ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

EP 04 บทเรียนแรก Loading...75%

ชื่อตอน : EP 04 บทเรียนแรก Loading...75%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.9k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2561 07:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
EP 04 บทเรียนแรก Loading...75%
แบบอักษร

image

EP 04

บทเรียนแรก Loading...75%


“ฉันยอมแล้ว อย่ายิงเขา ฉันเป็นคนหลอกให้ฮานะเข้าไปขโมยของในห้องของนายเอง ฉันทำเพราะต้องการเอามันไปแลกกับอิสรภาพของฉัน ไดสึเกะบังคับให้ฉันทำ ไดสึเกะบอกว่าถ้าฉันเอามันไปให้เขาได้ เขาจะปล่อยฉันไป!” 


ยูริโพล่งทุกอย่างออกมาจนหมด คงเป็นเพราะว่าเธอเองก็ไม่สามารถทนต่อความกดดันได้เหมือนกัน


ไดสึเกะที่ยูริพูดถึงก็คือหนึ่งในสมาชิกของแบล็คสกอร์เปี้ยนส์ หากแต่เขาไม่ใช่สมาชิกธรรมดา เพราะเขาเป็นหลานชายของคุณโอซึนซึเกะอดีตประธานของแบล็คสกอร์เปี้ยนส์ ทายาทรุ่นที่สี่ของโอซุนสึเกะ ผู้ก่อตั้งแบล็คสกอร์เปี้ยนส์ขึ้นมาอีกด้วย


และเพราะว่าไดสึเกะเป็นถึงหลานชายเพียงคนเดียว ซึ่งถือเป็นสายเลือดแท้ๆ ของผู้ก่อตั้งแบล็คสกอร์เปี้ยนส์ขึ้นมา แต่เขากลับเป็นได้เพียงแค่สมาชิก ต่างจากโอยามะ ที่เป็นเด็กปลายแถวที่คุณโอซุนสึเกะเก็บมาเลี้ยง แต่กลับได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธาน ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนไม้สู้ดีนัก


“ฉันทำเพราะจำเป็น ฉันไม่มีทางเลือก”


“เธอไม่รู้จริงๆ นะเหรอว่าไอ้ไดสึเกะมันหลอกเธอ หรือถ้าจะให้ฉันพูดตรงๆ ก็คือมันไม่มีทางจะปล่อยเธอไป ไม่อย่างนั้นมันจะให้เธอมาเอาของที่ไม่มีทางเอาไปได้อย่างนั้นทำไม”โอยามะถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น 


 “ต่อให้จะไม่มีโอกาสฉันก็ต้องทำ ฉันไม่อยากเป็นของไดสึเกะ” ยูริพูดเจือเสียงสะอื้น


“ถ้าอย่างนั้นทำไมเธอถึงไม่เข้ามาขโมยมันไปด้วยตัวเองล่ะ”


“ฉัน...ฉัน...กลัว”


 “แปลว่าเพื่อนของเธอคงไม่กลัวสินะ”


คำถามของโอยามะทำให้มือไม้ของฉันเย็นเฉียบขึ้นมาในทันที


“ตอบคำถามฉัน! ฉันถามว่าเธอคิดว่าเพื่อนของเธอไม่กลัวรึยังไง!” เสียงตะคอกของโอยามะทำให้ฉันสะดุ้งเฮือกอยู่ในอ้อมกอดของเขา และคิดว่ายูริเองก็คงจะตกใจไม่ต่างกัน


“ก็แล้วทำไมนายต้องสนใจเรื่องนั้นด้วยล่ะ ยัยนั่นเข้าไปขโมยของๆ นาย นายก็แค่กำจัดทิ้งไปซะ แค่เด็กกำพร้าตายไปสักคน ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องใหญ่สำหรับนายสักหน่อย นายจะสนใจทำไม”


คำตอบของยูริทำให้ร่างกายของฉันชาดิกไปหมดจนจะไร้ความรู้สึก ก่อนหน้านี้ฉันเคยคิดว่าตัวเองโดดเดี่ยวเพราะไม่มีใครต้องการฉัน แต่เพิ่งจะรู้เมื่อไม่กี่วินาทีนี้นี่เองว่าความโดดเดี่ยวที่แท้จริงมันเป็นยังไง


โอยามะอ่านทุกอย่างออกหมด นอกจากเขาจะรู้คำตอบของทุกอย่างดีอยู่แล้ว เขายังรู้ทันความคิดของยูริทั้งที่ฉันไม่เคยรู้เลย ไม่คิดว่าเธอจะคิดแบบนั้นกับฉันจริงๆ


ก็แค่เด็กกำพร้างั้นเหรอ ฉันมันก็แค่เด็กกำพร้าในสายตาของเธอสินะ!


