facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 22 อุบัติเหตุ

ชื่อตอน : บทที่ 22 อุบัติเหตุ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.พ. 2561 16:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 22 อุบัติเหตุ
แบบอักษร

​​​​ปีย์ผ่าตัดเสร็จก็เดินออกมาจะบอกญาติผู้ป่วยที่รออยู่หน้าห้อง เห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งเหม่อตาแดงๆ เขาคิดว่าผู้ชายคนหนึ่งต้องรักขนาดไหนถึงจะดูทุกข์ได้ขนาดนี้ ผู้ชายคนนั้นเห็นเขาเดินออกมาก็รีบพุ่งเข้ามาหาทันที


“หมอ ภรรยาผมเป็นยังไงบ้าง”ผู้ชายตรงหน้าเขาถามเสียงสั่นๆ น้ำตาไหลลงมา เขาคิดว่าเจ้าตัวคงจะไม่รู้ด้วยซ้ำ


“ปลอดภัยแล้วครับ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”เขาพูดยิ้มให้บางๆ ดวงตาที่เคยดูทุกข์เมื่อกี้ดูจะดีขึ้นทันทีที่เขาบอกว่าปลอดภัย


“ขอบคุณครับหมอ ขอบคุณจริงๆ”ชายหน่มตรงหน้าเขายิ้มออกมาทั้งน้ำตา เขาเดินกลับเข้าไปในห้องผ่าตัดเหมือนเดิม อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทำความสะอาดร่างกายเรียบร้อยก็ออกมาจะไปพักที่ห้องพัก แต่พอเดินเข้าห้องมาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งรอก่อนอยู่แล้ว


วันนี้พร้อมกานต์สอบเสร็จ ก็กลับหอพักไปเปลี่ยนเสื้อผ้า หล่อนจะไปเซอร์ไพรส์ปีย์ที่โรงพยาบาล สี่โมงครึ่งหล่อนก็ออกจากหอ หล่อนคิดว่าจะเดินไปเพราะตอนกลับจะได้กลับกับชายหนุ่มทีเดียว ระหว่างเดินผ่านร้านขายเต้าฮวยเจ้าเด็ดหล่อนแวะซื้อเอาไปฝากพี่ปีย์ของหล่อน อาจารย์หนุ่มไม่ชอบกินขิงสดแต่ทำไมถึงชอบเต้าฮวยหล่อนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน หล่อนคิดไปก็เดินไปด้วย พร้อมกานต์ข้ามถนนด้วยความระมัดระวังถึงจะขึ้นไฟจราจลคนเดินสีเขียวแต่หล่อนก็มองซ้ายมองขวาไปด้วยจนข้ามถึงฝั่งโรงพยาบาล เดินไปนิดนึ่งก็ผ่านห้องฉุกเฉินหล่อนรีบเดินไปขึ้นลิฟท์เพื่อไปห้องพักของพี่ปีย์ หล่อนไม่รู้ว่าตอนนี้ชายหนุ่มว่างหรือยัง ถ้ายังไม่เลิกงานหล่อนก็จะได้นั่งรอ


พร้อมกานต์เดินออกจากลิฟท์เดินตรงไปห้องพักแต่หล่อนได้ยินเสียงปีย์คุยกับใครก็ไม่รู้เป็นเสียงผู้หญิง หล่อนไม่ได้คิดมากอะไรอาจจะเป็นพยาบาลก็ได้ แต่ภาพที่หล่อนเห็นมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งบนตักปีย์ หล่อนเห็นแค่นั้นหัวใจหล่อนก็ถูกบีบเหมือนจะแตกสลาย ผู้หญิงคนนั้นยกมือจับหน้าชายหนุ่ม ถุงเต้าฮวยที่หล่อนซื้อมาฝากก็ล่วงลงไปอยู่บนพื้น ทั้งคู่หันหน้ามาทางหล่อน ผู้หญิงคนนั้นคือคนที่หล่อนเห็นที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแล้วหล่อนยังเคยเห็นเป็นรูปพื้นหลังโทรศัพท์ชายหนุ่มอีก ตอนนี้มือหล่อนสั่นจนทำอะไรไม่ถูกหล่อนหันไปมองหน้าอาจารย์หนุ่ม แต่ทุกอย่างยังคงเงียบ หล่อนอยากเดินออกจากตรงนี้ หล่อนรู้สึกว่าตอนนี้น้ำตาหล่อนกำลังจะไหลแน่ หล่อนจะร้องตรงแต่ไม่ได้นะพร้อมกานต์


ปีย์หันไปเห็นพร้อมกานต์ทำถุงเต้าฮวยหล่นก็ตกใจ จนพร้อมกานต์หันมามองหน้าเขาด้วยตาแดงๆแล้วรีบเดินออกไป เขากำลังจะลุกขึ้นเดินตามไป แต่ก็ถูกคนในห้องเรียกก่อน ก็ดีเหมือนกันเคลียร์เรื่องนี้ให้จบไปเลย แล้วเขาจะตามไปอธิบายให้พร้อมกานต์ฟัง หล่อนคงต้องกลับหอพักก่อนอยู่แล้ว


“ปีย์คะ มาคุยเรื่องของเราก่อนเถอะค่ะ”มณีแฟนเก่าของเขาเรียกขนาดนั่งอยู่บนตักเขา เขารีบผลักหล่อนออกทันที เมื่อกี้พร้อมกานต์น่าจะมาเห็นตอนที่มณีนั่งลงบนตักเขาพอ เขายังไม่ทันผลักออกหล่อนก็ยกมือขึ้นมาจับหน้าเขาไว้ เขาก็หันไปเห็นพร้อมกานต์ก่อน


“เราคงไม่มีอะไรต้องคุยกัน ผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็นแฟนของผม”เขาพูดด้วยเสียงเรียบๆ


“คุณอย่ามาหลอกณีเลย คุณจะลืมณีได้แล้วจริงๆหรอคะ”มณียังคงพูดต่อ


“ตอนนั้นผมยอมรับว่ารู้สึกดีกับคุณ คิดว่าสักหนึ่งผมคงจะรักคุณ แต่ความรู้สึกของผมเกิดกับผู้หญิงคนนั้นมันไม่เหมือนคุณ ผมรักเธอโดยที่เธอไม่ต้องทำอะไรเลย ขอแค่เธออยู่ให้ผมรักก็พอ”เขาพูดจบมือที่มณีจับแขนเขาก็หลุดออก


“ณีคงต้องยอมแพ้จริงๆแล้วสินะ ถ้าณีไม่ทิ้งคุณวันนั้นเรื่องของเราคงไม่เป็นอย่างนี้”มณีพูดขึ้น เขาก็ได้แต่ยืนนิ่งๆ


“ถ้าอย่างนั้นเรากลับมาเป็นเพื่อนกันก็ได้ค่ะ”มณีพูดขึ้น เขาพยักหน้ารับ


“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน”อาจารย์หนุ่มกำลังจะออกจากห้อง มณีก็เรียกไว้ก่อน

“ไปส่งณีหน่อยได้ไหมคะ ณีไม่ได้เอารถมา”มณีถามขึ้น อาจารย์หนุ่มลังเลเล็กน้อย ไปหาพร้อมกานต์ช้าอีกนิดคงไม่เป็นอะไร


“เชิญครับ”เขาหันมาตอบรับ มณีก็เดินเข้ามาควงแขนเขา เขารีบเอาแขนออกแล้วเดินไปที่รถ


พร้อมกานต์เดินออกมาด้วยความรู้สึกว่าตอนนี้ในอกขอหล่อนโล่งๆเหมือนไม่มีอะไรอยู่ในนั้น หล่อนรู้สึกไม่มีแรงจะก้าวเดินต่อไป พยายามจะกลั้นน้ำตาแล้วแต่มันทำไม่ได้น้ำตามันยังไหลออกมา ตอนนี้คงต้องรีบกลับหอพักให้เร็วที่สุด หล่อนพยายามสูดลมหายใจลึกๆ หล่อนรอไฟเขียวทางคนเดิน พอเห็นไฟขึ้นหล่อนก็รีบก้าวออกไปทันที


