facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 14 อยู่ใกล้ๆ

ชื่อตอน : บทที่ 14 อยู่ใกล้ๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.พ. 2561 22:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14 อยู่ใกล้ๆ
แบบอักษร

​ตลอดช่วงปิดเทอมพร้อมกานต์ใช้เวลากับครอบครัว 3 เดือน ผ่านไปอย่างรวดเร็ว หล่อนรู้สึกยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักเท่าไร แต่หล่อนได้เติมพลังเพื่อกลับไปเรียนต่อในภาคการศึกษาใหม่ ตอนนี้หล่อนเป็นพี่ปีสอง พอเห็นน้องๆปีหนึ่งก็รู้สึกคิดถึงช่วงที่เข้ามาในมหาลัยแห่งนี้ใหม่ๆ ตอนนั้นทุกอย่างดูแปลกใหม่สำหรับหล่อน เพื่อนที่เคยเห็นหน้าบางคนตอนนี้ก็ออกไปแล้วบ้างก็มีตามแต่เหตุผลของแต่ละคนไป แต่หล่อนหวังว่าเพื่อนๆเหล่านั้นจะมีความสุขดีกับทางเดินต่อไปข้างหน้า 


"กานต์คิดถึงจังเลย"จันทร์เจ้าที่เดินมาจากไหนไม่รู้กระโดดกอดหล่อนแน่น 


"ฮ่าๆ คิดถึงจันทร์เหมือนกัน" ทั้งคู่ต่างกอดกันโยกไปโยกมา คนที่เดินผ่านก็หันมายิ้มให้กับภาพที่เห็น อาจจะด้วยตอนนี้พวกเรายืนอยู่ใกล้ๆหน้ามหาวิทยาลัยก็ได้ 


"แต่ฉันคิดถึงภัทรมากกว่า ไปไหนแล้ว"จันทร์เจ้าทำท่าเหมือนมองหาใคร หล่อนได้แต่ส่ายหน้าให้เพื่อน 


"ไปเรียนล่ะมั้ง ฉันก็ไม่รู้ ตั้งแต่กลับมาที่มหาลัยก็ไม่เจอเลย" หล่อนตอบเสียงเอื่อยๆ ขณะที่จันทร์เจ้ายังคงทำท่าชะเง้อมองไปทางด้านหลังหล่อน 


"ไม่เจอภัทรไม่เป็นไร แต่ฉันเจอของดีกว่านั้นอีกนะ"จันทร์พูดจบก็ขยิบตาใส่หล่อน แต่หล่อนไม่เข้าใจที่เพื่อนหล่อนพูด 


"อาจารย์ปีย์คะ กำลังจะไปไหนคะ"หล่อนที่กำลังหันหลังอยู่ถึงกับตัวแข็งขึ้น แค่ได้ยินชื่อใจหล่อนก็เต้นแรงแล้ว หล่อนค่อยๆหันหน้าไปทางด้านหลัง ก็เห็นอาจารย์หนุ่มใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีเทา รองเท้าหนังสีน้ำตาล ผมเซ็ตเป็นทรง หล่อนคิดว่าเวลาสามเดือนน่าจะเพียงพอทีจะจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้ แต่หล่อนมารู้ตอนนี้ที่เจอหน้าอาจารย์หนุ่มว่ามันไม่พอเลยจริงๆ 


"กำลังจะไปคณะครับ"อาจารย์หนุ่มหันมามองทางหล่อนนิดหนึ่งแล้วพูดกับจันทร์เจ้า 


"แล้วอาจารย์ไม่ขับรถมาหรอคะ"จันทร์เจ้ายังคงถามต่อ หล่อนก็เห็นรถรางใกล้เข้ามา 


"รถรางมาแล้วพวกหนูขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ"หล่อนพูดขึ้นแล้วรีบดึงแขนจันทร์เจ้าไป แต่ก็ได้ยินเสียงอาจารย์หนุ่มพูดขึ้นมา 


"ผมไม่ได้ขับรถมา ขอนั่งไปด้วยนะ"หล่อนชะงักเล็กน้อยแล้วเดินต่อไปขึ้นรถราง ตอนที่พร้อมการขึ้นรถรางเหลือแถวที่หล่อนนั่งแถวเดียวแล้ว หล่อนไม่อยากอยู่ใกล้อาจารย์ปีย์เลยคิดว่าตัวเองจะขึ้นไปก่อนแล้วให้จันทร์เจ้าขึ้นหลังหล่อนจะได้มีที่ว่างข้างจันทร์เจ้า พอหล่อนนั่งเสร็จก็ไม่รู้ว่าอาจารย์ปีย์มายืนข้างรถฝั่งที่หล่อนนั่งได้ยังไง 


"คุณขยับไปหน่อยผมขึ้นไม่ได้" หล่อนไม่แน่ใจว่าตัวเองตาฝาดที่เห็นตาอาจารย์หนุ่มเป็นประกายขึ้นมา ตอนนี้กำลังอารมณ์ดีสินะ 


"เอ่อ ค่ะๆ"หล่อนสะกิดเพื่อนให้ขยับไป ตอนนี้หล่อนพยายามนั่งเบือดเพื่อนสาว 


"กานต์ แกเบือดชั้นจนจะตกรถอยู่แล้วนะ"จันทร์เจ้าหันมากระซิบหล่อนเบาๆ 


"ขอโทษที กลัวอาจารย์จะอึดอัด"โทษตัวเองไม่ได้ก็โทษอาจารย์หนุ่มที่เป็นต้นเหตุของเรื่อง แล้วค่อยๆขยับออกจากเพื่อนจะไหล่ของหล่อนไปกระทบกับอาจารย์หนุ่ม 


"แกไม่ต้องกลัวหรอก ถ้าเป็นฉันนะ ฉันจะแกล้งเบือดอาจารย์ปีย์สุดหล่อแทน"เพื่อนหล่อนกระซิบจบก็มาขยิบตาให้หล่อน แล้วหันไปมองนกมองไม้ต่อ 


"ปิดเทอมเป็นอย่างไรบ้าง"อาจารย์หนุ่มถามขึ้นเบาๆ จะให้หล่อนแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ก็คงไม่ใช้ตัวหล่อน 


"ก็ดีค่ะ" หล่อนตอบแค่นั้น หล่อนอยากให้ถึงคณะเร็วๆเพราะตอนนี้ใจหล่อนไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย 


"หนูลงก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ" พร้อมกานต์ไหว้ลาอาจารย์หนุ่มด้วยด้วยเร็วจนคนตั้งใจจะรับไหว้ยังรับไม่ทัน เพราะหล่อนพูดจบก็ลงจากรถทันที แล้วเดินเข้าตึกคณะไปเร็วๆ 


"กานต์ แกจะรีบเดินไปไหน ฉันเดินตามไม่ทันนะ"หล่อนได้ยินเสียงเพื่อนบ่นกระปอดกระแปดไล่หลังมาเลยหันมายิ้มให้เพื่อน แต่ตอนนี้หน้าเพื่อนหล่อนเริ่มตึงแล้วสิ 


"นี้จะถึงเวลาเข้าเรียนแล้วนะ ถ้าเดินช้าๆแบบแกก็สายพอดีสิ"หล่อนแกล้งพูดขึ้นอย่างนั้น แต่เพื่อนหล่อนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก็ตาโตขึ้น 


"อีกสามนาที ทำไมแกพึ่งบอก"เพื่อนหล่อนพูดจบก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้อง หล่อนมองตามก็ได้เกาหัวเบาๆกับอารมณ์ของเพื่อน 


พร้อมกานต์ใช้ชีวิตวันเปิดเรียนเหมือนทุกวัน แต่ที่ต่างออกไปก็คือหล่อนไม่ค่อยได้เจอภัทรเพราะคงเรียนหนักขึ้น ที่แปลกไปกว่านั้นคือหล่อนเจออาจารย์หนุ่มบ่อยขึ้นเช้าบ้าง บ่ายบ้าง เย็นบ้างแล้วแต่วัน หล่อนไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ค่อยเห็นอาจารย์หนุ่มขับรถมามหาวิทยาลัยแล้วจนวันเย็นหนึ่งหล่อนทนความสงสัยไม่ได้เลยหันไปถามอาจารย์ปีย์ที่นั่งรถรางมากับหล่อน 


"ทำไมอาจารย์ไม่ขับรถมาแล้วคะ"หล่อนหันไปถามอาจารย์หนุ่มด้วยเสียงเรียบๆ 


"คุณอยากนั่งหรอ"การที่อาจารย์หนุ่มขับรถหรือไม่ขับมันเกี่ยวอะไรกับที่หล่อนอยากนั่งหรือไม่อยากนั่ง 


"เกี่ยวอะไรกับหนูคะ"หล่อนถามขึ้น 


"ก็คิดว่าคุณอยากจะนั่งจะได้ขับมา"อาจารย์หนุ่มก็ตอบด้วยหน้านิ่งๆ 


"อาจารย์อย่าล้อหนูเล่นสิคะ ถ้าไม่อยากตอบหนูไม่ถามก็ได้"หล่อนพูดจบก็ฟุบหน้ากับเก้าอี้ข้างหน้า ขอร้องเถอะอาจารย์ขา อย่าล้อหนูเล่นแบบนี้เลย 


"ถึงแล้ว คุณไม่ลงหรอ"อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น หล่อนค่อยๆเงยหน้าก็เห็นถึงหน้ามหาวิทยาลัยแล้ว หล่อนรีบลงจากรถรางเพื่อที่จะกลับหอทันที พร้อมกานต์รู้ตัวว่าหล่อนยังไม่พร้อมเจออาจารย์หนุ่มตอนนี้ หล่อนไม่อยากทำบาปจริงๆ หล่อนจะทำยังไงดีเอาภัทรมาเป็นกันชนก็ไม่ได้เพราะไม่ค่อยมีเวลาว่างให้หล่อน จะให้หาผู้ชายคนอื่นมาคบหล่อนก็ทำไม่ได้ แล้วหล่อนจะทำยังไง


พร้อมเดินคิดว่าเรื่อยๆจนถึงหอพักก็ยังคิดไม่ออก จนคิดว่าหล่อนคงต้องหาตัวช่วยนั้นคือมารดาของหล่อนนั้นเอง เมื่อปิดเทอมที่ผ่านมาหล่อนเล่าให้คนในครอบครัวหล่อนฟังว่าหล่อนรู้สึกอย่างไรกับอาจารย์ปีย์ มารดาเข้ามาลูบหัวหล่อนเบาๆแล้วบอกว่าท่านรู้ตั้งนานแล้ว หล่อนเลยถามว่าาภัทรบอกหรอ แต่มารดาส่ายหน้าแล้วบอกว่าก็วันที่หล่อนวิดิโอคอลกับน้องธาม หล่อนได้แต่อ้าปากค้างว่ามารดารู้ได้ยังไง ขนาดหล่อนยังพึ่งรู้ความรู้สึกของตัวเองเลย มารดาบอกว่าหล่อนชอบเด็กก็จริงแต่คนเป็นแม่ทำไมจะดูไม่ออกว่าลูกสาวตัวเองเป็นอะไร แต่ก็ไม่พูดแต่รอให้ถึงวันที่หล่อนจะเดินเข้ามาบอกเอง


พร้อมกานต์เมื่อได้ยินที่มารดาบอกก็ร้องไห้ออกมาทันที หล่อนรู้ว่าเมื่อหล่อนเป็นอะไรทุกคนในครอบครัวหล่อนจะร่วมแบ่งปันทุกอย่างไปจากหล่อน เมื่อคิดได้แล้วก็โทรถามมารดาน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด


"ม๊าจ๋า คิดถึงจังเลย"เมื่อมารดารับสายหล่อนก็รีบอ้อนทันที


"ม๊าก็คิดถึงหนูกานต์เหมือนกัน"ม๊าบอกกลับมาพร้อมเสียงหัวเราะ


"คิดถึงแต่ม๊าหรอ ป๊า อากง อาม่าไม่คิดถึงเลยหรอ"หล่อนได้ยินเสียงของป๊าดังขึ้น


"คิดถึงทุกคนเลย อย่าเป็นคนแก่ขึ้นน้อยใจสิป๊า เดี๋ยวหัวล้านหนูกานต์ไม่รู้ด้วยนะจ๊ะ"หล่อนบอกป๊าจบก็หัวเราะขึ้นมา


"หนูกานต์โทรมามีอะไรหรือป่าวลูก" เสียงอาม่าดังขึ้น จนเสียงหัวเราะหายไป


"เรื่องเดิมจ้ะ หนูจะทำอย่างไรดี ตอนนี้หนูเจอเขาบ่อยเกินไปแล้ว หนูนั่งรถรางเข้ามหาลัยก็จะเจอเขาหนูไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมเขาถึงไม่ขับรถมา"พร้อมการพูดขึ้นด้วยเสียงเศร้า


"หนูกานต์ฟังอาม่านะลูก ความรู้สึกหนูกานต์มันผิดหรอลูก มันไม่ผิดเลยเพราะเราไม่ได้เอาความรู้สึกของเราไปยัดเยียดให้ใคร เราแค่มีความรู้สึกที่พิเศษเกิดขึ้นเท่านั้น มันเป็นเรื่องธรรมชาติ เราแค่อยู่ในขอบเขตของเรา เขาอยู่ในขอบเขตของเขา เราไม่ได้เข้าหาและเราก็ไม่ได้รับเขาเข้ามาอยู่กับเราด้วย เข้าใจที่อาม่าพูดไหมลูก"อาม่าพูดขึ้นทำให้หล่อนเริ่มคิดว่าหล่อนไม่ได้ผิดที่ชอบอาจารย์ แต่หล่อนจะผิดทันทีถ้าหล่อนก้าวข้ามเขตของหล่อนไป


"เข้าใจค่ะ"หล่อนตอบกลับอาม่าไป


"หนูจงทำตัวเป็นสายน้ำ ที่แม้ว่าจะไหลไปไหนก็สามารถแทรกแซงไปได้ทุกที่ ตอนนี้หนูเป็นสายน้ำให้กับพวกเราทุกคน ที่เป็นความชุ่มชื่นให้กับครอบครัวของเรา อากงเชื่อว่าสายน้ำสายนี้จะแทรกแซงเข้าไปในใจของใครสักคน"หล่อนฟังอากงพูดขึ้น หล่อนเข้าใจว่าอากงอยากให้หล่อนปรับตัวอย่ายึดติดสินะ


"ค่ะ อากง ป๊ากับม๊าไม่มีอะไรจะบอกหนูหรอจ๊ะ"หล่อนตอบอากง และถามป๊ากับม๊าต่อ


"ความรักมันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แต่ถ้ามันไม่ใช่ของเราก็คือไม่ใช่ ถ้ามันเป็นของเราจริงสักวันมันจะกลับมาหาเรา"ม๊าหล่อนพูดขึ้น


"หนูอยากได้จักรยานกลับไปไหมลูก"ป๊าหล่อนถามขึ้น


"หนูไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงจ้ะ"หล่อนตอบกลับไป


"พวกเราเคยปรึกษาเรื่องนี้กันแล้ว ม๊าคิดว่าหนูเอากลับไปก็ดีนะ เพราะภัทรบอกว่าจะเริ่มไม่ว่างไปรับส่งหนูแล้ว หนูจะได้ไปกลับสะดวกขึ้นไม่ต้องไปรอรถรางอยู่" ม๊าพูดหล่อนรู้ว่าทุกคนเป็นห่วงหล่อนแต่ความรู้สึกของหล่อนก็สำคัญไม่แพ้กัน


"ขอบคุณมากนะคะ หนูจะขี่ระวังสุดๆเลย"หล่อนดูด้วยเสียงสดใสขึ้น อิสระภาพของหล่อนกลับคืนมาแล้ว เอาไว้จะเอาไปขี่ออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้ๆนี้แล้วกัน หล่อนเคยเข้าไปสำรวจข้างในซอยที่หล่อนอยู่ก็เห็นสวนสาธารณะเข้าไปสุดซอยก็มีกำแพงสูงจนมองไม่เห็นว่าข้างในเป็นอะไรแต่คงจะเป็นบ้านพวกคนรวย สร้างกำแพงสูงขนาดนี้คงกันขโมยเข้าบ้านแน่ๆ


"พรุ่งนี้ก็วันศุกร์แล้วหนูกลับบ้านมาตอนขากลับป๊าจะไปส่งหนูกานต์เราก็เอาจักรยานไปด้วยทีเดียวเลยดีไหมลูก"บิดาหล่อนบอกแผนการขึ้นมา


"ดีค่ะ เอาตามนี้เลยนะคะ ทุกคนพักผ่อนเถอะค่ะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้เย็นๆนะคะ เรียนเสร็จหนูจะรีบไปเลยค่ะ"หล่อนกล่าวลาครอบครัวอีกนิดหน่อยก็วางสายไป


พร้อมกานต์มองนาฬิกาตอนนี้ก็หกโมงเย็นท้องหล่อนก็เริ่มประท้องทันทีว่าควรหาอะไรใส่ท้องได้แล้ว หล่อนหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าเงินขึ้นมาเตรียมจะเดินไปตลาดก็มีสายเข้ามาเสียก่อน เห็นเป็นสายของศศิมาก็รีบรับทันที


"หายไปเลยนะยัยกานต์ คิดจะทิ้งเพื่อนสวยๆแบบฉันแล้วใช่ไหม"ทันทีที่หล่อนรับสายก็หัวเราทันทีกับคำตัดพ้อของเพื่อนสาว


