ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

EP 04 บทเรียนแรก Loading...25%

ชื่อตอน : EP 04 บทเรียนแรก Loading...25%

คำค้น : Blackscorpion,มาเฟียคลั่งรัก,โอยามะ,ฮานะ,PinkPen

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2561 13:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
EP 04 บทเรียนแรก Loading...25%
แบบอักษร

EP 04

บทเรียนแรก


ตึกแถวย่านมารุ


ไม่รู้ว่าครั้งสุดท้ายที่หัวใจของฉันเต้นเป็นปกติคือเมื่อไหร่ เพราะนับตั้งแต่ที่ฉันได้เจอโอยามะ ก้อนเนื้อในอกก็เหมือนจะต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา


เกือบหนึ่งชั่วโมงหรือประมาณสี่สิบห้านาทีตามที่โอยามะบอกเราก็เดินมาถึงตึกแถวเก่าๆ หลังหนึ่งในย่านมารุ คนของโอยามะเดินนำเข้าไป ตามด้วยโอยามะ ฉัน แล้วปิดท้ายด้วยคนของโอยามะอีกจำนวนหนึ่ง


ด้านในตึกแถวที่เราเดินเข้ามามีสภาพค่อนข้างทรุดโทรม บ่งบอกว่าถูกทิ้งให้รกร้างมานานพอสมควร นั่นทำให้ฉันยิ่งนึกถึงยูริกับพี่ยูตะจนเริ่มเป็นกังวล แต่ก็ไม่กล้าพอจะถามโอยามะออกไป ระหว่างทางที่เดินทางมากับเขา เราไม่ได้พูดกันสักคำเดียว


“อีกห้านาทีฉันจะขอคำตอบ คิดได้รึยังว่าจะตอบฉันว่าอะไร” โอยามะหันมาเตือนสติ


รู้ตัวอีกทีฉันก็กำลังเดินตามเขาเข้ามาในห้องห้องหนึ่ง ด้านในว่างเปล่า มีเพียงเก้าอี้ไม้เก่าๆ แต่ยังดูแข็งแรงสองตัวถูกเตรียมเอาไว้ ตัวหนึ่งเป็นของโอยามะเพราะเขาเพิ่งนั่งลงเมื่อครู่ ส่วนอีกตัวฉันยังไม่แน่ใจ


“นั่งสิ”


สรุปว่าเก้าอี้อีกตัวหนึ่งเป็นของฉัน ซึ่งบอกตรงๆ ว่าฉันไม่ได้รู้สึกดีใจสักนิดเลยที่จะได้นั่งลงข้างๆ เขา แต่รู้ดีว่าไม่สามารถปฏิเสธได้


ฉันนั่งลงที่เก้าอี้ตามคำสั่งของโอยามะแล้วพยายามกวาดสายตามองไปรอบๆ ที่ตอนนี้ห้องทั้งห้องกำลังตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง


โอยามะนั่งไขว่ห้างในท่าทีสบายๆ คล้ายกับเขาเคยชินกับสถานการณ์แบบนี้ ตรงกันข้ามกับฉันที่รู้สึกกลัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเหลือเกิน ภาพห้องที่เต็มไปด้วยคนของโอยามะ รวมถึงเขาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในท่าทีสบายๆ แบบนี้ทำให้ฉันนึกถึงวันที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาเจอกับเขาที่โกดังเก่าๆ ในวันนั้น


“ขอคำตอบ”


สัญญาณเตือนจากโอยามะดังขึ้นอีกครั้งทำให้ฉันต้องหันกลับไปมองเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ พร้อมกับความรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง


“ฉัน คือว่าฉัน...”


“ถ้าจำคำถามไม่ได้ ฉันจะถามอีกรอบ ทำไมยูริถึงได้ใช้ให้เธอมาขโมยของในห้องฉัน”


คำถามที่โอยามะทวนซ้ำยังคงเหมือนเดิม เหมือนกันกับแววตาและสีหน้าที่เรียบเฉยของเขาเวลาที่มองฉัน


“ฉัน ฉัน...”


“สาม”


“ฉัน ฉัน คือว่าฉัน...”


“สอง”


“ถ้าฉันตอบ นายจะปล่อยยูริกับพี่ยูตะไปใช่มั้ย” ฉันเสี่ยงถามออกไปทั้งที่กลัวจนตัวสั่นไปหมด


“นั่นไม่ใช่คำตอบที่ฉันต้องการ พาตัวออกมา” โอยามะสั่งออกไปเสียงเรียบ ซึ่งในขณะที่เขาพูดออกไป สายตาของเขาไม่ได้ละออกไปจากใบหน้าของฉันเลย


“ฉันขอร้องล่ะ อย่าทำอะไรสองคนนั้นเลยนะ นายจะขายฉันก็ได้ เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง” ฉันรีบบอก แต่คำพูดของฉันจะไปมีความหมายกับเขาได้ยังไง


ไม่นานทั้งสองคนที่ฉันกำลังพูดถึงก็ถูกคนของโอยามะพาตัวเขามานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าโอยามะกับฉัน ซึ่งถึงฉันจะยังไม่เห็นใบหน้าของพวกเขาเพราะใบหน้าของทั้งคู่ถูกคลุมด้วยถุงผ้าสีดำเอาไว้ มือทั้งสองข้างถูกมัดไพร่ไว้ทางด้านหลัง แต่ฉันก็ยังจำพวกเขาทั้งคู่ได้อยู่ดี


“ยูริ”


“ถ้าฉันไม่สั่งให้พูด ก็คือไม่อนุญาตให้พูด” โอยามะหันมาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงปกติ แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้ฉันกลืนทุกคำพูดกลับลงไปในลำคอโดยอัตโนมัติ


พรึ่บ!