“หนูกานต์!!!”หล่อนได้ยินเสียงภัทรตะโกนเรียกชื่อหล่อน ก่อนจะได้ยินเสียงแตรรถ หล่อนรีบหันไปมองก็เห็นรถพุ่งเข้ามา ภาพทุกอย่างดูช้าไปหมดหล่อนรู้สึกถึงแรงกระแทกอย่างแรงตัวของหล่อนลอยอยู่ในอากาศตกลงมากระแทกกระโปรงรถก่อนที่จะลอยตกมาที่พื้น ตอนนี้หล่อนรู้สึกช้าไปทั้งตัว


พร้อมกานต์เห็นภัทรรีบวิ่งเข้ามาหาหล่อน แล้วถามอาการเสียงสั่นๆหล่อนค่อยพยักหน้าให้กับอาการที่ตรงกับภัทรบอก


“อย่าร้องสิ ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”หล่อนพูดแล้วยิ้มให้ภัทรเบาๆ


“จะไม่เป็นอะไรจริงๆนะ”ภัทรยังคงถามต่อ แต่หล่อนยิ้มให้


“ภัทร ฝากบอกพี่ปีย์หน่อยสิ”หล่อนพูดด้วยเสียงเบาๆ


“บอกอะไร ไม่รับฝากหรอกนะ อยากบอกก็ไปบอกเองสิ”หล่อนยังคงยิ้มบางๆ ภาพหน้าของภัทรค่อยๆเลือนลางขึ้นเรื่อยๆ


“ฉันรักพี่ปีย์”พร้อมกานต์พูดต่อโดยไม่สนใจ


“บอกทุกคนด้วย ฉันแค่หลับไปเฉยๆ อย่าเสียใจกันนะ”พร้อมกานต์ยังคงพูดต่อไปเท่าที่แรงหล่อนจะมี หล่อนไม่รู้ว่าถ้าหล่อนหลับไปแล้วจะได้ตื่นขึ้นมาอีกไหม


“แกอย่าพึ่งหลับสิ”ภัทรยังคงบอก “พี่หมอเป็นยังไงบ้าง”ภัทรหันไปถามใครหล่อนก็ไม่รู้


“รีบเอาเข้าไปข้างในเถอะ”คนยังคงได้ยินเสียงไกลขึ้นเรื่อยๆ


“ฉันง่วงจัง ขอหลับก่อนนะ”หล่อนพูดจบสติของหล่อนก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย


ปีย์กับมณีเดินมาถึงหน้าห้องฉุกเฉินก็เห็นเตียงเข็มมาจากทางหน้าโรงพยาบาล เขาจะเดินผ่านไปแต่หันไปเห็นภัทรที่น้ำตาเต็มหน้าแค่นั้นก็ทำให้เขาใจเสียแล้ว ขาทั้งสองข้างรีบเดินเข้าไปหาทันทีก่อนที่รถจะเข็นเข้าห้องฉุกเฉินไปเขาเห็นพร้อมกานต์นอนนิ่งอยู่บนเตียงมีเลือดเต็มตัว ใจของเขาเต้นช้าลงจนเขากลัว เขากลัวว่าหล่อนจะเป็นอะไรไป เขากำลังจะรีบเดินตามเตียงนั้นเข้าไปในห้องก็ถือมณีจับแขนไว้ก่อน เขาหันไปมองด้วยสายตาเรียบๆ


“ไหนบอกว่าจะไปส่งณีก่อนไงคะ”เขายอมรับตอนนี้เขาไม่อยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้ เขาโกรธ โกรธทุกอย่างโกรธแม้กระทั่งตัวเอง


“ผมจะไปหาแฟนผม”เขาพูดแล้วเอามือผู้หญิงตรงหน้าออก ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องฉุกเฉินไป


“อาการเป็นไงบ้าง”เขารีบถามทันทีที่เห็นแพทย์กำลังตรวจอยู่

“กำลังเช็คอยู่ครับ”แพทย์ประจำบ้านตอบเขา เขาเลยขมวดคิ้ว


“ทำไมทำอะไรกันชักช้า”เขาสั่งให้เช็คทุกอย่าง ตอนนี้รอผมแล็บ ผลเอ็กซเรย์ เขายืนดูพร้อมกานต์อยู่ข้างๆเตียงไม่ไปไหน เขาภาวนาให้คนตรงหน้าจะไม่เป็นอะไร ผลมาเขารีบเปิดดูทันทีแต่มือเขากลับสั่นจนเขาห้ามไม่ได้


“อาจารย์ครับ เป็นยังไงบ้าง”หมอหนุ่มถามขึ้น เขายื่นผลให้ดู


“เลือดคั่งในสมอง คงต้องผ่าตัดใช่ไหมครับ”เขาเพียงแค่พยักหน้า แต่ในใจกลับรู้สึกชา ผ่าตัดสมองหรอ มันอันตรายมาก เขาเคยแต่ผ่าตัดคนอื่นแต่ไม่เคยเคยคิดว่าคนที่เขารักจะต้องมาผ่า


“เตรียมห้อง”เขาพูดเสียงเรียบๆ เขากระซิบข้างๆหูของหล่อน


“ไหนหนูกานต์บอกว่าจะรอพี่ ขอร้อง อย่าเป็นอะไรเลยนะ”เขาพูดตอนนี้เขารู้สึกกระบอกตาร้อนขึ้นเรื่อยๆจนเขาต้องเงยหน้ามองเพดานเอาไว้ มีผู้ชายมีอายุคนหนึ่งเดินเข้ามาจับบ่าเขา

“เด็กไปบอกพ่อ หนูกานต์ถูกรถชนเลือดคั่งหรอ” บิดาของเขาเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่นี่ เขาหันไปมองแล้วพยักหน้าเบาๆ


“ปีย์ไปพักเถอะ เดี๋ยวพ่อจัดการเอง”บิดายังคงพูดต่อ


“แต่ผมอยากรักษาเธอ”เขาพูดขึ้น


“ปีย์ไม่พร้อม ตอนนี้ร่างกายหนูกานต์ไม่พร้อมแล้ว จะให้หมอรักษาไม่พร้อมด้วยหรอ”บิดาพูด


“ผมเข้าไปดูได้ไหมครับ”ปีย์ยังคงพูดต่อ


“ปีย์ไปรอเหมือนญาติคนไข้คนหนึ่งเถอะเชื่อพ่อนะ”บิดาเขาเอามือมาจับไหล่เขา เขาได้แต่พยักหน้าก่อนที่จะไปพูดใกล้ๆหูของพร้อมกานต์


“อย่าเป็นอะไรไปนะ หนูกานต์เป็นอะไรไปแล้วพี่จะอยู่ได้อย่างไร”เขาพูดจบน้ำตาเขาก็หยดลงบนแก้มของหล่อน เขาหลับตาตั้งสติก่อนที่จะจูบขมับหญิงสาวเบาๆก่อนที่จะเดินไปรอหน้าห้อง


ปีย์เห็นพยาบาลเข็นพร้อมกานต์ย้ายจากห้องฉุกเฉินก็เดินตามไปจนถึงหน้าห้องผ่าตัด ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนมีใครมาบีบหัวใจเขาจนแตก บีบแล้วบีบอีกจนชา เขาหันมาเห็นภัทรที่เดินเข้ามาทางเขา ที่นั่งรออยู่หน้าห้องเหมือนผู้ชายเมื่อตอนเย็นที่เขาเคยคิดว่าจะต้องรักขนาดไหนถึงจะเสียใจขนาดนั้น ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว แค่เห็นคนที่รักเจ็บเขาก็เจ็บ แต่นี่หล่อนจะเจ็บขนาดไหน ถ้าหล่อนเป็นอะไรไปเขาจะทำยังไง


“เป็นแบบนี้ได้ยังไง”เขาถามขึ้น


“หนูกานต์ข้ามถนนไฟทางเดินขึ้นสีเขียวแล้ว แต่มอเตอร์ไซต์คันหนึ่งไปตัดหน้ารถกระบะ รถกระบะหักหลบมาชนหนูกานต์พอดี ผมเห็นหนูกานต์เดินร้องไห้ไป ผมเดินตามไป แต่ผมเข้าไปช่วยเธอไม่ทัน ทำไมเธอถึงร้องไห้ ปกติเธอเป็นคนระวังตัวเสมอ แม้กระทั่งข้ามถนน แล้วทำไมครั้งนี้เธอแค่เห็นไฟเขียวเธอก็ข้ามเลย ทำไม ทำไม”ภัทรพูดเหมือนคนกำลังจะสติแตก