“แล้วถ้าฉันนึกอยากจะฆ่าเธอขึ้นมาบ้างล่ะ ” โอยามะถามเสียงเรียบ ร่างกายของเขายังนิ่งมากแต่ฉันกลับได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเหมือนจะกำลังโมโหแต่พยายามที่จะข่มอารมณ์เอาไว้


“ยัยนั่นเป็นคนออกตัวว่าจะช่วยฉันเอง พูดออกมาเองว่าต่อให้ถูกนายจับได้หรือฆ่าตายก็ไม่เป็นไร เพราะคงไม่มีใครเสียใจหรือต้องการอยู่แล้วตั้งแต่แรก แล้วแบบนี้นายจะมาโทษแต่ฉันได้ยังไง”


ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะคิดแบบนั้นกับฉัน มันจริงอยู่ที่ฉันเคยคิดว่าฉันตัวคนเดียว ต่อให้ต้องตายไปจริงๆ ก็คงไม่มีคนเสียใจแต่ฉันไม่คิดว่าเธอจะถึงขนาดอยากให้ฉันถูกฆ่า


“ก็แปลว่าถ้าเธอตาย จะมีคนเสียใจมากกว่าสินะ เธอคิดว่าชีวิตเธอมีค่ามากกว่าชีวิตของเด็กกำพร้าอย่างฮานะใช่รึเปล่า”


คำถามของโอยามะทำให้ฉันได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นอีกครั้ง เพราะยูริไม่ได้ตอบคำถามของเขา และฉันไม่รู้ว่าที่เธอเงียบ เพราะเธอตอบไม่ได้ หรือไม่กล้าตอบกันแน่


“ไอ้ไดสึเกะคงดีใจที่ฉันยกชีวิตที่แสนจะมีค่าของเธอให้มัน” โอยามะพูดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เขายืนรอคำตอบจากยูริสักพัก แต่เธอก็ยังไม่พูดอะไรออกมา


“อย่ายุ่งกับน้องสาวฉัน ไอ้สารเลว!”


พลั่ก!


“กรี้ดดด พี่ยูตะ!”


เสียงของพี่ยูตะและยูริทำให้ฉันเริ่มขยับอีกครั้งหลังจากที่พยายามยืนนิ่งมาตั้งแต่ต้น ฉันอยากรู้ว่าเบื้องหลังของฉันเกิดอะไรขึ้น แต่โอยามะกลับไม่ปล่อยให้ฉันได้มีแม้แต่โอกาสแม้แต่จะชำเลืองหางตามองด้วยซ้ำ เขาใช้มือเปล่ากดหัวของฉันเอาไว้ราวกับอยากจะกดให้ฉันจมหายลงไปในอกของเขา


“เอามันออกไป ส่วนผู้หญิง พาไปตีตราสินค้า รอคำสั่งจากฉันส่งตัวให้ไดสึเกะ”


“ไม่ได้นะโอยามะ ขอร้องล่ะ อย่าส่งส่งฉันให้ไดสึเกะนะ ได้โปรด”


ฉันได้ยินยูริพยายามอ้อนวอน ซึ่งฉันรู้ดีว่าเธอกลัวไดสึเกะมาก ดังนั้นการส่งเธอไปให้ไดสึเกะไม่ต่างจากการฆ่าเธอทั้งเป็น!


“อย่าแตะต้องยูริ ถ้าพวกนายจะทำก็ทำฉันสิ อย่ายุ่งกับน้องสาวฉัน!”


“ยัยฮานะ เพราะแกคนเดียว ที่ทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะแก” เสียงของพี่ยูตะและยูริค่อยๆ เบาลงคล้ายกับว่าทั้งคู่กำลังห่างออกไป หรือไม่ก็คงเป็นเพราะมือของโอยามะที่เลื่อนระดับจากหัวของฉันลงมาที่หู เขาทำราวกับว่าไม่อยากจะให้ฉันได้ยินอะไรทั้งนั้น เขากำลังปิดกั้นประสาทการรับรู้ของฉันทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็นหรือการได้ยิน


การกระทำของโอยามะทำให้ฉันนึกถึงคำพูดของเขาก่อนที่เขาจะพาฉันมาที่นี่ขึ้นมา เขาเพิ่งบอกฉันว่าต่อไปนี้ฉันจะอยู่ในความดูแลของเขา ซึ่งฉันไม่คิดเลยว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้


