facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 12 เข้าค่าย

ชื่อตอน : บทที่ 12 เข้าค่าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.พ. 2561 21:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 เข้าค่าย
แบบอักษร

​“สวัสดีครับนักศึกษาทุกคน ก่อนอื่นเลยผมต้องขอขอบคุณมากที่มาโรงเรียนแห่งนี้ ผมไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน”ครูใหญ่ถึงจะบอกว่าไม่รู้จะพูดอะไรแต่ก็พูดเกือบครึ่งชั่วโมง


“สุดท้ายนี้พวกคุณคงจะเหนื่อยมาก พวกเราเตรียมอาหารไว้รอที่โรงอาหารแล้ว เชิญครับ”พอครูใหญ่พูดจบทุกคนก็รีบเดินแกมวิ่งไปที่โรงอาหาร แต่หล่อนเรียกภัทรไว้ก่อน


“แก ฉันอยากเข้าห้องน้ำ พาไปหน่อย”หล่อนบอกภัทรพลางจับชายเสื้อเอาไว้ คนอื่นอาจจะดูหล่อนง้องอนชายหนุ่มอยู่ แต่ความจริงคือหล่อนดึงไม่ให้ภัทรไปไหน ถ้าจับแขนมันดึงออกนิดเดียวเพื่อนหล่อนก็เดินหนีได้แล้ว


“ไปชวนจันทร์สิ ฉันเป็นผู้ชายนะโว้ย”เพื่อนหนุ่มทำท่าจะโวยวาย


“ฉันไปหาจันทร์ก็ได้ แค่นี้ก็ช่วยไม่ได้”หล่อนมองหาจันทร์เจ้าไปด้วยหาห้องน้ำไปด้วย แต่ตอนนี้หล่อนเจอห้องน้ำที่แยกออกมาจากตัวอาคารแล้วแต่ยังไม่เจอเพื่อนหล่อนเลย คงไม่เป็นไรหรอกกลางวันอยู่เลย


พร้อมกานต์วิ่งไปเข้าห้องน้ำ เมื่อเสร็จธุระเรียบร้อยหล่อนเดินออกมาก็เห็นอาจารย์ปีย์ล้างมืออยู่ที่อ่างล่างหน้า หล่อนหันไปแบะปากให้กับต้นไม้ใบหญ้า ตอนแรกหล่อนก็คิดว่าจะเป็นคนดีสุดท้ายก็เป็นพวกเจ้าชู้ หล่อนกำลังจะเดินออกไป


“ไม่ล้างมือหรอ”อาจารย์ปีย์พูดขึ้นมาก่อน หล่อนหันไปยิ้มให้แบบตั้งใจสุดๆแล้วเดินไปล้างมือที่อ่าง


“เสร็จแล้วค่ะ”พูดจบหล่อนก็หันหลังเดินไปทางโรงอาหาร ตอนนี้เพื่อนๆก็นั่งลงประจำที่เรียบร้อยแล้ว หล่อนไปนั่งกับจันทร์เจ้าที่จองที่ไว้ให้ อาหารตรงหน้าก็เป็นข้าวมีปีไก่บนทอด1ชิ้นกับทอดมัน3ชิ้น กับข้าวใส่ชามมาอีก3อย่าง สงสัยที่เอาไก่ทอดทอดมันใส่จานมาให้กลัวเด็กแย่งไก่แย่งทอดมันกันแน่เลย


“ไปไหนมา ทำไมมาช้า”จันทร์เจ้าหันมากระซิบหล่อน


“เข้าห้องน้ำมา”หล่อนตอบ แล้วก็เริ่มกินข้าวพร้อมๆกับเพื่อนคนอื่น แต่หล่อนชอบกินไก่ทอดมากกว่าทอดมัน หล่อนมองหาภัทรแต่ไม่เจอ แต่ทำไมเจอสายตาของจารย์ปีย์แทนก็ไม่รู้ หล่อนพยายามทำไม่สนใจ พอมองมาข้างหลังก็เห็นภัทรนั่งอยู่ตรงนี้นี่เอง หล่อนอยากเขกหัวตัวเองสักทีเหมือนกันทำไมตาถั่วอย่างนี้ หล่อนเอื้อมมือไปสะกิดภัทร ภัทรหันมามองด้วยหน้าเซ็งๆที่เห็นหน้าหล่อน แต่หล่อนส่งยิ้มหวานๆไปให้