“พร้อมกานต์เห็นผู้หญิงอยู่กับผมเลยเข้าใจผิด”เขาพูดขึ้น ภัทรหันมากระชากเสื้อ


“คุณไปอยู่ทำไม แล้วทำไมไม่รีบเรียกเธอเอาไว้ก่อนที่เธอจะเดินออกมา ทำไมคุณไม่ตามเธอไป”ภัทรเขย่าเสื้อเขาแรงแล้วผลักออก เขาได้แต่เงียบทำไมตอนนั้นเขาไม่รีบตามเธอไป เขาจะไปเคลียร์กับคนอื่นก่อนทำไม เขามันบ้า ถ้าตามเธอไปเธอคงไม่เป็นอย่างนี้


“คุณรู้ไหมก่อนที่หนูกานต์หมดสติ เธอฝากผมบอกอะไรคุณ”ภัทรพูดขึ้น แล้วเงียบไปส่วนเขาก็ได้แต่หันไปมองเงียบๆ


“เธอมันบ้า บ้าไปแล้ว ทำไมเธอถึงฝากบอกคุณแบบนั้นได้”ภัทรทึ้งหัวตัวเองแรงๆ เขาเข้าใจภัทรถ้าเขาเป็นคนเห็นพร้อมกานต์ถูกรถชนต่อหน้าต่อมันจะแย่ขนาดไหน

“เธอบอกว่า เธอรักคุณ”ภัทรพูดขึ้นก่อนที่จะเอาหน้าซบลงไปบนมือที่วางไว้ที่ตัก


ปีย์ได้ยินที่ภัทรบอกก็นิ่งไป ใช่สิเขากับเธอยังไม่เคยบอกว่ารักเลย ตอนนั้นเขาจะรออะไร ทำไมไม่รีบบอกไป จะเก็บไว้ทำไม เขามันบ้า แล้วทำไมหล่อนต้องฝากคนอื่นมาบอกด้วย ทำไมถึงไม่มาบอกเขาเอง เขาอยากได้ยินจากปากหล่อนไม่ใช่คนอื่น เขามารู้สึกตัวอีกทีน้ำตาก็ไหลไม่หยุดแล้ว หนูกานต์ของเขาจะไม่เป็นอะไร เดี๋ยวเธอก็จะออกมาให้เขาบอกรักแล้ว เราเคยสัญญาไว้แล้วว่าหล่อนจะรอให้ผมบอกรัก


ปีย์หันไปมองทันทีที่ประตูห้องผ่าตัดเปิด เขารู้ว่ามันไม่มีทางที่จะเร็วขนาดนี้แน่ ถ้าดูจากฟิล์มแล้ว เขารีบเข้าไปถาม


“มีอะไร”เขาพุ่งไปถามพยาบาลที่ออกมา


“เลือดไม่พอค่ะ กำลังจะไปติดต่อขอเพิ่ม”พยาบาลพูดจบก็รีบวิ่งไปติดต่อธนาคารเลือดทันที แล้วรีบวิ่งกลับเข้าห้องไป เขาภาวนาให้พร้อมกานต์ปลอดภัย สักพักเขาเห็นพ่อของเขาเดินออกมาเขารีบเดินเข้าไปหา


“เลือดไม่พอปีย์ คงต้องหาทางอื่นเพิ่ม หนูกานต์หัวใจหยุดเต้นไปครั้งหนึ่ง แกโทรบอกที่บ้านน้องยัง”พ่อเขาถามเขาได้แต่ส่ายหน้า


“เดี๋ยวผมจะให้ประชาสัมพันธ์ประกาศหาในโรงพยาบาล ภัทรประกาศทางโซเชียลนะ เดี๋ยวผมจะโทรหาป๊า”ปีย์พูดรวดเดียว


“พ่อช่วยเธอให้ได้นะ ถ้าไม่มีเธอแล้วผมจะอยู่ยังไง พ่อเข้าใจใช่ไหม”เขาพูดน้ำตาก็ไหล คนเป็นพ่อเห็นก็เข้ามากอดไว้


