facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 19 คุย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2561 20:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 คุย
แบบอักษร

​พร้อมกานต์ตื่นอาบน้ำแปรงฟันก็ลงมาข้างตอนนี้หกโมงนิดหน่อย หล่อนลงมาก็เห็นอาจารย์ปีย์ไม่ใช่สิหล่อนต้องเรียกว่าพี่ปีย์กำลังนั่งดูโทรทัศน์กับอากงและป๊า แต่ละคนปากวิเคราะห์ข่าวกันอย่างเมามัน หล่อนได้แต่มองว่าชั่งเป็นสามหนุ่มสามวัยที่เข้ากันได้ดีจริงๆ


“ทำอะไรกันอยู่คะ”หล่อนถามขึ้นขณะเดินไปหอมแก้มป๊ากับอากง หล่อนเพียงแต่ยิ้มให้พี่ปีย์ของหล่อนเท่านั้น


“กำลังดูข่าวกันอยู่ ดูด้วยกันสิลูก”ป๊าหล่อนชวนแต่หล่อนรีบส่ายหน้าทันที


“คนแก่ดูกันไปเถอะ หนูกานต์ไปเดินเล่นดีกว่า”หล่อนพูดจบก็เดินไปเดินเล่นตรงสวนดอกไม้ พี่ปีย์ก็เดินมายืนข้างๆ


“เมื่อกี้หอมแก้มป๊ากับอากงแล้วทำไมไม่หอมแก้มพี่บ้างเลย”หล่อนได้ยินพี่ปีย์พูดด้วยเสียงเรียบๆ หล่อนเลยหันไปดู แต่พอหล่อนหันไปมองก็รีบหันหน้าไปทางอื่น


“อย่างอนสิคะ นะคะไม่งอนหนูกานต์นะ”หล่อนเอามือไปลูบแขนเบาๆเพื่อเป็นการง้อแต่ชายหนุ่มก็หันไปมองทางอื่นอยู่


“พี่ปีย์ขา ดีกันนะคะ”หล่อนเอาหัวไปไถ่กับแขนแต่คนตรงหน้าแค่มองนิดหนึ่ง


“พี่ปีย์บอกหนูกานต์มาเลยดีกว่า ว่าจะให้ทำยังไง” คนตรงหน้าหล่อนก้มหน้าลงมาแล้วหันแก้มให้ ตอนนี้หล่อนรู้ว่าตัวเองหน้าแดงจัดแน่ๆ หล่อนรีบหอมแก้มเร็วๆแล้วรีบเดินไปทางต้นแก้วที่ยังส่งกลิ่นหอม


ปีย์เดินตามพร้อมกานต์ไป หล่อนเห็นคนตรงหน้าเด็ดช่อดอกแก้วมาหนึ่งช่อแล้วยื่นมาตรงหน้าหล่อน


“ให้หนูกานต์หรอคะ”หล่อนถาม


“พี่ให้หนูกานต์ หนูกานต์เข้าใจความหมายใของดอกแก้วไหม”หล่อนพยักหน้า ดอกแก้วหมายถึงรักอันบริสุทธิ์ หล่อนยื่นมือจะไปรับแต่พี่ปีย์ของหล่อนจับมือไว้ก่อน หล่อนเลยเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นชายหนุ่มค่อยๆก้มลงจูบดอกไม้เบาๆ แล้วสบตาหล่อน


“ถึงตอนนี้พี่อาจจะไม่ได้พูดอะไร แต่พี่อยากให้หนูกานต์ดูที่การกระทำของพี่ เมื่อถึงเวลาพี่จะพูดคำนั้นกับหนูกานต์ในเวลาที่เหมาะ หนูกานต์จะรอพี่ได้ไหม”หล่อนเข้าใจความหมายที่คนตรงหน้าบอกหล่อนพยักหน้า


“หนูกานต์จะรอค่ะ ถ้าพี่ปีย์จะไม่ไปไหน แต่ถ้าพี่ปีย์ไปเมื่อไรหนูกานต์ก็จะเลิกรอทันที”หล่อนพูดจบก็ยิ้มให้ชายหนุ่ม อาจารย์หนุ่มเลยดึงหญิงสาวเข้ามากอดเอาไว้


“พี่จะไม่ไปไหน”ปีย์พูดจบก็ค่อยๆคลายอ้อมกอดออก ทั้งคู่ก็มองตากันไม่มีใครพูดถึงสถานะตอนนี้แต่ทั้งคู่ก็เข้าใจว่าตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว


“เราเข้าบ้านกันเลยไหม เห็นอาม่ากับม๊าเตรียมของจะใส่บาตรอยู่”พี่ปีย์พูดขึ้น


“น่าจะเสร็จแล้วเราเข้าไปข้างในกันเถอะ”หล่อนกำลังจะเดินไปแต่ปีย์ก็จับมือของพร้อมกานต์ก่อน แล้วทั้งคู่ก็หันมายิ้มให้กัน


“อะไรเดินแค่นี้ต้องถึงกับจับไม้จับมือกันเลย”ป๊าพูดขึ้นเสียงดุๆ แต่ข้างในตาระยิบเลย หล่อนเห็นก็จะดึงมือออกแต่คนสูงๆข้างไม่ยอมปล่อย


“ป๊า ม๊า อากง อาม่าครับ ผมขออนุญาตนะครับ”หล่อนเห็นคนข้างๆหล่อนมองด้วยสายตาจริงจังไปที่ครอบครัวหล่อน หล่อนรู้ว่าไม่ได้หมายถึงขออนุญาตจับมือหล่อนแค่นี้แน่ อาจจะหมายความว่าขออนุญาตคบกับหล่อน


“ตามใจยัยหนูสิ”อากงพูดขึ้นแล้วกระพริบตาให้พี่ปีย์


“ป๊าก็เหมือนกัน”ป๊าหล่อนยิ้มกว้างผิดปกติ พวกเราทุกคนรู้ว่าทั้งสองแอบคุยกับพี่ปีย์ของหล่อนเรียบร้อยแล้ว


“ก็ป๊ากับอากงอนุญาตไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว พวกเราได้ยินหมดแล้ว”ทั้งสามหนุ่มต่างวัยหันมามองหน้าหล่อน หล่อนเลยแกล้งเอามืออีกข้างที่ว่างอยู่ขึ้นมาปิดปาก


“ว้าแย่จัง ความลับหลุดซะแล้ว” ทั้งสามคนหัวเราะพร้อมกัน


“อะแฮ่ม แต่ม๊ากับอาม่ายังไม่ได้อนุญาต ปล่อยมือก่อนดีไหมปีย์”ม๊าบอกด้วยสีหน้าเรียบๆ เรื่องแบบนี้พวกผู้หญิงก็วางแผนไว้แล้วเหมือนกัน


“พี่ปีย์คะ ปล่อยก่อนเถอะค่ะ”หล่อนพูดแล้วพลางดึงมือออก แต่พี่ปีย์ก็ยังไม่ยอมปล่อย


“จะไม่ปล่อยจริงๆใช่ไหม”อาม่าพูดขึ้นด้วยหน้านิ่งๆ


“ถ้าไม่ปล่อยตอนนี้ก็อย่าปล่อยอีกแล้วกัน”อาม่าพูดจบก็ยิ้มให้ หล่อนได้ยินคนข้างๆแอบถอนหายใจเบาๆ


“ถ้าอย่างนั้นต้องช่วยดูแลกันและกันให้ดีๆนะลูก ที่หลวงพ่อพูดเมื่อวานแม่ใจคอไม่ดีเลย”ม๊าหล่อนพูดขึ้น มือที่คนข้างๆจับหล่อนอยู่ก็บีบแน่นขึ้น หล่อนเลยเอามืออีกข้างที่ถือช่อดอกแก้วเอามาลูบแขนเบาๆ พี่ปีย์ก็หันมายิ้มให้หล่อน


“โธ่ หนูบอกแล้วว่าหนูแข็งแรงจะตาย ไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอกค่ะ แล้วหลวงปู่ก็บอกว่ามันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ถ้าหนูมีสติ”หล่อนพยายามบอกทุกคนว่ามันอาจจะไม่เกิดอะไรขึ้นเลยก็ได้


“ไปรอพระหน้าบ้านกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันนะคะ”หล่อนรีบเตือนทุกคน


