facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 23 ความมืด

ชื่อตอน : บทที่ 23 ความมืด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.พ. 2561 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 23 ความมืด
แบบอักษร

​ปีย์กลับบ้านหลังจากส่งครอบครัวของพร้อมกานต์ไปพักที่ตึกใหญ่เรียบร้อยแล้ว เขามองไปทางไหนก็เห็นแต่ภาพพร้อมกานต์คอยทำนั้นทำนี่อยู่ในบ้าน ในบ้านนี้มีความทรงจำเกี่ยวกับหล่อนทุกที่ เขาเดินลงไปทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ห้องรับแขก ปีย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูรูปของพร้อมกานต์เป็นรูปที่เผลอบ้าง หันมายิ้มให้เขาบ้าง


“แกทำอะไรลงไป ไอ้ปีย์ ทำไมไม่รีบตามไปว่ะ ทำไม”เขาได้แต่ทึ้งหัวตัวเองแรงๆก่อนที่จะซบหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเอง เขาไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน เขาไม่รู้ว่าต้องจัดการกับตัวเองอย่างไร 


พร้อมกานต์รู้สึกตัวขึ้นก็เจอแต่ความมืด เดินไปทางไหนก็ไม่เห็นอะไรสักอย่างจนหล่อนกลัว


“ป๊าขา ม๊าขา ได้ยินหนูไหม”หล่อนตะโกนเรียกบิดามารดา แต่ทุกอย่างยังคงเงียบ


“อากง อาม่าได้ยินหนูไหม”หล่อนยังตะโกนต่อ


“พี่ปีย์ได้ยินหนูกานต์ไหม”หล่อนกลัวจนจับใจ ทำไมม่มีใครได้ยินเลย


“ภัทรได้ยินไหม”หล่อนพยายามเรียกต่อไป


“มีใครได้ยินหนูกานต์ไหมคะ ที่นี่ไหน”หล่อนตะโกนไปก็เดินไปแต่ก็ไม่เห็นอะไรสักอย่าง หล่อนจะทำอย่างไรดี ไม่มีใครได้ยินหล่อนเลยจริงๆ 


พร้อมกานต์ตะโกนจนไม่มีเสียงจะตะโกน ขาที่เดินก็หมดแรงจนไม่มีแรงที่จะเดินต่อ


“หนูกานต์เมื่อไรจะตื่นมาฟังพี่อธิบายคะ”หล่อนได้ยินเสียงพี่ปีย์ หล่อนลุกขึ้นพยายามมองหาแต่ก็ไม่เจอเจ้าของเสียง


“พี่ปีย์ได้ยินหนูกานต์ไหม”หล่อนตะโกนอีกครั้ง


“พี่มันแย่จริงๆ พี่ขอโทษ ถ้าวันนั้นพี่ให้ความสำคัญกับหนูกานต์มากกว่านี้ คงไม่เป็นอย่างนี้”หล่อนยังคงได้ยินเสียงชายหนุ่มมาเรื่อยๆ หล่อนกลัวจนน้ำตาไหล ทำไมหล่อนถึงได้ยินแต่เสียงอย่างนี้


“พี่ปีย์ พี่ปีย์”หล่อนตะโกนเรียก ตอนนี้หล่อนไม่ได้ยินเสียงของชายหนุ่มแล้ว ขาที่ยืนอยู่ทรุดลงอย่างหมดแรงน้ำตาหล่อนไหลอย่างห้ามไม่ได้ ทำไมเป็นแบบนี้


“ใครก็ได้ ช่วยหนูกานต์หน่อย ใครก็ได้ ขอร้องละ”หล่อนยังคงตะโกนทั้งน้ำตา ตะโกนยังไงก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา


“ยัยหนู ป๊ามาเยี่ยมแล้วนะลูก หนูเป็นยังไงบ้าง”เสียงป๊าดังขึ้น หล่อนเงยหน้าขึ้นมองไปทางไหนก็ไม่เจอป๊า


“ป๊าจ๋า ช่วยหนูด้วย หนูกลัว”พร้อมกานต์พูดขึ้นทั้งน้ำตา


“ม๊าก็มาเยี่ยมด้วยนะ รีบๆตื่นขึ้นมาอ้อนม๊าสิลูก”หล่อนได้ยินเสียงม๊า น้ำตาก็ไหลไม่หยุด หล่อนไม่รู้จะทำอย่างไรดี มองไปทางไหนก็เห็นแต่ความมืด


“ม๊าช่วยหนูด้วย”หล่อนยังคงขอความช่วยเหลือจากมารดา


“อากงกับอาม่าก็มานะลูก”เสียงอากงดังขึ้น


“อาม่าขอให้หนูหายเร็วๆนะยัยหนู”อาม่ายังคงพูด ตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าต่อให้ตะโกนยังไงทุกคนก็คงไม่ได้ยิน แต่แค่ได้ยินเสียงก็ยังดีกว่าต้องอยู่คนเดียว


“ครบ5นาทีแล้วค่ะ”หล่อนได้ยินเสียงผู้หญิงแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร


“หนูกานต์รีบตื่นมานะคะ พวกเรารออยู่”หล่อนได้ยินเสียงปีย์บอก


“พวกเราไปก่อนนะลูก เดี๋ยวตอนเที่ยงพวกเราจะมาหาใหม่”หล่อนได้ยินว่าทุกคนจะไปก่อน ไปไหน ทำไมต้องไปด้วย


“อย่าทิ้งหนูไว้ อย่าไปนะ”หล่อนตะโกนบอก แต่ทุกอย่างกลับเงียบเหมือนเดิม ตอนนี้หล่อนกลัวไม่มีใครอยู่กับหล่อนเลย ทำไมต้อมาอยู่คนเดียวอย่างนี้ ทำไมไม่มีใครช่วยหล่อนได้


ปีย์กับครอบครัวพร้อมกานต์เดินออกมาจากห้องไอซียูพร้อมกับครอบครัวของพร้อมกานต์


“วันนี้ไม่ทำงานหรอ” บิดาของพร้อมกานต์ถามขึ้น


“ไม่ครับ”เขาหันไปตอบ โชคดีที่วันนี้เป็นวันเสาร์ เขารู้ตัวว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะทำงาน เขายังทำใจไม่ได้เขาต้องการเวลา


“ถ้าอย่างนั้นไปเก็บของน้องที่หอพักกันเถอะ จะได้ย้ายออกเลย”ป๊ายังคงพูดต่อ แต่เขาเห็นมือของป๊ายังโอบไหล่ม๊าเอาไว้ เขารู้ว่าตอนนี้ทั้งคู่ต้องเป็นกำลังใจให้กัน


“ครับ”เขาตอบแล้วเดินตามหลังทั้งสี่ไปที่รถที่จอดไว้


ปีย์ขับรถพาทุกคนมาที่หอพักของพร้อมกานต์ แล้วเดินนำขึ้นไปข้างบน เปิดประตูห้องเข้าไปก็เห็นของเกือบทุกอย่างเก็บลงกล่องเรียบร้อยแล้ว


“ยัยหนูเตรียมพร้อมจริงๆ คงจะตื่นเต้นน่าดู”มารดาพร้อมกานต์พูดด้วยหน้ายิ้มๆแต่มีน้ำตาคลออยู่ เขาเห็นก็รีบหันหน้าไปทางอื่นทันที


“เป็นอย่างนี้ตลอดเลยลูกป๊าเนี่ย เหลือแค่หนังสือบนโต๊ะกับผ้าปูที่นอนสินะ”บิดาของพร้อมกานต์พูดขึ้น


“เดี๋ยวผมเก็บหนังสือให้ครับ” เขาหันไปพูดกับทั้งคู่ที่พยักหน้าแล้วยิ้มให้น้อยๆ เขารู้ว่าที่ครอบครัวพร้อมกานต์ให้อภัยเขาเป็นเพราะพวกเขาเชื่อว่าถ้าเป็นหล่อนก็จะให้อภัยเขา เขาสัญญากับตัวเองว่า ถ้ามีโอกาสอีกครั้งเขาจะให้ความสำคัญกับพร้อมกานต์ก่อนสิ่งอื่น ถ้ายังมีโอกาสสำหรับเขา


ปีย์เก็บหนังสือใส่กล่องที่อยู่ข้างๆโต๊ะ เป็นคนที่เตรียมพร้อมจริงๆสินะ เขาเก็บจนเหลือสมุดเล่มหนึ่งที่หนังสือวางทับไว้อยู่ เขาเปิดดูก็เห็นหน้าแรกเขียนว่า


‘ให้...พี่ปีย์ของหนูกานต์’เขาเห็นก็ยิ้มออกมานิดหนึ่ง เปิดหน้าถัดไปก็เห็นเป็นเมนูอาหารที่หล่อนทำให้เขากินบ่อยๆ หล่อนเขียนวัตถุดิบ วิธีทำก็เขียนเป็นภาษาที่หล่อนชอบพูดกับเขา


‘พี่ปีย์อย่าลืมล้างผักก่อนให้สะอาดก่อนนะคะ’ แค่ล้างผักหล่อนยังเขียนไว้เลย เขาอ่านไปก็ยิ้มกับความน่ารักของหล่อน จนมีผ้าเช็ดหน้ายื่นมาตรงหน้าเขา


“เช็ดหน้าซะปีย์ เข้มแข็งไว้”เขามารู้ตัวตอนที่อาม่ามายื่นผ้าเช็ดหน้าให้ว่าน้ำตาเขาไหลออกมาโดยที่แม้แต่ตัวเองยังไม่รู้สึกตัว


“ขอบคุณครับ”เขารับมาแล้วเช็ดน้ำตาตัวเอง เขาได้กลิ่นจากผ้าเช็ดหน้าเหมือนที่ได้กลิ่นจากพร้อมกานต์ เขาเงยหน้ามองหน้าอาม่า


“ของยัยหนู เก็บไว้เถอะ มันจะทำให้ปีย์ดีขึ้น คิดซะว่ายัยหนูแค่หลับไปเดี๋ยวก็ตื่นขึ้นมา” อาม่าพูดพลางลูบหลังปลอบเขา เขาก็ได้แต่พยักหน้า


“ยัยหนูเขียนอะไรไว้บ้างล่ะ”อาม่าถามขึ้น เขายิ้มออกมานิดนึ่ง


“เมนูอาหารครับ สงสัยจะให้ผมหัดไปเป็นพ่อครัวแน่ๆเขียนไว้เยอะขนาดนี้”เขาพูดยิ้มออกมาก่อนที่จะเอามือไปลูบสมุดบันทึกนั้นเบาๆ


“สงสัยจะเอาจริงเอาจังน่าดูเลย ยัยหนูน่ารักแบบนี้เสมอ”เขารู้ว่าพร้อมกานต์น่ารักเสมอ


“แต่ผมไม่น่ารักกับหนูกานต์เลย”เขาพูดขึ้น


“อาม่าคิดว่าปีย์เลิกโทษตัวเองเถอะจ้ะ เอาเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียน ปีย์อาจจะคิดว่าเดี๋ยวก่อนค่อยอธิบายก็ได้ คำว่าเดี๋ยวก่อนมักจะทำให้เราพลาดโอกาสสำคัญในชีวิตไปเสมอ”อาม่าพูดขึ้นแล้วยิ้มให้


“อากงเข้าใจปีย์นะลูก บางครั้งผู้ชายก็มักจะคิดว่าเรื่องแค่นี้เล็กๆน้อยๆพอมารู้ตัวก็เป็นเรื่องใหญ่ไปแล้ว การจะใช้ชีวิตคู่สิ่งที่เล็กสำหรับเราอาจจะไม่เล็กกับอีกฝ่ายก็ได้ ปีย์ต้องจำเอาไว้นะลูก”อากงเดินเข้ามาพูด


“ป๊าก็เคยเป็นแบบปีย์มาก่อน ตอนนั้นป๊าไม่คิดด้วยซ้ำว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่เหมือนที่อากงบอก จนป๊าไปถามอาม่าว่าทำไมม๊าต้องโกรธขนาดนั้นด้วย อาม่าบอกว่าให้เราลองสลับตำแหน่งกันสิ แล้วจะรู้ว่าทำม๊าถึงโกรธ”บิดาของพร้อมกานต์เล่าขึ้น เขาคิดตาม จริงสินะถ้าเป็นเขาเห็นเธออยู่กับแฟนเก่าแล้วมีเหตุการณ์อย่างนั้นเขาคงจะรู้สึกแย่มากเหมือนกัน ทำไมตอนนั้นเขาคิดไม่ได้


“ความใจเย็นเป็นสิ่งที่ดี ถ้าทั้งคู่ต่างร้อนมันก็ไปกันไม่รอด การจะคบกันเราต้องพยายามดูแลหัวใจของอีกฝ่ายด้วยเข้าใจไหมลูก” มารดาของพร้อมกานต์พูดขึ้น


“ครับ ผมจะไม่พลาดกับเรื่องเดิมๆอีก แค่หนูกานต์ตื่นขึ้นมาให้ผมแก้ตัวแค่นั้น”เขาพูดขึ้น


“เดี๋ยวน้องก็ตื่น น้องแค่หลับไปเท่านั้นเอง”อากงพูด


ปีย์สัญญากับตัวเองว่าเขาต้องเข้มแข็งขึ้น ขนาดครอบครัวของพร้อมกานต์ยังเชื่อว่าเธอแค่หลับเขาก็จะเชื่ออย่างนั้นเหมือนกัน เขาจะเชื่อว่าหล่อนจะตื่นขึ้นมาให้เขาดูแลอีกครั้ง ครั้งนี้เขาสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดีทั้งตัวและหัวใจ


ปีย์มาเยี่ยมพร้อมกานต์ก่อนเข้าไปทำงาน ตอนพักเที่ยง และตอนเย็น เขาเข้าเยี่ยมได้ครั้งละห้านาทีเหมือนญาติคนอื่นๆตอนนี้ก็อาทิตย์หนึ่งแล้วหล่อนก็ยังไม่ฟื้นขึ้นมา


“หนูกานต์ พี่ปีย์มาหาแล้วนะคะ”เขาจูบขมับหล่อนเบาๆ แล้วจับมือหล่อนเอาไว้


“พี่ลองทำอาหารตามที่หนูกานต์เขียนแล้วนะ ทำยังไงก็ไม่เห็นเหมือนที่หนูกานต์ทำเลย เมื่อไรจะตื่นคะ พี่คิดถึงแล้วนะ”เขายังพูดไปเรื่อยๆ


“หนูกานต์อย่างอนพี่นานสิคะ ไหนใครบอกว่าจะรอพี่ พี่ยังไม่ได้ทิ้งหนูกานต์ไปเลยนะ”เขายิ้มให้หล่อนบางๆ


“วันนั้นพี่ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ พี่ยังไม่ทันจะผลักผู้หญิงคนนั้นออก หนูกานต์ก็เข้ามาเห็นพอดี พี่คิดว่าจะเคลียร์กับผู้หญิงคนนั้นให้จบๆไป จะได้ไม่มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นอีก แต่พี่ผิดเองที่ไม่ดูแลหัวใจหนูกานต์ให้ดี พี่ขอโทษ ตื่นขึ้นมาให้พี่ขอโทษเถอะนะ”เขาพูดแล้วเอามือมาจูบไว้


“อาจารย์คะ หมดเวลาเยี่ยมแล้วค่ะ”เขาหันไปมองทางพยาบาลนิดหน่อยก่อนจะหันกลับมาทางพร้อมกานต์อีกครั้ง


“พี่ไปทำงานก่อนนะคะ เลิกงานแล้วพี่จะรีบมาหา”เขาพูดจบก็จูบมือหล่อนก่อนที่จะห่มผ้าให้เรียบร้อย ก่อนที่จะจูบขมับอีกครั้ง


หล่อนได้ยินที่ปีย์พูดทั้งหมด หล่อนอยากจะชายหนุ่มว่าไม่เป็นไร หล่อนไม่ได้โกรธอะไรแล้ว แต่ตอนนี้หล่อนไม่รู้จะทำยังไงให้พ้นจากความมืดนี้ไปได้ ตอนนี้โลกของหล่อนคือความมืดและความเงียบเท่านั้น ตอนนี้หล่อนรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน หล่อนพยายามนอนกอดตัวเองไว้ให้แน่นที่สุด ไม่นานหล่อนก็ได้ยินเสียงครอบครัวหล่อนพูดขึ้น หล่อนยิ้มให้กับตัวเอง ก่อนที่จะค่อยๆหลับตาลงช้าๆ


“หนูกานต์เป็นอะไรลูก หนูกานต์”มารดาพร้อมกานต์เรียกหล่อน


“หมออยู่ไหน หมอ”บิดาของพร้อมกานต์ก็ตะโกนเรียก


“เชิญข้างนอกก่อนนะคะ”พยาบาลบอก


“ช่วยลูกสาวดิฉันด้วยนะคะ”มารดาหล่อนพูดขึ้นทั้งน้ำตา ขนาดเห็นคนปั๊มหัวใจลูกสาว


“ช่วยด้วยนะครับ ผมขอร้อง ช่วยลูกผมให้ได้นะหมอ”บิดาของพร้อมกานต์ก็พูดขึ้นทั้งน้ำตาคลอ


“เราอย่าขวางทางหมอเลย ออกไปรอข้างนอกเถอะ”อากงพูดขึ้น อากงกับอาม่าพาทั้งสองออกมารอข้างนอก อากงอาม่าเริ่มทำใจได้แล้ว ด้วยความที่เห็นโลกมาเยอะ ทุกอย่างในชีวิตไม่เที่ยง


“ลูกหนูจะไม่เป็นไรใช่ไหมคะม๊า” มารดาพร้อมกานต์ถามขึ้น


“อย่ากังวลไปเลยลูก ยัยหนูจะไม่เป็นไร” มารดาพร้อมกานต์ได้แต่ร้องไห้กับอกของหญิงชราผู้เป็นแม่สามีจนหมอออกมา


“ตอนนี้ปลอดภัยแล้วนะครับ”หมอพูดขึ้น


“ขอบคุณมากค่ะหมอ ขอบคุณจริงๆ”มารดาของพร้อมกานต์กล่าวขึ้นได้ความดีใจ


“หมอขอตัวก่อนนะครับ”หมอเดินจากไป ทุกคนก็กอดกัน ขอบคุณจริงที่ยังไม่พลากดวงใจของพวกเราไป


ปีย์เลิกงานก็รีบมาเยี่ยมพร้อมกานต์ทันที เข้าใจหายทันทีที่รู้ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น เขารู้ว่าตอนนี้หล่อนยังอาการไม่คงที่ หล่อนพร้อมที่จะไปจากเขาได้ทุกเมื่อ เขาภาวนาไม่ให้หล่อนติดเชื้อ เขาเดินเข้าไปข้างๆเตียงแล้วจับมือหล่อนเอาไว้


“หนูกานต์เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม ตอนที่ถูกปั๊มหัวใจคงจะเจ็บมากใช่ไหม”เขาพูดแล้วเอามือไปลูบหน้าหล่อนเบาๆ


“ไม่เป็นไรนะคะ เดี๋ยวก็หายแล้ว”เขายิ้มให้หล่อน ทั้งที่รู้ว่าหล่อนไม่เห็นก็ตาม


“วันนี้พี่ผ่าตัดคนไข้ ตอนที่พี่ออกมาบอกกับญาติที่รออยู่หน้าห้อง ก็เข้าใจความรู้สึกเขาเลยว่าการรอคอยมันทรมานขนาดไหน แค่เขาได้ยินว่าปลอดภัยทุกอยากมันก็รู้สึกดีขึ้นมาทันที”เขายังเล่าเรื่องที่ทำมาวันนี้ให้หล่อนฟัง


“รีบตื่นมานะคะ พี่จะรอ”เขาเห็นพยาบาลมายื่นอยู่ข้างๆก็รีบลาพร้อมกานต์เพราะหมดเวลาเยี่ยมแล้ว


“พี่ไปก่อนนะคะ แล้วพรุ่งนี้จะมาหาใหม่”เขาจูบขมับหล่อนเบาๆ


พร้อมกานต์ตื่นเพราะได้ยินเสียงของปีย์ แต่ทำไมพอลืมตาก็เห็นทุกอย่างเป็นสีขาว มองไปทางไหนก็ไม่เห็นเจ้าของเสียงที่ได้ยินเหมือนเดิม จะสีขาวหรือสีดำก็ไม่มีใครช่วยหล่อนได้อยู่ดี หล่อนเดินไปเรื่อยๆเผื่อว่าจะเจอทางออกดีกว่านั่งเฉยๆโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย


หล่อนได้ยินเสียงของป๊า ม๊า อากง อาม่า ปีย์ ภัทร ศศิมา จันทร์เจ้า ทุกคนต่างก็บอกว่ามาเยี่ยมหล่อน แต่ทำไมหล่อนไม่เห็นเจอใครเลย ทำไมหล่อนได้ยินแต่เสียง  หล่อนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้เห็นทุกคนได้ ใครก็ได้ช่วยบอกหล่อนทีเถอะ ได้โปรดใครก็ได้


ความคิดเห็น