“เพราะแกยัยฮานะ แกต้องรับผิดชอบ”


ไม่ว่าฉันจะพยายามสะกดกลั้นทุกอย่างเอาไว้ยังไง สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับน้ำตาที่กำลังไหลออกมา เสียงของยูริยังคงดังก้องอยู่ในหู และมันทำให้ฉันเผลอยกมือขึ้นมากำชายเสื้อของโอยามะแน่น


 ถ้อยคำอาฆาตแค้นของยูริฉันรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว อยากจะพูดอะไรสักคำก็พูดไม่ออก อยากจะอ้อนวอนขอร้องให้โอยามะปล่อยยูริกับพี่ยูตะไปก็ไม่กล้า เพราะรู้ดีว่าต่อให้ฉันจะพูดอะไรเขาก็คงไม่ฟัง และคงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ในเมื่อเขารู้ทุกอย่างหมดแล้ว


เขารู้ทุกอย่างแต่กลับถามฉัน ถามทั้งที่คงรู้ว่าฉันจะโกหก เรื่องบ้าบอนี่มันตลกสิ้นดี!


“เก็บกวาดให้เรียบร้อย” โอยามะสั่งคนของเขาอีกครั้งก่อนที่ฉันจะรู้สึกได้ว่าอ้อมกอดรอบตัวเริ่มคลายออก เสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้งราวกับว่าคำสั่งเมื่อครู่ของโอยามะจะเป็นคำสั่งสุดท้ายของเหตุการณ์ในตอนนี้


“ตามฉันมา” โอยามะพูดเพียงแค่นั้นก่อนที่เขาจะปล่อยตัวฉันออกแล้วเดินนำฉันออกไป ทุกคนต่างก็ก้มหัวให้เขาเพื่อแสดงความเคารพเมื่อเขาเดินผ่าน ในขณะที่ฉันยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม


ฉันยืนมองยูริกับพี่ยูตะที่ตอนนี้ถูกคนของโอยามะคลุมหัวด้วยผ้าสีดำเอาไว้อีกรอบและกำลังพาตัวออกไป ดูเหมือนพี่ยูตะจะถูกยิงที่หัวไหล่ด้วยเพราะฉันเห็นคราบเลือดที่เปื้อนเสื้อของเขาเป็นวงกว้าง ทั้งพี่ยูตะและยูริกำลังพยายามขัดขืนดิ้นรนแต่มันก็เสียแรงเปล่า เพราะไม่ว่ายังไงก็คงไม่ทีใครหนีคำตัดสินของโอยามะได้พ้น


คราบเลือดที่เปื้อนอยู่ที่เสื้อของพี่ยูตะ รวมถึงที่หยดและกระเซ็นอยู่บนพื้น ไหนจะยังที่หยดไปตามทิศทางที่เขาถูกลากออกไปชวนให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้ มวลท้องจนอยากจะอาเจียนออกมา แต่ก็พยายามจะอดทนเอาไว้แล้วรีบหันหน้าไปทางอื่น


ปัง!


สองตาของฉันเบิกโพลง ร่างกายสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นกับตาว่าพี่ยูตะถูกยิงเขาที่ขาข้างขวา ฉันเห็นขาข้างนั้นของเขากระตุกและมีเลือดกระเด็นออกมากับตา ซึ่งต้องบอกก็รู้ว่าฝีมือของใคร


ฉันหันกลับไปมองโอยามะช้าๆ เพราะตอนนี้ร่างกายแทบไม่อยากจะเคลื่อนไหวอีกแล้วด้วยซ้ำ และภาพที่เห็นก็คือเขายังคงถือปืนอยู่ในมือ แววตาไร้ความรู้สึกใดๆ


“อย่าให้พูดซ้ำ” โอยามะพูดพลางเบี่ยงปลายกระบอกปืนไปที่ยูริ ซึ่งเธอคงไม่เห็นเพราะถูกถุงผ้าสีดำปิดการมองเห็นเอาไว้ ในขณะที่ฉันเห็นและรับรู้ทุกอย่าง


ฉันก้าวเท้าออกมาจากจุดนั้นอย่างยากลำบาก แต่รู้ดีว่าถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ นัดต่อไปที่โอยามะลั่นไกจะเป็นยูริ และฉันไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น ไม่อยากให้มีใครต้องมาบาดเจ็บหรือล้มตายเพราะฉันอีกแล้ว