“พี่ปีย์ไปช่วยหนูกานต์ยกออกไปนะคะ ทุกคนจะได้ไปรอหน้าบ้านได้เลย”เมื่อหล่อนจัดการทุกอย่างเสร็จพระก็เดินมาพอดี ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี


“หนุ่มสาวจะไปเคาท์ดาวน์กันที่ไหน”หล่อนกับปีย์มองหน้ากัน แล้วหล่อนก็กระซิบกระซาบใหชายหนุ่มรู้ ปีย์ได้แต่พยักหน้า ผู้ใหญ่ได้แต่มองมาที่ทั้งคู่อย่างงงๆ


“หนูได้ปรึกษากับพี่ปีย์แล้วค่ะ”หล่อนพูดขึ้นแล้วยิ้มกว้าง


“แต่จากที่ป๊าดู เหมือนหนูจะบอกอย่างเดียวเลยนะ ปีย์ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำจะเรียกว่าปรึกษาได้หรอลูก”ป๊าพูดจบก็หัวเราะแต่หล่อนหน้างอ แล้วหันหน้าไปหาปีย์


“พี่ปีย์ขา พี่ปีย์เห็นด้วยกับหนูกานต์ใช่ไหมคะ”หล่อนจับแขนชายหนุ่มแกว่งไปมาเบาๆ เขาได้แต่ยิ้มแล้วตอบไป


“หนูกานต์ว่ายังไงพี่ก็เห็นด้วยหมดแหละครับ”หล่อนเลยหันหน้าไปทางป๊า


“เห็นไหม หนูปรึกษาแล้วนะป๊า”หล่อนพูด แล้วทุกคนก็หัวเราะออกมา


“ป๊าไม่แกล้งแล้ว สรุปจะไปไหนกัน”ป๊าหล่อนถาม


“อยู่บ้านจ้ะ ทำบาร์บีคิวกินกันเถอะ เดี๋ยวหนูจะชวนศศิกับภัทรด้วย”หล่อนพูดจบก็โทรหาภัทรทันที ทุกคนได้แต่ส่ายหน้าในเมื่อหล่อนตัดสินใจแล้ว ก็คงเป็นแค่ประโยคบอกเล่า


“ภัทร ตอนเย็นมากินบาร์บีคิวกันไหม ชวนป๊ากับม๊าแกด้วย แล้วก็ชวนคนดีของแกมาด้วย”หล่อนพูดทันทีที่ภัทรรับสาย


‘แกโทรมาชวนหรือโทรมาสั่งฉันกันแน่ เดี๋ยวบอกให้” ภัทรตอบ


“โทรมาชวนสิ รีบพูดเผื่อแกไม่ว่างไง” หล่อนรีบแกตัว


‘โอเคแค่นี้แหละ ถ้ายังแล้วจะแชทไปบอกรออ่านแล้วกัน” ภัทรพูดจบก็วางสายทันที


“ภัทรบอกว่าเดี๋ยวไปบอกป๊ากับม๊าให้”หล่อนบอกทันทีที่วางสาย


“แล้วศศิละลูก”ม๊าหล่อนถามขึ้น


“คนดีของภัทรหรอม๊า เดี๋ยวบอกให้เหมือนกันจ้ะ” หล่อนพูดจบก็เห็นเด็กชายลงมาจากบันได


“สวัสดีครับทุกคน”เด็กชายทักขึ้น


“หิวหรือยังลูก ไปกินข้าวต้มทรงเครื่องกันดีกว่า”อาม่าของหล่อนถามขึ้น


“ครับ หิวมากเลยครับ”อาม่าเลยเดินจูงมือเด็กชายเข้าไปในครัวทุกก็เดินตามเข้าไปอาม่าพาน้องธามมานั่งข้างๆแทนที่ของบิดาหล่อน


“ม๊าที่ผมนะ”ป๊าหล่อนโวยวายขึ้น


“เสียสละหน่อยน่า พรุ่งนี้ก็กลับกันแล้ว”อาม่าพูดขึ้น


“ป๊าก็นั่งตรงหัวโต๊ะอีกด้านเดี๋ยวม๊านั่งข้างๆป๊าเอง ปีย์มีนั่งที่ม๊านะลูก”ม๊าหล่อนพูดแล้วจัดการเสร็จสรรพ