คนของโอยามะดึงถุงผ้าสีดำที่คลุมหัวของพวกเขาทั้งคู่ออก ซึ่งก็ใช่พวกเขาจริงๆ แบบที่คิดเอาไว้ ทั้งคู่จ้องมองมาที่ฉัน สายตาของพวกเขาทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวด แต่วินาทีนี้ แม้อยากจะพูดคำว่าขอโทษออกไปแค่ไหนฉันก็ไม่กล้าพอจะทำเพียงเพราะคำสั่งของโอยามะยังคงก้องชัดอยู่ในหู


ยูริค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองฉันช้าๆ เหมือนกับว่าเธอกำลังจะหมดแรง ซึ่งถึงแม้ว่าใบหน้าของเธอรวมไปถึงร่างกายส่วนอื่นๆ เท่าที่ฉันสามารถมองเห็น จะไม่มีร่องรอยของการถูกทำร้าย แต่ดูจากสภาพอิดโรย ใบหน้าซีดขาว ตาโหล รวมไปถึงผมเผ้ากระเซอะกระเซิงแบบนั้นฉันก็พอจะรู้ว่าเธอต้องเจอกับเรื่องร้ายๆ มาแน่ๆ และมันคงทำให้เธอรู้สึกกลัวมาก เธอถึงเอาแต่มองฉันด้วยสองตาสั่นๆ แบบนั้น


ด้านข้างของยูริมีพี่ยูตะนั่งคุกเข่าอยู่ในสภาพอิดโรยไม่ต่างกัน สายตาของพี่ยูตะที่มองมาที่ฉันเหมือนจะไม่พอใจและคงกำลังกล่าวโทษฉันเรื่องที่ฉันทำให้เขากับยูริต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้


“เอาล่ะ รีบๆ เคลียร์ให้จบๆ สักที ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมาก จะถามอีกแค่ครั้งเดียว ทำไมยูริถึงได้ใช้ให้เธอมาขโมยของในห้องฉัน”


“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่รู้เรื่อง” ยูริพูดเจือเสียงสะอื้น แววตาของเธอดูโกรธแค้นฉันมากรจริงๆ


“งั้นเหรอ”


“ฉันไม่รู้เรื่องจริงๆ นะ ฉันยอมรับว่าฉันเป็นเพื่อนกับยัยนั่นจริง แต่เรื่องที่ยัยนั่นทำ ฉันไม่ได้เกี่ยวด้วย ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วยสักหน่อย” ยูริปฏิเสธเสียงดัง และถึงแม้ว่าปลายเสียงจะยังติดสั่นนิดหน่อย แต่สายตาที่เธอมองมาที่ฉัน รวมถึงความหมายของสิ่งที่เธอพูดมันออกมาคือการที่เธอโยนทุกอย่างมาให้ฉัน


“ฉันถามเธอแล้วรึยัง” โอยามะถามเสียงเรียบ ทำเอายูริเม้มริมฝีปากแน่นจนกลายเป็นเส้นตรงดิกและกำลังสั่น


“ตอบคำถามของฉัน ฮานะ”


“ฉัน...”


เหมือนมีก้อนบางอย่างแล่นขึ้นมาจุดอยู่ที่ลิ้นปี่ น้ำเสียงของโอยามะ รวมไปถึงสายตาของยูริและพี่ยูตะกำลังกดดันฉันอย่างหนัก ทุกอย่างรอบกายกำลังทำให้ฉันเริ่มรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ค่อยออก


“ฉัน...”


“พูดสิฮานะ! ไม่เห็นเหรอว่าพวกเราต้องเดือดร้อนเพราะช่วยเธอ!”


พลั่ก!


“พี่ยูตะ!”


“ปล่อยฉันนะ อย่าทำร้ายพี่ยูตะ ห้ามทำเขา” ฉันร้องบอกแล้วพยายามที่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้เมื่อเห็นกับตาว่าคนของโอยามะเพิ่งจะชกหน้าพี่ยูตะไปจนเขาล้มลงไปกองกับพื้น 


ยูริร้องเรียกพี่ยูตะเสียงดัง เธอพยายามจะไปช่วยพี่ยูตะแต่ถูกคนของโอยามะจับเอาไว้แน่นไม่ต่างจากฉันที่แค่ลุกจากเก้าอี้ก็ยังทำไม่ได้


ไหล่ทั้งสองข้างของฉันถูกบีบและจับกดเอาไว้ ทำให้ฉันได้แต่นั่งมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่ปวดหนึบ ทุกอย่างกำลังตอกย้ำกับฉันว่าฉันมันตัวซวย!


“จับขึ้นมา” โอยามะสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่กลับเด็ดขาด และคำสั่งของเขาก็ได้รับการตอบรับในทันที คนของโอยามะรีบกระชากพี่ยูตะกลับขึ้นมานั่งคุกเข่าตามเดิมเพราะเขาไม่สามารถลุกขึ้นเองได้ มือทั้งสองข้างยังคงถูกมัดไพล่หลังเอาไว้ นั่นแปลว่าเขาไม่สามารถจะช่วยเหลือตัวเองได้เลยด้วยซ้ำ อย่าคิดไปถึงเรื่องจะสู้เลย


แกร๊ก! 


“ไม่นะ อย่าทำเขา ได้โปรด”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว