facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เพลิงรักขย้ำอสูร : บทที่ 3 [90% ครึงหลัง]

ชื่อตอน : เพลิงรักขย้ำอสูร : บทที่ 3 [90% ครึงหลัง]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2561 23:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เพลิงรักขย้ำอสูร : บทที่ 3 [90% ครึงหลัง]
แบบอักษร


บทที่ 3 ครึ่งหลัง

“ฉัน...เผลอไปเหยียบใส่เงาหัวพ่อ! ใครตายหรือเปล่า”

“.....” กลุ่มคนตรงหน้ามองหน้ากันเหมือนกับกำลังเลลังว่าจะทำยังไงดี จะเอายังไงดี พวกนั้นทำเหมือนกับว่าเพลิงรักเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ท่าทางของพวกเขาทำเพลิงรักคิดว่า... พวกเขาล่าผิดตัวไหม พวกมันคิดว่าเพลิงรักเป็นเพลิงชัชชาหรือเปล่า แต่ก็นะไม่ว่าพวกมันจะเข้าใจผิดหรือเข้าใจถูก ยังไงซะความตายก็คือทางเลือกเดียวที่พวกมันมีมาตั้งแต่ต้น!

ไม่พลาดถูกฆ่าที่นี่ ก็ไม่มีทางรอดเพราะทำงานพลาด!

“ฟังภาษาไทยรู้เรื่องไหม you understand Thai? (คุณเข้าใจภาษาไทยไหม) wakari masu ka? (วาคะริมัสกะ =คุณเข้าใจไหม) Nǐ dǒng ma? (หนี ต่ง มะ= คุณเข้าใจไหม) You know!?! (เข้าใจไหม) ” เพลิงรักจงใจกวนโมโหพวกมัน ด้วยการร่ายหลายๆ ภาษากรอกใส่กลุ่มคนตรงหน้า เผื่อว่าจะมีสักภาษาที่พวกมันเข้าใจ

“.......” และเมื่อไม่มีเสียงใดๆ ตอบกลับมา

“ฆ่าพวกมันซะ”

“.....!!”

“อ่า! ไม่สิ ถ้าเป็นไปได้ก็ขอเหลือไว้สักคนเพื่อรีดเอาข้อมูลของคนว่าจ้างก็แล้วกันนะ”

เพลิงรักขยับตัวไปพิงกับตัวรถพลางสอดมือข้างที่ถือปืนไปทางด้านหลังเพื่อเอาปืนสอดเหน็บไว้กับเอวกระโปรงและปล่อยให้สี่บอดี้การ์ดจัดการกลุ่มคนตรงหน้าไป

ก็...เพลิงรักปล่อยให้พวกเขาวอร์มร่างกายมาพอสมควรแล้วนี้ ต่อจากนี้คือของจริงล่ะนะ

ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น! ไม่ใช่ลานกว้างที่พวกเด็กวัยรุ่นชอบนัดกันมาดวลเดือด! รุ่มเตะ ต่อย ตืบให้คู่กรณีสาหัสแล้วก็รีบเพ่นหนี แต่ที่นี่คือสนามเลือด เมื่อพวกเขารับงานและเลือกที่ก้าวเท้าเข้ามาในเกมนี้ อีกทั้งยังเป็นฝ่ายเปิดฉากสาดกระสุนใส่คนทางนี้

เพลิงรักก็ถือว่านั่นคือการเปิดสงคราม! พวกเขาควรรู้ว่าการสาดกระสุนขึ้นข่มขู่ใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องสนุก พวกเขาต้องรู้ว่าสนามนี้ไม่มีที่ให้วิ่งหนี! ไม่มีที่ให้ร้องขอความเมตตา ไม่มีเวลาให้มานั่งร้องขอชีวิต!

ความจริงของโลก ไม่ว่าใครก็หวาดกลัวสิ่งที่เรียกว่า ‘ปืน’ ด้วยกันทั้งนั้น เพลิงรักเองก็กลัว...

ก็คนที่มีมันอยู่ในมือมักทำตัวเป็น ‘พระเจ้า’ และมักจะประกาศก้าวเบ่งตัวพองโตเหมือนอึ่งอ่างที่ต้องการเทียบตนกับวัว! โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลย ว่าถ้าหากเบ่งตัวให้พองโตมากๆ เข้า ตัวมันนั่นแหล่ะที่จะตาย

อืม...ก็คงต้องลุ้นกันดูนะว่าพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ จะกลาย... ตายอย่างหมาข้างถนนไหม!

“พึ่บ! /หมับ!!” ข้อมือของชายคนหนึ่งถูกฝ่ามือใหญ่ๆ ของครูสคว้าเอาไว้ก่อนที่ปลายแหลมคมของมีดสั้นในมือจะทิ่มลงกับช่วงท้องของเพลิงรัก

อา... กะเล่นงานตรงช่วงท้อง ไม่มืออาชีพเลยนะ

เพลิงรักมองสบนัยน์ตาของคนที่ตรงหน้าด้วยสายตาที่นิ่งเฉย ต่างจากคนตรงหน้าที่มองหน้าเพลิงรักเหมือนเพลิงรักคือปีศาจ ซาตาน

ก็ถือว่ายังมีคนฉลาดที่คิดว่าต้อง ล้มคนออกคำสั่งให้ได้ ถึงจะรอด อยู่ด้วย

“คุณมีอะไรอยากคุยกับฉันไหม”

คำถามนี้อาจจะฟังดูแปลกๆ ในเวลาแบบนี้ สิ่งที่เพลิงรักถามคือต้องการถามย้ำคำถามเมื่อก่อนหน้านี้ คำถามที่ว่า ใคร! ส่งพวกมันมา

“.....”

“น่าเสียดายเนอะ”

ริมฝีปากบางขยับเหยียดยิ้มออกมาบางๆ ริมฝีปากของเธอยิ้ม แต่แววตาไม่ใช่! แววตาคู่นั้นนอกจากจะไม่ยิ้มแล้วยังไม่มีแววของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แววตาคู่นั้นมันประกาศว่าตัวเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ใครจะเหยียบขยี้ได้ง่ายๆ

ผู้หญิงคนนี้ก้าวข้ามขีดจำกัดของผู้หญิงไปแล้ว เป็นผู้หญิงที่อยู่เหนือกว่าผู้หญิงปกติธรรมดาหรือลูกคุณหนูทั่วๆ ไป เธอรู้จักอ่อน รู้จักแข็ง

ในขณะที่เธอเหมือนสัตว์เลือดเย็นที่เดาทางอารมณ์ไม่ได้ว่าจะร้ายหรือดี เธอก็เหมือนดอกไม้ต้องห้าม... โดดเด่น สวยงาม ทว่ารอบกายกลับถูกล้อมรอบไปด้วยขวากหนามที่แสนร้ายกาจ คนที่คิดจะยื่นมือเข้าไป... คนที่คิดแตะต้อง เอื้อมคว้ามาไว้ในครอบครอง จะต้องฝ่าขวากหนามที่แสนเลวร้ายนั้นเข้าไปให้ได้

แล้วถ้าพลาด...

“รู้อะไรไหมว่าถ้าจะฆ่า! แทงที่ท้องมันไม่ทำให้ถึงตายหรอกนะ ถ้าจะเอาให้ตาย พึ่บ! ฉึก!!”

มีดในมือของชายหนุ่มถูกแย่งไปและเพียงแค่เสี้ยวลมหายใจมีดเล่มนั้นก็พุ่งตรงเข้าปักลงกับก้านคอเขาจนทะลุออกมาอีกด้าน! ดวงตาที่มองหน้าเพลิงรักขึ้นเบิกกว้างอย่างน่ากลัว ร่างสูงใหญ่ชักกระตุก มือข้างหนึ่งกระตุกขึ้นและเกร็งค้างเหมือนว่าต้องการจะเอื้อมมาคว้าใบหน้าของเพลิงรัก ต้องการลากเพลิงรักไปลงนรกด้วย ทว่าก็ทำได้แค่นั้น ทำได้เพียงแค่ต้องการเอื้อมคว้า...

