facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 13 ทาสี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.พ. 2561 01:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 ทาสี
แบบอักษร

​พร้อมกานต์ลืมตาตื่นขึ้นมารอบด้านก็ยิ่งมืดสนิท ตอนนี้เวลาประมาณตีห้าครึ่งแล้ว หล่อนลุกขึ้นเก็บที่นอน เผื่อเช้านี้จะได้ดูพระอาทิตย์ขึ้น หล่อนหยิบข้าวของเครื่องใช้แล้วค่อยๆย่องผ่านเพื่อนที่ยังนอนหลับเรียงกันอยู่ พอไปถึงที่บันไดก็มีคนกำลังจะสวนหล่อนขึ้นมา


“กานต์นั้นเอง ตกใจหมดเลย กำลังจะไปไหนหรอ”เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในค่ายที่เดินสวนมาถามขึ้น


“คิดว่าจะรีบไปอาบน้ำ จะได้ไม่ต้องแย่งกับใครน่ะ นิ่มไปไหนมาหรอ”หล่อนถามกลับ


“ไปทำอาหารเช้ามานี่ก็ยังไม่เสร็จเลย แต่ลืมของเลยขึ้นมาเอา”นิ่มตอบหล่อนแล้วรีบวิ่งขึ้นบันไดไป


พร้อมกานเดินเข้าห้องอาบน้ำจัดการล็อกประตูให้เรียบร้อย แขวนเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยนไว้ที่แขวนด้านซ้าย พออาบน้ำเสร็จเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เรียบร้อยก็เก็บของใส่ถุงผ้าที่หล่อนเตรียมให้เรียบร้อย ขณะกำลังเอื้อมมือไปก็มีจิ้งจกตัวใหญ่มาอยู่ตรงใกล้ๆที่ลูกประตูพอดี


“กรี๊ดดด” หล่อนกรีดร้องด้วยความตกใจ หล่อนเป็นพวกขี้กลัวอยู่แล้วพอมาเจอแบบนี้มันจะไม่กระโดดใส่หล่อนใช่ไหม


“ก๊อกๆๆ คุณเป็นอะไรหรือไหมครับ” เสียงผู้ชายทักขึ้น แต่หล่อนคุ้นเสียงนี้เหลือเกิน


“อะ..อาจารย์ปีย์หรอคะ”หล่อนพูดเสียงสั่น


“พร้อมกานต์คุณหรอ เป็นอะไรไป”อาจารย์หนุ่มถามเสียงนิ่ม


“จิ้งจกมันเกาะใกล้ๆประตูค่ะ”หล่อนเริ่มรู้สึกขอบตาร้อนๆ


“ผมจะลองเคาะประตูดูนะ เผื่อมันจะขยับออก”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น


“มันจะไม่กระโดดกัดหนูตายใช่ไหมคะ”หล่อนถามด้วยเสียงสั่นๆ แต่ตายังจ้องจิ้งจกยักษ์ตลอดเวลา


“ไม่หรอก ผมเคาะคุณก็รีบออกมาเลยนะ”หล่อนพยักหน้ากับประตู แต่ฝั่งอาจารย์หนุ่มไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมาก็เริ่มทุบประตู


ปังๆๆๆ


พร้อมกานต์ตกใจเมื่อเห็นจิ้งจกยักษ์กำลังจะกระโดดใส่หล่อนเลยรีบเปิดประตูแล้วจับมืออาจารย์หนุ่มวิ่งออกมาโดยที่ไม่ดูทางว่ากำลังจะวิ่งไปไหน


“คุณจะพาผมวิ่งไปไหน”อาจารย์ปีย์กระตุกมือหล่อนเบาๆเลยทำให้หล่อนรู้สึกตัวขึ้นมา


“ไม่รู้ค่ะ”หล่อนตอบแล้วยิ้มแห้งๆให้อาจารย์หนุ่ม แต่คนเป็นอาจารย์ได้แต่ส่ายหน้า


“อาจารย์คะๆ เราอยู่ที่ไหนกัน ทำไมตรงนั้นมีแม่น้ำด้วย”หล่อนเห็นก็ตาโตขึ้น หล่อนไม่เห็นรู้เลยว่าใกล้ๆโรงเรียนมีแม่น้ำอยู่ใกล้ๆ


“คงจะเป็นหลังโรงเรียนมั้ง ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”อาจารย์หนุ่มหันมามองแล้วยิ้มให้กับดวงตาใสๆตรงหน้า


“พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้วค่ะ เรามานั่งดูกันไหมคะ”หล่อนหันไปถามอาจารย์ที่ยื่นมองดูหล่อนอยู่ อาจารย์หนุ่มพยักหน้าให้ หล่อนเลยเดินเข้าไปใกล้น้ำแล้วนั่งลงทันที อาจารย์หนุ่มมานั่งใกล้ๆหล่อนจนรู้สึกว่าแขนของหล่อนกระทบกับแขนของอาจารย์หนุ่มเบาๆ ทั้งคู่ต่างหันมามองพร้อมกัน แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร จนหล่อนต้องรีบเบือนหน้าหนีมองพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้น ตอนนี้ใจหล่อนเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาแล้ว หล่อนภาวนาให้อาจารย์อย่ามาอยู่ใกล้หล่อนอย่างนี้ได้ไหม หล่อนกลัว กลัวว่าจะต้องทำผิดกับคนอื่น


“ความรักเป็นยังไงคะ” หล่อนถามขึ้นขนาดที่มองพระอาทิตย์ขึ้น อีกไม่นานก็คงกลับมาให้แสงสว่างกับทุกสิ่งบนโลกใบนี้ หล่อนไม่ได้ยิ่งเสียงอาจารย์หนุ่มตอบเลยหันไปมองอาจารย์หนุ่ม


“เมื่อก่อนหนูเคยคิดว่าคนเราแค่มีความปรารถนาดีให้กัน นั้นคือความรักสำหรับหนู” ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนาน ดวงตาของอาจารย์ของหล่อนชั่งสุกสกาวเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าจริงๆ ต่างคนต่างตกในภวังค์ของตัวเอง จนหล่อนมารู้สึกตัวอีกทีก็เห็นหน้าอาจารย์หนุ่มมาอยู่ใกล้หล่อน หล่อนเลยรีบเบือนหน้าหนี


“แต่คนจะรักกันได้คงจะไม่ได้มีความปรารถนาดีให้กันอย่างเดียวคงไม่พอ”หล่อนรู้สึกว่าหน้าอาจารย์หนุ่มยังอยู่ที่เดิม ใกล้ๆกับแก้มของหล่อน


“ทำไมแค่นั้นไม่พอ”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น


“เพราะโลกนี้ไม่ได้มีแค่สองคนไงคะ”หล่อนพูดจบก็หันมาสบตากับอาจารย์หนุ่ม ขอแค่ได้สบตากับอาจารย์ของหล่อนตอนนี้ก็พอแล้ว ขอแค่ตอนนี้ แค่นี้จริงๆ หล่อนได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ ทั้งคู่มองตากันจนแสงสีส้มลาจากไปจนมีแสงสว่างเข้ามาแทนที่


“คงหมดเวลาแล้ว เราไปกันเถอะค่ะ” หล่อนลุกขึ้นแล้วรีบเดินกลับโรงเรียน หล่อนไม่รู้ว่าอาจารย์ปีย์จะเดินตามหล่อนมาหรือไม่ หล่อนรีบเดินก้มหน้าไปเรื่อยๆจนชนเข้ากับใครบางคน


“ขอโทษค่ะ”หล่อนพูดขึ้นแล้วยังคงก้มหน้าต่อไป แต่ยังไม่ทันเดินผ่านไปก็ถูกจับแขนไว้ก่อน


“กานต์เป็นอะไร”เสียงภัทรดังขึ้น หล่อนค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆ


“เฮ้ย!!! ร้องทำไม ใครทำอะไรอีกเดี๋ยวฉันไปจัดการให้”หล่อนยิ้มส่ายหน้าให้ภัทรเบาๆ แต่น้ำตาก็ยังไหลไม่หยุด


“ไอ้หมอนั้นเป็นใคร”หล่อนไม่เข้าใจว่าภัทรหมายถึงใคร


“ใคร”หล่อนถามกลับ


“ฉันก็อยากจะให้แกเล่าเอง แกอยากจะเล่าให้ฉันฟังไหม”หล่อนเริ่มปะติดปะต่อเรื่องที่ภัทรพูดกับหล่อนเมื่อคืนเพื่อนชายหล่อนบอกว่าให้ใช้สมองมากกว่าหัวใจ แล้วหล่อนยังเดินไปร้องไห้ไปอย่างนี้ หล่อนมองหน้าภัทรด้วยความตกใจ ในขณะที่หล่อนไม่รู้ตัวว่าหล่อนกำลังชอบใครสักคน แต่ภัทรกลับดูออก แล้วมีหรือว่าคนอื่นจะดูไม่ออก


พร้อมกานต์เดินนำภัทรไปที่เก้าอี้หินอ่อนที่นั่งกับอาจารย์เมื่อวาน หล่อนนั่งลงแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ ภัทรที่นั่งตามลงมาเลยทำเป็นดูนู้นดูนี่เพื่อให้เวลาหล่อนทำใจ


“ฉันคิดว่าฉันชอบอาจารย์ปีย์”หล่อนมองไปบนท้องฟ้าที่เห็นเมฆสีขาวๆ แต่ภัทรก็หันมามองหน้าหล่อนทันที


“เฮ้ย!!! อย่าล้อฉันเล่นสิ”ภัทรพูดจบหล่อนก็หันไปมองภัทรด้วยความจริงจัง


“แกช่วยฉันหน่อยได้ไหม”หล่อนพูดขึ้น


“ให้ฉันช่วยจีบอาจารย์หรอ”ภัทรถามขึ้นพร้อมเลิกคิ้วขึ้นสูง


“ป่าว ช่วยกันอาจารย์ปีย์ออกห่างจากฉัน ความรู้สึกของฉันมันไม่ถูกต้อง”หล่อนรู้ว่าต้องเอาตัวและหัวใจของหล่อนออกมาก่อนที่อะไรจะสายเกินไป


“ฉันแล้วแต่แกอยู่แล้ว แต่ทำไมแกไม่ลองสักตั้ง ไหนว่ามีความรักเมื่อไรจะพุ่งชนยังไง” ภัทรพูด


“ภัทรแกก็รู้ว่ามันไม่ถูกต้อง ฉันภาวนาให้เป็นแค่ความชอบไม่อยากให้มันเป็นความรัก”หล่อนพูดจบก็เดินไปที่โรงอาหาร โดยไม่สนใจภัทรที่กำลังจับต้อนชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนสาวตอนไหน


หลังจากประชุมช่วงเช้าเสร็จแต่ละคนก็แยกย้ายไปทำงานของตัวเอง พร้อมกานต์ทาสีด้วยลูกกลิ้งอยู่ก็มีมือใหญ่มาแย่งไป หล่อนหันไปมองด้วยความตกใจ อาจารย์ปีย์อีกแล้ว ทำไมหล่อนถึงเจอบ่อยจัง


“หนูจะทาสีค่ะ”หล่อนยื่นมือไปขอของคืน แต่อาจารย์กลับทำมึนไปทาสีต่อจากที่หล่อนทาเอาไว้ หล่อนได้แต่ปลงพยายามคิดในแง่ดีเอาไว้ ถ้ามีคนมาช่วยจะได้เสร็จเร็วๆ


พร้อมการกับปีย์ช่วยกันทาสีกันไปแต่กลับไม่มีคำพูดออกมาสักคำ หล่อนไม่เข้าใจว่าทำไมอาจารย์หนุ่มถึงไม่ไปทำอย่างอื่นจะมาช่วยหล่อนทาสีไปทั้งวันเลยหรอ


“อาจารย์ว่างหรอคะ”หล่อนตัดสินใจพูดขึ้นมาหลังจากผ่านไป1ชั่วโมงอาจารย์ก็ทาสีที่ส่วนบนเสร็จแต่ส่วนของล่างของหล่อนยังไปไม่ถึงไหนเลย เพราะหล่อนใช้แปรงทาสียังไงก็ชากว่าลูกกลิ้งอยู่แล้ว


“ก็ว่าง”อาจารย์พูดจบก็ลงจากบันไดมาทาสีข้างล่างต่อ


พร้อมกานต์ไม่รู้จะช่วยคุยอะไรเพราะอาจารย์หนุ่มมาอยู่ใกล้ๆหล่อนยิ่งต้องพยายามห้ามใจตัวเอง แล้วกันชนของหล่อนเมื่อไรจะทำงานเสร็จแล้วมาช่วยหล่อนสักที ถ้าเกิดตอนนี้หล่อนทนไม่ไหวขึ้นมาปล่อยโฮออกมาจะทำยังไง


“กานต์ ให้โอมช่วยไหม” เพื่อนในค่ายของหล่อนทั้งยังพ่วงตำแหน่งเพื่อนของภัทรที่ชอบหล่อนแต่หล่อนดันไปรู้ก่อน เมื่อหล่อนเห็นก็หันไปยิ้มให้ หล่อนไม่รู้จะทำตัวยังไงเพราะกับเพื่อนต่างเพศที่หล่อนไม่สนิทหล่อนจะไม่ค่อยพูดด้วยเยอะๆ อาจจะเป็นปฏิกิริยาของหล่อนต่อเพศตรงข้ามก็ได้ แต่ก็มีคนมาทำลายปฏิกิริยานี้ของหล่อนอย่างรวดเร็วนั้นคืออาจารย์ปีย์นั้นเอง


“ไม่เป็นไร โอมไปช่วยคนอื่นเถอะ”หล่อนพูดด้วยเสียงเรียบๆแต่หน้ายังยิ้มอยู่


“อ้าว อาจารย์ปีย์อยู่นี้เองหรอ อาจารย์รัศมีตามหาอาจารย์อยู่ครับ ผมทำแทนให้ดีกว่าไหมครับ” โอมหันไปพูดกับอาจารย์หนุ่ม หล่อนได้แต่กลอกตาไปมา ถ้าให้อยู่กับเพื่อนของภัทรคนนี้ หล่อนขออยู่กับอาจารย์ปีย์ดีกว่า


อาจารย์หนุ่มหันมามองนิดหนึ่งแต่พร้อมกานต์ไม่รู้สึกตัว เขาเห็นหล่อนกรอกตาไปมาก็กระตุกยิ้ม เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็ทำหน้ายุ้งๆเพราะเห็นรูปพื้นหลังตอนกดปลดล็อกเป็นรูปเขากับแฟนเก่าที่เลิกกันมา2ปีได้แล้ว เพื่อนเขาที่เจอคืนก่อนที่จะมาค่ายแกล้งเขาแน่ๆ เขาจับโทรศัพท์แต่ไม่ได้กดปลดล็อกเครื่องมา2วันแล้ว เพราะโทรศัพท์ของเขามีค่าแค่ตอนทำงานเท่านั้น ถ้าเขามีเคสฉุกเฉินเข้าจะได้รีบไปให้ทัน แต่พร้อมกานต์จะเห็นรูปนี้แล้วหรือไม่ตอนที่เอาโทรศัพท์มาคืนเขา เขาหันไปมองทางหล่อนนิดหน่อยก่อนจะหันไปมองทางเด็กหนุ่ม


“ขอคุณที่บอก แต่ไม่มีสายเข้าเลย ถ้าสำคัญอาจารย์คงโทรมาเอง” ปีย์เหล่ไปมองทางพร้อมกานต์ที่เบือนหน้าหนีไปอีกทางเพราะกำลังจะกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ ถ้าคิดจะไล่เขาไปผิดแล้วที่ใช้วิธีนี้


“เอ่อ...ครับ ถ้าอย่างนั้นผมไปช่วยเพื่อนคนอื่นก่อนนะครับ”เด็กหนุ่มลาเขาแล้วเดินไปทางพร้อมกานต์ เขาก็ได้แต่มองตามไป


“กานต์ โอนไปก่อนนะ เดี๋ยวตอนเที่ยงมารับไปกินข้าวนะ”โอนบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม


“ไม่เป็นไร ภัทรคงมารับเอง ขอบคุณมาก”หล่อนพูดไปทันที กันชนของหล่อนใช้ได้ผลเสมอมา จนตอนนี้หล่อนคิดว่าจะได้ผลมากไป โอมทำหน้าเศร้าแล้วเดินออกไป หล่อนหันไปยิ้มให้อาจารย์แต่กลับได้หน้าดุๆกลับมาแทนแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น ถ้าเป็นคนอื่นทำหล่อนจะคิดว่าหล่อนถูกงอนเข้าแล้ว แต่นี่เป็นอาจารย์หล่อนเลยไม่แม้แต่จะกล้าคิด


พร้อมกานต์ทำงานไปเรื่อยๆด้วยบรรยากาศหม่นๆ หล่อนรู้สึกว่าตอนนี้เป็นสีเทาๆเพราะคนที่ทาสีกับหล่อนตอนนี้กำลังแผ่ไอบางอย่างออกมา ตอนแรกหล่อนคิดว่าหล่อนคิดไปเองแต่พอมันผ่านไปนานหล่อนเริ่มมั่นใจว่าอาจารย์มีอะไรไม่พอใจหล่อนแน่


“อาจารย์เป็นอะไรคะ”หล่อนวางแปลงแล้วเดินเขาไปหาหาอาจารย์ อาจารย์หนุ่มเพื่อนแค่หันมามองนิดหนึ่งแล้วทาสีต่อไป


“อาจารย์ไม่บอกหนูก็ไม่รู้นะคะ”หล่อนบอกพร้อมทำหน้าเมื่อยๆ หล่อนคิดว่าการที่หล่อนรู้ว่าใครรักหล่อนแค่ทำอย่างเดียวหล่อนไม่รู้หรอกต้องมีคำพูดมาประกอบด้วย ถ้าสักแต่จะทำให้อย่างเดียวแต่ไม่พูดหล่อนก็ไม่มีทางรู้หรอก


“ผมอารมณ์ไม่ดี ขอโทษด้วย”อาจารย์หนุ่มหันมามองด้วยสีหน้าเรียบๆ หล่อนพยักหน้าเข้าใจแล้วกลับไปทำงานต่อ ในเมื่อบอกอารมณ์ไม่ดีหล่อนก็จะอยู่ห่างๆเข้าไว้


“ไอ้กา..”ภัทรที่เดินเข้ามาโดยไม่รู้ว่าอาจารย์หนุ่มอยู่ พอหันมาเห็นก็ปิดปากแทบไม่ทัน ถ้าเรียกไอ้กานต์ออกไปตอนนี้ต้องโดนพร้อมกานต์ฆ่าตายแน่ๆ


“ที่รัก ไปกินข้าวกันเถอะ อาจารย์ไปกินข้าวไหมครับ”ภัทรหันมาบอกหล่อนก่อนถึงจะหันไปถามอาจารย์หนุ่ม แต่อาจารย์หนุ่มเพียงแค่พยักหน้าแล้วเดินออกไปทันที


“ไปกันเถอะหิวแล้ว”พร้อมกานต์พูดขึ้นแล้วเดินนออกไปทันไม่หันมารอเขาสักนิด กันชนอย่างเขาต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดหลังจากที่ปรึกษาครอบครัวของเขาและของพร้อมกานต์รวมถึงศศิมาเรียบร้อยแล้วว่าจะกันทุกคนออก รวมถึงให้แกล้งกันอาจารย์หนุ่มออกเมื่ออยู่ต่อหน้าพร้อมกานต์เท่านั้น ใครจะไม่อยากได้เขยโปรไฟล์ดีขนาดนั้น ยิ่งถ้าเป็นคนที่หล่อนรักด้วยแล้วไม่ว่าจะเป็นใคร พวกเราก็พร้อมที่จะช่วยเสมอ แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมหล่อนถึงไม่พุ่งชนอย่างที่บอก


เมื่อเดินมาถึงโรงอาหารแล้วทุกคนก็พร้อมกินข้าว คุยกันไปกันมาว่าเมื่อตอนเช้าทำอะไรกันมาบ้างจนทุกคนกินเสร็จแล้วมาประชุมกันรอบบ่ายอีกครั้ง


“ทุกคนครับ ผมมีเกมมาเสนอ เกมนี้ชื่อว่า ใครเอ๋ย กติกามีอยู่ว่าให้ทุกคนเขียนรายละเอียดของตัวเองลงไป พวกวันเดือนปีเกิด ชอบอะไร พกอะไรติดตัว มีพี่น้องปู่ย่าตายายถ้าออยากบอกก็เขียนมาได้อะไรประมาณนี้”เขาเสนอขึ้นแล้วภาวนาให้เกมนี้มีผู้เห็นด้วยกับเขาด้วยเถอะ


“แล้วถ้าจบค่ายแล้วยังหาไม่เจอล่ะ ทำยังไง”มีเสียงหนึ่งถามขึ้นมา


“เราลืมบอกสินะว่าเกมนี้ไม่มีเฉลย แต่มีกฎมีอยู่สองอย่าง หนึ่ง ข้อความในกระดาษต้องเป็นความจริง สอง เมื่อมีคนเข้าไปว่าใช่เจ้าของกระดาษไหมต้องตอบความจริงเสมอ ใครเห็นด้วยยกมือขึ้น”ภัทรพูดขึ้น ตอนแรกไม่มีคนยกเพราะมองหน้ากันเองอยู่ว่าจะเล่นดีไหม แต่พอเริ่มมีคนแรกยกคนต่อๆก็ยกขึ้นเรื่อยจนเกือบหมด


“ถ้าอย่างนั้นก็เขียนลงในกระดาษเอสี่เลยแล้วกัน”เขาเดินแจกกระดาษไปจนครบจำนวนนักศึกษาเดินเลยไปจนถึงอาจารย์ทั้งสองที่ยืนด้วยกัน


“เชิญอาจารย์ทั้งสองด้วยนะครับ”อาจารย์พยักหน้าให้แล้วรับกระดาษไป เขากลับมาเขียนกระดาษตัวเองแล้วกลับมาเก็บกระดาษจากอาจารย์ทั้งสอง ถึงกลับมาเก็บจากเพื่อนๆจนถึงพร้อมกานต์เป็นคนสุดท้าย


“เรามาเริ่มจับกันเลยดีกว่านะครับ” เขาหันไปหาพร้อมกานต์ก่อน แต่หล่อนทำหน้าเหมือนคิดนานเขาเลยหยิบออกมาให้


“ช้า เอาใบนี้แล้วกัน”เขาวางไว้แล้วเดินไปให้เพื่อนๆจับกันต่อไป จนมาถึงอาจารย์ทั้งสอง อาจารย์รัศมีได้เลือกก่อนแต่ก่อนที่อาจารย์จะหยิบใบหนึ่งเขาก็ทำกระดาษที่อาจารย์กำลังจะหยิบหลุดมือ


“ขอโทษครับ”เขายิ้มให้อาจารย์สาว อาจารย์ปีย์ก็ก้มลงหยิบกระดาษขึ้นมาเปิดออกแล้วมองหน้าเด็กหนุ่มอีกที


“ถ้าอย่างนั้นผมเอาใบนี้แล้วกัน”ภัทรพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินออกมา


ถ้าทุกคนเข้าใจการล็อกเลขก็จะเข้าใจการล็อกสลากเหมือนกัน เพราะผมเลือกไว้แล้วว่าเพื่อนสาวของเขาจะได้ใคร แล้วใครจะได้เพื่อนสาวของเขา เขากระตุกยิ้มเล็กน้อย แค่นี้ทั้งคู่จะรู้ประวัติคร่าวๆของแต่ละคนแล้ว เรื่องแค่นี้สบายมาก


ตอนบ่ายพร้อมกานต์ก็ไปทำงานเหมือนเดิม กว่าจะเสร็จทั้งห้องก็บ่ายสามกว่าๆ ช่วงบ่ายอาจารย์ปีย์ไม่ได้มาช่วย หล่อนไม่รู้ว่าอาจารย์หนุ่มหายไปไหนเหมือนกัน จนตอนเย็นมีรอบกองไฟ ทุกคนสนุกสนานกันจนดึกจึงแยกย้ายกันเข้านอนรวมถึงหล่อนด้วย


ตื่นขึ้นมาวันนี้หล่อนไม่ได้ไปอาบน้ำคนเดียวแต่ชวนจันทร์เช้าไปด้วยเสร็จแล้วทุกคนก็กลับมาเก็บของเตรียมพร้อมที่จะกลับเพราะหลังครูใหญ่กล่าวลาก็จะได้ขึ้นรถกลับเลย แต่ทำไมพอขึ้นรถบัสมาถึงมีกฎแปลกๆว่าทุกคนต้องนั่งที่เดิมห้ามย้าย เพราะจะสะดวกในการเช็คจำนวนคนเหมือนขามา หล่อนไม่เข้าใจว่านั่งตรงไหนก็นับได้เหมือนกัน ถ้าไม่ครบก็คือไม่ครบ ครบก็คือครบ แต่จะให้เถียงหล่อนก็คงแพ้อยู่ดี เลยคิดว่านั่งเฉยๆไปดีกว่า พอหล่อนเห็นอาจารย์หนุ่มนั่งลงข้างๆหล่อนก็หันหน้าไปมองริมหน้าต่างจนรถออกแล้วหลับตาลง ตอนแรกหล่อนแค่คิดว่าจะหลับตาเฉยๆแต่กลับหลับไปจริงๆ หล่อนตื่นมาตอนแวะปั๊มน้ำมันครั้งหนึ่ง แล้วหลับต่อจนถึงมหาวิทยาลัย ส่วนเรื่องสลากนั้นจนตอนนี้หล่อนยังไม่รู้ว่าเป็นใครเลย พอเหมือนว่าจะเป็นอาจารย์ปีย์ของหล่อน แต่ในกระดาษเขียนว่าโสดหล่อนเลยตัดทิ้งออกไปทันที พอไปถามใครก็ไม่มีใครรู้จนหล่อนขี้เกียจหาต่อแล้ว


เมื่อรถเข้าเขตมหาวิทยาลัยหล่อนก็ลืมตาขึ้นทันที เช็คของให้เรียบร้อยก่อนรถจะจอด พอรถจอดทุกคนก็เตรียมจะลงรวมถึงหล่อนด้วยแต่อาจารย์หนุ่มกลับนั่งไม่ขยับไปไหน


“หนูจะลงแล้วค่ะ”หล่อนหันไปบอกอาจารย์หนุ่ม


“คนเบียดกันลงอย่างนี้ คุณจะไปเบียดทำไมเดี๋ยวก็ได้ลงแล้ว”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้นแล้วหลับตาลง หล่อนค้อนให้อาจารย์หนุ่มถ้ารีบลงตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องนั่งรออย่างนี้หรอก หล่อนนั่งรอสักพักจนคนลงหมดจึงไปสะกิดแขนอาจารย์หนุ่ม


“อาจารย์คะๆ”หล่อนเรียกเบาๆอาจารย์หนุ่มไม่ยอมลืมตา หล่อนกระตุกยิ้มนิดหน่อยแล้วเลื่อนหน้าไปใกล้ๆหูอาจารย์หนุ่ม


“อา-จารย์-ขา-ตื่น-ได้-แล้ว-ค่ะ”หล่อนพูดเสียงดังๆใกล้ๆหูอาจารย์ พอหล่อนพูดจบอาจารย์ก็หันหน้ามาทางหล่อนอีกแล้ว ครั้งนี้จมูกของพวกเราชนกัน หล่อนรู้สึกว่าหน้าหล่อนค่อยๆใกล้กับอาจารย์หนุ่มเรื่อยๆจนคิดว่ากำลังจะจูบกัน จูบอย่างนั้นหรอไม่นะ พอหล่อนรู้สึกตัวก็รีบผลักตัวเองออกทันทีแล้วมองหน้าอาจารย์หนุ่มนิ่งๆต่างคนต่างมองหน้ากัน หล่อนไม่รู้ว่าอาจารย์หนุ่มคิดยังไง แต่สำหรับหล่อน ตั้งแต่นี้หล่อนคงต้องอยู่ให้ห่างอาจารย์ปีย์

ความคิดเห็น