facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 21 ทำอาหาร

ชื่อตอน : บทที่ 21 ทำอาหาร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2561 23:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 21 ทำอาหาร
แบบอักษร

​ตอนนี้พร้อมกานต์ก็ขึ้นปีสี่แล้วเวลาผ่านไปเร็วสำหรับหล่อนเหลือเกิน ตั้งแต่วันปีใหม่หล่อนก็คิดว่าตัวเองฝันไป หล่อนกำลังปั่นจักรยานไปยิ้มไปทำไมน่ะหรอก็หล่อนไม่ได้เจอพี่ปีย์ของหล่อนมาสองวันแล้ว วันนี้ก็จะได้เจอสักที หล่อนปั่นจักรยานไปก็มีโทรศัพท์เข้าหล่อนค่อยหยุดข้างทางแล้วรับโทรศัพท์


“ฮัลโหล”หล่อนทักตามสาย


“หนูกานต์อยู่ไหนแล้วพี่กำลังจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว”ปีย์ถามหล่อน


“กำลังจะปั่นจักรยานกลับหอค่ะ พอดีเพื่อนนัดประชุมงานกลุ่มพอดีเลยกลับช้าค่ะ”หล่อนรีบบอกก่อนเพราะตอนนี้เกือบจะหกโมงเย็นแล้ว หล่อนต้องรีบบอกก่อนที่จะโดนบ่น


“ขี่ดีๆนะ แล้วเดี๋ยวเจอกันครับ”ปีย์พูดจบหล่อนก็วางสายแล้วรีบขี่จักรยานกลับหอเร็วๆ


พร้อมกานต์ขึ้นห้องไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดสบายๆก่อนแล้วลงมาข้างล่างก็เจอปีย์นั่งรออยู่ใต้หอแล้ว หล่อนรีบเดินเข้าไปหาแล้วยิ้มให้กว้างๆ


“เหนื่อยไหมคะพี่ปีย์” พร้อมกานต์ถามขึ้นตรงหน้าชายหนุ่ม ปีย์เงยหน้าขึ้นยิ้มให้หล่อน


“เหนื่อยจ้ะ”ปีย์พูดก็จับมือหล่อนแล้วลุกขึ้นจับมือหล่อนจูงไปที่รถ


“ถ้าพี่ปีย์เหนือนน่าจะไปพักผ่อนก่อนนะคะ”หล่อนพูดขึ้นแล้วใช้มืออีกข้างลูบแขนชายหนุ่ม เดินมาถึงรถปีย์ก็เปิดประตูให้หล่อนขึ้นตามด้วยคาดเบลท์ให้เหมือนเดิม คนที่ทำหน้าที่ของตัวเองหันมามองหล่อนแต่ทำไมหล่อนเห็นประกายในตาวิบวับนั้นแปลกๆ หล่อนไม่ทันได้คิดอะไรปีย์ก็จุ๊บปากหล่อนเร็วๆ


“แค่นี้ก็หายเหนื่อยแล้ว”ปีย์พูดจบหล่อนก็ตาโต แต่ชายหนุมก็รีบปิดประตูแล้วขึ้นรถมานั่งหลังพวงมาลัย


“พี่ปีย์ทำแบบนั้นอีกแล้วนะคะ”หล่อนพูดด้วยหน้างอๆ


“พี่ทำอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย วันนี้ไปบ้านพี่เถอะนะ” หล่อนไปบ้านปีย์มาแล้วหลายครั้งจนหล่อนขี้เกียจนับแล้ว


“แล้วแต่พี่ปีย์เถอะค่ะ””หล่อนยังพูดด้วยหน้างอๆแต่ปีย์ยื่นมือมาลูบหัวหล่อนก่อนออกรถ


พร้อมกานต์นั่งรถเข้าไปทางซอยในหอจนไปถึงกำแพงสีขาวยาวๆที่หล่อนเคยสงสัยว่าข้างในเป็นอย่างไรบ้าง ข้างในมีบ้านอยู่สามหลัง มีตึกใหญ่ตรงกลางเป็นของพ่อแม่ปีย์ ส่วนทางซ้ายตึกเล็กเป็นของธัญญ์ ส่วนของปีย์ที่เจ้าของเป็นบ้านทรงไทยประยุกต์หลังสีขาวดูเหมือนบ้านตุ๊กตา หล่อนเคยถามว่าทำไมถึงสร้างน่ารักขนาดนี้ ปีย์ก็บอกว่าพึ่งสร้างเสร็จไม่นาน ทำให้คนที่จะมาอยู่ด้วย หล่อนได้ยินก็หน้าแดงทันที เพราะหล่อนเคยเขียนในกระดาษเมื่อตอนไปเข้าค่ายอาสาว่าหล่อนชอบบ้านสีขาว


“คุณพ่อ คุณแม่อยู่ไหมคะ”หล่อนถามขึ้นเพราะหล่อนจะได้ขึ้นไปกราบท่านท้งสอง


“ไม่อยู่หรอก เห็นบอกว่าจะไปงานคุณหญิงอะไรพี่ก็จำไม่ได้เหมือนกัน”ปีย์พูดแล้วขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านของตัวเอง ทันทีที่รถจอดหล่อนก็ลงจากรถแล้วหยิบกุญแจจากในกระเป๋าของตัวเองมาไขทันที ปีย์เคยให้กุญแจเข้าออกบ้านให้กับหล่อน แต่หล่อนก็ไม่ได้มาเองสักที


“วันนี้เราจะกินอะไรกันดีคะ”หล่อนหันไปถามทันทีที่เดินเข้าไปในบ้าน แต่ปีย์เดินเข้ามากอดหล่อนจากด้านหลังของหล่อน


“แล้วแต่หนูกานต์เลย พี่กินได้หมด แต่ง่วงจังเลย”ปีย์พูดจบ หล่อนก็รีบพลิกตัวกลับมามองชายหนุ่ม


“กินข้าวผัดกันเถอะ หนูกานต์ทำแปปเดียว อย่าพึ่งหลับนะคะ”หล่อนพูดจบก็รีบวิ่งไปในครัวแล้วรีบหุงข้าวเป็นอันดับแรก เอาผักออกมาล้าง หันมะเขือเทศ หอมใหญ่ เนื้อหมูเรียบร้อยก็เห็นอาจารย์หนุ่มมายืนมองหล่อนตรงขอบประตูหล่อนก็ยิ้มให้ เมื่อได้ยินเสียงหม้อหุงข้าวดีดหล่อนก็ตั้งเตาทันที หล่อนใส่กระเทียมแล้วผัดๆก่อนตามด้วยเนื้อหมูสุกแล้วก็ใส่ไข่ ใส่ข้าว ใส่ผักแล้วก็ผัดๆได้ทีก็เริ่มปรุงปิดเตา เอาข้าวผัดกลิ่นหอมใส่ลงในจาน ปีย์ก็รีบเดินเข้ามารับจานจากมือหล่อนแล้วไปวางรอที่โต๊ะอาหาร


“พี่ปีย์เมื่อไรจะหัดทำอาหารคะ บอกให้หนูกานต์สอน แต่พอจะสอนก็อ้างไปเรื่อยเลย” หล่อนพูดขึ้นขนาดกำลังกินข้าวไปด้วย ปีย์เลยหันมายิ้มให้


“ก็มีหนูกานต์ทำให้กินอยู่แล้วนี่ อร่อยกว่าพี่ทำเองแน่ๆ”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น


“แล้วถ้าหนูไม่อยู่ละคะ” อาจารย์หนุ่มมือที่กำลังตักข้าวชะงักแล้วเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมกานต์นิ่งๆ


“ทำไมหนูกานต์จะไม่อยู่”ปีย์ถามขึ้น


“หนูไม่ได้หมายความว่าหนูไม่ได้จะไม่อยู่กับพี่ปีย์”พร้อมกานต์เอื้อมมือไปจับมือชายหนุ่ม แล้วยิ้มให้ ปีย์เลยยิ้มตอบ


“เอาใหม่แล้วกัน ถ้าหนูไม่สบายแล้วอยากให้พี่ปีย์ทำอาหารให้กินอย่างนี้ก็ไม่ได้สิคะ”หล่อนพูดแล้วทำหน้างอๆใส่


“ถ้าอย่างนั้นพี่จะหัดทำข้าวต้มเอาไว้แล้วกัน เวลาหนูกานต์ไม่สบายพี่จะได้ทำข้าวต้มให้กิน”ปีย์บอกแล้วยิ้มๆ


“แล้วพี่จะไม่หัดทำให้ตัวเองกินเลยหรอ”หล่อนยังพูดต่อ


“พี่ก็รอหนูกานต์มาทำให้พี่กินไงครับ” คนตรงหน้าหล่อนพูดจนหล่อนไม่รู้จะพูดยังไงดีแล้ว