แต่ก็ไม่อาจเอื้อมถึง

“ตุบ!” ร่างสูงทรุดลงกับพื้นในท่าคุกเข่าต่อหน้าเพลิงรัก ที่เขายังไม่ล้มเพราะครูสยังไม่ได้ดึงมีดที่เสียบทะลุลำคอของเขาออก เพลิงรักไม่รู้หรอกนะว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่รู้สึกเหมือนว่าครูสยังไม่อนุญาตให้คนตายล้ม เขาทำเหมือนต้องการให้ผู้ชายคนนั้นคุกเข่าขอโทษเพลิงรักก่อน เป็นผู้ชาย ‘เหี้ยม’ ไร้ใจน่าดู แม้แต่คนที่ตายแล้วก็ยังไม่ปล่อยให้เขาได้ตายแบบนี้ดีๆ

อาวุธ การฆ่า มันก็เหมือนเงาสะท้อนของความเลือดเย็นที่ซ่อนอยู่ในตัวของแต่ละคนนั่นแหล่ะ เพลิงรักใจเด็ดสามารถยิงคนได้ แต่ก็ไม่ได้เลือดเย็นถึงขนาดจะเอามีดไปเสียบคอใครได้แบบไร้ความลังเลแบบที่ครูสทำ!

“นายโหด”

“ขออภัยครับ” คนถูกว่าก้มหัวลงขอโทษเพลิงรัก ก่อนจะยกเท้าขึ้นถีบหัวผู้ชายคนนั้นทิ้งพร้อมทั้งดึงมีดที่ปักคาอยู่กับบริเวณก้านคอออก

...เป็นคนที่ไม่ค่อยพูดมากนัก เท่าที่เพลิงรักรู้จัก เท่าที่เขาตามดูแลเพลิงรัก ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่างเช่นตอนเอซไม่อยู่ เขาก็จะไม่พูดไม่คุย

ในขณะที่ครูสก้มหัวขอโทษ คนตัวเล็กกว่าตรงหน้ากลับขยับริมฝีปากขึ้นยิ้มออกมาบางๆ ครูสไม่รู้หรอกว่ายิ้มของเพลิงรักมีความหมายอะไรไหม ที่รู้มีแค่เขาได้รับหน้าที่มาให้ปกป้องผู้หญิงคนนี้...

...ปกป้อง...ดอกไม้ของอสูร...

มีดในมือถูกควงพลิกกลับไปกลับมาประดุจของเล่นที่ไม่มีภัยอันตราย เพลิงรักมองมือของครูสก่อนจะตวัดสายตาขึ้นมองคนที่กรูกันเข้ามา

“พึ่บ เพล้ง!! /คุณเพลิงรัก!” เสียงตะโกนเรียกชื่อของเพลิงรักดังขึ้นในทันทีที่มีชายคนหนึ่งเหวี่ยงไม้เบสบอลเหล็กฟาดเข้าใส่เพลิงรัก แต่ด้วยที่มองเห็นการเคลื่อนไหวนั้นเพลิงรักจึงเอี้ยวตัวหลบไปได้อย่างหวุดหวิด!

อุตสาห์ไม่ให้เลือดเปื้อนติดรถแล้วนะ แล้วมาทำกระจกรถแตกแบบนี้มีหวังได้ถูกเพลิงชัชชาซักฟอกจนขาวซีดกันยกทีมชัวร์!

สองเท้าถูกขยับก้าวถอยหลังไปในจังหวะที่เรียกว่ารวดเร็ว แต่แล้วด้วยจำนวนคนของทางนั้นที่มากกว่าก็ทำให้คนทางนี้ถูกล้อม เร็วเกินกว่าจะทันได้ตั้งตัวจากที่เบี่ยงตัวหนีจากไม้เบสบอลอันนั้น แผ่นหลังของเพลิงรักก็ชนเข้ากับอกกว้างของกลุ่มคนที่ยืนรออยู่ก่อน

“ผลัก!!” แต่ก่อนที่ท่อนแขนหนาๆ ของชายคนนั้นจะทันได้ตวัดรัดตัวเพลิงรัก ฝ่าเท้าใหญ่ยักษ์ของใครสักคนก็ตรงเข้าถีบยันเข้าที่เสี้ยวหน้าชายคนนั้นจนหัวคะมำ!

