facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บบที่ 26 ต้นแก้ว (จบ)

ชื่อตอน : บบที่ 26 ต้นแก้ว (จบ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2561 22:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บบที่ 26 ต้นแก้ว (จบ)
แบบอักษร

​พร้อมกานต์มาอยู่บ้านปีย์ได้เกือบครึ่งปีแล้ว เขาจัดห้องให้หล่อนใหม่เอาของที่เคยอยู่ที่หอเอามาจัดให้เรียบร้อย ที่หล่อนชอบที่สุดก็คงเป็นชั้นหนังสือนิยาย ส่วนมารดาของหล่อนก็นอนห้องเดียวกับหล่อน ตอนนี้อาการของหล่อนก็กลับมาเป็นปกติแล้ว อาการหงุดหงิดง่ายก็ดีขึ้นมาก อาการพูดไม่ชัดของหล่อนถ้าไม่สังเกตก็แทบไม่รู้ ส่วนผมของหล่อนก็เริ่มยาวแล้วสงสัยเป็นเพราะผมสั้นเลยยาวเร็ว


“หนูกานต์อยากทำงานแล้วค่ะ”หล่อนพูดขึ้นขนาดที่กินข้าวกัน ทุกคนหยุดกินแล้วเงยหน้าขึ้นมามองหล่อนพร้อมกัน


“งานอะไรลูก”มารดาหล่อนถามขึ้น


“หนูจะไปสมัครเป็นผู้ช่วยผู้สอบบัญชีค่ะ”หล่อนพูดขึ้น


“พี่ไม่ค่อยเห็นด้วยนะ”ปีย์พูดขึ้น


“ทำไมคะ”หล่อนหันไปถามปีย์


“ถ้าหนูกานต์เครียดอาจจะทำให้ไม่ดีกับหนูกานต์ก็ได้”เขายังพูดต่อ


“นั้นสิลูก”มารดาหล่อนพูดสำทับขึ้น


“แต่หนูกานต์อยากทำงาน”หล่อนพูดเสียงหงอยๆ


“พี่ได้ยินว่าที่โรงพยาบาลรับสมัครนักบัญชีอยู่ หนูกานต์สนใจไหม”ชายหนุ่มพูดขึ้นยิ้มๆ หล่อนเงยหน้าขึ้นมาเห็นพอดี


“โธ่พี่ปีย์ อยากอยู่ใกล้หนูกานต์ก็บอกมาเถอะ ไม่ต้องมาท่าเยอะหรอกค่ะ”หล่อนพูดขึ้น


“แต่พี่ก็ไม่อยากให้หนูกานต์ต้องไปทำงานต่างจังหวัดอยู่ดี”เขายังพูดต่อ


“ทำที่โรงพยาบาลก็ดีนะลูก พี่เขาก็อยู่ ภัทรก็อยู่แม่จะได้ไม่ต้องห่วง”มารดาหล่อนพูดขึ้นบ้าง หล่อนคิดตาม


“ลองดูก็ได้ค่ะ วันจันทร์พี่ปีย์พาหนูไปเลยนะ”หล่อนหันไปบอกอาจารย์หนุ่ม


“ครับ วันจันทร์พี่จะพาไปเลย”ชายหนุ่มยิ้มให้


รับประทานอาหารเสร็จมารดาหล่อนก็ขอตัวขึ้นห้องก่อน ส่วนหล่อนกับปีย์ก็มานั่งเล่นกันที่ชิงช้าหลังบ้าน


“พี่ปีย์คิดว่าเราปลูกต้นไม้เพิ่มกันดีไหมคะ”หล่อนหันไปถามชายหนุ่มที่นั่งโอบหล่อนอยู่


“คราวนี้ปลูกอะไรกันดี”ปีย์ถามขึ้น


“พี่ปีย์อยากปลูกอะไรคะ”หล่อนถามกลับ


“ปลูกต้นแก้วเพิ่มดีไหม”เขาหันไปถาม


“ดีค่ะ หนูกานต์ตอนกิ่งไว้รากงอกออกมาพอดีเลยค่ะ”หล่อนหันมายิ้มให้


“พี่คิดว่าต่อไปรอบบ้านคงมีแต่ต้นแก้วแล้วมั้ง”ปีย์พูดพลางลูบหัวหล่อนไป


“พี่ปีย์ไม่ชอบหรอคะ หนูกานต์ชอบต้นไม้”หล่อนหันไปถาม


“ชอบค่ะ หนูกานต์ชอบอะไรพี่ก็ชอบด้วย”อาจารย์หนุ่มตอบมา หล่อนเขินจะต้องหันไปมองทางอื่น


ทั้งคู่คุยกันไปเรื่อยๆจนน้ำค้างลงแรงปีย์เลยไปส่งพร้อมกานต์ที่ห้องก่อนที่จะแยกย้ายก็เข้าห้องนอนของตัวเอง ปีย์รู้ตัวว่าตอนนี้เขาพยายามดูแลหนูกานต์อย่างดี ถ้ามีเวลาก็พยายามใช้กับหล่อนให้มากที่สุด เขาไม่อยากเสียใจกับการกระทำของตัวเองอีก ตอนนี้ไม่ว่าจะทำอะไรเขาก็จะคิดถึงหล่อนด้วยเสมอ


พร้อมกานต์ตื่นขึ้นมาแต่เช้าก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าถึงจะลงมาข้างล่างก็ได้กลิ่นหอมมาจากในครัว หล่อนเดินตามกลิ่นไปก็เห็นร่างสูงยืนอยู่หลังเตา หล่อนก็ยิ้มออกมา


“ทำอะไรคะพี่ปีย์”หล่อนถามขึ้น แล้วเอาหน้าโผล่เข้าไปดู


“ข้าวต้มค่ะ หนูกานต์ไปนั่งรอดีๆ อย่าซนสิ”อาจารย์หนุ่มหันมาพูดกับหล่อน หล่อนก็หัวเราะขึ้นมา


“อาจารย์ปีย์ขา หนูกานต์ซนตอนไหนคะ”หล่อนถามขึ้น


“หนูกานต์ไปนั่งรอเถอะ เสร็จแล้ว”ปีย์หันมาพูดกับหล่อน หล่อนก็หันจะไปหยิบชามมาส่งให้แต่เห็นแค่สองชุด


“ทำไมมีแค่สองใบคะ ของม๊าล่ะ”หล่อนถามขึ้น


“เห็นว่าวันนี้จะไปทัวร์กับแม่กลับพรุ่งนี้”เขาหันมาตอบแล้วหยิบชามที่หล่อนยื่นให้


“จริงสิ เมื่อวานม๊าบอกแล้วหนูกานต์ลืมไปเลย”หล่อนพูดขึ้นแล้วนั่งรอข้าวต้มที่โต๊ะ ชายหนุ่มเอาออกมาวางตรงหน้าหล่อนก่อนจะเดินเข้าไปตักอีกถ้วยแล้วออกมานั่งตรงข้าม


“ตอนเช้ารู้สึกจะเป็นข้าวต้มทุกวันเลยนะพี่ปีย์”หล่อนพูดขึ้น


“หนูกานต์อยากกินอย่างอื่นหรอ บอกพี่ได้เลยนะ”ปีย์รีบพูดขึ้น


“พี่ปีย์จะตามใจหนูกานต์มากไปแล้วนะ ระวังหนูกานต์จะเสียคน”หล่อนพูดขึ้นแล้วหัวเราะออกมา


“พี่อยากดูแลหนูกานต์ให้ดีเท่าที่พี่จะทำได้”คนตรงหน้าพูดขึ้น หล่อนเลยยิ้มให้กว้างๆ


“ขอบคุณมากนะคะ”หล่อนพูดขึ้นก็กินข้าวต้มฝีมืออาจารย์หนุ่ม


หล่อนมานั่งพรวนดินกับพี่ปีย์ของหล่อนที่หลังบ้าน หล่อนยังไม่ได้ถามว่าทำไมถึงอยากปลูกต้นไม้ขึ้นมา ปกติหล่อนกับมารดาจะช่วยกันปลูก ส่วนใหญ่ถ้าเป็นวันหยุดปีย์ก็จะพาทั้งสองกลับอยุธยา


“ทำไมพี่ปีย์ถึงปลูกต้นแก้วคะ”หล่อนถามขณะที่ขุดดินไปด้วย


“พี่เคยให้สร้อยดอกแก้วหนูกานต์ไป”ปีย์เอื้อมมือมาจับสร้อยที่หล่อนใส่อยู่


“ตอนนั้นพี่เคยถามหนูกานต์ว่ารู้ความหมายของดอกแก้วไหม แต่พี่ก็ไม่ได้พูดความหมายนั้นไป” อาจารย์หนุ่มเอื้อมมือมาจับมือหล่อนเอาไว้


“ดอกแก้วหมายถึงรักอันบริสุทธิ์ เราจะปลูกความรักของเราขึ้นมาให้เหมือนต้นแก้วต้นนี้ เราจะรดน้ำพรวนดินให้มันเติบโตขึ้นเรื่อยๆ หนูกานต์จะมาช่วยทำให้ความรักของเราเติบโตไปพร้อมกับต้นแก้วต้นนี้ได้ไหมครับ” ปีย์พูดจบหล่อนรู้สึกถึงความเย็นที่นิ้วมือ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์หนุ่มที่ส่งยิ้มให้หล่อนอยู่แล้ว


“พี่ปีย์”หล่อนพูดได้แค่นั้นน้ำตาก็คลอขึ้นมา ปีย์เข้ามากอดหล่อนเอาไว้


“มาอยู่เป็นความรักให้พี่นะครับ”หล่อนได้ยินก็พยักหน้ากับอ้อมกอดที่กอดหล่อนเอาไว้


“อาปีย์ แกล้งอะไรพี่กานต์ครับ”น้องธามที่อยู่ๆก็วิ่งมาจากไหนไม่รู้ พอทั่งคู่รู้สึกตัวก็มองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา


“โกรธอะไรป๊ะป๊าอีกครับ”ปีย์หันไปถามน้องธาม


“ป๊ะป๊าแกล้งพี่กานต์ ป๊ะป๊าบอกน้องธามว่าอย่าเล่นกับพี่กานต์แรงๆแต่ป๊ะป๊าแกล้งพี่กานต์จนร้องไห้เลย”เด็กชายพูดแล้วทำหน้าจริงจัง ก่อนที่จะเอาตัวมาแทรกกลางระหว่างหล่อนกับชายหนุ่ม


“น้องธามไหนบอกว่าอยากมีน้องไง ไม่อยากมีแล้วหรอครับ”หล่อนเห็นปีย์พูดขึ้นหล่อนก็ถลึงตาใส่ทันที แต่เหมือนคนที่หล่อนทำใส่จะไม่สนใจเท่าไร


“อยากครับ”เด็กชายพยักหน้ารับ


“ถ้าอย่างนั้นก็ไปอ้อนพี่กานต์ แล้วบอกว่าน้องธามอยากมีน้องเร็วๆ”หล่อนอ้าปากค้างกับสิ่งที่ชายหนุ่มบอกหลานชาย เด็กชายก็หันมาหาหล่อนทันที


“พี่กานต์ครับน้องธามอยากมีน้องเร็วๆ พี่กานต์จะมีน้องให้น้องธามเมื่อไรครับ”เด็กชายเดินมาหาหล่อนแล้วถามขึ้น หล่อนได้แต่ทำหน้าไม่ถูก เลยหันไปมองอาจารย์หนุ่มที่ยืนหัวเราะอยู่


“ไม่นานหรอกค่ะ สามปีดีไหม น้องธามโตเป็นหนุ่มพอดี จะได้ดูแลน้องได้ไงคะ”หล่อนพูดขึ้นแล้วหันไปมองหน้าอาจารย์หนุ่มที่หยุดหัวเราะแล้วเดินมาหาหล่อนทันที


“หนูกานต์จะแต่งงานกับพี่แล้วนะ”อาจารย์หนุ่มท้วงขึ้น


“ไม่ได้บอกว่าไม่แต่งสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้บอกอีกเหมือนกันว่าจะมีลูกเมื่อไร”หล่อนพูดแล้วยิ้มกว้างใส่คนหน้างอขึ้นทันที


“อย่าแกล้งพี่สิ เห็นไหมลินอายุเท่าพี่แต่มีลูกโตขนาดนี้แล้วนะ”เขาหันไปมองทางน้องธามหน้าหงอยๆ


“หนูกานต์ยังเด็กอยู่เลยนะ”หล่อนพูดขึ้นแล้วยังยิ้มให้อยากแกล้งหล่อนดีนัก


“แต่หนูกานต์”หล่อนเห็นหน้าหงอยๆนั้น ก่อนที่จะไปกระซิบข้างๆหูชายหนุ่ม


“พี่ปีย์ไม่อยากแต่งงานแล้วอยู่กับหนูกานต์แค่สองคนก่อนหรอคะ”หล่อนพูดจบก็หันมามองหน้าชายหนุ่มที่ยิ้มออกมาแล้ว


“น้องธามต้องรออีกสามปีเลยหรอครับ”น้องธามถามขึ้น ทั้งสองเลยหันไปมองก่อนที่จะยิ้มให้


“ป๊ะป๊ามีอีกทางท่าไม่อยากรอครับ”เขาพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง


“ยังไงครับ”น้องธามถามด้วยความกระตือรือร้นจนหล่อนยิ้มออกมา


“ไปบอกพ่อกับแม่นะครับ ว่าน้องธามอยากมีน้อง ป๊ะป๊าได้ยินว่าพ่ออยากจะมีน้องให้น้องธามเหมือนกัน น้องธามต้องไปอ้อนแม่เยอะรู้ไหมครับ”ชายหนุ่มพูดขึ้น น้องธามรีบพยักหน้าก่อนที่จะวิ่งออกไปก็หันมาทางทั้งคู่อีกครั้ง


“ป๊ะป๊าอย่าแกล้งพี่กานต์อีกนะครับ”เด็กชายพูดจบก็วิ่งไปที่บ้านของตนเองทันที ทั้งสองหันมายิ้มให้กันก่อนที่จะหัวเราะออกมา


หลังจากปลูกต้นแก้วเสร็จเรียบร้อยทั้งคู่ก็กลับเข้าไปในบ้านล้างเนื้อล้างตัวเรียบร้อยก็ลงมานั่งเล่นกันที่ห้องรับแขก


“เราจะบอกที่บ้านยังไงดีคะ”หล่อนถามขึ้นขนาดที่หล่อนนอนที่ตักของอาจารย์หนุ่ม


“พี่จัดการเรียบร้อยแล้ว”ชายหนุ่มก้มลงมายิ้มกับหล่อน แต่หล่อนรีบลุกขึ้นมานั่งมองหน้าอาจารย์หนุ่มทันที


“จัดการยังไงคะ”หล่อนถามขึ้น


“พี่ขอที่บ้านของหนูกานต์เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ทุกคนก็คงตกลงเรื่องงานแต่งอยู่ที่อยุธยา”คนตรงหน้าพูดขึ้นหล่อนก็หน้างอทันที


“ทำไมไม่เห็นมีใครบอกหนูกานต์เลย”หล่อนยังพูดต่อ


“พี่ก็มาขอหนูกานต์แต่งงานแล้วไง เรื่องอื่นก็ปล่อยให้ผู้ใหญ่คุยกันไปเถอะนะคะ”อาจารย์หนุ่มเข้ามาโอบหล่อนเอาไว้ หล่อนเลยซบลงที่ไหล่นั้น


“เราจะเป็นอย่างไรกันต่อไปคะ”หล่อนถามขึ้น


“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เราอาจจะทะเลาะกัน ไม่เข้าใจกัน แต่เราจะไม่หันหลังใส่กันเหมือนตอนนั้นอีกแล้ว”มืออีกข้างของชายหนุ่มที่ว่างเอามาจับแหวนที่นิ้วหล่อนหมุนเล่น


“แล้วถ้าอนาคตพี่ปีย์ไม่รักหนูกานต์แล้วล่ะคะ”หล่อนถามต่อ


“เรื่องนั้นพี่ก็ตอบไม่ได้ว่าอนาคตพี่จะรักหนูกานต์ไหม แต่ทุกวันที่เป็นวันนี้ของพี่ พี่จะรักหนูกานต์”หล่อนเงยหน้าขึนมองก็เห็นชายหนุ่มยิ้มนิดๆ


“ทำไมพี่ปีย์ขอหนูกานต์แต่งงานอย่างนั้นคะ ชวนปลูกต้นไม้อย่างนั้น”หล่อนยังคงถามต่อ


“พี่เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง พี่ก็อยากได้คนที่จะมาใช้ชีวิตธรรมดากับพี่”เขาตอบก่อนที่จะผลักหล่อนออกเบาๆแล้วมามองหน้าหล่อน


“หนูกานต์ถ้าเราแต่งงานกัน บางครั้งพี่อาจจะไม่มีเวลาให้หนูกานต์เหมือนที่ผ่านมา ม๊าของหนูกานต์ก็ไม่ได้อยู่กับเราที่นี่ เราจะใช้ชีวิตด้วยกันแค่สองคน หนูกานต์จะอยู่กับพี่ได้ไหม”ปีย์ถามขึ้นบ้าง แต่หล่อนยิ้มให้


“หนูกานต์รู้ค่ะ หนูกานต์อยู่ได้พี่ปีย์แค่ไปทำงาน เลิกงานก็กลับมาหาหนูกานต์ เดี๋ยวหนูกานต์ก็ไปสมัครงานที่โรงพยาบาลแล้ว พี่ปีย์ทำอะไรไม่มีทางรอดสายตาหนูกานต์ไปได้แน่”หล่อนพูดขึ้น อาจารย์หนุ่มก็หัวเราะขึ้นทันทีก่อนที่จะกอดหล่อนเอาไว้


พร้อมกานต์มีความสุขที่มีพี่ปีย์ของหล่อนอยู่ข้างๆ อนาคตข้างหน้าไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างแต่พวกเราจะช่วยกันฝ่าฟันก้าวผ่านไป ที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่าความรักไม่ได้มีแค่รักถึงจะอยู่ด้วยกันได้ เราต้องมีความเข้าใจกันรู้จักปรับตัวเข้าหากัน เมื่ออีกฝ่ายทำผิดเรายังต้องรู้จักให้อภัยกันอีกด้วย ไม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นความรักก็จะอยู่รอบๆตัวของเราเสมอ


ความคิดเห็น