“ข้าวต้มก็ข้าวต้มค่ะ ทำข้าวต้มเป็นก็ยังดีกว่าทำอะไรไม่เป็นเลยเนอะ”หล่อนทำหน้าเมื่อยๆ แล้วกินข้าวต่อ


“พรุ่งนี้วันเสาร์เรามาทำอาหารกันตอนเช้าเนอะ”หล่อนเห็นอาจารย์หนุ่มยิ้มแปลกๆ


“ก็ได้ค่ะ”หล่อนพูดจบ ข้าวผัดในจานก็หมดพอดี หล่อนกำลังจะลุกขึ้นหยิบจานของตัวเองกับปีย์ไปล้าง แต่ชายหนุ่มแย่งออกจากมือหล่อนก่อน


“หนูกานต์ทำกับข้าวแล้ว พี่ล้างเองครับ”อาจารย์หนุ่มหยิบจานแล้วเดินเข้าไปในครัว ส่วนหล่อนก็เดินตามเข้าไปดู พออาจารย์หนุ่มล้างเสร็จก็หันมากอดหล่อนทันที


“พี่ง่วงนอนจัง ไปนอนกันเถอะ”คนที่กอดหล่อนบอกขึ้น


“พี่ปีย์ไปอาบน้ำก่อนสิคะ แล้วค่อยนอน ถ้าพี่ปีย์นอนยาว เดี๋ยวหนูกานต์ไปนอนห้องที่เคยนอนก็ได้”หล่อนพูดขึ้น


“ถ้าอย่างนั้นหนูกานต์ไปอาบน้ำเถอะ พี่คงไม่รู้ตื่นตอนไหน”อาจารย์หนุ่มพูดแล้วยิ้มใหกับตัวเอง


“คงเหนื่อยมากสิคะ”หล่อนพูดขึ้น


“หนูกานต์ไปอาบน้ำเถอะวันนี้ก็คงเหนื่อยเหมือนกัน”ชายหนุ่มพูดก็ผลักออกจากคนตรงหน้าเบาๆ


“ค่ะ”หล่อนพูด ปีย์พาหล่อนจูงขึ้นไปส่งหน้าห้องบนชั้นสอง แล้วถึงจะเข้าห้องตัวเองไป


พร้อมกานต์อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย หล่อนเคยมาค้างที่นี้หลายครั้งแล้ว จนตอนนี้หล่อนเหมือนมีห้องประจำของตัวเองเรียบบร้อย หล่อนเดินไปที่ห้องอาจารย์หนุ่ม จะไปดูว่าหลับหรือยังหล่อนเคาะประสองสามครั้งก็ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา หล่อนเลยค่อยๆเดินย่องเข้าไปในห้องที่ปิดไฟแล้วดูว่าชาบหนุ่มได้นอนห่มผ้าหรือยัง แต่ก็เป็นไปตามคาดเพราะผ้าห่มกองอยู่ข้างๆตัวชายหนุ่ม หล่อนค่อยๆเอื้อมข้ามตัวจะไปดึงผ้าห่มมาห่มให้ แต่ถูกคนที่คิดว่าหลับตลบหล่อนขึ้นมานอนบนเตียงแล้วรีบดึงผ้าห่มมาห่มเรียบร้อย


“ทำไมมาช้าจังหนูกานต์”ปีย์ถามขึ้นเสียงเริ่มงัวเงียขึ้น


“พี่ปีย์ นอนสิคะจะมาแกล้งหนูกานต์ทำไม”หล่อนถามขึ้นขนาดตัวแข็ง ตอนนี้ใจหล่อนเต้นเร็วเกินไปแล้ว


“อยากกอด นอนด้วยกันเถอะ”ปีย์บอก


“หนูยังไม่ง่วงเลย”หล่อนพยายามบอก


“นอนไปเดี๋ยวก็หลับเอง”ปีย์ยังคงกอดหล่อนไว้


“แต่มันพึ่งสองทุ่มเองนะคะ”หล่อนท้วงขึ้น มันยังหัวค่ำไปสำหรับหล่อน


“แต่ตอนนี้พี่ง่วงมากเลย”ชายหนุ่มพูดเสียงงัวเงียขึ้นกว่าเดิม หล่อนรู้ว่าคนที่กอดหล่อนกำลังจะหลับแล้ว หล่อนหันไปมองหน้านิดหนึ่งก่อนที่จะหันไปกอดชายหนุ่มไว้


“ถ้าอย่างนั้นก็หลับเถอะค่ะ”หล่อนพูดแล้วหลับตาลงก็รู้สึกว่าคนในอ้อมกอดหล่อนจูบที่หน้าผากหล่อนค้างไว้ หล่อนเงยหน้าขึ้นแล้วจูบที่ปลายคางชายหนุ่มเบาๆ ก่อนที่จะเอาหน้าซุกกับอกกว้างๆของคนที่กอดหล่อนเอาไว้


พร้อมกานต์ตื่นมาตอนเกือบหกโมงเช้า หล่อนลืมตาขึ้นก็เห็นคนที่นอนข้างๆตื่นแล้ว


“มองหนูกานต์หลับทำไมคะ”หล่อนพูดแล้วหันหน้าไปทางอาจารย์หนุ่มที่กำลังยิ้มให้หล่อนอยู่


“พี่ชอบมองหนูกานต์นี่คะ”ชายหนุ่มพูดจบก็จุ๊บที่ริมฝีปากหล่อนเร็วๆ


“พี่ปีย์อีกแล้วนะคะ ยังไม่ได้แปลงฟันเลย”หล่อนรีบเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมหน้า


“ไม่เป็นไรหรอก เราไปอาบน้ำแล้วไปตลาดกันเถอะ”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้นก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานชายหนุ่มบออกว่าจะหัดทำข้าวต้ม


“จริงด้วย พี่ปีย์จะหัดทำข้าวต้ม อย่างนั้นก็ลุกเถอะค่ะ”พอหล่อนลุกขึ้นจากเตียง ชายหนุ่มเลยลุกตาม ทั้งคู่ช่วยกันเก็บที่นอนแล้วแยกย้ายกันไปอาบน้ำ


พร้อมกานต์ลงมาข้างล่างก็เห็นปีย์นั่งดูข่าวอยู่ หล่อนเห็นอย่างนั้นก็เลยเดินเข้าครัวไปดูว่าต้องซื้ออะไรเพิ่มบ้าง แล้วเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นที่ปีย์นั่งอยู่แล้วไปนั่งข้างๆ


“ไปกันเถอะค่ะพี่ปีย์”หล่อนพูดขึ้น


“แปปนึงนะ ขอดูข่าวนี้จบก่อน”ปีย์พูดแล้วเอามือมาโอบหล่อนเอาไว้


“ค่ะ”หล่อนตอบ พอข่าวจบปีย์ปิดโทรทัศน์แล้วหันมาหอมแก้มหล่อนก่อนที่จะจับมือ


“ไปกันเถอะ จะเจ็ดโมงแล้ว”ปีย์พูดจบทั้งคู่ก็เดินไปที่รถทันที


พร้อมกานต์กำลังเดินดูของไปเรื่อยๆ


“เราต้องซื้ออะไรบ้างหนูกานต์”ปีย์หันมาถาม


“ซื้อหมู ตั้งฉ่าย ปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้งแล้วก็ข้าวเหนียวด้วยค่ะ”หล่อนหันไปบอก


“ต้องใส่ข้าวเหนียวด้วยหรอ”ปีย์ถามขึ้น


“ใส่ค่ะ มันทำให้อร่อยขึ้นเหมือนตอนที่พี่ปีย์ไปกินที่บ้านหนูไงคะ”หล่อนพูดขนาดเดินดูกุ้งแห้ง


“กุ้งแห้งต้องเลือกแบบสีไม่สดเกิน รสชาติไม่เค็มจัด ไม่มีกลิ่นเหม็นหืนด้วยนะคะ”หล่อนบอกคนที่เดินอยู่ข้างๆ


“ป้าคะเอาอันนี้นะคะ”หล่อนชี้ไปที่กุ้งแห้งตามที่บอกปีย์ไป


“แล้วปลาหมึกแห้ง พี่ปีย์ต้องเลือกแบบไม่แห้งหรือบางจนเกินไป ถ้าแห้งและบางมากจะเป็นปลาหมึกเก่า ส่วนกลิ่นต้องไม่ฉุน ถ้าฉุนแสดงว่าปลาหมึกเค็ม”หล่อนหันไปมองปีย์ที่พยักหน้าอย่างเดียว


“พี่ปีย์ลองดูสิคะ ว่าเราจะเอาปลาหมึกอันไหนดี”ปีย์มองไปที่กองปลาหมึกข้างหน้า แล้วลองดม


“อันนี้ไหมหนูกานต์”หล่อนดมกลิ่นตามที่ปีย์บอก แล้วพยักหน้าได้


“เก่งจังเลยนะคพี่ปีย์”หล่อนชมคนตรงหน้า


“แน่นอนอยู่แล้วหนูกานต์”ปีย์พูดขึ้น หล่อนเลยหัวเราะเบาๆ


“ป้าคะ เอาปลาหมึกนี้ด้วยนะคะ”หล่อนบอกป้า


“ได้แล้วจ้ะ ป้าแถมให้ด้วย”ปีย์ยื่นเงินไปจ่าย แล้วเดินไปที่ร้านขายตั้งฉ่าย หมู แล้วซื้อข้าวเหนียวลำดับสุดท้าย


“ตอนกินก็ง่ายดี ทำไมตอนจะทำถึงลำบากก็ไม่รู้”ชายหนุ่มข้างๆบ่นไปเรื่อยๆ


“พี่ปีย์ยังไม่ทำเลยนะ บ่นซะแล้ว”หล่อนพูดขึ้นก็ขำไปด้วย


“ถ้าไม่ใช่เพราะหนูกานต์พี่ไม่หัดหรอกนะ”ชายหนุ่มพูดขึ้น


“แล้วถ้าหนูอยากกินอย่างอื่นละคะ พี่ปีย์จะไม่หัดทำให้หรอหนูกานต์กินหรอ”หล่อนรู้ทางชายหนุ่มแล้ว ถ้าอยากให้หัดก็คงต้องอ้างตัวเองสินะ


“หนูกานต์อยากกินอะไรพี่ก็จะทำให้”ชายหนุ่มพูดขึ้น หล่อนก็เลยยิ้มตอบ


“ตอนเที่ยงทำข้าวผัดกุ้งไหมคะ พี่ปีย์ชอบหนูก็ชอบด้วย”พร้อมกานต์พูดขึ้นแล้วเดินไปซื้อของทันที คนที่เดินตามหลังได้แต่ส่ายหน้าเบาๆแล้วเดินตามไป


ถึงบ้านทั้งคู่ก็จัดการล้างของต่างๆที่ซื้อมาให้สะอาดเรียบร้อย หล่อนหันมาหาปีย์ที่หันมาทางหล่อนพอดี


“เอาน้ำใส่หม้อเลยค่ะ”ปีย์ทำตามที่หล่อนบอก


“ตั้งเตาเลยค่ะ แล้วก็ใส่ปลาหมึกแห้งกับกุ้งแห้งลงไปให้น้ำซุปกลมกล่อมค่ะ”หล่อนบอก


“แล้วยังไงต่อหนูกานต์”ปีย์หันมาถาม


“รอให้น้ำเดือดค่ะ”พร้อมกานต์พูดจบ ปีย์ก็เดินมากอดหล่อน


“ทำไมเดี๋ยวนี้กอดบ่อยจังคะ”หล่อนถามแต่ก็กอดกลับ


“อยากกอด อยู่ข้างนอกบ้านก็กอดไม่ได้เลยต้องกอดเก็บไว้เยอะๆ”ปีย์พูดขึ้น แล้วเล่นกับหล่อนแปปนึ่งหล่อนก็หันไปเห็นว่าน้ำเดือดแล้ว


“น้ำเดือดแล้วค่ะ หยุดเล่นก่อน”หล่อนบอก


“หยุดก่อนก็ได้ แล้วทำยังไงต่อ”ปีย์หันมาถามหล่อน


“ใส่ข้าวขาว2กำมือข้าวเหนียวหนึ่งกำค่ะ”หล่อนพยายามอธิบายแบบง่ายๆ ชายหนุ่มทำตามเสร็จแล้วหันมามองหล่อน


“รอต่อค่ะ”พูดจบชายหนุ่มกำลังจะเดินเข้ามาหาอีกแต่หล่อนรีบห้ามก่อน


“หยุดกอดกันก่อนเถอะค่ะ แล้วเราไปปลอกกุ้งเตรียมไว้ตอนเที่ยงเถอะค่ะ” หล่อนเห็นชายหนุ่มปลอกกุ้งคล่องก็เลยสงสัย


“สมัยเรียนเพื่อนเคยสอนวิธีปลอกตอนไปกินกุ้งกระทะกัน ฮ่าๆๆๆ”ชายหนุ่มหันมาเห็นหล่อนที่ทำหน้างงก็เลยตอบขึ้น พอช่วยกันสองคนไม่ถึงห้านาทีก็เสร็จ