และพอเห็นแบบนั้นเพลิงรักก็รีบขยับเท้าก้าวถอยหนี โดยไม่ลืมที่จะสอดสายตามองหาและพาตัวเองหลบหลีกของแข็งที่พร้อมจะฟาดใส่ร่างกายของได้ทุกเมื่อ! เพลิงรักพาตัวเองถอยห่างออกไปจากสนามเลือดแห่งนี้ ก็อย่างที่บอกว่าเพลิงรักไม่ได้เก่งกาจมากพอจะลงไปฟัดกับพวกผู้ชายตัวเท่าหมี แล้วเพลิงรักก็ไม่คิดจะกร่างทำอวดเก่งหรือยืนทำหน้าโง่ๆ ทำให้ฝ่ายของเธอตกอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบอย่างเด็ดขาด!

“พึ่บ!!” แต่ถึงเพลิงรักจะถอยหนี คนที่จ้องจะเอาชีวิตเธอก็ใช่จะปล่อยเธอไป ใบมีดที่ถึงไม่ต้องแสงไฟก็รู้ว่าคมมากถูกเหวี่ยงฟาดเฉียดปลายเส้นผมของเธอไปอย่างน่าหวาดเสียว

คอเพลิงรักคงขาดไปแล้วถ้าหากว่าเบี่ยงหัวหลบไม่ทัน! เพลิงรักขยับเบี่ยงตัวหลบคมมีดที่พุ่งตรงเข้าหาอีกครั้งและคว้าตะปบข้อมือใหญ่ของคนตรงหน้าเอาไว้ได้อย่างสวยงาม...

สวยงามกับผีนะสิ! อีกนิดเดียวปลายแหลมๆ ของดาบก็จะกะซวกแหกหน้าท้องเธอได้อยู่แล้ว

บ้าจริง การใส่กระโปรงทรงเอนี้ทำให้ขยับแข้งขาได้ไม่ถนัดเอาซะเลย

ดวงตาคู่ดุดันตวัดมองหน้าเพลิงรักก่อนจะตวัดสายตาลงมามองดูข้อมือที่กำลังถูกเพลิงรักดันให้ต่ำลงไปยังชายกระโปรง ด้วยแรงยื้อแย่งที่คนหนึ่งพยายามดันมีดให้ออกห่างจากตัว ส่วนอีกคนพยายามดันมีดเข้าหา

ในเสี้ยวจังหวะที่กำลังของเพลิงรักแผ่วลง คนที่มีพละกำลังมากกว่าก็ดันปลายมีดอันวาววับเข้าหา เพื่อหวังจะให้คมมีดได้เชือดผิวกายของเพลิงรัก

แคว่ก!! ปลายมีดที่ถูกดันสอดเข้าไปใต้ชายกระโปรงถูกตวัดเฉือนผ่ากระโปรงของเพลิงรักจนขาดขึ้นมาถึงโคนขา เสี้ยวจังหวะที่คนตรงหน้าเคลื่อนสายตาไปยังต้นเสียง เพลิงรักก็ใช้จังหวะนั้นยกเข่าขึ้นอัดกระแทกเข้าที่เบ้าหน้าของชายคนนั้นไปแบบเต็มแรงจนร่างสูงเซถลาไปหลายก้าว!

แรงอัดกระแทกคงทำให้เจ้าตัวเจ็บไม่ใช่น้อย ก็เพลิงรักเห็นว่าผู้ชายคนนั้นยกมือขึ้นมากุมบริเวณใบหน้าของตัวเองแถมแววตาที่จ้องมองมายังเพลิงรักดูเกรี้ยวกราดและเต็มไปด้วยโทสะ

“พึ่บ!!!” และก่อนที่เขาจะพุ่งตัวเข้ามาหาเพลิงรักอีกครั้ง อยู่ๆ ก็มีไฟจากรถคันหนึ่งสว่างวาบผ่าผ่านความมืดสาดมายังจุดที่พวกเพลิงรักยืนอยู่ ด้วยที่ทางคนมาใหม่สาดไฟสูงเข้าใส่ จึงทำให้ชายคนนั้นจำต้องชะงักตัวเองเอาไว้พลางยกมือขึ้นมาบังแสงอย่างอัตโนมัติ เช่นเดียวกับเพลิงรักที่เอี้ยวหน้าหันไปมองว่าคนมาใหม่เป็นกำลังเสริมของพวกนี้หรือเป็นคนของเธอ!

“ปัง!!” เสี้ยววินาทีที่เพลิงรักเอี้ยวใบหน้าไปมองคนมาใหม่ ทางนั้นก็ตวัดปืนในมือขึ้นและเหนี่ยวไกยิงในทันที

เสียงปืนนัดแรกที่ดังขึ้น ทำให้ร่างกายเพลิงรักแข็งทื่อไปชั่วขณะ จะไม่ให้ร่างกายมันแข็งได้ยังไงกัน ในเมื่อกระสุนนัดนั้นมันพวยพุ่งแทบจะปลายเส้นผมของเพลิงรักไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร!

เสี้ยววินาทีนั้นถ้าเพลิงรักขยับ หัวเพลิงรักคงกระจุยไปแล้ว!!

หลังจากเสียงปืนนัดแรกมันสงบลงได้ไม่ถึงวินาทีเสียงปืนชุดใหม่ก็ดังขึ้นอีกระลอก โดยปลายกระบอกปืนของคนมาใหม่ถูกสะบัดเล็งไปยังพวกที่ตามเล่นงานเพลิงรัก พร้อมๆ กับที่พวกเขาเดินเข้ามาหา

“เธอ... โอเคไหม”

“ผลัวะ!!” วินาทีที่ปลายนิ้วของคนมาใหม่แตะสัมผัสลงกับผิวเนื้อของเพลิงรัก ปืนที่สอดเหน็บเอาไว้ตรงเอวกระโปรงก็ถูกคว้าออกมา เรียวนิ้วทั้งห้ากดล็อกเข้าตรงกลางตัวปืนและในเสี้ยววินาทีนั้น เพลิงรักก็เหวี่ยงปืนในมือขึ้นตบเข้าที่เสี้ยวหน้าของเขาจนหน้าสะบัด ก่อนจะรีบผละตัวออกและหันปลายกระบอกเข้าใส่คนตรงหน้าทันที!

“......” เมื่อทางฝ่ายเพลิงรักหันปากกระบอกปืนเข้าใส่ ทางฝ่ายตรงข้ามก็ไม่รอช้ายกปลายกระบอกปืนขึ้นส่องมาทางพวกเพลิงรักเช่นกัน แต่...

“เก็บปืน” คนมาใหม่ยกมือขึ้นมาจับปืนในมือของผู้ชายอีกคนที่หันปลายกระบอกปืนมาทางเพลิงรักและออกแรงให้เขาลดปืนในมือลงตามคำพูด ก่อนจะยกมือขึ้นมาแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือแตะเช็ดเลือดที่ไหลซึมออกมาอย่างไม่ใส่ใจ

“เฮีย/คุณทัพสูร”

ใช่ เขาคือ ทัพสูร และเพราะเขาคือทัพสูรนั่นแหละ เพลิงรักถึงได้ทำแบบนี้!!

ต่อให้ทางฝ่ายเขาจะยอมลดปืน แต่ฝ่ายเพลิงรักยังปักหลักอยู่ที่เดิม จ่อปลายกระบอกส่อไปที่จุดตายของฝ่ายตรงข้ามเหมือนเดิม

“แบบนี้ผมไม่ค่อยชอบเลยนะครับ” ปากเขาบอกว่าไม่ชอบ แต่ริมฝีปากเขายังคงกรีดยิ้มออกมาอย่างไม่น่าไว้ใจ

“แย่ชะมัด คนเขาอุตสาห์ตามมาช่วย ตอบแทนกันแบบนี้ซะได้” นำทัพเองก็บ่นอุบก่อนจะเบะปากและขว้างค้อนวงใหญ่ใส่เพลิงรัก ท่าทางของเขามันบอกให้เพลิงรักรู้ว่าตอนนี้เขา ‘งอน’ เธอแล้ว

พวกเขาบ่นแต่ก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเป็นเชิงบอกพวกเพลิงรักว่ายอมแพ้ ยอมจำนนท์ พวกเขามาเพื่อช่วย ไม่ได้มาเพื่อทำร้าย

“คุณนำทัพหวังอะไรหรือเปล่า”

“อย่างน้อยก็ควรขอบคุณกันไม่ใช่หรือครับคุณพ่อบ้าน”

“แค่นั้นจริงๆ เหรอครับ”

“แค่นั้นสิครับ ผมใสๆ นะ อย่าคิดมาก”

“ครับครับ”

ในขณะที่สองคนคุยกันราวกับนั่งอยู่ในห้องรับแขกของบ้านทั้งที่มือสองข้างยังคงยกชูค้างอยู่แบบนนั้น ใครอีกคนกลับเอาแต่จ้องมองหน้าเพลิงรัก

ใบหน้าราบเรียบและแววตานิ่งงันที่จ้องมองมาที่เพลิงรัก ไม่ทำให้ความรู้สึกของเพลิงรักราบเรียบไปด้วยเลย มันตรงกันข้าม มือของเธอเริ่มเย็นและสั่น ไม่แพ้ร่างกายที่เริ่มรู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาว

ในขณะที่ร้อนจนเหงื่อจำนวนมากผุด ซึมออกมาตามรูขุมขน ทว่าความฉ่ำชื้นของหยาดของเหงื่อก็ทำให้เพลิงรักรู้สึกเย็นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง

ยิ่งฝ่ายตรงข้ามมีสีหน้าที่ราบเรียบ นิ่งงันมากแค่ไหน ทางเพลิงรักก็ยิ่งรู้สึกกัดดันมากขึ้นเท่านั้น

เพราะราบเรียบ... เพราะนิ่งงัน... เพราะยากจะคาดเดา เพราะงั้นเพลิงรักถึงได้กลัว!

เพลิงรักพอเดาออกนะ ว่าการที่เขาไม่มีลูกน้องคนอื่นตามติด นั่นก็เพราะว่าแค่สองคนที่ตามเขามามีฝีมือมากพอๆ กับบอดี้การ์ดเป็นโขยงรวมกัน แม้นำทัพจะดูทะเล้นไปหน่อย คุณพ่อบ้านจะดูโรคจิตไปบ้างก็ตาม

ดวงตาคู่คมกวาดมองใบหน้าเพลิงรักอย่างละเอียด ก่อนจะลากเลื่อนสายตากวาดมองไปทั่วร่างและวกกลับมามองใบหน้าสวยของคนตัวเล็กอีกครั้ง

“อย่าคิดแม้แต่จะขยับเข้ามา”

“......” คำขู่ของเพลิงรัก ดวงตาคู่สวยที่จ้องมาทำทัพสูรกดปลายเท้าที่กำลังจะขยับก้าวเดินเข้าไปหาเธอลงย่ำอยู่ที่เดิม เขาชั่งใจอยู่เพียงครู่ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าหาเธอ

เพลิงรักจ้องสบนัยน์ตาที่นิ่งงันของคนตัวโต แต่ดูเหมือนว่าแค่สายตามันจะใช่ขู่คนแบบเขาไม่ได้ เมื่อเขายังคงกล้าขยับก้าวเท้าเดินเข้ามาหาเพลิงรักพร้อมกับสายตาที่ประกาศกร้าวว่า ถ้าหากเพลิงรักกล้าพอจะยิงเขา ก็ยิงได้เลย!

จนแล้วจนรอด เพลิงรักก็ไม่ยอมเหนี่ยวไกและยอมให้เขาเดินเข้ามาใกล้ในระดับที่อันตราย

เสื้อสูทราคาแพงถูกถอดออกมาจากร่างสูง จากนั้นเขาก็ขยับเข้าหาเพลิงรักให้ใกล้มากขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะเอาเสื้อสูททาบลงปิดกระโปรงที่ขาดและใช้แขนเสื้อทั้งสองข้างผูกมัดมันติดกับเอวเพลิงรัก

“กระโปรงขาด”

เขาคิดว่าเพลิงรักไม่รู้สึกตัวหรือยังไง ในเมื่อเพลิงรักเป็นคนตั้งใจทำให้มันขาดเอง เพลิงรักก็ต้องรู้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้คนอย่างเขามาเตือน

และพอเขาผละตัวออกไป เพลิงรักก็ใช้เรียวนิ้วเกี่ยวแขนเสื้อที่ถูกมัดเป็นปมออกจนทำให้เสื้อสูทราคาแพงของคนตัวสูงร่วงลงไปกองอยู่แทบเท้า

การที่ทัพสูรให้คนของเขากำจัดพวกที่ลอบทำร้ายเพลิงรัก มันยิ่งทำให้เพลิงรักคิดว่า เขามาเพื่อปิดปากพวกที่ทำงานพลาด! ไม่ได้มาเพื่อช่วยเหลืออะไร

อสุรกาย...ไม่ว่ายังไงมันก็เป็นอสุรกายผู้โหดเหี้ยมอยู่วันยังค่ำ!!