“แกต้องเข้มแข็งไว้ น้องยังต้องการกำลังใจ”เขาพยักหน้าก็ไหล่ของคนเป็นพ่อ

“พ่อเข้าไปก่อนนะ”บิดาพูดจบก็ผลักเขาออกไป เขารีบเดินไปที่ประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลทันที ระหว่างเดินกลับก็เจอญาติผู้ป่วยที่เขาผ่าตัดให้เดินเข้ามาทัก เขาเลยให้ช่วยฝากบอกต่อด้วย หลายคนก็ไปบริจาคทันที ตอนนี้ไม่ว่าวิธีไหนเขาก็ยอมทั้งนั้น


หลังจากปีย์ไปบริจาคเลือดก็กลับมานั่งที่เดิมก็ไม่เจอภัทรแล้ว คงจะโดนเรียกตัวกลับไป ชีวิตนักเรียนแพทย์ก็อย่างนี้เขาเคยผ่านมาแล้ว เขาเอาโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดสายโทรหาบิดาของพร้อมกานต์ทันที


“ว่ายังไงเจ้าปีย์ โทรมาพอดี ม๊าเค้ากำลังเป็นห่วงยัยหนูพอดี บอกว่ารู้สึกไม่ดี ว่าแต่อยู่ด้วยกันไหม”บิดาของพร้อมกานต์รับสายก็พูดประโยคยาวๆทันที


“คือหนูกานต์ประสบอุบัติเหตุครับป๊า”ปีย์พูดด้วยเสียงสั่นๆ พอพูดถึงอุบัติเหตุใจเขาก็ไหววูบทันที


“เป็นอะไรมากไหม”ป๊าถาม


“ไม่ทราบครับ”เขาตอบ เขาไม่อยากบอกว่าอาการของพร้อมกานต์หนักจนเขากลัว


“ถ้าอย่างนั้นป๊ากับม๊าจะรีบไป”ป๊าวางสายไป เขาก็เหม่อมองไปตามทางเดินจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน


เขารู้สึกตัวตอนที่ครอบครัวของพร้อมกานต์มาถึง


“ปีย์ หนูกานต์เป็นยังไงบ้างลูก”มารดาของพร้อมกานต์ถามขึ้นทันทีที่มาถึง


“หมอยังไม่ออกมาเลยครับ”เขาตอบแล้วหันหน้าไปมองที่ประตูที่ปิดสนิท


“เรื่องเป็นมายังไงปีย์”อากงที่มาด้วยถามขึ้น เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทุกคนฟัง มารดาของพร้อมกานต์ตบหน้าเขาอย่างแรง แล้วเข้ามาเขย่าเขาแรงๆ


“ปีย์ทำไมไม่ตามไป เธอจะรออะไร”มารดาหล่อนพูดไปด้วยน้ำตาก็ไหลไปด้วย จนบิดาของพร้อมกานต์ต้องเข้ามาห้าม


“คุณพอแล้ว อย่าไปว่าปีย์เลย ตอนนี้ปีย์ก็แย่เหมือนเรานะ”ม๊าหันไปกอดป๊าทันที อากงคอยลูบหลังอาม่าที่กำลังร้องไห้


ปีย์เห็นอย่างนั้นก็หันไปมองประตูนานเท่าไรก็ไม่รู้ ถ้าเขาเดินตามเธอออกไปทันก็คงไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ไม่ใช่วันนี้ถ้าวันนั้นเขาไม่เข้าไปหาหล่อน วันนี้หล่อนก็คงมีความสุขกับเพื่อนที่ไหนสักแห่ง คนไม่ต้องมานอนไม่รู้สึกตัวในห้องอย่างนี้ ทำไมเรื่องที่ควรที่จะรอเขากลับไม่รอ เรื่องที่ไม่ควรรอเขากลับทำเป็นใจเย็น เขานึกถึงหลวงปู่ขึ้นมา ความใจเย็นบ้าๆของเข้าทำให้เขาเสียใจเหมือนตายทั้งเป็นอยู่อย่างนี้สินะ นี่เขาเป็นคนที่ทำลายคนที่เขาบอกว่ารักได้ยังไง ถ้าเขาดูแลเธอให้ดีกว่านี้ คงจะไม่เป็นแบบนี้ เขาเอาหน้าซุกกับมือตัวเองเอาไว้ ตอนนี้เขาไม่ไหวแล้ว เขารู้สึกเครียดเกินไป เขาเข้าใจความทรมารของคนที่อยู่หน้าห้องแล้ว