“ภัทร ขอไก่หน่อยดิ นะๆๆ”หล่อนจับแขนเสื้อภัทรแกว่งไปมาเบาๆ แต่ภัทรก็ทำเป็นไม่สนใจ สงสัยหล่อนต้องเปลี่ยนแผน แผนแกว่งแขนเสื้อเริ่มไม่ได้ผลก็ต้องใช้วิธีอื่น หล่อนกระตุกยิ้มเล็กน้อยแล้วพยายามยิ้มหวานๆใครเห็นก็บอกว่าหล่อนยิ้มแบบนี้น่ารักที่สุด


“พี่ภัทรขา หนูกานต์ขอไก่ได้ไหมคะ นะคะพี่ภัทรขา”อยากจะเป็นพี่หล่อนนักใช่ไหม ถ้าเกิดหล่อนใช้วิธีนี้ไม่เคยพลาดแน่นอน ภัทรหันมามองทำหน้าเมื่อยๆ แล้วถอนหายใจหนักๆ สำเร็จ!!! หล่อนหันกลับมาหยิบจานของตัวเองมารับไก่ทอดจากภัทร แล้วส่งทอดมันให้แทน


“ขอบคุณมากจ้า คุณชายภัทร”หล่อนพูดก็ยักคิ้วให้เพื่อนนิดหนึ่ง ภัทรก็ผลักหัวเบาๆ ต่างคนก็ต่างหันมาจะกินข้าวต่อ แต่สายตาหล่อนเห็นอาจารย์มองมาหน้าเหมือนโกรธใครมาร้อยปีก็ไม่รู้ หล่อนจะไม่สนใจท่องไว้พร้อมกานต์


“แกสนิทกับภัทรจังเลยนะ”เจ้าจันทร์ทักขึ้นมา


“สนิทกันมาก โตมาด้วยกันเลย มันอยากจะเป็นพี่ฉันจนตัวสั่นแล้ว ฮ่าๆๆ”พร้อมกานต์พูดกับจันทร์เจ้าเบาๆ ภัทรชอบทำตัวเหมือนเป็นพี่ชายของฉันตลอดเวลา แล้วครอบครัวฉันถ้าฉันไหนภัทรไปด้วยก็จะสบายใจ ฉันก็ได้แต่เออออกับเพื่อนหล่อนไปด้วย พอถึงเวลาก็ใช้ประโยชน์ซะ ฮ่าๆๆๆ


“ฉันคิดว่าภัทรเป็นแฟนแกเสียอีก เพราะได้ยินว่าภัทรมีแฟนแล้ว”เพื่อในโต๊ะหล่อนคนหนึ่งพูดขึ้น หล่อนอยากหัวเราะเสียงดังๆ แต่หล่อนหันไปหาภัทรที่นั่งหันหลังหาหล่อน


“ภัทร”หล่อนเรียกแล้วสะกิดภัทร แต่เพื่อนชายหล่อนแค่หันหน้ามาเฉยๆ


“ภัทรขาเพื่อนๆบอกว่าคิดว่าเราเป็นแฟนกันค่ะ”หล่อนพูดแล้วซบไปที่ไหล่กว้างๆของภัทร หล่อนพยายามกลั้นขำเต็มที่ ตอนแรกภัทรทำหน้าเหวอ แต่หล่อนก็ไปกระซิบกับภัทร


“แกจำได้ไหมว่าสัญญากับป๊าฉันว่าอะไร” อยากไปสัญญากันเองดีนักว่าจะคอยกันท่าทุกคนที่เข้ามาภัทรเริ่มทำหน้าเหมือนกินยาขมเข้าไป


“แกมองพวกเพื่อนแกสิ”หล่อนรู้ว่ามีเพื่อนบางคนของภัทรแอบชอบหล่อนอยู่ แต่ภัทรไม่เคยบอกฉันหรอก ถ้าให้หล่อนรู้เองก็คงไม่มีทางรู้เหมือนกัน ถ้าหล่อนไม่ได้ยินเพื่อนของภัทรคุยกับเพื่อนชายของหล่อนอยู่ ภัทรหันไปมองนิดๆแล้วหน้ายิ่งเหมือนกินยาขมหลายๆช้อนไปเลย หล่อนจะหลุดขำแล้ว ถ้าไม่เห็นภัทรกระตุกยิ้มออกมาก่อน ผีเห็นผีย่อมดูออก หล่อนกำลังจะโดนแกล้งกลับ


“แล้วที่รักตอบเพื่อนไปว่ายังไงคะ” ภัทรพูดมือหนาก็ยกขึ้นมาลูบผมหล่อน ตอนดึงมือกลับก็ดึงผมหล่อนเบาๆ หล่อนเลยมองค้อนไป แต่คนอื่นคงคิดว่าหล่อนเขินอยู่แน่ๆ


“แล้วภัทรจะให้ตอบว่ายังไงดีคะ หล่อนเอามือไปเหมือนจะจับแขนเสื้อของภัทรมาแกว่งไปมา แต่ใครจะรู้ว่าหล่อนกำลังหยิกแขนภัทรอยู่


“พวกแกพอได้แล้ว เลี่ยนว่ะ”เพื่อนของหล่อนพูดขึ้น แต่ใครจะรู้ว่าทั้งสองกำลังกัดฟันยิ้มให้กันอยู่ ในใจต่างฝ่ายคิดว่า ฝากไว้ก่อนเถอะ


“พวกแกเป็นแฟนกันจริงๆหรอ”เพื่อนในโต๊ะคนหนึ่งถาม


“ก็อย่างที่เห็นเมื่อกี้”หล่อนยักไหล่นิดหนึ่ง


“ทำไมพวกแกต้องทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่กันด้วย”เจ้าเจ้าพูดขึ้น


“เมื่อกี้ไอ้ภัทรมันดึงผมฉัน ฉันเลยหยิกมันกลับ”หล่อนกระซิบจันทร์เจ้าเบาๆ แล้วขยิบตาให้เพื่อน


พร้อมจันทร์รีบกินข้าวต่อ เริ่มมีคนทยอยกินเสร็จก็เอาจานไปวางที่ถัง ทุกคนกินเสร็จก็เริ่มวางแผนว่าใครจะเป็นฝ่ายทาสี ใครจะเป็นฝ่ายปรับทัศนียภาพ ใครจะเป็นฝ่ายสวัสดิการ หล่อนอยู่ฝ่ายทาสี ตอนแรกหล่อนอยากอยู่ฝ่ายปรับทัศนียภาพแต่ภัทรไม่อนุญาต ถ้าจะอยู่ฝ่ายสวัสดิการก็ต้องทำอาหารแต่อากงหล่อนบอกว่าทำให้ที่บ้านกินก็พอ หล่อนเลยจำเป็นต้องไปทาสี


งานของพร้อมกานต์เริ่มตั้งแต่วันแรกที่มาถึง ฝ่ายทาสีมี10คน ฝ่ายปรับทัศนีภาพมี15คน ฝ่ายสวัสดิการมี5คน ต่างคนก็แบ่งว่าจะทาส่วนไหนกัน หล่อนได้ทาสีห้องหนึ่งข้างในอาคาร ต่างคนก็แยกย้ายไปหยิบสีแล้วเดินไปประจำที่จุดของตัวเอง


“เอ้ากานต์บันได ไหวแน่นะ”เพื่อนผู้ชายในค่ายอาสาช่วยยกบันไดมาให้


“แค่นี้สบายมาก ขอบคุณที่ช่วยยกมาให้นะ”พอหล่อนพูดจบเพื่อนคนนั้นก็เดินจากไป ทำไมจะทำไม่ได้สีห้องนอนหล่อน หล่อนก็เคยทามาแล้ว ตอนนี้หล่อนกำลังเอากระดาษหนังสือพิมพ์ปูพื้นเพื่อไม่ให้สีเลอะ หล่อนได้แปรงทาสีกับลูกกลิ้งมา หล่อนกางบันไดแล้วเขย่าเบาๆเพื่อให้แน่ใจว่าแข็งแรงดีแล้ว หล่อนก็ปืนขึ้นไปทาสี หล่อนทาไปเรื่อยๆคิดว่าวันนี้ต้องทาให้เสร็จสักฝั่งก่อน แต่ก็มีมือใหญ่มาโอบรอบเอวหล่อนยกหล่อนวางลงบนพื้น


“หนูกำลังทาสีอยู่นะ เดี๋ยวก็ไม่สีก็สวยพอดี”หล่อนโวยวายทันทีที่เห็นหน้าคนยกหล่อนลงมา


“เอาลูกกลิ้งมา”อาจารย์ปีย์ยังเห็นหล่อนทำเฉยอยู่ก็แย่งไปจากมือหล่อน ปืนบันไดขึ้นไปทาสีแทนที่หล่อนเมื่อกี้


พร้อมกานต์หันหลังให้อาจารย์หนุ่มแล้วพยายามสงบจิตสงบใจ แต่ทำไมใจหล่อนตอนนี้สั่นไม่หยุดเลยล่ะ อาจารย์มีลูกมีเมียแล้วนะ แล้วอาจจะมีกิ๊กอีกด้วย เมื่อหล่อนคิดได้ดังนั้นหัวใจหล่อนก็เต้นช้าลงจนหล่อนกลัวว่ามันจะหยุดเต้น


ต่างคนต่างทำงานของตัวเองไปจนอาจารย์หนุ่มทาสีข้างบนเสร็จก็ลงมาสีข้างล่างแทน อาจารย์หนุ่มนั่งทาสีบนบันไดขั้นที่3 ขาข้างหนึ่งเหยียบขั้นบันได้ไว้ส่วนอีกข้างก็วางไว้กับพื้น หล่อนหันไปมองก็เห็นเหมือนนายแบบกำลังถ่ายนิตยสารอยู่อย่างไรอย่างนั้นเลย


พร้อมกานต์ก็ทาสีไปเรื่อยๆ จนไหล่ไปกระทบกับบันไดเบาๆทำให้ทั้งคู่หันหน้ามาหากันพอดี หน้าของอาจารย์หนุ่มกับหล่อนห่างกันไม่ถึงฝ่ามือ ตอนนี้หล่อนใจเต้นแรงเกินไป หล่อนได้สติก็ถอยหลังออกแต่เจ้ากรรมหล่อนสะดุดขาตัวเอง หล่อนหลับตาเตรียมรับความเจ็บ แต่หล่อนรู้สึกว่ามีอะไรมาเกี่ยวหล่อนไว้ แขนของอาจารย์ปีย์นั้นเอง


พร้อมกานต์พึ่งรู้ตัวว่ามือหล่อนกอดคออาจารย์หนุ่มไว้ แล้วทำไมหน้ามันถึงใกล้กันอย่างนี้เนี่ยหล่อนตั้งสติได้รีบผลักออกจากอาจารย์ทันที


“ขอโทษค่ะ”หล่อนพูดแต่หน้าหันไปมองทางอื่น


“ขอโทษอะไร”หล่อนต้องขอบคุณใช่ไหม ไม่ใช่ขอโทษ ให้ตามสิ หล่อนยกมือสั่นๆของหล่อนยกมือไหว้อาจารย์หนุ่ม


“ขอบคุณค่ะที่ช่วย หนูทำต่อเองได้อาจารย์ไปช่วยคนอื่นเถอะค่ะ”หล่อนหยิบลูกกลิ้งจากมาอาจารย์มาแล้วนำไปทาสีต่อ แต่อาจารย์ดึงลูกกลิ้งกลับไป


“ผมจะช่วยคุณ”อาจารย์หนุ่มทำหน้ามึนใส่หล่อน หล่อนเลยเดินเข้าไปใกล้ๆ อาจารย์หนุ่มหันมามอง


“หนูขอได้ไหมคะ ไปช่วยคนอื่นเถอะค่ะ”หล่อนพูดจบก็ยื่นมือออกไปหน้าอาจารย์หนุ่ม อาจารย์ปีย์ก้มลงมองมือหล่อนนิดหนึ่งก่อนที่จะเงยหน้ามองหน้าพร้อมกานต์นิ่งๆ จนหล่อนเอามือลง อาจารย์ปีย์ก็เอื้อมมือไปด้านหลังหล่อน พร้อมกับได้ยินเสียงด้ามจับของลูกกลิ้งกระทบพื้น


“คุณไม่อยากอยู่ใกล้ๆผมเลยใช่ไหม”อาจารย์ปีย์พูดใกล้หูหล่อนแล้วเดินออกจากห้องไป หล่อนได้แต่มองตามหลังอาจารย์ไป


พร้อมกานต์พยายามตั้งสติเพราะสติสำคัญที่สุด หล่อนทาสีไปอีกสักพักก็เสร็จ หล่อนมานั่งมองผนังที่ทาสีเสร็จเรียบร้อยแล้วที่ฝั่งตรงข้าม หล่อนกำลังคิดว่าหล่อนไม่น่าจะเป็นโรคหัวใจเหมือนที่หล่อนเคยมโนแล้ว แต่หล่อนขอทบทวนความรู้สึกของตัวเองก่อนะ