โอยามะส่งปืนให้ลูกน้องของเขาหลังจากที่ฉันเดินมาถึง ก่อนที่เขาจะเดินนำฉันไปอีกครั้งจนกระทั่งถึงรถ ซึ่งไม่ว่าจะขามาหรือตอนนี้ บรรยากาศในรถก็ยังคงอึดอัดเหมือนเดิม


“ยี่สิบนาที”


“ครับคุณโอยามะ” คิราวะที่รับหน้าที่คนขับรถรับปากอย่างนั้น ก่อนจะออกรถทันที


การเคลื่อนตัวของรถอยู่ในระดับที่เร็วมากกว่าตอนขามา ฉันนั่งหันหน้าออกทางกระจกรถ สายตามองออกไปอย่างเลื่อนลอยไร้จุดหมาย ไม่อยากจะรับรู้อะไรอีกแล้วทั้งนั้น ต่อให้เขาจะพาฉันไปขายหรือพาไปฆ่าที่ไหนฉันก็ยินดี เพราะการต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิด โดดเดี่ยว ผิดหวังและไม่เป็นที่ต้องการของทุกคนแบบนี้ มันทำให้ฉันทรมานเหลือเดิน


“นอนลง”


คำสั่งปุบปับของโอยามะทำให้ฉันหันไปมองเขาด้วยความตกใจ แต่ด้านหลังนี่มีเพียงแค่ฉันกับเขาเท่านั้นที่นั่งอยู่ด้วยกัน ดังนั้นก็แปลว่าเขาออกคำสั่งกับฉันน่ะสิ จะคิดว่าเขาสั่งให้คิราวะที่กำลังขับรถอยู่นอนลงก็คงเป็นไปไม่ได้


“ไม่ได้ยินที่สั่งรึไง”


“นะ นายจะทำอะไร” ฉันถามตะกุกตะกักเมื่อคำสั่งที่ว่าของโอยามะกำลังทำให้ฉันรู้สึกร้อนวูบในอก ก้อนเนื้อขนาดเท่ากำปั้นในนั้นกำลังทำงานอย่างหนักจนฉันกลัวว่ามันจะทะลุออกมาด้านนอก


“หน้าที่ของสินค้าคือทำให้ฉันพอใจ”


“แต่นี่มัน...”


“ทุกครั้ง ทุกเวลา ทุกสถานที่” โอยามะย้ำเงื่อนไขแรกของเขาออกมาช้าๆ นั่นทำให้ฉันต้องเงียบลง และกลายเป็นว่าต้องหมดข้อโต้แย้งลงไปในทันที


ฉันลอบกลืนน้ำลายลงคอเสียงดัง ร่างกายสั่นสะท้านเมื่อไม่สามารถคาดเดาความคิดของโอยามะออกเลยสักเสี้ยววินาทีเดียว และสุดท้ายสิ่งที่ฉันทำได้ก็คือค่อยๆ นอนลงไปหนุนบนตักของเขาตามคำสั่ง


“หันมามองหน้าฉัน มือวางข้างลำตัว”


ไม่มีเลยสักครั้งเดียวที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองมองเห็นทางออก


ฉันหันกลับมามองหน้าโอยามะก่อนจะค่อยๆ ทิ้งแขนของข้างลำตัวตามที่เขาต้องการ หัวใจเต้นตึกๆ อย่างหนักหน่วงเมื่อได้มองสบตากับเขาอีกครั้ง


ฟึ่บ!


เลือดในร่างกายสูบฉีดแรงเมื่ออยู่ๆ ชายเสื้อของฉันก็ถูกเปิดขึ้นมา ฉันรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาทาบอกเอาไว้โดยอัตโนมัติ แต่เพียงแค่เห็นสายตาคู่นั้นจ้องมองสบตาฉันสลับกับมองลงไปที่ฝ่ามือ ฉันก็ต้องค่อยๆ ปล่อยมือออกแล้ววางมันลงไปข้างลำตัวเหมือนเดิม


ฉันไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ...ทุกครั้ง ทุกเวลา ทุกสถานที่ และมันน่าละอายมากเมื่อตอนนี้บรรยากาศรอบกายคือในรถที่มีคนขับรถอยู่ด้วย แม้ว่ามันจะมีกระจกที่ติดฟิล์มสีดำกั้นระหว่างโซนเอาไว้ก็ตาม


“หยะ อย่า”

**********

ตอนหน้าจะเป็น 18+ ขออนุญาตติดเหรีญทองนะคะ ส่วนตอนปกติที่ไม่มี NC ไม่ใช่ 18+ จะยังอ่านฟรีเหมือนเดิมค่ะ ไม่ต้องตกใจน้าาา^^

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว