facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 17 เข้าใจผิด

ชื่อตอน : บทที่ 17 เข้าใจผิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.4k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2561 22:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17 เข้าใจผิด
แบบอักษร

​ปีย์ทำงานที่โรงพยาบาลทุกวันแล้วยังต้องตรวจข้อสอบส่งเกรดของนักศึกษาอีก เขาไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นเลยตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่อาทิตย์หน้าก็วันปีใหม่แล้วเค้าคิดว่าอยากจะไปเที่ยวอยุธยาสักหน่อย แต่งานนี้คงต้องมีตัวช่วยหน่อย อีกอย่างมีเวลาหยุดปีใหม่ประมาณสามวัน คงต้องใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดแล้ว เขากำลังดูรูปพร้อมกานต์ในโทรศัพท์เพลินๆ รอยยิ้มของเธอทำให้เขาสดใสไปด้วย รูปพวกนี้เขาก็แอบถ่ายตอนที่เธอเผลอ ตั้งแต่วันที่เขาขึ้นไปส่งเธอที่ห้องวันนั้นเธอก็เอาแต่หลบหน้าเขาตลอดพอเข้าไปใกล้เธอก็หนีห่าง จนเขาต้องคอยดูอยู่ห่างๆจนเมื่อวันก่อนที่เห็นเธอมากับนักศึกษาชายคนหนึ่งจนเผลอเดินเข้าไปหาแบบเมื่อวันก่อน แต่เธอก็ยังรีบไปอยู่ดี เขาคิดอะไรไปเรื่อยๆในห้องพักแพทย์ก็มีพยาบาลเข้ามาเรียก    


“อาจารย์คะห้องพร้อมแล้วค่ะ”ห้องที่พยาบาลว่าคือห้องผ่าตัด ชีวิตเขาวนเวียนอยู่แค่ที่บ้าน โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัย


“ครับ เดี๋ยวผมตามไป”เขาหันไปบอกพยาบาล เขาเดินไปเปลี่ยนชุดทำความสาดจนเรียบร้อยจึงเข้าไปในห้องผ่าตัด


พร้อมกานต์ที่กำลังช่วนมารดาปลูกต้นไม้อยู่หน้าบ้าน ตอนนี้ก็สายมากแล้ว อากงกับอาม่าก็นั่งจิบชาอยู่ที่ศาลา บ้านของหล่อนใช้ชีวิตสบายๆ


“ม๊าจ๋า เราลองเอาดอกไม้ไปปลูกอีกฝั่งไหมจ๊ะ หนูอยากได้ชิงช้ามาวางไว้ด้วย”หล่อนพูดขึ้นขนาดที่มือยังพรวนดินอยู่


“แล้วแต่หนูกานต์เลยจ๊ะ ถ้าหนูชอบ แล้วหนูกานต์อยากปลูกต้นอะไรจ๊ะ”เมื่อได้ยินที่มารดาบอกก็ยิ้มกว้างให้มารดาทันที


“ตอนกลิ่นต้นแก้วดีไหมจ๊ะ ปลูกตามตามแนวรั้วสักสี่ห้าต้น อย่างอื่นค่อยคิดกันอีกทีก็ได้จ๊ะ” หล่อนอยากปลูกกต้นแก้วเพิ่มจากเดิน กลิ่นดอกแก้วทำให้หล่อนรู้สึกสดชื่น


“ปลูกเพิ่มก็เหมือนกันดีจ้ะ ดอกแก้วตอนกลางคืนส่งกลิ่นหอมกระจาย”มารดาหล่อนพูดขึ้น แล้วลงมือช่วยกันตอนกิ่งต้นแก้ว หล่อนไม่น่าจะได้เป็นคนลงกิ่งเองเพราะต้องใช้เวลาจนกว่ารากจะงอก สวนชิงช้าคงต้องปรึกษากันตอนเย็นอีกครั้ง


ทุกคนในครอบครัวมานั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันเวลากินอาหารเย็น บิดาของพร้อมกานต์กลับมาจากทำงานแล้ว