“อ้าว กานต์ยังไม่ไปรวมอีกหรอ เอาไว้ค่อยมาทำต่อพรุ่งนี้ก็ได้”หล่อนกำลังคิดอะไรไปเรื่อยๆ แต่เพื่อนในค่ายก็เรียกหล่อนก่อน


“ถึงเวลาแล้วหรอ ขอล้างแปรงก่อนนะเดี๋ยวตามไป”เพื่อนในค่ายพนักหน้าแล้วเดินจากไป หล่อนก็ถอนหายใจออกมาหนักๆแล้วยกนาฬิกาข้อมูลขึ้นดู อีก15นาทีจะถึงเวลา รีบๆล้างแปรงก็คงทัน


“ฉันช่วย”หล่อนหันไปยิ้มให้ภัทรบางๆ แล้วก้มลงไปล้างแปรงต่อ แต่ก็ได้ยินเสียงภัทรถอนหายใจออกมาก่อนที่เพื่อนหล่อนจะจับตัวหล่อนไปหา


“หนูกานต์เป็นอะไรบอกพี่ภัทรสิคะ”พร้อมกานต์เงยหน้าขึ้นมองเห็นหน้าภัทรแล้วน้ำตาก็คลอขึ้นมา


“ไม่รู้ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร”หล่อนตอบพร้อมกับน้ำตาค่อยๆหยดลงมา ภัทรดึงหล่อนเข้าไปกอดแล้วลูบหลังเบาๆ


“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะคะ ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม”หล่อนส่ายหน้ากับอกภัทร ภัทรรีบผลักออกจากหล่อนแล้วสำรวจดูก็ไม่พบแผลที่ตรงไหน


“หนูกานต์เจ็บข้างในนี้”หล่อนยกมือแนบที่อกของตัวเอง


“ไม่รู้ว่าเป็นอะไรจริงๆ”หล่อนมองหน้าภัทรที่ยังยืนนิ่งแล้วมองหน้าหล่อน สักวันเขาจะเอาคืนคนที่ทำให้หล่อนเป็นอย่างนี้


“พวกคุณทำอะไรกันทำไมไม่ไปรวม เลยเวลามาเกือบสิบนาทีแล้วนะ”ภัทรรีบเอาตัวบังพร้อมกานต์เอาไว้ หล่อนพยายามที่จะเช็ดน้ำตาให้หมด


“จะไปเดี๋ยวนี้แหละครับอาจารย์ปีย์” ภัทรตอบแล้วเอามือข้างหนึ่งไปหยิบแปรงที่ล้างแล้ว ส่วนมืออีกข้างก็จูงมือหล่อนไปที่เรียกรวม ขณะที่จะผ่านอาจารย์หนุ่ม เขาก็เอื้อมมือมาจับข้อมือหล่อนเอาไว้


“คุณเป็นอะไร” หล่อนเงยหน้าขึ้นก็เห็นหน้านิ่งๆของอาจารย์หนุ่ม หล่อนดึงแขนออกก่อนที่จะตอบ


“ไม่เป็นไรค่ะ”พูดจบหล่อนกับภัทรก็เดินออกมาทันที


หลังกินข้าวเย็นเสร็จเรียบร้อยทุกคนก็ถูกปล่อยให้พักผ่อนตามอัธยาศัย หล่อนรีบไปอาบน้ำก่อนที่จะค่ำมืด ตอนนี้หล่อนมานั่งที่ม้าตรงม้าหินอ่อน บางคนก็นั่งเป็นคู่ บางคนก็นั่งเป็นกลุ่ม หล่อนมองไปรอบๆทำไมวันนี้หล่อนจิตตกสุดๆก็ไม่รู้ หล่อนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร หล่อนเลยจัดการตัวเองไม่ได้เลย


“หนูกานต์”ภัทรเรียกหล่อนหลังจากมานั่งข้างๆ หล่อนเลยหันไปมอง


“ยังไม่หายอีกหรอ”หล่อนพยักหน้า


“ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ฉันต้องการเวลาคิด”ภัทรยกมือขึ้นมาลูบผมหล่อน


“ของบางอย่างก็ไม่ต้องใช้สมองในการหาคำตอบก็ได้”หล่อนไม่เข้าใจว่าภัทรจะบอกอะไร ถ้าไม่ใช้สมองคิดจะให้ใช้อะไรคิด หล่อนได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ไม่ใช่ของหล่อนแน่เพราะโทรศัพท์หล่อนเปิดสั่นเอาไว้


“ศศิโทรมา”ภัทรหันมามองหน้าหล่อนด้วยความลำบากใจ หล่อนยิ้มให้เพื่อนบางๆ


“ฉันอยู่คนเดียวได้ อย่าห่วงเวอร์ ฉันเกิดหลังแกแค่2เดือนอย่าลืม ชอบทำตัวเป็นพี่ฉันอยู่ได้”หล่อนบ่นแล้วยิ้มให้ภัทร


“อยู่ได้แน่นะ”เพื่อนชายหล่อนถามซ้ำ หล่อนพยักหน้าให้เพื่อน ภัทรถึงได้วางใจผลักจากหล่อนไป เรื่องวันนี้ต้องถึงหูศศิมาแน่ๆ


พร้อมกานต์กำลังมองดาวบนท้องฟ้าที่เห็นเต็มฟ้าแล้ว หล่อนกำลังคิดอะไรไปเพลินๆ หางตาหล่อนก็เห็นคนมานั่งข้างๆ หล่อนหันหน้าไปมองก็เห็นเป็นอาจารย์ก็เตรียมจะลุกขึ้น แต่อาจารย์จับข้อมือหล่อนไว้ก่อน หล่อนมองตามมือที่อาจารย์หนุ่มขยับมาจับ


“นั่งเป็นเพื่อนหน่อยสิ” อาจารย์หนุ่มมองหน้าหล่อนนิ่งๆ หล่อนเลยกลับมานั่งที่เดิม


พร้อมกานต์กับอาจารย์ปีย์ไม่มีใครพูดอะไรทั้งคู่ต่างมองไปบนท้องฟ้าที่มีดาวเต็มฟ้า


“ถ้ามีดวงดาวเต็มฟ้าก็จะไม่มีพระจันทร์ส่องแสง แต่ถ้ามีพระจันทร์ส่องแสงก็จะไม่เห็นดวงดาวเช่นกัน” พร้อมกานต์หันไปมองหน้าอาจารย์หนุ่มแล้วเงยหน้าขึ้นมามองท้องฟ้าเหมือนเดิม


“ก็คงแล้วแต่คนว่าจะชอบอะไร”หล่อนพูดขึ้น


“แล้วคุณชอบอะไร ดวงดาวหรือดวงจันทร์”อาจารย์ปีย์ถามมา


“คงเป็นดวงดาวมั้งคะ”หล่อนไปตอบแล้วยิ้มบางๆให้อาจารย์


“ทำไม”อาจารย์หนุ่มถามกลับ


“อาจารย์เคยได้ยินเรื่องพระจันทร์สองดวงไหมคะ”หล่อนหันมามองก็เห็นอาจารย์ส่ายหน้า


“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว โลกของเรามีพระจันทร์สองดวง ดวงหนึ่งเป็นพระจันทร์ผู้ชาย อีกดวงเป็นพระจันทร์ผู้หญิง ทั้งสองรักกันมาก คืนไหนมองไปที่ท้องฟ้าก็เห็นทั้งสองอยู่ด้วยกันเสมอ วันหนึ่งพระจันทร์ผู้หญิงก็เกิดหลงไหลแสงสว่างของพระอาทิตย์จนค่อยๆเลือนรางไปทีละนิด จนเหลือแต่พระจันทร์ผู้ชายเพียงดวงเดียว แต่พระจันทร์ผู้ชายก็ยังรักมั่นคง และอยากจะเจอพระจันทร์ผู้หญิงจึงระเบิดตัวเองออกเป็นดวงดาวเต็มท้องฟ้าเพื่อที่จะตามหาพระจันทร์ผู้หญิง เมื่อพระจันทร์ผู้หญิงคิดได้ว่าพระอาทิตย์ไม่ได้ส่องแสงเพื่อตัวเองคนเดียวก็เลยจะกลับมาพบพระจันทร์ผู้ชาย แต่ก็ไม่พบ จนมารู้ว่าพระจันทร์ผู้ชายระเบิดตัวเองเพื่อตามหาตน พระจันทร์ผู้หญิงเสียใจมาก แต่อาจารย์รู้ไหมคะ พระจันทร์ผู้ชายยังคงพยายามที่จะส่องแสงอันน้อยนิดของตัวเองเพื่อแสดงความรักอันยิ่งใหญ่ของตัวเอง” พร้อมกานต์เล่าไปเรื่อยๆจนจบ หล่อนไม่รู้ว่าอาจารย์หนุ่มกำลังทำอะไรตอนที่หล่อนเล่าให้ฟัง แต่หล่อนกำลังมองดวงดาวที่เต็มท้องฟ้า


“เพราะเรื่องนี้คุณเลยชอบดวงดาวสินะ”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น


“ก็อาจจะเป็นอย่างนั้น หนูแค่อยากมีรักที่มั่นคงต่อคนที่หนูรักแค่นั้นเอง”หล่อนหันไปมองหน้าอาจารย์ตอนที่หล่อนพูดประโยคนี้แล้วยิ้มให้บางๆ


“อาจารย์รอตรงนี้สักครู่นะคะ”หล่อนพูดจบก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนเพื่อหยิบถุงในกระเป๋าออกมา หล่อนรีบวิ่งกลับไปที่อาจารย์นั่งอยู่


“อาจารย์คะ หนูขอโทษนะคะ”หล่อนยื่นถุงให้ แต่คนเป็นอาจารย์ก็ได้แต่ทำหน้างง


“ขอโทษอะไรครับ”อาจารย์หนุ่มพูดเสียงนิ่มๆ


“ขอโทษที่ทำเสื้ออาจารย์เลอะสเลอปี้วันที่เราเจอกันครั้งแรกไงคะ”หล่อนยิ้มกว้างให้อาจารย์


“อ๋อ วันนั้นเอง ผมคิดว่าคุณจำผมไม่ได้แล้วเสียอีก”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น


“ค่ะ หนูจำไม่ได้แต่หนูจำเสียงอาจารย์ได้ค่ะ คนอะไรเสียงดุชะมัดเลย ฮ่าๆๆ”อาจารย์หนุ่มทำหน้างอใส่หล่อนทันที


“อาจารย์รับไปสิคะ หนูคิดว่ามันเหมาะกับอาจารย์”หล่อนยิ้มบางๆ


“ขอบคุณครับ” อาจารย์หนุ่มรับมาแล้วขมวดคิ้ว เพราะเหมือนเสื้อตัวนี้จะผ่านการซักรีดมาแล้ว


“หนูซักแล้วก็รีดให้เรียบร้อยแล้วค่ะ พอดีซื้อมานานแล้ว ตอนนั้นเห่อเลยเอาไปซักแล้วก็รีดเลย”หล่อนยิ้มแห้งๆให้อาจารย์


“ขอบคุณมากครับ แต่คุณซื้อมาเป็นสีชมพูเลยนะ ผมคงจะกล้าใส่หรอกนะ ฮ่าๆๆๆ”อาจารย์หนุ่มหัวเราะขึ้นหล่อนเลยยิ้มให้อาจารย์กว้างๆ


“เราไปนอนกันเถอะค่ะ พรุ่งนี้ต้องเหนื่อยทั้งวันอีก”หล่อนบอกอาจารย์ที่นั่งอยู่ข้างหน้า


“เดี๋ยวผมไปส่งหน้าห้อง มันมืดแล้วอันตราย” หล่อนเดินกลับห้องนอนฝั่งผู้หญิง หล่อนพยายามทบทวนความรู้สึกของตัวเองอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่หล่อนพึ่งได้คำตอบเมื่อกี้ถูกต้อง


“ถึงแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”หล่อนขอบคุณอาจารย์หนุ่ม


“ฝันดีครับ”อาจารย์พูดแล้วยิ้มให้หล่อน


“ฝันดีเช่นกันค่ะ”หล่อนยิ้มตอบกลับไป อาจารย์หนุ่มเดินกลับไปห้องนอนฝั่งผู้ชาย


พร้อมกานต์มองตามหลังอาจารย์หนุ่มที่เดินจากไป หล่อนกำลังทบทวนความรู้สึกตัวเองครั้งสุดท้ายโดยใช้ใจตอบไม่ใช่สมอง หลังจากเล่าเรื่องพระจันทร์สองดวงให้อาจารย์หนุ่มฟัง หล่อนก็มั่นใจว่าตอนนี้ หล่อนชอบอาจารย์ปีย์เข้าแล้ว

ความคิดเห็น