พร้อมกานต์ตักข้าวต้มให้ทุกคนแล้วม๊าค่อยเดินตามโรยต้นหอมโรยขิงให้


“ผมไม่เอาได้ไหมครับม๊า”ปีย์พูดขึ้น แล้วหล่อนเห็นหน้าม๊าเตรียมตัวโดนบ่นแน่ๆ


“เป็นหมอยังไงไม่กินผัก รู้ทั้งรู้ว่ามันมีประโยชน์”ม๊ากำลังจะบ่นยาวหล่อนรีบกระซิบปีย์ทันที


“พี่ปีย์บอกม๊าเอาต้นหอมเถอะ บอกว่าไม่กินขิงหนูก็ไม่กินเหมือนกัน ไม่งั้นพี่ปีย์ไม่ได้กินข้าวแน่”ปีย์พยักหน้ารับคำแนะนำ


“ถ้าอย่างนั้นผมเอาต้นหอมอย่างเดียวได้ไหมครับ ผมกินขิงไม่เป็นจริงๆ”เขาพูดขึ้น ม๊าเลยพยักหน้าแล้วโรยให้แต่ต้นหอม


“เป็นหมอต้องกินพวกผักด้วยนะลูก ไม่ใช่สั่งแต่พวกคนไข้กินอย่างเดียว”มารดาหล่อนพูดอีกนิดหน่อยจนป๊าชวนเปลี่ยนเรื่องไปเรื่องน้องธามแทน


พอกินอาหารเช้าเสร็จก็ไปซื้อของมาทำบาร์บีคิวกันตอนเย็น ทุกคนก็ไปเที่ยวตลาด ตอนนี้แบ่งเป็นสองกลุ่ม มีหล่อนกับพี่ปีย์ อีกกลุ่มก็ป๊า ม๊า อากง อาม่า น้องธาม แบ่งกันซื้อจะได้เสร็จเร็วๆแต่ทำไมกลุ่มหล่อนมีแค่2 แต่อีกกลุ่มมี5 หล่อนเลือกของไปก็คอยสอนอาหารเลือกของไป จนเสร็จแล้วไปนั่งรอที่สวนสาธารณะใกล้ๆ


“ทำไมตอนนั้นที่ไปค่ายอาสาถึงไปอยู่ฝ่ายทาสีล่ะ”อยู่ปีย์ก็ถามขึ้นมา หล่อนไปมอง


“หนูอยากไปอยู่ฝ่ายทัศนียภาพแต่ภัทรไม่อนุญาต” ปีย์พยักหน้าให้


“ถ้าคุณไปอยู่ฝ่ายนั้นผมคงไปลากคุณออกมาเอง” ปีย์พูดขึ้น หล่อนเลยหัวเราะใส่


“อาจารย์ปีย์ของหนูกานต์ก็ไปลากลงมาจากบันไดเหมือนกันนี่คะ” หล่อนหันไปยิ้มกว้าง


“ก็มันอันตราย พี่เลยอยากช่วย”พี่ปีย์พูดขึ้น


“แล้วทำไมตอนนั้นไม่พูดดีๆละคะ”หล่อนถามขึ้น


“เขิน”หล่อนหันไปมองหน้าคนที่นั่งข้างๆหล่อน


“แล้วแต่นี้ทำไมเลิกเขินละคะ”หล่อนถามขึ้น


“มีคนมาจีบหนูกานต์ของพี่มากเกินไป”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้นมา


“แล้วเมื่อก่อนคิดว่าไม่มีหรอคะ”หล่อนถามขึ้น


“มี แต่พี่รู้สึกว่าหนูกานต์เอาแต่หนีพี่ พี่ไม่ชอบ”หล่อนหัวเราะขึ้นมา


“หนูกานต์หลบมาเป็นปีทำไมพี่ปีย์พึ่งรู้สึกคะ”พร้อมกานต์ถามขึ้น


“ก็พยายามเข้าไปใกล้ๆแล้ว แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี เลยต้องมาหาถึงที่บ้านยังไง”หล่อนยิ้มให้


“ก็ถ้าพี่ปีย์บอกหนูกานต์ตั้งแต่แรก มันก็ไม่วุ่นวายหรอกค่ะ”หล่อนหน้างอใส่


“โอเค พี่ผิดเอง พี่ขอโทษ”ปีย์ยอมรับผิดง่ายๆ



“แล้ววันที่เข้าค่าอาสาพี่ปีย์ได้กระดาษของใครคะ”หล่อนถามขึ้น


“ของหนูกานต์ไง”หล่อนตาโตขึ้น


“ทำไมหนูไม่เห็นรู้เลย” ปีย์ยิ้มให้หล่อน


“ก็พี่รู้ไงว่าเป็นหนูกานต์เลยไม่ต้องถามไง”หล่อนยิ้มให้


“แล้วหนูกานต์ได้ของใคร”ปีย์ถามขึ้น


“ตอนแรกหนูก็ไม่รู้ แต่หนูคิดว่ารู้แล้วค่ะ”หล่อนยิ้มให้


“ใครหรอ”ปีย์ถามขึ้น


“พี่ปีย์ไงคะ ตอนแรกหนูก็คิดว่าใช่แต่มันเขียนว่าโสดเลยตัดออกไปคนแรกเลย”หล่อนยิ้มแห้งๆให้


“ก็เป็นซะแบบนี้ไงเรานี่นะ”ปีย์ขยี้หัวพร้อมกาต์เบาๆ


“โธ่ก็หนูกานต์ไม่รู้นี่คะ”ทั้งคู่ก็คุยกันไปเรื่อยๆหยอกล้อกันไป จนโทรศัพท์พร้อมกานต์ดังขึ้น


“ค่ะม๊า”หล่อนรับสาย


‘อยู่ไหนแล้วลูก’ ม๊าถามขึ้น



“รออยู่ที่สวนสาธารณะคะ เสร็จแล้วหรอคะ”หล่อนถามกลับ


‘จ้ะ ม๊ารอที่รถนะลูก’มารดาหล่อนพูดจบก็ตัดสายไป


“ไปกันเถอะค่ะ ทุกคนรอที่รถ”หล่อนหันไปพูดกับคนข้างๆ ปีย์พยักหน้าแล้วจับมือหล่อนเดินไป


“ทำไมเดี๋ยวต้องนั้นจับนี้อยู่เรื่อย”หล่อนบ่นขึ้น


“เป็นตั้งนานแล้ว แต่ช่วงนี้เป็นหนัก”ปีย์พูดขึ้นหน้าตาเฉยๆ


“จริงหรอคะ ทำไมหนูกานต์ไม่เห็นรู้ตัว”หล่อนรีบหันไปมองชายหนุ่มทันที


“ก็หนูกานต์ความรู้สึกช้าตลอด”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้นแล้วทำหน้าเมื่อยๆใส่หล่อน


“ก็คนไม่รู้จะให้ทำยังไงละคะ”หล่อนพูดขึ้นแล้วหน้างอ


“เป็นอย่างนี้ก็ดีแล้ว ใครมาจีบจะได้ไม่รู้”คนข้างๆพูดขึ้น แต่หล่อนกลับถอนหายใจออกมา


เมื่อมาถึงที่รถแล้วทุกคนก็ขึ้นรถทันที น้องธามคุยจ้อตลอดทางหล่อนก็ร่วมด้วยช่วยกันคุยจนถึงบ้าน หล่อนกับปีย์ถูกให้มาล้างผัก หล่อนสอนวิธีการล้างให้อาจารย์หนุ่ม


“พี่ปีย์ไม่เคยทำกับข้าวเลยหรอคะ”หล่อนถามไปด้วยมือก็ทำงานไปด้วย


“ไม่เคย ทำไมเป็นเลยไม่ทำ”ปีย์บอก


“ถ้าหัดแล้วจะทำเป็นได้ไงคะ”หล่อนพูดขึ้น


“ก็กำลังหัดอยู่นี้ไงหนูกานต์”ปีย์พูดขึ้นบ้าง


“เดี๋ยวหนูกานต์สอนก็ได้ค่ะ ของแบบนี้ง่ายๆ”หล่อนพูดแล้วหันไปยักคิ้วใส่ชายหนุ่ม


“จะคิดค่าสอนเท่าไรดีครับคุณครู”อาจารย์หนุ่มแซวขึ้นมา


“ขอคิดก่อนแล้วกันนะคะ”หล่อนหันมาพูดแล้วยิ้มกว้าง


พร้อมกานต์ล้างเสร็จก็เอามาหันแยกเอาไว้ แล้วเอาเนื้อหมู เนื้อไก่ที่หันไว้แล้วมาเสียบไม้ หล่อนทำไปเรื่อยๆสองอาหลานหลานก็เกิดอยากช่วยขึ้นมา


“พี่กานต์น้องธามช่วยได้ไหมครับ”น้องธามเดินมาสะกิดแขนหล่อน


“พี่ก็อยากช่วยด้วย”อาจารย์หนุ่มก็พูดขึ้นด้วย


“สัญญากันก่อนนะ ว่าห้ามเล่นเด็ดขาด”หล่อนพูดขึ้นก่อนที่จะรับปาก


“สัญญาครับ/สัญญาครับ”สองอาหารพูดขึ้นพร้อมกันหล่อนเลยพยักหน้า


“ถ้าอย่างนั้นก็ทำตามนะคะ”หล่อนสอนวิธี ทำบาร์บีคิวมันไม่ยากเลย


ทุกคนช่วยกันทำเสร็จหล่อนก็ไปเรียกอาม่ามาหมักบาร์บีคิวให้เพราะสูตรของอาม่าอร่อยสุดๆ ไปกินที่ไหนก็ยังสู้ไม่ได้


“อาม่าทำบาร์บีคิวอร่อยที่สุดเลยค่ะ ถ้าได้ลองแล้วต้องอยากกลับมากินใหม่แน่ๆ”หล่อนพูดขึ้น


“น้องธามอยากกินแล้วครับ”น้องธามพูดขึ้น


“เอาไว้เย็นนี้นะครับ ได้กินแน่ๆ แต่ตอนนี้เราต้องกินข้าวเที่ยงกันก่อนนะครับ”หล่อนบอกแล้วเดินเข้าไปในโต๊ะอาหารวันนี้มีเมนูง่ายๆคือข้าวผัดทะเล


“หอมจังเลยจ้ะ หนูหิวขึ้นมาทันทีเลย”พร้อมกานต์พูดขึ้นแล้วนั่งประจำที่ พอทุกคนนั่งครบก็เริ่มกินอาหารกัน


“พอกินได้ไหมปีย์”ม๊าหล่อนถามขึ้น


“อร่อยมากครับม๊า”ปีย์ตอบกลับ คนทำก็ทำหน้าปลื้มใจว่ามีคนชอบ


ทุกคนกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันไปตามสบาย หล่อนกำลังจะเปิดประตูเข้าอง ก็เห็นสองอาหลานมายืนยืนข้างหล่อนก็เลยหันไปถาม


“มีอะไรกันหรือป่าวคะ”หล่อนถามขึ้น


“น้องธามอยากเข้าไปเล่นในห้องพี่กานต์ได้ไหมครับ”น้องถามพูดขึ้น


“พี่จะมาดูแลน้องธาม”หล่อนส่ายหน้าให้กับอาหลานทั้งคู่


“เชิญค่ะ แต่ในห้องไม่มีอะไรเลยนะคะ”หล่อนพูดขึ้นบ้าง


เมื่อทั้งอาหลานเดินเข้าไปในห้องหล่อนก็ปิดประตู แล้วเดินไปที่เตียงที่เห็นน้องธามขึ้นไปนอนเรียบร้อยแล้ว


“อ้าวไหนบอกว่าจะเข้ามาเล่นไง หลับไปซะแล้ว”หล่อนเลยนั่งลงข้างๆอาจารย์หนุ่ม


“แล้วอาจารย์ปีย์เข้ามาอะไรละคะ น้องธามก็หลับไปแล้ว”หล่อนพูดขึ้น


“ไม่ทำอะไร แค่อยากอยู่ใกล้หนูกานต์เลยพาน้องธามเข้ามานอนในนี้ด้วยจะได้ไม่น่าเกียจ”หล่อนหันไปมองทางอื่นแล้วยิ้มออกมา


“พี่ปีย์อ่ะ ทำเดี๋ยวนี้เป็นคนแบบนี้แล้ว เมื่อก่อนยังประหยัดคำพูดอยู่เลย”หล่อนพูดขึ้นมา


“ก็เราต้องทำความรู้จักกันให้มากขึ้นไม่ใช่หรอ พี่ต้องพูดให้มากขึ้นเหมือนกัน”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น


“ก็แล้วแต่พี่ปีย์สิคะ ถ้าพี่ปีย์อยากพูดก็พูดเถอะค่ะ หนูกานต์ก็จะฟังแทน”หล่อนพูดแล้วยิ้มกว้างๆให้


“เมื่อไรจะจบหนูกานต์ อีกปีครึ่งเลยหรอ”ปีย์ถามขึ้น แต่หล่อนส่ายหน้าคนตรงหน้าเลยขมวดคิ้วเป็นเชิงคำถาม


“คือหนูอกหักค่ะ หนูเลยลงให้เวลามันเต็ม หนูเลยวิ่งหัวหมุนเลยไงคะ เลยเหลือเรียนแค่สามปีครึ่ง”หล่อนพูดแล้วยิ้มแห้งๆ


“หนูกานต์อกหักจากใคร”อาจารย์หนุ่มพูดเสียงเข้มขึ้น แต่หล่อนหน้าแต่แล้วเข้าไปกระซิบชายหนุ่ม


“พี่ปีย์อย่าไปบอกใครนะคะ หนูอกหักจากอาจารย์ปีย์ค่ะ ทำใจมาตั้งหลายปีย์ก็ยังไม่ดีขึ้นสักที พอเจอหน้าก็ต้องเริ่มใหม่อีก เลยต้องหลบไปเรื่อย”หล่อนพูดจบก็เอาหน้าซุกลงบนเตียงทันที เพราะหล่อนได้ยินเสียงอาจารย์หนุ่มหัวเราะ


“อาจารย์คนนั้นไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ จะมาให้เห็นหน้าทำไมบ่อยๆใช่ไหม”หล่อนได้ยินแล้วรีบพยักหน้ากับเตียง


พร้อมกานต์ยังคงซุกหน้าอยู่กับเตียงจนมีมือหนามาจับหล่อนขึ้นมาแล้วกอดหล่อนไว้เบาๆ ตอนนี้ใจหล่อนแทบทะลุออกมา


“หนูกานต์ชอบอาจารย์คนนั้นหรอ”ปีย์ถามด้วยเสียงนุ่น เขารู้ว่าหล่อนยังไม่พร้อมสำหรับทำอะไรทั้งนั้น เข้าแค่กอดแล้วก็หอมนิดหน่อยเท่านั้น


“หนูชอบพี่ปีย์ค่ะ”พร้อมกานต์เงยหน้าขึ้นมามองนิดหนึ่งแล้วซุกลงไปกับไหล้กว้างๆของเขาใหม่


“พี่ก็ชอบหนูกานต์”เขาบอกหล่อนเช่นกัน


ปีย์กอดหล่อนอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าลมหายใจคนที่เขากอดอยู่สม่ำเสมอ หลับไปแล้วสินะ เตียงเล็กเกินไปเพราะตอนนี้มีเด็กชายนอนจองพ้นที่อยู่ก่อนแล้ว เขาเดินไปเอาหมอนกับผ้าห่มขนาดหกฟุตที่ห้องนอนของเขามาปูลงบนพื้นแล้วอุ้มร่างเล็กลงไปวางไว้บนผ้าห่มผืนใหญ่ แล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าที่น่าจะมีผ้าห่มพอเจอก็หยิบมาห่มให้หล่อน เขาเอาแขนสอดเข้าไปในช่องว่างระหว่างหมอนกับไหล่ แล้วว่างหัวลงบนหมอนใบเดียวกับหล่อนมืออีกข้างก็กอดเอวหล่อนเอาไว้


“ฝันดีนะคะหนูกานต์ของพี่”เขาพูดจบก็ประทับจูบลงไปบนหน้าผากเบาๆ

ความคิดเห็น