“ป๊าขา หนูกานต์อยากได้ชิงช้าไว้ที่สนามค่ะ”หล่อนอ้อนบิดา


“จะให้ป๊าซื้อให้หรอหนูกานต์ ไปอ้อนอากงลูก อากงรวย”บิดาหล่อนพูดแล้วหัวเราะเบาๆ หล่อนเลยหันไปหาอากงแทน


“อากงจะซื้อให้หนูกานต์ไหมคะ”หล่อนเอื้อมมือจับจับแขนอากงที่นั่งอยู่หัวโต๊ะใกล้ๆหล่อน


“ถ้ายัยหนูอยากได้ อากงซื้อให้ก็ได้”อากงพูดจบ หล่อนก็ลุกไปหอมแก้มอากงทันที


“อากงตามใจหนูขนาดนั้น หนูคงต้องรักอากงมากที่สุดเลยใช่ไหมคะ”หล่อนจบอากงก็หัวเราะขึ้น


“แล้วป๊าละหนูกานต์”บิดาหล่อนท้วงขึ้น


“ก็อากงเป็นคนซื้อหนูก็ต้องรักอากงสิคะ”หล่อนตอบด้วยหน้าจริงจัง จนทั้งมารดาและอาม่ายิ้มน้อยๆ


“ถ้าอย่างนั้นป๊าซื้อให้เอง ป๊าไม่ต้องซื้อแล้วนะครับ ผมซื้อให้ยัยหนูเอง”บิดาหล่อนรีบพูดขึ้น


“แกไม่ต้องเลย พอยายหนูจะรักป๊ามากกว่าก็เป็นออย่างนี้ทุกที”อากงล่อนพูดขึ้นนจนทุกคนหัวเราะออกมา


“หนูกานต์เดี๋ยวป๊าให้คนมาส่งภายในสามวันเลยลูก”บิดาหล่อนพูดขึ้น


“อากงสั่งได้ภายในสองวันเลยนะยายหนู” อากงรีบพูดต่อ หล่อนกำลังจะอ้าปากพูด


“เอ้า ป๊าให้ส่งมาภายในพรุ่งนี้เลย”ป๊าหล่อนพูดจบทุกคนก็หัวเราะขึ้นทันที หล่อนหันไปมองหน้าอากงที่หันมายิ้มให้กันอย่างมีเลห์นัย บิดาหันมาเห็นพอดีก็พูดขึ้น


“นี่ป๊าถูกหลอกแล้วหรอ”ทุกคนยิ่งหัวเราะเสียงดังทันที เพราะทุกคนได้วางแผนไว้แล้วว่าต้องเอาเงินออกจากกระเป๋าบิดาของหล่อนให้ได้


“ป๊าสัญญากับหนูแล้วนะ อย่าผิดคำพูดนะจ๊ะ” หล่อนรีบพูดขึ้นก่อน แล้วทุกคนก็กินข้าวไปด้วยเล่าไปด้วยว่าวันนี้ทำอะไรกันบ้าง


หลังจากวันนั้นหนึ่งวัน ชิงช้าสีขาวก็มาวางไว้ตรงสวนเรียบร้อย หล่อนมานั่งดูดาวทุกคืน ต่างจังหวัดอย่างนี้ไม่มีแสงไฟเหมือนในกรุงเทพยิ่งเห็นดาวชัด พรุ่งนี้ก็วันที่30สิบแล้วจะสิ้นปีแล้วหล่อนกำลังคิดว่าปีหน้าหล่อนจะเป็นอย่างไร จะมีความสุขไหม หล่อนเดินขึ้นห้องขึ้นห้องเมื่อเห็นว่าน้ำค้างลงแรงขึ้น แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็เห็นมีข้อความจากอาจารย์ที่ช่วงหลังๆส่งมาทุกวัน หล่อนเปิดดู


‘ฝันดี ดูแลสุขภาพด้วย’หล่อนดูข้อความที่ส่งมาเหมือนเดิน แต่หล่อนก็ไม่เคยตอบกลับเลย หล่อนไม่รู้ว่าควรจะยังไงดี


พร้อมกานต์วางโทรศัพท์มือถือไว้โต๊ะข้างเตียง แล้วนอนลงคิดไปคิดมาจนหลับไป หล่อนตื่นขึ้นมาแต่เช้าก็ลงไปตักบาตรหน้าบ้านกับครอบครัว แล้วกินอาหารเช้าจนเรียบร้อยเกือบแปดโมงแล้ว หล่อนเลยจะไปเล่นที่บ้านภัทรแทน หล่อนกดกริ่งอยู่หน้าบ้านภัทรก็เดินออกมาจะเปิดประตูรั้วให้


“มาแต่เช้าเลย”ภัทรทักขึ้นพลางเปิดประตู


“ว่าง ไม่รู้จะทำไร”หล่อนตอบแล้วเดินนำเข้าไปในบ้าน ภัทรก็ปิดประตูรั้ว


พร้อมกานต์เดินตามกลิ่นหอมๆของขนมไปทางห้องครัว ก็เห็นมารดาของภัทรกำลังหันหลังทำอะไรอยู่ หล่อนค่อยๆย่องไปกอดจากทางด้านหลัง


“หอมจังเลยจ๊ะม๊า”หล่อนพูดขึ้นแล้วยื่นหน้าไปสูดกลิ่นขนมข้างหน้ามารดาภัทร


“ตายแล้วยัยหนูกานต์ มาแบบนี้คนแก่หัวใจจะวาย”มารดาของเพื่อนหล่อนตีแขนที่กอดอยู่เบาๆ หล่อนหัวเราะเสียงเบาๆแล้วปล่อยแขนออก


“ออกไปเล่นกับภัทรไปลูก เอาคุ๊กกี้พวกนี้ออกไปด้วยเลย”หล่อนรับมาแล้วรีบวิ่งออกไปที่ห้องรับแขกที่ภัทรกำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ พอหล่อนนั่งลงข้างๆภัทรก็รีบวางสายโทรศัพท์ทันที


“คุ๊กกี้ม๊าอร่อยจัง โชคดีชะมัดที่มาวันนี้”หล่อนพูดขึ้นแล้วหยิบคุ๊กกี้กินไป เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างๆจานคุ๊กกี้ดังขึ้นแต่หล่อนก็ไม่ได้สนใจอะไร


“กานต์ อาจารย์ปีย์โทรมา”หล่อนไม่ได้ตอบอะไรเพื่อนแต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดปิดเสียงไปแล้ววางลงไปบนโต๊ะใหม่


“วันนี้แกไปไหนป่าว”หล่อนถามขึ้น


“นัดกับศศิไว้ ว่าจะไปซื้อของขวัญวันปีใหม่กัน”หล่อนขมวดคิ้วทันที


“ไปซื้อด้วยกันนี่นะ ไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรเลยหรอ”หล่อนถามขึ้นอย่างแปลกใจ


“ไปซื้อด้วยกันดีกว่า จะได้ซื้อของที่อีกฝ่ายอยากได้ด้วย”ภัทรพูดจบเสียงโทรศัพท์ของหล่อนก็ดังขึ้นใหม่หล่อนเห็นหน้าจอก็ได้แต่ถอนหายใจ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดปิดเครื่องไปเลย


“ทำไมไม่รับ เผื่ออาจารย์จะมีธุระ”ภัทรพูดขึ้น


“ไม่อยากรับ กำลังอยู่ในช่วงตัดใจ”หล่อนรู้สึกว่าหล่อนจะพยายามตัดมาหลายปีแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ผมสักที


“อะไรของแกนักหนา ถ้าตัดไม่ได้ก็ลุยไปเลยดิ”ภัทรพูดขึ้นแล้วหันมามองหน้าหล่อน


“ลุยอะไรของแกว่ะ อาจารย์มีครอบครัวแล้วนะเว้ย แกจะบ้าหรอ”พร้อมกานต์โวยวายทันที


“เห้ยเดี๋ยว มีครอบครัวอะไรของแก แกหมายถึงใครกันแน่”ภัทรพูดขึ้นด้วยหน้าเหลอหลา


“ก็อาจารย์ปีย์ของแกไง มีทั้งลูกทั้งภรรยาแล้ว แกจะให้ฉันทำยังไงได้นอกจากตัดใจ”หล่อนพูดแล้วก็หน้าเศร้าลงทัน


“ตอนนั้นที่แกบอกฉันให้กันแกออกจากอาจารย์ ไม่ใช่เพราะว่าอาจารย์ปีย์เป็นอาจารย์ แต่เป็นเพราะว่าอาจารย์มีครอบครัวแล้ว” ภัทรถามขึ้นด้วยหน้าที่หล่อนอธิบายไม่ถูก


“ก็ใช่ไง”หล่อนตอบเพื่อน


“ไอ้กานต์ แกจำเข้าค่ายตอนปี1ได้ไหม กระดาษใบนั้นแกหาเจ้าของเจอหรือยัง”อยู่ๆภัทรก็ถามเรื่องนี้ขึ้นมาหล่อนเลยขมวดคิ้ว


“ยัง ถามทำไม”พอภัทรไดยินอย่างนั้นก็เอามือมาทึ้งหัวตัวเองทันที พร้อมกานต์เลยทำหน้างงๆ แต่ภัทรยกมือทั้งสองข้างมาจับไว้ที่ไหล่หล่อน แล้วมองตาหล่อนนิ่งๆ


“พร้อมกานต์แกตั้งใจฟังฉันนะ อาจารย์ปีย์ของแกยังมะ...”ภัทรพูดได้แค่นั้นก็มีเสียงอ๊อดหน้าบ้านดังขึ้นจนทั้งคู่หันไปดู ภัทรก็รีบเด้งตัวขึ้นแล้วรีบวิ่งไปเปิดประตูทันที หล่อนมองตามภัทรไปอย่างงงๆภัทรจะบอกอะไรหล่อน


พร้อมกานต์เดินออกมาดูตรงชานบ้านว่าใครมา หล่อนเห็นรถบีเอ็มสีดำขับเข้ามาในบ้านก่อน แล้วตามมาด้วยรถออดี้สีขาวขับตามเข้ามาทีหลัง ตาหล่อนโตขึ้นทันทีที่เห็นเป็นรถใคร ใจหล่อนเต้นเร็วขึ้นแต่ตอนนี้นี้หล่อนต้องหาทางหนีมองซ้ายมองขวาแล้วนึกขึ้นได้ว่าถ้าออกทางประตูหลังก็น่าจะได้ แต่ไม่ทันที่หล่อนจะคิดเสร็จ ร่างเด็กชายก็วิ่งมากอดหล่อนทันทีที่ลงจากรถสีขาว หล่อนก็รับไว้ทันที


“น้องธามคิดถึงพี่กานต์จังเลย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”เด็กชายหนุ่มอ้อนหล่อน หล่อนเลยก้มลงไปหอมแก้มทั้งสองข้างของเด็กชาย


“พี่ก็คิดถึงน้องกานต์เหมือนกันค่ะ”หล่อนพูดขึ้นแล้วยิ้มให้ หล่อนเงยหน้าขึ้นก็เห็นอาจารย์ปีย์ ชลินทราและผู้ชายอีกคนหนึ่งที่หน้าคล้ายๆอาจารย์ปีย์


“สวัสดีค่ะอาจารย์ พี่ลินแล้วก็เอ่อ...”แล้วยกมือไหวทั้งสองก่อนจะไหว้ผู้ชายอีกคนที่หล่อนไม่รู้จักแล้วไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี


“อ่อน้องกานต์นี่พี่ธัญญ์ สามีพี่เอง”ชลินทราพูดขึ้นแล้วหันไปควงแขนคนที่หล่อนว่าเป็นสามี หน้าหล่อนเลยเหลอหลาน่าดู


“แล้วอาจารย์ปีย์ไม่ใช่สามีพี่ลินหรอคะ” ทันทีที่หล่อนพูดจบสองสามีภรรยาก็หัวเราะขึ้น อาจารย์หนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับ เพื่อนหล่อนก็เอามือตบหน้าผาก ส่วนเด็กน้อยก็มองหน้าหล่อนด้วยอาการงงๆ


“อย่างปีย์หรอไม่ไหวหรอก เป็นเพื่อนกันนั้นดีแล้ว”ชลินทราพูดขึ้น


“แล้วน้องธามเรียกว่าป๊ะป๊า”หล่อนพูดได้แค่นั้น น้องธามก็พูดขึ้นมาก่อน


“ไม่เรียกแล้วครับ อาปีย์ไม่น่ารัก”หล่อนได้แต่อาปากเหวอ ตอนนี้หล่อนงงไปหมดแล้ว


“น้องธามอย่างอนป๊ะป๊าสิครับ บอกแล้วมันฝรั่งทอดกรอบในถุงแบบนั้นกินเยอะมันไม่ดีต่อสุขภาพ อย่าดื้อสิครับ”อาจารย์หนุ่มเดินมาคุกเข่าต่อหน้าน้องธาม หล่อนเลยมองหน้าอาจารย์ด้วยความสับสน ที่ผ่านมาหล่อนเข้าใจผิดมาตลอดหรอ แล้วเมื่อกี้ภัทรจะบอกคงจะเป็นเรื่องนี้สินะ หล่อนรีบเดินไปหาเพื่อนชายทันทีแล้วกระซิบเบาๆ


“เมื่อกี้แกจะบอกเรื่องนี้หรอ”หล่อนถาม


“ก็ใช่นะสิ ถ้าแกบอกฉัน ฉันก็คงบอกไปนานแล้ว”ภัทรพูดขึ้น


“อ้าวมากันแล้วหรอกคะ เชิญเข้าบ้านกันก่อนเลยค่ะ ทำขนมเสร็จพอดี” มารดาของภัทรออกมาตอนรับแขกที่มาใหม่ หล่อนเลยหันไปขมวดคิ้วถามเพื่อน แต่เพื่อนหล่อนได้แต่ยักไหล่น้อยๆแล้วเดินเข้าบ้านไป


พร้อมกานต์คิดว่าจะเดินกลับบ้านเลยดีกว่าถึงจะดูเสียมารยาทแต่หล่อนขอเวลานิดหนึ่งก่อน แต่หล่อนกำลังจะเดินไปทางรั้วน้องธามที่วิ่งออกมาจากในบ้านก็มาจับมือหล่อนไว้


“ทำไมไม่เข้าบ้านครับ น้องธามมาตามแล้ว”น้องธามพูดขึ้นแล้วพยายามดึงหล่อนเข้าบ้าน หล่อนได้แต่ถอนหายใจ


“อย่าดึงค่ะ เดี๋ยวล้มแล้วเป็นแผลพี่ไม่รู้ด้วยนะ”พร้อมกานต์พูดขึ้นแล้วเดินไปตามแรงจูงของเด็กชาย พอเข้ามาก็เหลือที่ว่างตรงข้างๆอาจารย์หนุ่ม ตอนนี้หล่อนได้แต่ก้มหน้าก้มตา แล้วนั่งเงียบๆ


“ลินไม่รบกวนแล้วกันค่ะ เพราะจะไปฮันนีมูนอีกรอบกับพี่ธัญญ์ค่ะ แต่ขอฝากอาหลานไว้หน่อยนะคะ”ชลินทราพูดขึ้นแต่หล่อนไม่เข้าใจว่าฝากไว้ทำไม