“ข้าวในหม้อได้หรือยังหนูกานต์”ชายหนุ่มเดินไปดู หล่อนเลยไปดูด้วย


“ใกล้แล้วค่ะ ต้องรอให้หัวข้าวบานหน่อยค่ะ”หล่อนบอกแล้ว เอากุ้งไปเก็บไว้ในตู้เย็น ชายหนุ่มก็เดินมากอดหล่อนที่ข้างหลัง


“อาทิตย์หน้ากลับอยุธยาใช่ไหม เดี๋ยวพี่พาไป”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น


“ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ไม่รู้ว่าจะทำงานกลุ่มเสร็จไหม เดี๋ยวตอนเย็นเพื่อนก็นัดอีก”อาจารย์หนุ่มก็พยักหน้า


“ทำไมชอบนัดกันตอนเย็นก็ไม่รู้”คนเป็นอาจารย์บ่นขึ้น


“วันนี้นัดว่าใครจะทำส่วนไหนค่ะ ไม่กี่ชั่วโมงหรอกค่ะ”หล่อนบอกแล้วยิ้มๆให้


“ถ้าอย่างนั้นพี่ไปส่ง กลับมืดค่ำอันตราย”ชายหนุ่มบอก


“ก็แล้วแต่พี่ปีย์ แต่ตอนนี้ไปดูข้าวต้มก่อนเถอะค่ะ”หล่อนพูดขึ้นชายหนุ่มก็ผลักไปดูข้าวต้ม


“หัวข้าวบานแล้ว ทำยังไงต่อหนูกานต์”ชายหนุ่มกันมาถาม


“เอาหมูสับใส่เลยค่ะ อย่างนี้นะคะ”หล่อนใส่หมูสับให้ชายหนุ่มดู แล้วยื่นให้อาจารย์หนุ่มพยายามทำตาม ชายหนุ่มทำจนเสร็จก็หันมามองหน้าหล่อน


“รอให้หมูสุกก็เสร็จแล้วค่ะ”หล่อนพูด ก็เห็นอาจารย์หนุ่มตั้งใจมองหม้อข้าวต้มหล่อนก็ยิ้มให้กับภาพตรงหน้า


“พี่คิดว่าได้แล้วนะ”หล่อนเลยเดินไปดูแล้วเอาช้อนมาชิมนิดหน่อย ก่อนที่จะสงให้ชายหนุ่มข้างๆตัวชิม


“พี่ก็ทำอร่อยเหมือนกันนะเนี่ย”ชายหนุ่มชมตัวเอง หล่อนหัวเราะขึ้น


“ปิดเตาเลยค่ะ พี่ปีย์เก่งที่สุดค่ะ”หล่อนพูดขึ้นแล้วเดินไปเอาชามทีเตรียมไว้แล้วมายื่นให้ชายหนุ่ม ปีย์ตักข้าวต้มแล้วเดินไปวางที่โต๊ะ หล่อนเลยหยิบชามอีกใบมากำลังจะตักข้าวต้มแต่ชายหนุ่มเดินมาถึงก่อน


“หนูกานต์ไปนั่งเลยเดี๋ยวพี่ตักเอง”ปีย์แย่งชามจากในมือแล้วตักข้าวต้ม แต่หล่อนยังยืนงงอยู่ที่เดิม แต่อาจารย์หนุ่มเดินเอาชามข้าวต้มไปวางที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว หล่อนเลยเดินตามไปที่โต๊ะอาหาร


“เดือนหน้าหนูกานต์เรียนจบแล้วเราจะไปเที่ยวที่ไหนกันดี”ปีย์ถามขึ้นขนาดกินข้าวกัน


“พี่ปีย์ว่างหรอคะ มาถามหนูกานต์อย่างนี้ ฮ่าๆๆ”หล่อนถามแล้วก็หัวเราะ


“ถามไว้ก่อน ถ้าว่างจะได้พาไป”ปีย์ตอบกลับ


“หนูกานต์อยากกลับไปอยู่บ้านค่ะ”พร้อมกานต์ตอบ


“แล้วไม่อยากอยู่กับพี่หรอ”ปีย์พูดด้วยหน้างอๆ


“ก็อยากอยู่ค่ะ สงสัยหนูกานต์ต้องแยกร่างออกแล้วค่ะ”หล่อนพูดแล้วยิ้มกว้างๆ


“แล้วบริษัทที่ติดต่อมา หนูกานต์จะทำไหม”ปีย์ถามเกี่ยวกับงานบ้าง


“ก็คงทำค่ะ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดนะคะ”หล่อนพูดแล้วก้มหน้ากินต่อ


“แต่ต้องออกไปต่างจังหวัด พี่เป็นห่วง”ปีย์พูดขึ้น


“จำไม่ได้หรอคะ เป็นความฝันของหนูเลยนะ”หล่อนพูดแล้วขยิบตาให้คนที่นั่งตรงข้าม


“พี่เป็นหมอแล้ว ตอนนี้เป็นอาจารย์ด้วย มีเวลาว่างให้หนูกานต์อยู่แล้ว” หล่อนได้ยินก็หัวเราะขึ้น


“เมื่อคืนก่อนพี่ปีย์ยังไม่ว่างอยู่เลย”หล่อนพูดขึ้นยิ้มๆ


“อันนั้นมันนานๆที ไม่นับสิ”อาจารย์หนุ่มรีบแย้งขึ้น


“หนูอยากลองค่ะ หนูอยากลองเอาความรู้ที่เรียนมาไปใช้”หล่อนพูดแล้วพยายามทำหน้าอ้อน


“ถ้าหนูกานต์เครียดเกินไป เปลี่ยนเลยนะ สัญญากันก่อน”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้นด้วยหน้าเคร่งๆ


“มันก็ต้องเครียดอยู่แล้วพี่ปีย์”หล่อนพูดเสียงอ่อยๆ


“ถ้าหนูจัดการมันไม่ได้ แสดงว่ามันไม่เหมาะกับหนู”อาจารย์หนุ่มยังพูดต่อ


“สัญญาได้ไหมคะหนูกานต์ของพี่”อาจารย์หนุ่มพูดเสียงอ้อนกว่าเดิมแล้วเอื้อมมือมาจับหล่อน ทำแบบนี้ให้ตายหล่อนก็แพ้อยู่ดี


“สัญญาค่ะ”หล่อนพูดด้วยหน้างอๆ จนปีย์เปลี่ยนเรื่องคุย


ตอนเที่ยงพร้อมกานต์ก็สอนปีย์ทำข้าวผัดกุ้ง เมนูง่ายๆ พี่ปีย์เป็นคนเรียนรู้อะไรเร็วมาก ขนาดทำอาหารแต่เจ้าตัวไม่ชอบทำเองเท่านั้น หล่อนคิดว่าจะเขียนวิธีทำให้ชายหนุ่มแต่คงเป็นเมนูง่ายๆ


หลังจากนั้นพร้อมกานต์ก็ไม่ค่อยว่างเพราะต้องรีบทำโครงงานส่งก่อนสอบปลายภาคหนึ่งอาทิตย์


“โชคดีนะเนี่ยที่ฉันลงตามแกหมดเลยกานต์ เลยได้จบสามปีครึ่ง”จันทร์เจ้าพูดขึ้น


“แต่ก็หืดขึ้นคอเหมือนกันนะเนี่ย อาทิตย์หน้าก็สอบแล้วอ่านหนังสือถึงไหนแล้วจันทร์”หล่อนถามเพื่อน


“ยังไม่ได้อ่านเลย วันนี้พรีเซนเสร็จพรุ่งนี้ก็จะเริ่มอ่านแล้ว โชคดีนะที่อาจารย์ปิดคอร์สหมดแล้ว”จันทร์เจ้าบอก


“ฉันคงเหมือนกัน แต่ละวิชายากๆทั้งนั้น”หล่อนคิดแล้วก็ถอนหายใจ


“สู้ๆเดี๋ยวก็จบแล้ว ฉันไปก่อนนะ แฟนมารับแล้ว”จันทร์เจ้าพูดขึ้น ส่วนหล่อนหรอก็ปั่นจักรยานกลับหอเหมือนเดิมเพราะวันนี้พี่ปีย์ทำงานเหมือนเดิม แต่หล่อนก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร


พร้อมกานต์กลับมานอนจนเย็นก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น


“หนูกานต์อยู่หอไหม”หล่อนได้ยินเสียงถามมาตามสาย ตอนนี้หล่อนยังหลับตาบนเตียงอยู่เลย


“พี่ปีย์หรอคะ”หล่อนถามด้วยเสียงงัวเงีย


“นอนอยู่หรอ นอนต่อเถอะเดี๋ยวพี่ขึ้นไป” ปีย์ไปขอเพิ่มลายนิ้วมือขึ้นหอตั้งแต่คบกันแรกๆและยังมาปั๊มกุญแจห้องเรียบร้อย


“ค่ะ”หล่อนกดวางสายแล้วหลับต่อไป จนรู้สึกว่ามีคนมากอด หล่อนจำได้ว่าเป็นกลิ่นของปีย์เลยซุกหน้าเข้ากับอกกว้างๆ


พร้อมกานต์ตื่นมาก็รู้สึกสดชื่นขึ้น หล่อนรู้สึกมีคนกอดหล่อนอยู่เลยเงยหน้านิดหนึ่งก็เห็นเป็นอาจารย์หนุ่มที่กำลังหลับอยู่ หล่อนมองไปที่ทางนาฬิกาก็เห็นเกือบสองทุ่มแล้ว เลยจะปลุกคนที่กอดหล่อนอยู่แต่หันมาก็เห็นอาจารย์หนุ่มตื่นแล้ว


“หนูกานต์หิวแล้ว”หล่อนพูดด้วยเสียงอ้อนๆ


“ถ้าอย่างนั้นเราไปตลาดกันเถอะ”ปีย์พูดขึ้นแล้วจุ๊บไปที่ปากของหล่อนเบาๆ


“อีกแล้วๆ”หล่อนจะเริ่มบ่น ชายหนุ่มก็รีบพูดขึ้นก่อน


“รีบไปเถอะ เด๋ยวหนูกานต์จะหิวกว่านี้นะ” ทั้งคู่เดินไปด้วยกันเรื่อยๆจนถึงตลาด แล้วเดินกลับมาที่หอพักของหล่อนอาจารย์หนุ่มขึ้นไปบนห้องของพร้อมกานต์อีกครั้ง


“พี่ปีย์คะ หนูกานต์ขออ่านหนังสือสักอาทิตย์นะคะ เดี๋ยวพอสอบเสร็จหนูกาต์จะรีบไปหาทันทีเลยนะคะ”หล่อนบอกปีย์เพราะเวลาหล่อนสอบหล่อนจะขาดการติดต่อไปเลย หล่อนต้องการสมาธิอย่างมาก


“พี่ต้องคิดถึงหนูกานต์อีกแล้วสินะ”ชายหนุ่มพูดหน้างอๆ


“หนูกานต์ก็คิดถึงพี่ปีย์ค่ะ แต่อาทิตย์เดียวเองเดี๋ยวเราก็ได้คุยกันแล้ว”หล่อนเอาหน้าไปไถ่กับแขนอาจารย์หนุ่ม หล่อนเห็นชายหนุ่มแอบยิ้มก่อนที่จะพยักหน้านิดๆ


“ขอบคุณมากค่ะ”หล่อนพูดแล้วยิ้มกว้างๆ แต่อาจารย์หนุ่มยิ้มกว้างมากกว่า


“ถ้าอย่างนั้นหนูกานต์ต้องปลอบพี่ก่อน”ปีย์พูดขึ้น


“อย่างไรคะ”หล่อนถามแล้วขมวดคิ้ว


“อย่างนี้ไงคะ”คนตรงหน้ากระตุกยิ้มเล็กๆแต่หล่อนก็สังเกตทัน


ปีย์ยกมือข้างหนึ่งมาจับหน้าหล่อนเอาไว้ส่วนอีกข้างก็คว้าเอวหล่อนก่อนที่จะค่อยๆก้มหน้าลงมา หล่อนค่อยๆหลับตาเมื่อรู้สึกริมฝีปากของอาจารย์หนุ่มประกบกับริมฝีปากของหล่อน จากจูบหวานๆกลายเป็นร้อนแรงขึ้นเรื่อย ตอนนี้ขาหล่อนค่อยๆอ่อนลงเรื่อยๆจนแทบหมดแรง ตอนนี้หล่อนรู้สึกว่าหลังของหล่อนสัมผัสกับที่นอน หล่อนก็สะดุ้งทันที อาจารย์หนุ่มค่อยๆผลักออกช้าๆ


“แค่จูบได้ไหมคะ”ปีย์พูดด้วยเสียงแหบๆ หล่อนพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่คนที่คล่อมหล่อนอยู่จะก้มลงมาจูบใหม่อีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้ง


ความคิดเห็น