“ปีย์ลูก กินข้าวหรือยัง”มารดาพร้อมกานต์ที่ได้สติขึ้นมาหันมาถามเขา


“ผมไม่หิวครับ”เขาตอบด้วยเสียงแห้งๆ


“ป๊าซื้อมาเผื่อปีย์ด้วยนะ”มารดาของพร้อมกานต์สั่งแล้วนั่งเงียบไป เขาหันกลับมามองประตูอีกครั้ง เขารู้ว่าผ่าสมองต้องใช้เวลา ความละเอียดรอบครอบมาก ปีย์นั่งมองประตูไปเรื่อยๆจนม๊ายื่นกล่องข้าวมาตรงหน้า


“ผมกินไม่ลงครับ”เขาบอกตอนนี้เขาไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น


“ถ้าปีย์ไม่กิน แล้วน้องรู้คงไม่สบายใจแน่ๆ”ม๊าพูดขึ้น เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้เสียใจขนาดไหน เขายกมือขึ้นไหว้คนตรงหน้า


“ผมขอโทษครับ”เขาพูดขึ้นพยายามกลั่นน้ำตาไว้ ม๊าส่งกล่องข้าวให้กับป๊าแล้วเข้ามากอดเขาไว้


“มันเป็นอุบัติเหตุ ปีย์ไม่ได้ขับรถไปชนยัยหนู”ม๊าพูดแล้วลูบหลังเขาไปด้วย


“แต่ถ้าผมรีบเข้าไปอธิบายตั้งแต่แรก ไม่รอว่าเดี๋ยวค่อยอธิบายก็ได้ หนูกานต์คงไม่ต้องเป็นแบบนี้”เขาพูดแล้วน้ำตาก็ไหลไปกับไหล่ของมารดาพร้อมกานต์ เรื่องของพร้อมกานต์คงเป็นเรื่องที่เขาเจ็บปวดที่สุดแล้ว ปกติเขาไม่ใช่คนที่จะร้องไห้กับอะไรง่ายๆ


“เดี๋ยวน้องตื่นมาปีย์ค่อยอธิบายก็ได้ ยัยหนูเชื่อปีย์มาตลอด เรามาลองเชื่อใจยัยหนูบ้าง”ม๊าค่อยๆคลายอ้อมกอด แล้วส่งข้าวมาให้เขากิน เขากินได้ประมาณสามคำก็กินไม่ลง ม๊าก็ยื่นน้ำมาให้เขาดื่มเสร็จก็วางไว้ข้างๆ ตอนนี้เขาอ่อนแอเกินไป


ตอนนี้เกือบเที่ยงคืนแล้ว เขาก็ยังรออยู่หน้าห้องพร้มครอบครัวพร้อมกานต์ก่อนหน้านี้เขาบอกให้กลับไปพักผ่อนกันก่อนแต่ทุกคนก็ยืนยันที่จะอยู่ ทุกอย่างเงียบสงบ เขาก็ยังมองไปที่ประตู ก็เห็นบิดาของตัวเองเดินออกมา เขารีบพุ่งเข้าไปหาทัน


“เป็นยังไงบ้างครับ”เขาถามทันที


“คงต้องรอดูอาการ แต่ตอนนี้อาการคงที่แล้ว ทุกคนกลับไปพักผ่อนกันเถอะ”พ่อของเขาบอก


“ถ้ายัยหนูปลอดภัยแล้วขอเข้าไปดูหน่อยได้ไหมคะ”มารดาของพร้อมกานต์พูดขึ้น


“หนูกานต์ต้องเข้าห้องปลอดเชื้อครับ มีเวลาเยี่ยมอยู่ ถ้าอาการดีขึ้นค่อยย้ายไปห้องพิเศษครับ”บิดาของเขาอธิบายขั้นตอนการรักษาให้ทุกคนฟัง เขาฟังก็รู้แล้วว่าอาการไม่ดีขึ้น แต่เขาก็อยากให้กำลังใจตัวเองว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้น

ความคิดเห็น