“เธอ...” ก่อนที่เพลิงรักจะเดินหนีไป เธอก็ถูกคนตัวโตคว้าข้อมือเอาไว้ “เป็นอะไรหรือเปล่า”

นี่เหรอคือสิ่งที่เขาอยากรู้ เพลิงรักปรายตามองคนตรงหน้าอย่างเหยียดหยัน พร้อมกันนั้นเธอก็เกร็งข้อมือข้างที่ถูกฝ่ามือใหญ่จับกุมเอาไว้หวังจะบิดข้อมือออก ทว่ามันก็ไม่ง่ายเลยเมื่อคนที่มีกำลังมากกว่าไม่ยอมปล่อย

“ต้องการอะไร” เพลิงรักไม่ได้ตอบคำถามของเขา แต่เลือกที่จะถามกลับเสียงแข็งไม่แพ้แววตาที่จ้องสู้สายตาของทัพสูร

“.....” ทัพสูรไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่เลือกที่จะทำในสิ่งที่อยากทำ ฝ่ามือแกร่งถูกขยับยกขึ้นก่อนจะค่อยๆ เลื่อนปลายนิ้วโป้งไปแตะลงกับริมฝีปากบางของคนตัวเล็ก

ทัพสูรรอดูปฏิกิริยาตอบโต้ของเธอไม่กี่วินาทีก็ค่อยๆ ปลายนิ้วแตะเช็ดเลือดที่ไหลซิบอยู่ตรงมุมปากบางอย่างเชื่องช้าและแผ่วเบา

และทันทีที่ปลายนิ้วของทัพสูรไล้ออกจากริมฝีปากบาง คนตัวเล็กก็ยกมือขึ้นมาแตะซ้ำพลางก้มหน้าลงและขยับริมฝีปากขึ้นเหยียดยิ้ม ก่อนจะสืบเท้าเข้ามายืนประชิดตัวทัพสูรแล้วขยับเบี่ยงองศาหน้าเงยขึ้นซ้อนทับกับใบหน้าของทัพสูรที่อยู่สูงกว่า

เพลิงรักกวาดสายตามองใบหน้าของคนตัวโตกว่า ไล่ระดับตั้งแต่กรอบหน้าเรียวแหลมดูหล่อร้าย เรียวคิ้วที่เฉียงพาดรับกับดวงตาสีรัตติกาลเรียวรีหากแต่ดุคม จมูกโด่งเป็นสันสวย ริมฝีปากเหยียดยาวที่หยักลึกสวยได้รูป ทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นรูปหน้าของเขามันดูดีทุกระเบียดนิ้ว บางมุมใบหน้านี้จะสวยหวาน ดูใจดี แต่ในบางมุมก็จะดูหล่อเหลา ดุคมชวนให้หัวใจกระตุกเต้นผิดจังหวะ แล้วถ้าบวกกับการกระทำที่แสนจะอ่อนโยนที่เขาทำกับเพลิงรักเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้แล้ว...

“You lie (คนโกหก) ”

คำพูดที่แสนเรียบนิ่งแต่กลับมีอนุภาพพังความรู้สึกของคนฟังได้อย่างร้ายแรงไม่ต่างจากลูกตุ้มเหล็กขนาดใหญ่ที่เหวี่ยงฟาดลงกับกระจกบางๆ

และใช่... มันแตกยับ!

เพลิงรักขยับเท้าก้าวถอยห่างพลางยกมือขึ้นแล้วใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางเคาะลงกับขมับของตัวเองสองสามที จากนั้นก็เลื่อนมือลงมาและขดเก็บเรียวนิ้วทั้งหมดเอาไว้เหลือเพียงแค่นิ้วโป้งที่ถูกบิดให้คว่ำลงแล้วใช้มันกรีดผ่านลำคอตัวเอง ก่อนจะหันหลังให้ทัพสูรไปในที่สุด!

เธอกำลังเตือนทัพสูรให้จำ! จำใส่สมองเอาไว้ว่าถ้าหากเขายังเข้าใกล้เธอ ครั้งต่อไปมันจะไม่จบแค่เธอใช้ปืนฟาดหน้า แล้วถ้าเป็นไปได้ ถ้ามีโอกาสเธอจะเป็นฝ่ายฆ่าทัพสูร!

