็ฟาดบั้นท้ายฉันคืน “กรี๊ด! ไอ้สารเลว!”

“ยัยแม่มด!”

“ฉันไม่ใช่แม่มด!” ฉันตีหลังเขาแรงๆ แล้วก็ร้องเสียงหลงเมื่อเขาเอาคืนอย่างเจ็บแสบ ฮือ! ก้นฉันระบมหมดแล้ว

“อ้อ นางอิจฉา”

“ไอ้ตัวประกอบ!”

“กุญแจรถเธอล่ะ” เขาถามอย่างร้อนใจเมื่อออกมาข้างนอกแล้ว ฉันเอี้ยวตัวมองเขาด้วยความไม่พอใจ

“จะเอาไปทำไม”

          “เธอจะวิ่งไปหัวหินหรือไง” ฉันกระชากผมเขาอย่างแรงเป็นการเอาคืน พี่ตาณเบิกตากว้าง “อ๊าก!”

เขารีบปล่อยฉันลง ฉันจึงปล่อยผมเขา พอกลับมายืนฉันก็ซวนเซแทบล้ม ยังมึนๆ อยู่

“ว่าไง จะไปดีๆ หรือให้ฉันลากคอเธอไป” เขาขู่พร้อมกับทำท่าจะเข้ามากระชากคอฉัน ฉันรีบถอยหนีพร้อมกับชี้หน้าเขา

“ไอ้ผู้ชายหยาบคาย ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ”

เขาเลิกคิ้ว “มี แต่ความสุภาพของฉันมีจำกัด ลิมิเตดอิดิชั่น ใช้เฉพาะกับคนน่ารัก ส่วนผู้หญิงน่า...(มองหัวจดเท้า)...อย่างเธอ ฉันไม่เอามาใช้ให้สิ้นเปลืองหรอก”

ฉันกำหมัดแน่น รู้สึกโมโห “หน็อย! ไอ้ผู้ชายไม่มีใครเอาเอ้ย ทำมาเป็นพูดดี ผู้หญิงไม่แลยังจะตามตื้อเขาไม่เลิก รู้ตัวซะบ้างนะว่ายัยแก้วรักพี่ตฤณ”

คนถูกจี้ใจดำทำตาเหลือก ชี้หน้าฉันสั่นๆ “เธอก็ไม่มีใครเอาเหมือนกันนั่นแหละ”

“ใครบอกไม่ทราบ ฉันมีผู้ชายตามตอแยเยอะแยะ”

พี่ตาณเบ้ปาก “ไม่ยักจะรู้ แต่ฉันคนหนึ่งล่ะที่ไม่เอาเธอ”

“ฉันก็ไม่เอาพี่เหมือนกัน ให้ฟรียังไม่เอา เชิญหน้าโง่ตามตื้อยัยแก้วต่อไปเถอะย่ะ!” ฉันมองเขาตั้งแต่หัวจดเท้าแล้วส่ายหน้ารัว “สภาพแบบนี้... ไม่รู้ว่าตื้อจนแก่ยัยนั่นจะเห็นใจหรือเปล่านะ”

เขาปรี่เข้ามาใกล้ฉัน ชี้นิ้วย้ำๆ อย่างหาเรื่อง “ปากเหรอที่พูด นึกว่าใช้เท้า!”

ฉันเชิดหน้ามองเขาอย่างไม่เกรงกลัว คนที่ดีแต่ปากทำอะไรไม่ได้มากนักหรอก

“แล้วพี่ล่ะ ใช้อะไรพูด ไม่ใช่รูตูดหรอกนะ”

เขากัดฟันกรอด “ยัยผู้หญิงปากเสีย!”

“พี่ก็ปากเน่า!”

“ยัย... ยัย...” เขาชี้หน้าฉันอ้าปากพะงาบๆ ท่าทางน่าขัน คงไม่มีปัญญาจะหาคำมาว่าฉันแล้วสินะ ฉันเชิดหน้าสูงขึ้น ท้าทายเต็มที่

“อะไรล่ะ”

“ยัยผู้หญิงหน้าไม่อาย!”

“ว่าฉันเนี่ย หัดส่องกระจกดูตัวเองบ้างนะ”


Talk : เอ้า ทีมใคร นางเอก นางร้าย

อย่าเกลียดอิงกาญจน์กันมากนะเจ้า ข้าน้อยกลัวทุเรียนเหลือเกิน อิอิ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว