facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 10 ห้าง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.พ. 2561 03:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 ห้าง
แบบอักษร

​หลังจากกีฬาสีผ่านไปนักศึกษาก็กลับมาเรียนปกติใช้ชีวิตวนเวียนเหมือนเดิมรวมถึงหล่อนด้วย ตื่นเช้าไปเรียน เรียนเสร็จก็กลับหอ อ่านหนังสือทำการบ้านไปตามเรื่องตามราว หลังจากที่หล่อนเรียนมาหนึ่งเทอมกับอีกครึ่งเทอมหล่อนก็รู้ว่าคนที่ไม่เก่งคณิตศาสตร์ก็เรียนบัญชีได้ เพราะวิชาคำนวณส่วนใหญ่อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลข แต่ก็มีวิชาเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ก็ต้องคำนวณมือ


แต่หล่อนรู้สึกว่าพึ่งสอบกลางภาคผ่านไปเองนะ ทำไมพวกเพื่อนๆรีบอ่านหนังสือกันแล้ว ส่วนหล่อนหรอเดี๋ยวค่อยอ่านก็ได้หล่อนไม่รีบอยู่แล้ว เราต้องทำให้ชีวิตวัยรุ่นสมดุลสิไม่อย่างนั้นจะไปสนุกอะไร


“กานต์ ไปเที่ยวห้างกันป่าว”จันทร์เจ้าชวน แต่วันนี้มีเรียนทั้งวันด้วยสิ


“วันนี้เรียนทั้งวันเลยนะจันทร์ แกจะไปหรอ”หล่อนถาม


“ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ นะๆๆๆ นะกานต์”เพื่อนหล่อนทำหน้าอ้อนวอนหลอนสุดๆ ถ้าจะทำขนาดนี้หล่อนก็คงต้องยอม


“ไปก็ได้”เพื่อนหล่อนยิ้มกว้างจนหล่อนยิ้มตามไปด้วย


“จันทร์เราไปรถอะไรกันดี”จันทร์เจ้าหันมาถาม ขณะลงรถรางภายในมหาวิทยาลัย


“รถเมล์ไหม ตอนกลับค่อยว่ากันอีกที”หล่อนตอนเพื่อน


พร้อมกานต์กับจันทร์เจ้ามารอรถที่ป้าย ช่วงนี้เป็นช่วงเลิกเรียนภาคบ่ายด้วย โดนเบียดเป็นปลากระป๋องแน่ๆ พวกหล่อนรอไปสักพักรถเมล์ก็มาจอดเทียบฟุตบาท หล่อนรีบดึงจันทร์เจ้าไปต่อแถวคนที่จะขึ้น พอคนที่ลงรถลงมาเรียบร้อยแล้วหล่อนก็รีบดึงเพื่อนขึ้นรถทันที ไม่อย่างนั้นดูแล้ววันนี้คงไม่ได้ไปห้างแน่ๆ หล่อนขึ้นรถมาหล่อนก็เป็นปลากระป๋องทีถูกเบียดในรถทันที หล่อนกดกริ๊งเพื่อบอกว่าลงป้ายหน้า


“โคตรสนุกเลย ฮ่าๆๆๆ”หล่อนขำไป หล่อนรู้สึกเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวในสวนสนุกเลย แต่ถ้ามีทางเลือกอื่นหล่อนก็ขอไม่สนุกแล้วกัน มันดูไม่ปลอดภัยสำหรับหล่อนสุดๆ


“ไม่เอาแล้วนะ จะอ้วกแล้ว”จันทร์เจ้าทำหน้าพะอืดพะอม หล่อนเลยรีบลูบหลังเพื่อนด้วยความตกใจ แต่ทำไมเพื่อนหล่อนต้องหันหน้ามาค้อนหล่อนด้วย หล่อนก็แค่เป็นห่วง


“จันทร์ แกจะซื้ออะไรอ่ะ”หล่อนถามเพื่อนขนาดที่เพื่อนสาวเดินเข้าไปเสื้อผ้าผู้ชายในฝั่งที่เป็นของห้าง


“ซื้อเสื้อน่ะ แกว่าตัวนี้สวยไหม”เสื้อที่จันทร์เจ้าหยิบขึ้นมาเป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นดูลำลองใส่วันสบายๆได้


“ก็ดูสบายๆดี ว่าแต่แกซื้อไปให้ใครอ่ะ”หล่อนไม่รู้ก็ช่วยไม่รู้จะช่วยยังไงเหมือนกัน


“ไม่บอกหรอก แบร่”เพื่อนหล่อนหันมาแลบลิ้นปริ้นตาใส่หล่อนแล้วเดินไปที่เชลล์อื่นอีก


“ฉันไปเดินเล่นนะแก ถ้าเสร็จแล้วหรือจะกลับก็โทรมานะ” หล่อนพูดจบก็เดินออกมา หล่อนไม่ได้โกรธที่เพื่อนไม่บอกนะ แต่หล่อนแค่รู้สึกว่าไม่รู้จะช่วยอะไรก็เลยไปเดินเล่นดีกว่า


พร้อมกานต์เดินไปเรื่อยๆก็เห็นป้ายร้านหนึ่งเซลล์ 50%-80% หล่อนเหมือนโดนแม่เหล็กดูดเข้าไปในร้าน หล่อนเดินดูฝั่งเสื้อผ้าผู้หญิงก็ไม่มีตัวไหนที่ถูกใจหล่อน หล่อนกำลังจะเดินออกจากร้านฝั่งผู้ชาย แต่สายตาเหลือบไปเห็นเสื้อเชิ้ตสีชมพูพาสเทล น่ารักสุดๆเลย หล่อนเดินเข้าไปดูใกล้ก็ยิ่งน่ารัก จับซ้ายจับขวาหล่อนกำลังคิดว่าจะซื้อดีไหม


“พี่คะ คนสูงประมาณ185-190ใส่ได้ไหมคะ”หล่อนหันไปเห็นพนักงานพอดี ก็ถามทันที เดินเข้ามาได้จังหวะจริงเชียว


“ผมขอไปเช็คสักครู่นะครับ คุณลูกค้า”พนักงานพูดจบก็เดินจากไปทันที ขอให้มีเถอะนะหล่อนอยากได้ ระหว่างรอพนักงานมือก็ลูบเสื้อสีชมพูตรงหน้าไปด้วย


“คุณลูกค้าครับ มีเหลือ1ตัวพอดีเลยครับ”พนักงานยื่นเสื้อมาให้หล่อนตรงหน้า หล่อนกำลังมองแล้วกะขนาดว่าคนที่หล่อนจะซื้อไปฝากจะใส่ได้หรือเปล่า จากที่กะด้วยสายตาก็น่าจะได้ แล้วหล่อนไล่ดูกระดุม ตะเข็บแต่ละที่จนพอใจ


“ตัวนี้ลดเท่าไรคะ”หล่อนไม่ได้งกนะ แต่หล่อนกำลังเรียนอยู่ถ้าให้ซื้อของเกินสถานะของหล่อนตอนนี้หล่อนก็คงทำไม่ได้ เงินที่เอามาซื้อก็เป็นเงินเก็บของหล่อน ถ้าแพงเกินไปหล่อนก็จะไม่ซื้อ


“ตัวนี้ลด80% จาก2,690บาท เหลือเพียง538บาท คุณลูกค้าจะรับไหมครับ”พนักงานพูดด้วยความสุภาพ


“เอาตัวนี้ค่ะ”หล่อนยื่นบัตรเดบิตให้เพราะหล่อนยังไม่ได้กดเงิน ในกระเป๋าเงินหล่อนมีเพียงสามร้อยบาทเท่านั้น


“รอสักครู่นะครับ”พนักงานเอาทั้งเสื้อและบัตรของหล่อนไป หล่อนเลยเดินตามหลังพนักงาน หล่อนไม่รู้จะซื้ออะไรแล้วเหมือนกัน


“รบกวนช่วยเซ็นด้วยครับ”พนักงานยื่นสลิปให้หล่อนเซ็น เรียบร้อยพนักงานคืนบัตรเดบิตและหันไปหยิบถุงเสื้อที่มีพนักงานอีกคนพับให้เหมือนไม่ได้แกะออกมาเลยทีเดียว


“ขอบคุณที่มาใช้บริการค่ะ/ครับ”พนักงานที่อยู่ตรงนั้นพูดพร้อมกันจนหล่อนเขิน


พร้อมกานต์เดินออกมาก็เปิดถุงดูอีกรอบแล้วนำมากอดไว้ หล่อนอยากจะขอโทษอาจารย์ปีย์อีกครั้งที่หล่อนทำเสื้ออาจารย์เลอะสเลอปี้ ยิ่งเสื้อขาวด้วยคงจะมีรอยแน่ๆ ถึงมันจะนานแล้วแต่หล่อนก็ยังจำได้


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พร้อมกานต์จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสงสัยเพื่อนของหล่อนคงจะซื้อของเรียบร้อยแล้ว แต่ผิดคาดเพราะสายที่โทรมาเป็นสายจากโปรแกรมแชท


“สวัสดีค่ะ”หล่อนทักทายตามสายไป


‘ผมปีย์นะ คุณอยู่ที่ไหน’อาจารย์ปีย์ถามขึ้น


“ค่ะ อยู่ที่ห้างค่ะ มีอะไรหรือป่าวคะ”หล่อนถามกลับ วันนี้หล่อนรู้สึกอาจารย์มาแปลกๆ


‘ไปกับใคร’อาจารย์หนุ่มถาม


“เพื่อนค่ะ สักครู่นะคะ เดี๋ยวหนูโทรกลับ”หล่อนวางสายไปทันที ยังไม่ทันที่ได้ฟังอาจารย์หนุ่มตอบกลับมา เพราะมีสายเรียกเข้าจากเพื่อน หล่อนรีบรับสาย


“ฮัลโหลจันทร์ จะกลับแล้วหรอ”หล่อนถามจันทร์เจ้าทันทีที่รับสาย


“เอ่อ...คือกานต์แกกลับเองได้ไหม คือพี่เอกแฟนฉันน่ะจะมารับไปดินเนอร์ต่อ’พอหล่อนได้ยินดังนั้นก็มองบนทันที หล่อนเข้าใจนะว่ามีแฟนก็ต้องมีเวลาว่างให้แฟนบ้าง แต่ถ้าอย่างนั้นจะชวนหล่อนมาทำไม หล่อนไม่โกรธนะแต่ถ้าชวนหล่อนอีกก็จะไม่มาแล้ว


‘กานต์แกอย่าเงียบสิ แกไม่โกรธฉันใช่ไหม’ เพื่อนหล่อนถามด้วยเสียงเหมือนจะร้องไห้ หล่อนก็ได้แต่ถอนหายใจ


“ไม่เป็นไร ฉันไม่โกรธ ถ้าอย่างนั้นแค่นี้นะ”หล่อนวางสายจากจันทร์เจ้าแล้วสงบสติอารมณ์ให้เป็นปกติก่อน


พร้อมกานต์กำลังจะเดินออกจากห้างแล้วนึกขึ้นได้ว่าบอกอาจารย์ปีย์ว่าจะโทรกลับ หล่อนกดเลื่อนหารายชื่อของอาจารย์ปีย์ในเครื่องที่หล่อนเซฟไว้ตั้งแต่รู้ว่าเป็นอาจารย์ของภัทรแล้ว เผื่อมีอะไรฉุกเฉินจะได้หาคนติดต่อได้ เบอร์ที่หล่อนได้มาก็ไม่ยากเลยเพราะกระดาษที่เจอน้องธามวันแรกยังอยู่ที่หล่อน


‘สวัสดีครับ ปีย์พูดครับ’อาจารย์หนุ่มพูดมาตามสาย


“หนูเองนะคะ พร้อมกานต์ เมื่อกี้อาจารย์มีอะไรไหมคะ”หล่อนถามทันที


‘ตอนนี้คุณยังอยู่ที่ห้างอยู่ไหม เดี๋ยวผมไปหา’อาจารย์หนุ่มถาม แต่หล่อนไม่เข้าใจว่าจะมาหาหล่อนทำไม


“ตอนนี้หนูอยู่หน้าห้าง กำลังรอรถเมล์อยู่ค่ะ”หล่อนบอกอาจารย์ทั้งที่งงๆ


‘คุณรออยู่ตรงนั้นแหละ ผมใกล้ถึงแล้ว’อาจารย์หนุ่มพูดจบก็ตัดสายไป


พร้อมกานต์นั่งรอที่ป้ายรถเมล์หน้าห้าง หล่อนเอาถุงเสื้อใส่กระเป๋าเป้ของหล่อน ตอนนี้คนเยอะมากเพราะกำลังรอรถเมล์อยู่หล่อนจึงไม่กลัว ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ร้องให้คนช่วยได้ หล่อนนั่งมองถนนก็เห็นรถออดี้สีขาวมาใกล้จะถึงหล่อนก็ไปยืนรอริมฟุตบาท พอรถจอดเทียบหล่อนก็เปิดประตูขึ้นรถทันทีเพราะถ้าจอดนานแล้วรถเมล์มาจะลำบากคนอื่นอีก หล่อนคาดเบลท์เรียบแล้วแล้วหันไปมองหน้าอาจารย์


“อาจารย์มีอะไรคะ ถึงมาหาหนูถึงที่นี่”พร้อมกานต์ถามขึ้น


“แล้วไหนเพื่อนคุณ ทำไมถึงอยู่คนเดียว”อาจารย์หนุ่มขมวดคิ้ว


“ตอนที่หนูวางสายอาจารย์ครั้งแรกเพื่อนหนูโทรมาบอกว่าจะไปดินเนอร์กับแฟน หนูเลยถูกทิ้ง อาจารย์เลยได้มาเก็บไงคะ”หล่อนพูดตอนแรกเสียงเซ็งๆ แต่ประโยคสุดท้ายหล่อนพูดตลกๆ หล่อนไม่อยากให้ใครเป็นห่วงหล่อนทั้งนั้น แค่ปัจจุบันนี้ก็เยอะจนหล่อนกลัวว่าถ้าตัวเองเป็นอะไรไปแล้วคนอื่นจะเป็นอย่างไรบ้าง


“แสดงว่าคุณยังไม่กินข้าว ไปกินข้าวกันเถอะแล้วค่อยพูดธุระของผม”อาจารย์หนุ่มพาไปกินร้านอาหารไทย บรรยากาศทางเข้าก็มีป้ายไม้ใหญ่หน้าร้านว่า มณี หล่อนคาดว่าน่าจะเป็นชื่อเจ้าของร้าน บรรยากาศก็เป็นเรือนไทย ดูข้างนอกก็ได้บรรยากาศจริงเชียว แค่ก้าวเท้าเข้าไปด้านในตัวเรือนก็ได้กลิ่นดอกมะลิหอมตลบอบอวลไปหมด


“หอมจังเลยนะคะ”พร้อมกานต์หันไปยิ้มให้อาจารย์หนุ่ม


“นั่งกันเถอะ จะได้สั่งอาหารร้านนี้อร่อยจริง ผมแนะนำ”อาจารย์หนุ่มขยิบตาล้อเลียนหญิงสาว


“โธ่อาจารย์ ถ้าอาจารย์แนะนำร้านแบบนี้ให้หนูมากินเองหนูคงกินแกลบไปทั้งเดือนแน่ค่ะ”หล่อนค้อนใส่อาจารย์หนุ่มก่อนเดินไปนั่งที่ตั่งนั่งมีโต๊ะคั่นตรงกลาง วันนี้หล่อนนั่งเฉยๆเพราะไม่รู้ว่าที่ร้านนี้อะไรอร่อยเลยนั่งฟังอาจารย์สั่งเพลิน


“คุณจะสั่งอะไรเพิ่มอีกไหม”อาจารย์สั่งกับข้าว4อย่างและข้าวเปล่า2จาน หล่อนเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมวันก่อนอาจารย์หนุ่มถึงไม่สั่ง เพราะถ้าจะสั่งทั้งสองคนกินไม่หมดแน่ๆ


“ไม่แล้วค่ะ อาจารย์อยากกินอะไรก็สั่งเลยค่ะ หนูก็กินได้หมด”พร้อมกานต์แกล้งพูดประโยคเดียวกับที่อาจารย์หนุ่มพูดเมื่อวันก่อน หล่อนเห็นหน้าอาจารย์แดงนิดหน่อยสงสัยอากาศจะร้อน


“อาจารย์ร้อนหรอคะหน้าแดงเลย มานั่งที่หนูไหมคะ ลมโกรกสบายมากเลย”หล่อนถาม เพราะอาจารย์หน้าแดงจนไปถึงหูแล้ว


“ไม่เป็นไร คุณนั่งไปเถอะ”ทำไมตอนนี้แดงถึงคอแล้ว หล่อนเอียงคอมองนิดหน่อย หล่อนลุกขึ้นไปยืนข้างอาจารย์แล้วจับแขนอาจารย์ขึ้นมา


“ลุกเถอะค่ะ ไปนั่งที่หนูเถอะ หนูกลัวอาจารย์เป็นอะไร หน้าอาจารย์แดงมากเลยนะคะ”หล่อนลากแขนอาจารย์ไปนั่งที่ของหล่อน หล่อนพยายามใช้มือของหล่อนพัดให้อาจารย์หนุ่มเพื่อคลายร้อน


“ดีขึ้นไหมคะ”หล่อนถามอาจารย์แต่เห็นหน้ายังแดงอยู่เลย


“ครับ ผมไม่เป็นอะไรแล้ว คุณไปนั่งเถอะ”อาจารย์หนุ่มบอกแต่หล่อนทำหน้าลังเล


อาจารย์ปีย์จับมือของหล่อน แล้วเงยหน้าขึ้นมา “คุณไปนั่งเถอะผมไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ” อาจารย์ปีย์ไม่พูดอย่างเดียวยังบีบมือหล่อนอีกด้วยแต่พอพูจบก็ปล่อยมือหล่อน


พร้อมกานต์อยู่ๆก็รู้สึกร้อนขึ้นมาทั้งตัว หล่อนเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามกับอาจารย์เงียบๆ


พนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟครบทุกอย่างหล่อนก็รออาจารย์ตักก่อน แต่ก็ยังไม่ตักหล่อนเลยเงยหน้ามองอาจารย์แล้วขมวดคิ้ว


“อาจารย์ทำไมไม่ตักคะ”หล่อนถามขึ้น


“แล้วทำไมคุณไม่ตัก”อาจารย์ถามขึ้น


“อาม่าสอนมาว่าให้ผู้ใหญ่ตักอาหารก่อนแล้วถึงจะตักได้”หล่อนตอบกลับ


“อยู่กับผมไม่ต้องพิธีรีตองขนาดนั้นก็ได้”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น


“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หนูทำจนติดเป็นนิสัยแล้ว แค่รอแปปเดียวก็ได้กินแล้ว”หล่อนยิ้มกว้างให้อาจารย์ บางอย่างที่บ้านหล่อนสอนมาหล่อนก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง อะไรทำก็จะทำจนติดเป็นนิสัยเลย แต่ถ้าไม่ทำก็ไม่ติดเป็นนิสัยเช่นเดียวกัน


“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่คุณ”พูดจบอาจารย์ของหล่อนก็ตักอาหารมาใส่จานตัวเองหล่อนเห็นดังนั้นก็ตักมาใส่จานตัวเองแล้วชิมทุกอย่างเลย อร่อยทุกอย่างเลยจริงๆ


“แล้วอาจารย์มีธุระอะไรกับหนูคะ พาหนูมาเลี้ยงดูปูเสื่อขนาดนี้”หล่อนถามอาจารย์แล้วยิ้มให้


“คุณอยากทำงานพิเศษไหม”อาจารย์หนุ่มถามขึ้น


“งานอะไรคะ”หล่อนถามขึ้น จริงๆหล่อนไม่อยากทำอะไรเลย หล่อนก็เป็นเหมือนวัยรุ่นทั่วไป เดี๋ยวก็อยากลองทำนู้นทำนี่ เมื่อช่วงปิดเทอมก่อนเข้ามหาวิทยาลัยหล่อนก็เคยไปลองเป็นพนักงานเซเว่นมาแล้ว หล่อนรู้เลยว่าทำงานเหนื่อยมาก


“ช่วยเลี้ยงน้องธาม”หล่อนเงยหน้าขึ้นจากการดูอาหารตรงหน้า


“ห้ะ อาจารย์จะให้หนูไปเลี้ยงน้องธาม”หล่อนถามอาจารย์อีกครั้ง อาจารย์หนุ่มพยักหน้าให้


“หนูก็อยากอยู่เหมือนกันแต่คงไม่สะดวก วันศุกร์หลังเรียนเสร็จหนูก็กลับอยุธยากว่าจะกลับก็วันอาทิตย์ วันจันทร์ถึงพฤหัสหนูก็มีเรียนทุกวัน” หล่อนก็อยากจะทำแต่หล่อนไม่สะดวกจริงๆ คงจำเป็นต้องปฏิเสธไปก่อนสินะ


“คุณกลับบ้านทุกอาทิตย์เลยหรอ”อาจารย์หนุ่มด้วยสีหน้าสงสัย


“ถ้าติดงานของมหาวิทยาลัย หรืองานกลุ่มกับเพื่อนก็ไม่ได้กลับค่ะ แต่ถ้าไม่มีอะไรก็ทุกอาทิตย์ค่ะ”หล่อนยิ้มให้อาจารย์หนุ่ม


“ผมเข้าใจคุณคงคิดถึงคนที่บ้าน”อาจารย์ปีย์พูดถูกว่าหล่อนคิดถึงคนที่บ้าน แต่หล่อนพยายามลดความเป็นห่วงของทุกคนอยู่ โดยการที่เห็นหล่อนนั่งรถทางไกลคนเดียวได้ และหล่อนก็พยายามทำอะไรที่พยายามให้เห็นว่าหล่อนช่วยเหลือตัวเองได้และหล่อนคอยระวังตัวตลอดเวลาอยู่แล้ว


“คิดถึงค่ะ คิดถึงมากด้วย”หล่อนพูดแล้วมองตาอาจารย์ปีย์


“ผมคิดว่าคุณอยากได้จักรยานเลยอยากหางานให้”หล่อนได้ยินแล้วก็เบิกตาโต หล่อนไปแสดงอาการอยากได้จักรยานตอนไหน หล่อนพยายามคิดแต่ก็คิดไม่ออก


“หนูอยากได้จักรยานหรอคะ?”ตอนนี้หน้าของหล่อนคงงงมาก


“ก็วันก่อนที่ไปกินปิ้งย่างกัน พอกินเสร็จตอนเดินออกมาผมเห็นคุณไปยืนมองจักรยาน เลยคิดว่าอยากจะได้”พร้อมกานต์นึกตามที่อาจารย์เล่าก็นึกออก


“อยากได้ค่ะ แต่ซื้อไม่ได้ เอาไว้หนูอยากหาเงินอีกเมื่อไรหนูจะรีบไปหาอาจารย์เลยนะคะ”หล่อนพูดแล้วก็ยิ้มน้อยๆให้อาจารย์หนุ่ม แล้วก้มหน้ากินอาหารต่อ


“อยากได้แล้วทำไมไม่ทำล่ะ”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น


“เงินซื้อจักรยานได้ค่ะ แต่ซื้อความเป็นห่วงให้หายไปไม่ได้หรอกค่ะ”หล่อนพูดจบกำลังจะกินข้าวต่อ


“ภัทรคงจะเป็นห่วงคุณมากสินะ ตั้งแต่วันนั้นที่ผมเรียกคุณกับภัทรไปพบผมก็ไม่เห็นคุณปั่นจักรยานอีกเลย”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้นมา


“ภัทรนี่ตัวดีเลยค่ะ เจ้ากี้เจ้าการ ฮ่าๆๆ”หล่อนพูดจบก็หัวเราะ หล่อนเห็นอาจารย์นิ่งไปไม่ตักอาหารหล่อนเลยตักกับข้าวไปใส่อาจารย์หนุ่ม อาจารย์ปีย์เงยหน้าขึ้นมามองหล่อนเลยยิ้มให้น้อยๆ อาจารย์หนุ่มกินอาหารเท่าที่หล่อนตักให้พอหล่อนไม่ตักให้อาจารย์ก็หยุดกิน จนหล่อนต้องคอยบริการอาจารย์จนจบมื้อหาหาร


ตั้งแต่วันนั้นพร้อมกานต์ไม่เจอหน้าอาจารย์ปีย์เลย นี่ก็จะสอบไฟนอลแล้ว นานๆครั้งถึงจะเจออาจารย์หนุ่ม ครั้งล่าสุดก็ไปกินอาหารไทยครั้งนั้น ก็คงไม่นานเท่าไรแค่เกือบสองเดือนเอง วันนั้นหล่อนลืมเอาเสื้อให้อาจารย์คิดว่าเจอกันครั้งหน้าจะให้แต่ก็ไม่ได้ให้สักที


“กานต์ ไปค่ายอาสากันป่าวหลังสอบเสร็จ 3วัน2คืน”จันทร์เจ้าชวนหล่อน


“ค่ายอาสาหรอ ที่ไหน”หล่อนหันไปถาม


“เมืองกาญจน์”จันทร์เจ้าตอบกลับมา


พร้อมกานต์เดินออกไปโทรศัพท์หามารดาข้างหลังห้อง


“ม๊าจ๋า ทำอะไรอยู่จ๊ะ”หล่อนเห็นมารดารับสายก็พูดขึ้นทันที


‘กำลังจะรีดผ้าลูก’


“หนูขอไปค่ายอาสาหลังสอบเสร็จ3วัน2คืนได้ไหมจ๊ะ”หล่อนรีบขอมารดาเพราะอีกไม่ถึงห้านาทีก็จะเข้าเรียนแล้ว


‘ไปกับใครลูก ภัทรไปด้วยไหม’ ภัทรอีกแล้ว สงสัยคงต้องลากภัทรไปด้วยให้ได้แล้วสิ หล่อนกระตุกยิ้มเล็กน้อย


“ไม่รู้จ้ะ เดี๋ยวหนูลองชวนดู”หล่อนบอกมารดาไป


‘ถ้าภัทรไปด้วย แม่ก็สบายใจ แต่ก็แล้วแต่หนูกานต์ของแม่อยู่แล้ว’ ตอบแบบนี้แสดงว่าถ้าภัทรไปด้วยก็จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง


“ขอบคุณจ้ะม๊า”หล่อนรีบวางสายจากมารดา แล้วรีบโทรหาภัทรทันที


‘ฮัลโหลมีอะไร อาจารย์กำลังจะสอนแล้ว’ พร้อมกานต์ได้ยินเสียงคนคุยกันหลายเสียงแทรกเข้ามา หนึ่งในเสียงนั้นก็มีเสียงอาจารย์ปีย์ของหล่อนด้วย หล่อนจำได้

“ไปเข้าค่ายอาสาหลังสอบกัน3วัน2คืน ม๊าไม่สบายใจถ้าแกไม่ไปด้วย” หล่อนรีบบอกเพราะหล่อนก็ใกล้ถึงเวลาเรียนแล้วเหมือนกัน

‘ไปสิ แค่นี้นะ’ ภัทรตัดสายหล่อนไปแล้วในขณะที่หล่อนกำลังงง หล่อนคิดว่าภัทรจะท่ามากเหมือนเดิมเสียอีก แต่แบบนี้ก็ดี พอไปแล้วเกิดอยากจะบ่นขึ้นมาจะได้โทษหล่อนไม่ได้เพราะหล่อนยังไม่ได้ขอร้อง

ความคิดเห็น