ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

EP 02 จุดจบของความสิ้นหวัง Loading...30%

ชื่อตอน : EP 02 จุดจบของความสิ้นหวัง Loading...30%

คำค้น : Blackscorpion,มาเฟียคลั่งรัก,โอยามะ,ฮานะ,PinkPen

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2561 11:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
EP 02 จุดจบของความสิ้นหวัง Loading...30%
แบบอักษร

EP 02

จุดจบของความสิ้นหวัง Loading...30%


“โอ๊ย! เบาๆ สิยูริ”


ปัง!


นอกจากยูริจะไม่ฟังเสียงร้องของฉันแล้ว เธอยังปิดประตูบ้านเสียงดังจนฉันสะดุ้งตกใจ


เกือบครึ่งชั่วโมงที่ฉันซ่อนตัวอยู่ที่นั่นเพื่อรอจนแน่ใจว่าโอยามะรวมถึงคนของเขาออกไปจากพื้นที่จนหมดแล้ว หลังจากนั้นฉันก็ใช้เวลาอีกร่วมสองชั่วโมงกว่าจะเดินมาถึงบ้านของยูริ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ฉันมี


“เธอมาที่นี่ทำไม”


คำถามจากเพื่อนสนิททำเอาฉันเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ หน้าอกร้อนวูบขึ้นมาทันทีเมื่อไม่คิดว่าเธอจะถามฉันด้วยคำถามแบบนั้น ทั้งที่ถ้าดูจากสภาพของฉันแล้ว มีใครบ้างที่ดูไม่ออกว่าฉันกำลังต้องการความช่วยเหลือ แต่คนที่ฉันเรียกว่าเพื่อนกลับทำหน้าตาเหมือนไม่ยินดีต้อนรับ


“ทำไมเธอถามฉันแบบนั้นล่ะยูริ” ฉันย้อนถาม ใครจะว่าถามโง่ๆ ฉันก็ยอมรับ เพราะตอนนี้ฉันกลัวจนไม่มีเวลามานั่งประดิษฐ์คำถามที่จะทำให้มันดูฉลาดกว่านี้หรอก


“ก็...ก็แค่แปลกใจน่ะ ฉันไม่คิดว่าเขาจะปล่อยเธอมา”


“เธอแปลกใจที่ฉันรอดมาได้ หรือเธอกลัวว่าฉันจะกลับมาทำให้เธอเดือดร้อนกันแน่”


“หยุดพูดนะฮานะ”


“แล้วทำไมฉันจะพูดไม่ได้”


“ฉันบอกให้หยุดพูดไงล่ะ”


“อื้อ!”


ริมฝีปากของฉันถูกยูริเอื้อมมือมาปิดเอาไว้จนแน่น เธอทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าฉันให้ตายทั้งๆ ที่สิ่งที่ฉันพูดคือความจริง


“ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ยยูริ”


“ออกไปจากบ้านของฉันซะ เธอไม่ควรมาที่นี่” ยูริตะโกนไล่ฉันอย่างไม่ไยดี แถมยังสะบัดนิ้วพรึ่บไปที่ประตูทำราวกับว่าฉันเป็นตัวอะไรสักอย่างที่น่ารังเกียจ


ร่างกายที่สั่นอยู่แล้วเพราะอากาศและเรื่องราวเลวร้ายที่ต้องเจอ กลับยิ่งต้องสั่นขึ้นไปอีกเมื่อไม่คิดว่ายูริจะทำกับฉันได้ลงคอ


“แปลว่าเธอแค่หลอกใช้ฉันสินะ” ฉันถามออกไปเสียงสั่น ไม่ได้ถามเพื่อเอาคำตอบเพราะคิดว่าฉันรู้คำตอบดีอยู่แล้ว แต่ถามเพราะอยากจะได้ยินมันจากปากของผู้หญิงที่ฉันเรียกว่าเพื่อนมาตลอดสามปีเท่านั้นเอง


“อย่ามาโทษฉันนะ ฉันไม่ได้หลอกเธอสักหน่อย เธอเต็มใจไปเองต่างหาก”


“ฉันน่ะเหรอเต็มใจ”


“ก็ใช่น่ะสิ หรือจะปฏิเสธว่าเธอไม่รู้แต่แรกว่าอาจจะไม่มีโอกาสได้กลับมา” ยูริถามเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับความหมายของสิ่งที่เธอพูดมันออกมาเลยสักนิด และถ้าจะให้ฉันตอบตามคำถามที่ชี้นำของเธอก็คงใช่นั่นแหละ


ฉันตัดสินใจไปทั้งที่รู้ว่าถ้าถูกจับได้...ฉันอาจต้องตาย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องตายแน่ๆ นี่นา อย่างที่เห็นว่าตอนนี้ฉันรอดมาได้


“เธอก็รู้ดีตั้งแต่แรกว่าควรทำยังไงถ้าเธอทำไม่สำเร็จ แล้วทำไมเธอถึงไม่ทำ แถมยังกลับมาหาฉันแบบนี้อีกเนี่ยนะ” 


เสียงของยูริอื้ออึงมากจนฉันจับใจความแทบไม่ได้ รู้แต่ว่าความหมายของมันก็ยังชัดเจนเหมือนเดิมตั้งแต่แรก นั่นคือเธอจะไม่ช่วยฉัน ไม่ต้องการช่วย และไม่คิดจะช่วยตั้งแต่แรก ไม่สิ ต้องบอกว่าเธอไม่คิดว่าฉันจะรอดกลับมาขอความช่วยเหลือจากเธอตั้งแต่แรกมากกว่า


“เงียบทำไมล่ะ เธอรีบๆ ออกไปเลยนะก่อนที่เธอจะทำให้ฉันเดือดร้อนไปด้วย เธอนี่มันตัวซวยจริงๆ!”


ตัวซวยเหรอ? ก็คงจริงอย่างที่ยูริพูดอีกนั่นแหละ เพราะตั้งแต่ที่ฉันลืมตาขึ้นมาดูโลก ฉันก็ทำให้แม่ต้องตาย และหลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือน บริษัทของพ่อก็ล้มละลาย ที่สุดแล้วพ่อของฉันก็ลาจากโลกนี้ไปอีกคน เหลือเพียงฉันถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง ไม่มีญาติคนไหนต้องการ สุดท้ายก็เติบโตขึ้นมาในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ฉันเรียกมันว่าบ้าน


“ฉันบอกให้ออกไปจากบ้านของฉัน ไปสิ!” ยูริแผดเสียงไล่ฉันดังลั่นพร้อมกับที่พยายามลากฉันออกมาจากบ้านของเธอทั้งที่ฉันยืนอยู่ในบ้านของเธอไม่ทันถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ เธอผลักฉันล้มลงกับพื้นแล้วมองฉันด้วยสายตารังเกียจ ก่อนจะมองไปรอบๆ ราวกับกลัวว่าจะมีคนมาเห็นเข้า ก็เลยทำให้ฉันรู้ว่าเมื่อครู่นี้ที่เธอพาฉันเข้าไปด้านในก็น่าจะเหตุผลเดียวกันนั่นคือเธอไม่อยากให้ใครเห็นว่าฉันมาหาเธอที่นี่


ในเวลาที่แม้แต่ยืนฉันก็ยังทำได้ยากลำบากแบบตอนนี้ ฉันจะเอาเรี่ยวเอาแรงที่ไหนไปขัดขืนเธอล่ะ วินาทีนี้แม้แต่เสียงอ้อนวอนออกไปฉันก็แทบไม่มีเหลือ


“ไปซะ แล้วอย่ากลับมาหาฉันอีก ที่สำคัญ ห้ามลืมเรื่องที่เธอรับปากฉันเอาไว้ เข้าใจมั้ย”


“ยูริ”


“รีบไปซะ!” ยูริย้ำก่อนที่เธอจะรีบเดินกลับเข้าไปด้านในพร้อมกับปิดประตูลงทันที


ความเงียบเข้าปกคลุมรอบกายเมื่อยูริทิ้งฉันเอาไว้บนพื้นถนนหน้าบ้านที่ทั้งเย็นและแข็ง ฉันทำได้เพียงนั่งมองประตูบ้านของยูริอย่างไร้ซึ่งความหวัง


หลายนาทีที่ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับไปไหน สาเหตุที่ฉันเลือกจะมาที่นี่ก็เพราะก่อนหน้านี้ฉันไม่มีที่ให้ไปอีกแล้ว นั่นแปลว่าถ้าหมดจากที่นี่แล้ว ฉันก็ไม่มีที่ไหนให้ไปแล้วจริงๆ


ฉันไม่มีญาติ ไม่มีบ้าน ไม่มีคนรู้จัก ตลอดเวลาหลังจากที่ฉันตัดสินใจออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ยูริก็เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่ฉันมี และในเมื่อตอนนี้เธอไม่ต้องการฉันอีกแล้ว ก็เท่ากับว่าฉันหมดสิ้นแล้วทุกอย่าง


ฉันเดินออกมาจากบ้านของยูริทั้งที่ไม่รู้ว่าจะไปไหน รู้ดีว่าถ้าฉันยังดันทุรังนั่งอยู่ที่หน้าบ้านของเธอ อาจทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจ หรือดีไม่ดีอาจจะทำให้เธอต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย เพราะถึงตอนนี้ฉันจะยังมีลมหายใจอยู่ แต่ลมหายใจนี้ไม่ใช่ของฉันอีกต่อไปแล้ว มันมีเจ้าของใหม่เป็นผู้ชายที่ชื่อ ‘โอยามะ’ 


ฉันมั่นใจว่าคนอย่างโอยามะไม่มีทางปล่อยฉันไว้แน่ๆ หลังจากนี้ เขาจะต้องตามล่าฉัน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนอย่างเขาเลย


สำหรับโอยามะแล้ว การกำจัดหัวขโมยกระจอกๆ อย่างฉันอาจทำได้ง่ายยิ่งกว่าการคิดเมนูอาหารเช้าด้วยซ้ำ และคนอย่างเขาก็มักสร้างความหวาดกลัวให้เหยื่อก่อนลงมือกำจัดได้เสมอ เหมือนที่เขาบอกว่าจะส่งฉันไปขายยังไงล่ะ ถึงเขาจะไม่ได้ลงมือฆ่าอย่างเหี้ยมโหด แต่วิธีนั้นก็เลวร้ายไม่ต่างกันนักหรอก และถ้ามันไม่ได้บังเอิญเกิดเรื่องขึ้นซะก่อน ป่านนี้ฉันอาจถูกเขาฆ่าด้วยการปล่อยให้มีลมหายใจอยู่อย่างทรมานไปแล้วก็ได้


ฟุ่บ!


ฉันทิ้งตัวนั่งลงที่ริมแม่น้ำเพราะสองขาอ่อนแรงเกินจะเดินต่อไปได้ไหว น้ำตาไหลอาบแก้มและยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหลง่ายๆ ซึ่งไม่ว่าฉันจะพยายามปาดมันออกกี่ครั้ง มันก็มักจะถูกแทนที่ด้วยหยดน้ำตาใหม่ๆ เสมอราวกับว่ามันเป็นทางเดียวที่ฉันสามารถระบายความรู้สึกข้างในออกมาได้ในตอนนี้


เสียงหัวใจยังคงเต้นอยู่ในอก ฉันได้ยินมันชัดเจนแต่กลับกำลังเฝ้าถามตัวเองว่าที่มันยังคงเต้นอยู่นี้ เพราะอะไร มันจะเต้นต่อไปทำไมในเมื่อไม่มีใครต้องการฉันอีกแล้ว


ฟึ่บ!


เป็นอีกครั้งที่ฉันพยายามลุกขึ้นยืนด้วยสองขาสั่นๆ ของตัวเอง สายตามองตรงไปยังแม่น้ำด้านหน้าที่มีเงาของพระจันทร์สะท้อนบนผิวน้ำ สายลมที่พัดแรงทำให้เกิดคลื่นบนผิวน้ำระลอกเล็กๆ ส่งผลให้เงาสะท้อนของพระจันทร์สั่นไหวเบาๆ


“พี่ครับๆ”


เสียงเล็กๆ ของเด็กผู้ชายที่ร้องเรียกฉันพร้อมกับวิ่งเข้ามาจับมือฉันเอาไว้ทำให้สองเท้าของฉันชะงักไปในทันที ก่อนจะต้องหันกลับไปมองเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ อายุน่าจะราวๆ สี่ห้าขวบ


“พ่อกับแม่ผมเคยบอกว่าน้ำมันเย็นมาก ถ้าเล่นน้ำตอนกลางคืนจะไม่สบายนะครับ”


เล่นน้ำเหรอ? หน้าตาฉันเหมือนคนมีความสุขที่กำลังจะได้เล่นน้ำขนาดนั้นเลยหรือยังไง


“พี่ไม่สบายรึเปล่าครับ มือพี่ร้อนจี๋เลย ผมว่าพี่...”


“ขอบคุณนะครับ แต่พี่...ไม่เป็นไร” ฉันพยายามบอกทั้งที่เสียงสั่นจนไม่สามารถบังคับได้ เพราะความจริงแล้ว...สิ่งที่ฉันกำลังรู้สึกมันห่างไกลกับคำว่าไม่เป็นไรโดยสิ้นเชิง


ฉันยิ้มให้เด็กผู้ชายคนนั้นก่อนจะค่อยๆ ดึงมือของตัวเองออกจากมือเล็กๆ ที่จับมือฉันเอาไว้หลวมๆ ตั้งแต่แรกออก แววตาที่ใสซื่อยังคงมองฉันเหมือนจะไม่เข้าใจความหมาย จนฉันอดไม่ได้ที่จะนั่งยองๆ ลงตรงหน้าเด็กชายคนนั้นพร้อมกับวางมือบนหัวของเขาเบาๆ


“รีบกลับไปหาพ่อกับแม่เถอะครับ เดี๋ยวพวกท่านจะเป็นห่วง” ฉันบอกเป็นเชิงเตือน พูดจบก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้งโดยที่สายตายังคงจ้องมองไปที่แววตาไร้เดียงสาคู่นั้นอย่างนึกขอบคุณ


“ครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ พี่ก็รีบกลับบ้านนะครับ เดี๋ยวพ่อกับแม่ของพี่จะเป็นห่วง” เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ฉีกยิ้มโชว์ฟันขาวพร้อมกับก้มหัวให้ฉันนิดหน่อย ก่อนจะยกมือขึ้นมาโบกลาแล้วกลับหลังหันวิ่งออกไปในทันที


ฉันยืนจ้องมองแผ่นหลังเล็กๆ ที่วิ่งไกลออกไปทุกทีๆ จนกระทั่งลับสายตา หลังจากรอให้เด็กคนนั้นจากไปแล้ว ฉันถึงได้หันกลับมามองไปที่แม่น้ำอีกครั้ง


ฉันกำลังจะกลับบ้านไปหาพ่อกับแม่ของฉันแล้ว

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว