facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 24 ดูแล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2561 16:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 24 ดูแล
แบบอักษร

​หลังจากวันที่พร้อมกานต์หัวใจหยุดเต้นอาการของหล่อนก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนถอดเครื่องช่วยหายใจได้แล้ว ถ้าอาการยังดีขึ้นเรื่อยๆอย่างนี้ไม่เกินสามวันก็คงได้ย้ายไปอยู่ห้องพักได้ ปีย์เข้าบ้านไปก็เห็นมารดาของเขานั่งอยู่ที่ห้องรับแขก


“สวัสดีครับแม่”เขาสวัสดีแม่ทันทีที่นั่งลงข้างๆ


“เป็นอย่างไรบ้างลูก แม่จะมาหาหลายวันแล้ว” มารดาเขาลูบหลังเขาเบา เขาเข้าไปกอดมารดาเอาไว้


“ดีครับ”เขาตอบ


“อย่ามาโกหกแม่เลย แค่แม่ดูก็รู้แล้ว”แม่ของเขาผลักออกเบาๆ เขาเลยยิ้มให้บางๆ


“แม่คุยกับครอบครัวหนูกานต์แล้ว เห็นบอกว่ายังไม่ฟื้นเลยหรอ” มารดาเขาถาม


“ครับ อาการยังทรงๆอยู่”เขาตอบ


“ปีย์ ผ่าตัดสมองถ้าน้องฟื้นขึ้นมา น้องอาจจะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมก็ได้นะลูก”มารดาเขาพูดแต่เขาก็ชะงักไป


“ครับ มันมีผลกระทบกับสมองอยู่แล้ว”เขาตอบนิ่งๆ


“ลูกจะถอยออกมาตอนนี้ยังทันนะ แม่อาจจะดูเห็นแก่ตัว แต่แม่เป็นห่วงลูกจริงๆนะ”แม่ของเขาเอามือมาจับเขาไว้


“แม่ครับ ตอนที่ผมรู้ว่าหนูกานต์ถูกรถชนหัวใจของผมมันชาจนผมไม่รู้สึกอะไร ตอนที่รู้ว่าหนูกานต์ต้องผ่าตัดสมองผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้หนูกานต์รอดถ้าไม่ได้พ่อไปรักษา ผมยังไม่รู้เลยว่าหนูกานต์จะอยู่กับผมได้ถึงตอนนี้ไหม ยิ่งตอนที่รู้ว่าหนูกานต์หัวใจหยุดเต้นหัวใจผมมันก็เหมือนจะหยุดตามเธอไป”เขาพูดกับมารดาแต่สายตาเหม่อลอยไปทางอื่น


“ปีย์”มารดดาเรียกเขาเสียงเบาๆ


“ผมไม่เคยรู้สึกว่าถ้าขาดใครไปจะทำให้ผมอยู่ไม่ได้ แต่หนูกานต์ทำให้ผมรู้สึกว่าผมจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่เธอ”เขายังคงพูดต่อไป


“ปีย์ลูก”มารดาของเขาเอามือมาเช็ดน้ำตาที่ไหลโดยที่เขาไม่รู้ตัว ก่อนที่จะหันไปมองมารดา ก่อนที่จะกราบลงไปที่ตัก


“ผมขอโทษนะครับแม่ ขอโทษที่ผมทิ้งเธอไม่ได้”ปีย์พูด


“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นอะไรเลย น้องฟื้นมาอาจจะใช้ชีวิตได้อย่างปกติก็ได้”มารดากอดเขาไว้แน่น


“ขอบคุณครับ ขอบคุณจริงๆ” เขากอดตอบมารดา


พร้อมกานต์ย้ายออกจากห้องไอซียูไปอยู่ห้องพักพิเศษแล้ว ปีย์อยากไปอยู่ด้วยแต่เขาติดเคสผ่าตัด ตอนเย็นเลิกงานเขารีบไปยังห้องพร้อมกานต์ทันที ก็ได้ยินเสียงทุกคนคุยกัน เขาทักทายทุกคนจนหันไปดูคนบนเตียงก็ยังนอนอยู่นิ่งๆ


“ปีย์ พ่อของปีย์แนะนำให้จ้างนักกายภาพบำบัด ปีย์ว่ายังไงบ้าง”มารดาของพร้อมกานต์ถามขึ้น


“ดีครับ เดี๋ยวผมติดต่อให้นะครับ”เขาพูด


“ขอบใจจ้ะปีย์”มารดาของพร้อมกานต์พูด


“แต่ยังไงเราก็ต้องช่วยกันทำกายภาพให้หนูกานต์ด้วยนะครับ เดี๋ยวผมสอนให้”เขาเริ่มสอนให้ทุกคนที่ลุกขึ้นมาดูว่าต้องทำอย่างไรบ้าง


พร้อมกานต์ตอนแรกได้ยินเสียงครอบครัวหล่อนแต่ตอนนี้หล่อนได้ยินเสียงปีย์เพิ่มมาด้วย สงสัยคงจะเลิกงานแล้วแน่ๆ หล่อนได้ยินเรื่องกายภาพ กายภาพอะไรใครกายภาพ หล่อนได้แต่สงสัยก็ได้แต่มองไปรอบๆมองไปทางไหนก็ยังเห็นสีขาวเหมือนเดิม หล่อนเดินจนหมดแรงพักจนมีแรงก็ลุกขึ้นเดินใหม่วนอย่างนี้ซ้ำๆ มันคงเป็นทางเดียวที่จะให้หล่อนหลุดจากที่นี้


“ตอนกลางคืนผมอยู่เฝ้าให้เองครับ” ปีย์พูดขึ้น


“ปีย์ไปพักเถอะ ทำงานมาทั้งวันม๊าอยู่เฝ้าเองก็ได้”มารดาของพร้อมกานต์แย้งขึ้นมา


“เดี๋ยวม๊าไม่สบายขึ้นมาหนูกานต์จะทำยังไงครับ”ปีย์พูดขึ้น


“แต่ม๊าอยากเฝ้านี่ลูก”ม๊าพูดขึ้น


“เอาอย่างนี้แล้วกัน พวกเราเฝ้าตอนกลางวัน ให้ปีย์เฝ้าตอนกลางคืน ตกลงไหม”ป๊าพูดขึ้น


“ครับ”เขาพูดขึ้นแล้วยิ้มทันที


“แล้วแต่ป๊าเถอะ ม๊ายังไงก็ได้”ม๊าพูดแล้วทำหน้างอใส่ ทุกคนเลยากันหัวเราะเบาๆ


“อย่าเถียงกันเลย ถ้าอย่างนั้นปีย์กลับบ้านไปอาบน้ำอาบท่าเถอะ แล้วค่อยมาเฝ้ายัยหนู”อากงพูดขึ้น เขาก็รีบกลับบ้านไปอาบน้ำให้เรียบแล้ว แล้วจัดกระเป๋าใส่เสื้อผ้าสำหรับหลายวัน เขาอาจจะไม่ได้กลับบ้านหลายวันต้องเช็คของว่าพร้อมไหมก่อนที่จะออกจากบ้านทันที


ปีย์แวะซื้อข้าวให้ตัวเองและครอบครัวพร้อมกานต์ก่อนที่จะเข้าไปที่ห้องพักพร้อมกานต์อีกครั้ง ทุกคนกินข้าวเสร็จก็นั่งคุยกันอีกสักเมื่อเห็นว่าเริ่มดึกแล้วก็รีบกลับบ้านของเขา


“หนูกานต์ พี่คิดถึงหนูกานต์จัง เมื่อไรจะตื่นขึ้นมาคุยกับพี่คะ”เขาจูบมือหล่อนแล้วพูดขึ้น


“หนูกานต์ไม่คิดถึงพี่หรอ”เขายังพูดต่อ


“หนูอยากให้พี่อ่านหนังสือให้ฟังไหม พี่หยิบนิยายของหนูกานต์มาเล่มหนึ่งด้วย”เขาถามขึ้น


“หนูกานต์คงสงสัยใช่ไหมว่านิยายของหนูกานต์มาอยู่ที่พี่ได้อย่างไร หนูรู้หรือยังว่าพวกเราไปย้ายของหนูกานต์ออกจากหอพักไปไว้ที่บ้านพี่แล้ว พี่เป็นคนจัดห้องให้หนูกานต์ใหม่เลยนะ หนูกานต์ต้องรีบๆตื่นขึ้นมาดูนะ”เขายังคงพูดกับพร้อมกานต์ไปเรื่อยๆ


“ใช่สิ พี่จะอ่านนิยายให้หนูกานต์ฟังใช่ไหม พี่จะเริ่มแล้วนะ”เขาอ่านนิยายไปมืออีกข้างที่ไม่ได้จับนิยายก็ลูบมือของหล่อนไป จนเขาดูเวลาเกือบห้าทุ่มแล้ว


“พรุ่งนี้เราค่อยมาอ่านกันต่อดีกว่า นอนกันเถอะ ฝันดีนะคะหนูกานต์ของพี่” เขาจูบหน้าผากก่อนที่จะเอาหน้าผากชนกันไว้


“รีบตื่นนะครับ พี่จะรอ”เขาพูดจบค่อยๆก้มแตะริมฝีปากหล่อนเบาๆก่อนที่จะค่อยๆผลักออก แล้วนั่งมองหล่อนไปสักพัก ก็มีพยายาบาลเข้ามาค่อยเช็ค เขาก็ถอยเพื่อที่พยาบาลจะได้ทำงานสะดวก พยาบาลออกไปเขาก็ไปนอนโซฟาที่ปรับเป็นเตียงนอนได้ เขาคอยตื่นขึ้นมาพร้อมกับพยาบาลเข้ามาเช็คทุกสองชั่วโมง


ปีย์ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยจากการที่นอนหลับๆตื่นๆ แต่เขารู้สึกดีขึ้นเมื่อเขารู้สึกว่าได้อยู่ใกล้ๆพร้อมกานต์ ได้เห็นหล่อนอาการดีขึ้นจนเขามีกำลังใจ


“อาจารย์อารมณ์ดีนะคะวันนี้” พยาบาลทักขึ้น แต่เขาแค่เพียงยิ้มให้เท่านั้น ก่อนที่จะเดินไปราวด์ผู้ป่วย แล้วคอยสอนนักศึกษาแพทย์ไปด้วย หลังราวด์เสร็จเขาก็เข้าประชุมสรุปผลที่ราวด์แล้วเอาเคสต่างๆมาคุยกัน จนแปดโมงก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง เขาไปเตรียมเข้าผ่าตัดกว่าจจะเลิกงานก็เกือบหกโมงเย็น พอเลิกงานเขาก็รีบไปหาพร้อมกานต์ทันที


พร้อมกานต์พยายามเดินไปมานานแล้วแต่ก็ยังไม่เจอทางออกสักที จนหล่อนหมดแรง ตอนนี้หล่อนไม่มีแรงจะเดินต่อแล้ว แต่มากกว่าที่จะไม่มีแรงคือตอนนี้หล่อนท้อเหลือเกิน เดินยังไงก็ไม่ถึงสักที หล่อนได้แต่กอดขาตัวเองเอาไว้ หูของหล่อนก็ยังได้ยินเสียงของทุกคนคุยกัน ตอนนี้หล่อนอยากเห็นหน้าทุกคน น้ำตาหล่อนค่อยๆไหลออกมา หล่อนไม่ไหวแล้วหล่อนไม่อยากอยู่อย่างนี้ หล่อนรวบรวมแรงแล้วลุกขึ้นอีกครั้ง


“อะไรก็ตามที่ทำให้หนูมาอยู่อย่างนี้ ช่วยนำทางให้หนูด้วยเถอะค่ะ”หล่อนพูดขึ้น


“โชคชะตาเป็นสิ่งที่นำเจ้ามา เจ้าจงมองไปข้างหน้า เจ้าเห็นสะพานทั้งสองนั้นไหม”หล่อนได้ยินเสียงดังขึ้นแต่หล่อนตอบไม่ได้ว่าเป็นเสียงของเพศอะไร


“เห็นค่ะ ทำไมก่อนหน้านี้หนูไม่เห็นอะไรเลย”หล่อนตอบแล้วยังคงถามต่อ


“ถึงเวลาที่เจ้าต้องเลือก สะพานไม้สีขาวสวยสะอาดตานั้นจะนำพาเจ้าไปสู่ดินแดนแห่งความสงบ และเจ้าลองมองไปทางตรงข้าม เจ้าเห็นสะพานไม้แสนธรรมดาไม่น่าภิรมย์นั้นจะนำเจ้าคืนสู่ที่เจ้าจากมา” หล่อนเหมือนถูกดูดไปท่าไม้สีขาวสวยสะอาดตา หล่อนกำลังจะก้าวขึ้นไปบนสะพาน แต่ก็ได้ยินเสียงเดิมกลับมา


“หากเจ้าเลือกแล้ว เจ้าจะไม่สามารถเปลี่ยนใจได้อีกหน”เมื่อหล่อนได้ยินเสียงนั้นจบภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของหล่อนก็เกิดขึ้นในหัวของหล่อนเร็วๆ หล่อนยังไปไหนไม่ได้ แค่หล่อนคิดแค่นั้นหล่อนก็รู้สึกถูกดูดที่ไหนสักที่ก่อนที่จะหมดสติไป


ปีย์เดินเข้ามาในห้องพอดีก็เห็นเครื่องวัดชีพจรขึ้นเป็นขีดเส้นตรงทันที เขารีบวิ่งตรงเข้าไปหาพร้อมกานต์แล้วขึ้นปั๊มหัวใจหล่อนทันที


“หนูกานต์ อย่าเป็นอะไร”เขาพูดขึ้น เขาไม่เคยคิดว่าสิ่งที่เขาเคยสอนหล่อนเมื่อก่อนจะได้นำมาใช้กับหล่อน


“กดเรียกพยาบาลทีครับ”เขาพูดขึ้น ตอนนี้เขาไม่สนใจใครแล้วนอกจากคนตรงหน้า


“หนูกานต์ ขอร้องกลับมาหาพี่เถอะ”เขาพูดไป ตอนนี้เขารู้ว่าน้ำตากำลังไหล่ออกมา เขาได้ยินเสียงคนในห้องร้องไห้


“ปีย์ หนูกานต์จะเป็นอะไรไหม”เสียงมารดาของพร้อมกานต์ถามขึ้น


“ไม่ครับ หนูกานต์จะต้องไม่เป็นอะไร”เขาพูดแล้วปั๊มหัวใจไปเรื่อยๆ


“ไหนบอกจะรอพี่ไง จะทิ้งไปอย่างนี้ได้ยังไง”เขาพูดขึ้นพลางปั๊มหัวใจไปด้วย


“กลับมาเถอะ พี่อยู่ไม่ได้จริงๆถ้าไม่มีหนู กลับมาหาพี่เถอะนะ ขอร้อง”เขาพูดไปด้วยน้ำตาก็ไหลไปด้วย


“ปีย์ พอเถอะยัยหนูเจ็บมาหลายครั้ง เขาคงอยากพัก”มารดาของหล่อนเดินเข้ามาพูดใกล้ๆ


“ผมขออีกแค่ครั้งเดียว แค่ครั้งเดียวจริงๆ”เขายังคงปั๊มหัวใจของหล่อนต่อไป


บิดาของพร้อมกานต์เดินมากอดมาดาของหล่อนเอาไว้ ก่อนที่จะพูดขึ้น


“ถ้าไม่ไหวก็พอเถอะนะ” บิดาของหล่อนพูด


“ผมขอ ครั้งเดียวจริงๆ ผมขอเถอะ”เขาพยายามปั๊มหัวใจต่อไป


“กลับมาหาพี่เถอะนะหนูกานต์ ถ้าไม่มีหนูกานต์พี่จะทำยังไง”เขาปั๊มหัวใจไปน้ำตาก็ไหลไม่หยุด


“อาจารย์ เดี๋ยวผมปั๊มต่อให้”เขาหันไปมองนิดหนึ่งก่อนที่จะปั๊มต่อ


“ผมไหว”ปีย์ตอบ


“หนูกานต์ พี่รักหนูกานต์นะ”เขาบอกก่อนที่จะหันได้ยินเสียงหัวใจกลับมาเต้นอีกครั้ง เขาก้มเอาหน้าผากชนกับหล่อนไว้


“ขอบคุณที่กลับมา ขอบคุณจริงๆ”เขาค่อยๆจูบหน้าผากหล่อนค้างไว้


ปีย์ลงจากเตียงแล้วตรวจพร้อมกานต์อย่างละเอียด โชคดีที่ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ เขาหันไปมองบิดามารดาของพร้อมกานต์ที่เรียกเขาเข้าไปคุย


“ปีย์ ม๊าเข้าใจว่าลูกยังทำใจไม่ได้ แต่ม๊าไม่อยากเห็นหนูกานต์เจ็บอีกแล้ว เข้าใจใช่ไหมลูก”มารดาของพร้อมกานต์พูด


“แต่เรายังมีโอกาสนะครับ”เขาพูดขึ้น


“ปีย์เราเป็นหมอ ปีย์ก็รู้ว่าตอนนี้หนูกานต์คงต้องพึ่งปาฏิหาริย์ พ่อของเราบอกว่าหนูกานต์อาจจะไม่ฟื้น”เขาก้มหน้าลง เรื่องนั้นเขารู้ดีแต่ถ้าจะให้ปล่อยหล่อนตายไปต่อหน้าต่อตา เขาจะทำใจได้อย่างไร


“เมื่อกี้ปีย์บอกว่านั้นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะทรมานยัยหนู ถ้าหนูกานต์ไม่ฟื้นแล้วหัวใจหยุดเต้นเราปล่อยยัยหนูไปเถอะ”ป๊าพูดขึ้น เขาได้แต่หันไปมองทางอื่น ตอนนี้เขาพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหล


“ม๊าเข้าใจนะปีย์ แต่เราต้องทำใจ”มารดาของหล่อนพูดขึ้น


“ครับ” ทุกคนที่ยืนตรงนั้นพากันน้ำตาไหล เขาค่อยๆเดินไปหาพร้อมกานต์ช้าๆ ภาวนาอย่าให้หล่อนเป็นอะไรไปอีก


ปีย์จับมือพร้อมกานต์มาจูบเบาๆก่อนที่จะเอาหน้าซบกับฝ่ามือของหญิงสาว เขารู้ว่าตัวเองไม่ควรมาร้องอย่างนี้ แต่ตอนนี้มันยากเกินจะทำใจ ถ้าหล่อนยังไม่ฟื้นโอกาสที่หล่อนจะรอดก็มีน้อยเหมือนกัน


“ตื่นเถอะ อย่ามั่วแต่หลับเลยหนูกานต์ของพี่ พี่รักหนูกานต์นะ”ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าคนอื่นทำอะไรกันอยู่ แต่เขาอยากอยู่อย่างนี้ไปอีกสักพัก


ปีย์รู้สึกมือที่เขาซบอยู่ขยับ เขาเลยค่อยๆเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงตาที่ปิดสนิทมานานเปิดออก ก่อนที่มือที่เขาซบเมื่อกี้ขยับมาเช็ดน้ำตาที่หน้าเขา


“ร้องทำไมคะ”เสียงของพร้อมกานต์แหบจนปีย์รีบหยิบน้ำมาป้อนที่นิด


“คิดถึง หนูกานต์หลับไปนาน”เขาพูดขึ้น ก่อนที่จะยิ้มออกมา ตอนนี้ทุกคนต่างมาล้อมเตียงเอาไว้หมดแล้ว เขากดเรียกพยาบาลเข้า เขาเป็นคนตรวจเช็คทุกอย่างด้วยตัวเอง


“ทำไมทุกคนต้องร้อง”หล่อนพูดแล้วเกิดอาการลิ้นพันกัน


“ค่อยๆพูดนะครับ ลองพูดใหม่นะ”เขาค่อยๆพูดกับหล่อน


“ทำไมทุกคนต้องร้องคะ”หล่อนค่อยๆพูดใหม่อีกครั้ง


“หนูกานต์หลับไม่ยอมตื่นสิลูก พวกเราเลยคิดถึง”ม๊าพูดแล้วพลางกอดหล่อนที่ปรับเตียงขึ้นมานั่ง


“ทำไมพูด”หล่อนพูดได้แค่นั้น ก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ปีย์เห็นก็รีบเข้ามาปลอบ


“มันเป็นแค่ผลข้างเคียงจากการผ่าตัด อย่ากังวลไปเลยครับ ถ้าหนูกานต์รู้สึกว่าพูดไม่ชัดก็แค่พูดใหม่ ค่อยๆพูด เดี๋ยวก็หาย”ปีย์พูดพลางลูบมือหล่อนไปด้วย พร้อมกานต์พยักหน้าเบาๆ


“ผมหนูหายไปไหน”หล่อนพูดขึ้นเมื่อยกมือขึ้นจะจับผมก็ไม่มี


“ยัยหนูผ่าตัดสมอง เขาเลยต้องโกนหัวลูก เดี๋ยวผมก็ขึ้นใหม่แล้ว”ป๊าพูดขึ้น แต่หล่อนยังทำหน้างอ


“หนูก็ไม่สวยสิจ๊ะ ทำยังไงดีนะ”หล่อนพูดขึ้น ก่อนจะหันไปเห็นปีย์ที่ยืนยิ้มอยู่


“พี่ปีย์ตลกหนูกานต์หรอ”หล่อนพูดแล้วทำหน้างอใส่


“หนูกานต์จะไปเหวี่ยงใส่พี่เขาได้ยังไง”มารดาของพร้อมกานต์พูดขึ้น


“ก็พี่ปีย์ตลกหนู ไปเลยนะ”หล่อนพูดดกับมารดาจบ ก็หันมาไล่ปีย์


“ทำไมเป็นแบบนี้นะ ไม่น่ารักเลยนะลูก”มารดายังพูดต่อ แต่พร้อมกานต์นั่งหน้างอ


“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นผลข้างเคียง ค่อยๆรักษาไปก็หายครับ”เขารีบพูดขึ้นก่อน


“อากง อาม่าหนูอยากกลับบ้านแล้ว”หล่อนหันไปหาอากงกับอาม่าที่ยืนยิ้มอยู่เงียบๆ


“หนูพึ่งฟื้นจะกลับได้ยังไงล่ะลูก รอให้หายก่อนแล้วค่อยกลับก็ได้”อากงพูด หล่อนเลยหันไปทำหน้าอ้อนใส่อาม่า


“ถามหมอสิลูก อาม่าไม่ใช่หมอด้วย”อาม่าพูดจบ หล่อนเลยรบหันไปมองปีย์ทันที


“พี่ปีย์ หนูกานต์กลับบ้านได้ไหม”หล่อนพยายามทำหน้าอ้อนใส่ชายหนุ่ม


“หนูกานต์อย่าทำแบบนี้กับพี่สิ พี่ก็อยากให้กลับแต่หนูกานต์พึ่งฟื้น นอนดูอาการต่อเถอะนะ ถ้าแน่ใจว่าไม่มีปัญหาอะไรเราค่อยกลับพร้อมกันเนอะ”ปีย์พูดขึ้นแล้วเอามือไปจับมือพร้อมกานต์ไว้ แต่หล่อนดึงมือออกก่อนจะเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงเอาไว้


เมื่อทุกคนเห็นดังนั้นก็ยิ้มให้ ถึงพร้อมกานต์จะทำตัวไม่น่ารักแต่เมื่อชายหนุ่มบอกเป็นผลข้างเคียงสามารถรักษาได้ทุกคนก็วางใจ ปีย์เดินไปส่งทุกคนที่ประตู


“ขอบคุณนะปีย์ที่ตอนนั้นไม่ถอดใจ”บิดาของพร้อมกานต์ตบไหล่เบาๆ


“ขอบคุณจริงๆที่เชื่อว่าหนูกานต์จะฟื้น”มารดาของพร้อมกานต์พูด


“เจ้าปีย์ มีโอกาสอีกครั้งแล้วก็รักษาเอาไว้ให้ดีๆเพราะโอกาสไม่ได้มีมาบ่อยๆนะลูก”อากงพูด


“ผมจะรักษาไว้อย่างดีครับ”เขาพูดขึ้น


“ปีย์เป็นคนที่ทำให้เกิดปาฏิหาริห์กับเราอีกครั้ง”อาม่าพูดแล้วเข้ามากอดเขาเอาไว้ ทุกคนก็กลับบ้าน เขาเดินเข้ามาในห้องอีกครั้ง


“หนูกานต์”เขาเห็นผ้าห่มขยุกขยิก เลยยิ้มออกมาก่อนที่จะดึงผ้าห่มออกมา


“เป็นอะไรคะ เดี๋ยวก็หายใจไม่ออกหรอก”เขาพูดแต่ก็ยิ้มให้หล่อน


“พี่ปีย์ชอบตลกหนูกานต์ นี่ก็หัวเราะอีกแล้ว”เขาแค่ยิ้มให้หล่อนเท่านั้น


“โธ่หนูกานต์ พี่ยังไม่ทันได้หัวเราะเลย หนูกานต์ต้องใจเย็นๆนะคะ หนูกานต์จะโกรธจะเหวี่ยงพี่ยังก็ได้ แต่ถ้าหนูกานต์ไปทำกับคนอื่น พี่ไม่อยากให้คนอื่นว่าหนูกานต์ไม่น่ารัก”เขาค่อยๆพูดกับหล่อน


“พี่ปีย์ หนูกานต์ไม่น่ารักแล้วใช่ไหม หัวก็ล้านอยู่อย่างนี้”เขาเห็นหล่อนหน้างอก็รีบพูดขึ้น


“หนูกานต์เป็นยังไงก็น่ารักสำหรับพี่ พี่รักหนูกานต์นะ”เขาบอกหล่อนก็ที่จะยกมือขึ้นมาจูบเบาๆ


“พี่ปีย์บอกรักหนูหรอ”พร้อมกานต์ถามขึ้น


“พี่รักหนูกานต์ รักจนจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีหนู”เขาพูดขึ้น


“หนูกานต์ก็รักพี่ปีย์”หล่อนบอกก่อนที่ชายหนุ่มจะยิ้มให้


“หนูกานต์ วันนั้นที่หนูกานต์เห็นมันไม่ใช่อย่างนั้นนะ ผู้หญิงคนนั้นมานั่งตักพี่พอดีแล้วเขาก็ยกมือขึ้นมาจับหน้าพี่ พี่ยังไม่ทันผลักออกก็หันไปเห็นหนูกานต์ พี่ตกใจทำอะไรไม่ถูก หนูกานต์ก็เดินออกไป พี่คิดว่าพี่จะแค่เคลียร์กับผู้หญิงคนนั้นก่อนจะได้ไม่เกิดปัญหาแบบนี้อีก พี่คิดว่าเดี๋ยวค่อยกลับไปเคลียร์กับหนูกานต์ก็ได้ แต่พี่เกือบไม่มีโอกาส พี่ขอโทษนะหนูกานต์ ต่อไปถ้ามีอะไรพี่จะรีบคุยกับหนูกานต์ก่อน ก่อนที่จะไปคุยกับคนอื่น”เขาพูดพลางจับมือหล่อนเอาไว้แน่น


“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไรนะคะ”หล่อนจำได้ทั้งหมดตอนที่หล่อนอยู่ในความมืดกับตอนที่หล่อนอยู่ในที่สว่าง หล่อนได้ยินปีย์พูดแต่คำว่าขอโทษ หล่อนรู้ว่าคนที่อยู่กับหล่อนตอนนี้เสียใจมาก


“หนูกานต์ไม่โกรธพี่หรอ”หล่อนยิ้มให้ก่อนที่จะตอบ


“ตอนนั้นโกรธค่ะ โกรธมาก เสียใจมากด้วย พี่ปีย์รู้ไหมคะ ตอนนั้นหนูกานต์เหมือนจะไม่มีหัวใจ มันโล่งๆโหวงๆ”หล่อนเล่า แต่มือที่จับหล่อนก็กระชับให้แน่นขึ้น


“พี่ปีย์อยากรู้ไหมคะ ว่าหนูหายโกรธตอนไหน”หล่อนถามขึ้น


“ตอนไหนคะ”เขาถามขึ้น


“ตอนที่หนูถูกรถชนค่ะ ตอนนั้นหนูไม่รู้ว่าหนูจะได้ตื่นขึ้นมาอีกหรือป่าว เลยฝากบอกภัทรมาบอกพี่ปีย์ว่าหนูรักพี่ปีย์”พร้อมกานต์ยังคงพูดต่อไป


“หนูกานต์ทำให้ใจพี่สลายเลยนะ ฝากคนอื่นมาบอกแบบนั้นพี่อยากจะตายให้ได้เลย”เขาพูดขึ้น


“นั้นสินะ หนูรู้หรอกนะว่าแอบมาร้องไห้กับหนูบ่อยๆ”หล่อนพูดพลางขยิบตาให้


“หนูกานต์รู้ได้ยังไง”ปีย์ถามขึ้น


“หนูกานต์ได้ยินหมดว่าใครพูดอะไร ตอนนั้นหนูกานต์กลัวมาก ตะโกนให้คนช่วยก็ไม่มีใครช่วย แต่สุดท้ายก็มีใครก็ไม่รู้มาให้หนูกานต์เลือกทางสองทางตอนแรกหนูกานต์จะไปอีกทาง แต่ภาพทุกอยย่างก็แวบเข้ามาในหัว แล้วหนูกานต์ก็ถูกดูดไปอีกทางแล้วมาตื่นอีกทีก็เห็นพี่ปีย์ร้องไห้อยู่แล้ว”หล่อนค่อยๆพูดอย่างที่ปีย์บอก


“ขอบคุณที่หนูกานต์กลับมาหาพี่” ปีย์พูดขึ้น


“อ่านนิยายให้หนูฟังต่อสิคะ ตอนนั้นหนูกำลังลุ้นเลยแต่อยู่ดีๆพี่ปีย์ก็บอกว่าให้นอน หนูเลยต้องนั่งเหงาคนเดียว”หล่อนทำหน้างอทันที หล่อนไม่ได้อยากทำตัวไม่น่ารักบ่อยๆ หล่อนจะพยายามควบคุมตัวเองให้ดีขึ้น


“ก็พี่ไม่รู้นี่ พี่เห็นหนูกานต์นอนนิ่งพี่ก็คิดว่าหนูกานต์หลับ”หล่อนหันไปมองแล้วทำหน้างอกว่าเดิม


“หนูกานต์ทำตัวไม่น่ารักใช่ไหมคะ”หล่อนถามขึ้นเสียงหงอยๆ


“ไม่เป็นไร หนูกานต์ค่อยๆฝึกไปเดี๋ยวก็หาย บางคนถึงขนาดขว้างปาข้าวของเลยนะ อย่ากังวลไปเลย”หล่อนค่อยๆขยับบตัวไปชิดเตียงอีกด้าน เขาเลยขมวดคิ้วใส่


“นอนด้วยกันเถอะค่ะ นิยายค่อยอ่านก็ได้ หนูกานต์คิดถึง”หล่อนพูดแล้วตบที่ว่างข้างๆเตียงหล่อนเบาๆ


“เดี๋ยวพยาบาลว่านะ”ปีย์พูดแต่รีบขึ้นไปนอนข้างๆหล่อนทันที แล้วกอดหล่อนเอาไว้


“ตื่นมาหนูจะเจอพี่ปีย์ไหมคะ”พร้อมกานต์ถามขึ้น


“เจอสิ พรุ่งนี้วันเสาร์วันหยุดพี่ ยังไงก็ได้เจอ นอนเถอะนะ ฝันดีนะคะ”เขาพูดแล้วจูบหน้าผากของหล่อนก่อนที่จะจูบริมฝีปากเบาๆก่อนที่จะผลักออกแล้วกอดหล่อนเอาไว้


เมื่อปีย์เห็นว่าพร้อมกานต์หลับไปแล้วถึงจะลุกขึ้นมานั่งข้างๆเตียงของหล่อน เขามองหล่อนนอนหลับสบายก็ยิ้มออกมา เขาเอามือไปจับมือของหล่อนไว้ เขาจะไม่มีวันปล่อยมือนี้อีกแน่ เขาจะดูแลพร้อมกานต์ทั้งชีวิตและจิตใจให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ เขาสัญญา


ความคิดเห็น