“ผมก็คงไม่รบกวนเหมือนกันครับ เดี๋ยวไปหาโรงแรมนอนก็ได้ครับ”เสียงอาจารย์หนุ่มที่นั่งข้างๆหล่อนดังขึ้น


“โอ้ยไม่รบกวนเลยค่ะ ห้องก็จัดไว้แล้วแค่สองคืนไม่ลำบากอะไรเลย”หล่อนพอจะเข้าใจแล้วว่ามารดาของภัทรอยากให้อาจารย์หนุ่มกับเด็กชายพักด้วยกัน


“พี่กานต์ครับผมไปนอนบ้านพี่กานต์ไม่ได้หรอครับ”เสียงเด็กชายพูดขึ้นทุกคนก็เงียบขึ้นทันที หล่อนที่นั่งก้มหน้าก็เงยหน้าทันที


“เอ่อ คงไม่ได้หรอกค่ะ ก็อาจารย์ปีย์พักที่นี้จะไปนอนบ้านพี่ได้ยังไงคะ”หล่อนพูดขึ้น


“ถ้าอย่างนั้นก็ให้อาปีย์ไปนอนบ้านพี่กานต์ด้วยสิครับ”เด็กชายยังต่อรอง แต่หล่อนได้แต่อ้าปากค้าง ไม่รู้จะตอบอะไรดี


“น้องธามไม่ดื้อสิครับ”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น น้องธามหันไปหน้างอใส่อาจารย์แล้วสะบัดหน้าหนี เมื่อคนอื่นๆเห็นอาการอย่างนี้ก็หยุดยิ้มกับกิริยาแบบเด็กๆไม่ได้ แต่หล่อนเริ่มเหงื่อตกแล้ว


“นะครับพี่กานต์ นะ น้องธามค้างแค่2คืนเองนะ นะครับ”ธามธามพูดแวเขย่าแขนหล่อน โธ่พร้อมกานต์ไม่น่าเป็นคนขี้ใจอ่อนเลย


“ถ้าอย่างนั้นพี่ไปถามที่บ้านก่อนะคะ”หล่อนพูดแล้วก็ถอนหายใจ


ตอนแรกหล่อนคิดว่าจะเดินมาถามคนเดียว แต่ตอนนี้ยกกันมาทั้งบ้านแล้วหล่อนก็ได้แต่ถอนหายใจ


“ป๊าขา ม๊าขา อากงขา อาม่าขา มีคนจะมาขอค้างด้วยสัก2คืนได้ไหมคะ”หล่อนพูดขึ้นขนาดที่ทุกคนรออยู่ที่ศาลาหน้าบ้าน แต่หล่อนเดินเข้ามาหาครอบครัวที่นั่งอยู่ที่ห้องรับแขก


“ใครล่ะยัยหนู”อาม่าถามขึ้น


“อาจารย์ปีย์กับน้องธามค่ะ”หล่อนพูดด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก


“แล้วภรรยาเขาละ”ป๊าหล่อนพูดจบหล่อนก็ยิ้นแห้งๆให้ทุกคน


“คือหนูเข้าใจผิด จริงๆเขาเป็นอาของน้องธาม”หล่อนพูดแล้วทำหน้างอๆ หล่อนคิดว่าตอนนี้หล่อนน้อยใจที่ไม่มีใครบอกหล่อน


“อ้าวลูก แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนกัน”มารดาหล่อนพูดขึ้น


“รออยู่ที่ศาลาค่ะ”หล่อนพูดจบทุกคนก็เดินออกจากบ้านไปที่ศาลาทันที หล่อนได้แต่ยืนมองตามทั้งสี่อย่างงงๆก่อนที่จะหลุดหัวเราะออกมา จนหล่อนต้องรีบเดินตามออกมา


“สวัสดีครับคุณยายคนสวย”เมื่อน้องธามเห็นมารดาหล่อนก็เลยวิ่งเข้าไปสวัสดีทันที ทุกคนได้ยินก็หัวเราะทันที