"ก็แกกับภัทรมัวแต่อยู่ติดกัน แล้วฉันจะไปแทรกได้ยังไง"พร้อมกานต์พูดขึ้น


"โธ่ๆฉันก็มาหาแกแล้วไงอยู่ข้างล่าง ลงมาสิ"เพื่อนสาวของหล่อนบอก


"จริงหรอ กำลังลงบันไดพอดี แค่นี้นะ"หล่อนพูดจบก็รีบวิ่งลงบันไดทันที


"ศศิคิดถึงจัง"พอหล่อนเห็นหน้าเพื่อนก็กระโดดกอดทันที


"ฉันก็คิดถึงแก ไปหาอะไรกินกันป่าว"ศศิมาถามขึ้นหล่อนเลยรีบพยักหน้ารับทันที


"นี่ยังเห็นฉันอยู่ไหม"ภัทรพูดขึ้นแล้วทำหน้างอๆใส่ เลยเกิดเสียหัวเราะ


"คนดีอย่างอนเลยนะ ฉันไม่เจอกานต์ตั้งนานก็ต้องทักทายกันหน่อยสิ ใช่ไหมกานต์"ศศิมาง้อภัทรแล้วเอามือไปลูบแขนภัทรเบาๆ หล่อนเห็นแบบนั้นเลยพยักหน้าให้ทั้งคู่


"วันนี้เราไปกินอะไรกันดี"หล่อนถามขึ้นมาก่อนที่ทั้งคู่จะลืมหล่อนไปแทน


"กินอาหารญี่ปุ่นไหม มีร้านมาเปิดใหม่แถวๆนี้เอง"ภัทรพูดขึ้น


"แพงดิ"หล่อนรีบพูดขึ้น


"มันมีแบบจานเดียวและก็บุฟเฟ่ต์ด้วย ราคาไม่แพงสนใจป่าว"พอหล่อนได้ยินคำว่าบุฟเฟ่ต์กระเพาะก็ร้องขึ้นทันที


"สน/สน"หล่อนกับศศิมาตอบพร้อมกันเลยเกิดเสียงหัวเราะขึ้นทันที


"แล้วเราจะไปยังไงกันดี"หล่อนหันไปมองหน้าภัทร


"ฝีมือชั้นนี้แล้ว ต้องเดินสิ"ภัทรตอบแล้วรีบวิ่งออกจากตรงนั้นทันที ส่วนฉันกับศศิมาก็ได้แต่อ้าปากค้าง แต่เจ้าตัวก็วิ่งไปหน้าหอเรียบแล้วแล้ว


"คนดีมันไม่ไกลใช่ไหม"ทันทีที่ศศิมาเดินมาถึงก็ถามภัทรทันที


"ไม่ไกลหรอกคนดี เดินแปปเดียวก็ถึงแล้ว"ภัทพูดแล้วพลางลูบหัวศศิมา ส่วนเพื่อนสาวของหล่อนก็เขินบิกไปบิดมาอยู่ เพราะภัทรก้มลงไปกระซิบอะไรที่หนูกศศิมาไม่รู้หน้าแดงใหญ่เลย หล่อนคงต้องช่วยเพื่อนก่อนตอนนี้หล่อนหิวมาก


"อย่ามาสวีทตรงนี้ได้ไหม ยังมีคนโสดยืนอยู่ตรงนี้หนึ่งคน"พอหล่อนพูดจบก็เดินไปแทรกกลางทั้งคู่ทันที แล้วพากันออกเดิน


พร้อมกานต์เดินทางไปร้านอาหารญี่ปุ่นด้วยการเดิน ร้านอยู่ไม่ไกลจากหอพักของหล่อนอย่างที่ภัทรบอกจริงๆด้วย พอหล่อนมาถึงหน้าร้านก็เห็นรถออดี้สีขาวจอดอยู่ หล่อนจำได้ว่าคันนี้เป็นของอาจารย์หนุ่ม หล่อนหันไปมองหน้าเพื่อนหล่อนทั้งคู่


"ไปกินอย่างอื่นไหมหนูกานต์"ภัทรพูดขึ้น


"ใช่ๆ วันนี้เราไปกินเนื้อย่างเกาหลีกันดีกว่า"ศศิมาพูดขึ้น หล่อนยิ้มให้ทั้งสองคนแล้วส่ายหน้าเบาๆ


"กินอาหารญี่ปุ่นนี้แหละ เดินมาแล้วให้เสียเที่ยวสิ"หล่อนพูดจบก็เดินไปเปิดประตูเข้าร้านไป หล่อนอยู่ในที่ของหล่อน เขาอยู่ในที่ของเขา หล่อนต้องทำตัวให้เป็นเหมือนสายน้ำไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรก็จะผ่านไปได้

ความคิดเห็น