“โธ่ กว่าจะมาได้นะตาหนู มาให้ยายกอดสักทีเถอะ”มารดาหล่อนก้มลงไปกอดเด็กชายทันที แล้วคลายกอด


“น้องธามคะ นี่พ่อของพี่ค่ะ ส่วนนี่คุณย่านี่ก็คุณปู่ค่ะ”หล่อนแนะนำให้เด็กน้อยรู้จัก เด็กชายก็รีบยกมือขึ้นไหว


“สวัสดีครับ ผมชื่อเด็กชายธาม ปัญญากุล ชื่อเล่นก็น้องธามครับ ตอนนี้อายุ8ขวบแล้วครับ” เด็กชายพูดจบทุกตนก็หัวเราะขึ้นพร้อมกันกับความน่ารักน่าเอ็ดดู


“เอ้านั้นใครกันบ้างล่ะ”อากงพูดขึ้น


“หนูชลินทราค่ะ เรียกลินก็ได้ค่ะ นี่พี่ธัญญ์เป็นสามีของลินแล้วก็เป็นพี่ของผู้ชายคนนั้นค่ะ”หล่อนชี้ไปทางปีย์ แต่เขาได้แต่ขมวดคิ้วว่าทำไมไม่แนะนำเขาไปด้วย


“ผมปีย์ครับ”พออาจารย์หนุ่มพูดจบครอบครัวหล่อนทั้งสี่หันมามองหน้าพร้อมกันแล้วยิ้มแปลกๆให้กัน หล่อนได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ


“คนนี้สินะ ใช่ไหมยัยหนูกานต์”อากงหันมาถามหล่อนด้วยหน้านิ่งๆ แต่หล่อนรู้ว่าตอนนี้หล่อนกำลังจะถูกแกล้ง


“ค่ะ คนนี้แหละค่ะ”ทุกคนเลยพยักหน้าพร้อมกัน แต่หล่อนหน้าแดงขึ้นทัน


“คือผมกับหลานจะขออนุญาตมาค้างสักสองคืนได้ไหมครับ”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น


“ตามสบายเถอะ ยังต่อไปก็คงมาบ่อยๆอยู่แล้วนี่”อากงพูดจบหล่อนก็ยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองเบาๆ


“ว่ายังไงนะครับ”อาจารย์หนุ่มถามขึ้น


“อากงบอกว่าจะค้างกี่คืนก็ตามสบายค่ะ”หล่อนรีบแก้ประโยคของอากงทันที อากงของหล่อนเป็นคนที่ขี้แกล้งที่สุดในบ้านแล้ว


“อ่อครับ ขอบคุณมากครับอากง”อาจารย์หนุ่มขอบคุณ


“ว่าแต่ข้าวของอยู่ไหนล่ะ”อาม่าถามขึ้นบ้าง


“อยู่ในรถ บ้านของภัทรครับ”อาจารย์หนุ่มตอบ


“ไปเอามาสิ จะได้เก็บข้าวของแล้วได้ไปเที่ยวกัน”ป๊าพูดขึ้นมา


“หนูกานต์ไปเอาของกับพี่เค้าสิ”ม๊าหล่อนพูดขึ้น แต่หล่อนหน้าแดงขึ้นทัน


“อาจารย์จ้ะม๊า อาจารย์”หล่อนรีบพูดขึ้นทันที


“เดี๋ยวก็ต้องเปลี่ยนกันอยู่ดี แต่ก็ตามใจหนูกานต์เถอะ อาจารย์ก็อาจารย์”มารดาหล่อนพูดขึ้น แต่หล่อนทำหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว หล่อนเลยหันไปทางอาจารย์หนุ่มที่ตอนนี้หน้าแดงๆ


“อาจารย์ร้อนหรอคะ หน้าแดงจัง ถ้าอย่างนั้นรีบไปเถอะค่ะ จะได้รีบเข้าบ้าน”หล่อนพูดจบทุกคนก็อมยิ้ม หล่อนไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าหล่อนพูดอะไรผิดไป

ความคิดเห็น