“อูวว์...” นำทัพส่งเสียงครางแผ่วๆ ออกมาด้วยสีหน้าทึ่งๆ การกระทำของเพลิงรักไม่ใช่นำทัพไม่เข้าใจนะ ก็เข้าใจพอๆ กับที่ทัพสูรและคุณพ่อบ้านเข้าใจนั่นแหล่ะ และเพราะเข้าใจไง ถึงได้ส่งเสียงร้องออกมา

มันน่าทึ่งนะ น่าทึ่งทั้งตัวเพลิงรักและสีหน้าของทัพสูร...

เพราะแบบนี้หรือเปล่า...ทัพสูรถึงได้เลี่ยงที่จะเจอเธอ

ทุกครั้งที่ทัพสูรมองหน้าเพลิงรัก แววตาที่ว่านิ่งเฉย ไร้ความรู้สึกนั้นมักจะวูบไหวราวกับแสงเทียนที่ต้องลม ยิ่งถูกเธอปฏิเสธ แววตาที่นำทัพเคยหลงใหลคู่นั้นก็จะเต้นระริก ดู... เจ็บปวด อัดอึด เศร้าสร้อย

ไม่เคยเห็น!

ไม่เคยรู้สึกตัวเลยว่าจริงๆ แล้วผู้ชายที่ดูเย็นชา เฉยเมยกับทุกสถานการณ์ เยือกเย็นราวกับคนไร้จิตวิญญาณคนนั้น จะมีแววตาที่เศร้าหม่นได้ขนาดนั้น

ระหว่างทัพสูรกับเพลิงรัก...มันยังไงกัน สองคนเคยมีอะไรที่ไม่เข้าใจกัน ทำไมเพลิงรักถึงได้ตั้งท่ากับทัพสูรมากขนาดนั้น

“เธอ... ใช่ผู้หญิงคนเดียวกันกับแอร์โฮสเตสคนนั้นไหม” นำทัพหันไปกระซิบกระซาบกับคุณพ่อบ้าน ถามเพื่อความแน่ใจว่าตัวเองจำคนไม่ผิด จริงอยู่ว่าตอนนั้นเธอดูหยิ่งๆ แต่ก็ไม่ได้มาก แต่พอมาเจอตอนนี้นำทัพรู้สึกอึ้งมาก ไม่สิ ต้องพูดว่าอึ้งตั้งแต่เห็นเธอมีบอดี้การ์ดหน้าหล่อมารอรับที่สนามบินแล้ว

ถ้าให้พูดกันตรงๆ คือ คงไม่มีผู้หญิงธรรมดาที่ไหนมีบอดี้การ์ดส่วนตัวมารอรับหรอก แถมพอออกจากสนามบินก็มีคนเปิดฉากต้อนรับได้อย่างดุเดือดขนาดนี้!

“ครับ ใช่”

แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่นำทัพอยากรู้เท่ากับว่า...

“แล้วคุณพ่อบ้านรู้จักเธอหรือเปล่า เธอกับเฮีย...”

“ผมยังอยากอยู่รับใช้คุณๆ ต่ออีกสักสิบยี่สิบปี เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรอยากรู้ก็ไปถามคุณทัพสูรเอาเองเถอะนะครับ”

“อา...” เจอคำตอบนี้มาก็เล่นเอาพูดไม่ออกเหมือนกัน นำทัพมาอยู่กับทัพสูรตอนอายุยี่สิบสาม เรื่องราวของทัพสูรก่อนที่เขาจะเหยียบขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์แทนผู้เป็นพ่อ นำทัพไม่เคยรู้ แถมคนที่ดูรู้อย่างมิคาเอลก็ไม่ยอมเปิดปากพูดให้ฟังซะด้วย

ในขณะที่นำทัพทำท่าทางสุดทึ่ง ราวกับสิ่งที่เห็นเป็นอะไรที่อะเมซิ่งสุดๆ ในชีวิต ตัวทัพสูรกลับไม่แสดงท่าทางอะไรออกมาให้เห็นเลย เขายังคงยืนนิ่งมองตามแผ่นหลังของเพลิงรักจนกระทั่งเธอก้าวขึ้นรถไป

เพลิงรักไม่ได้ต้องการจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกตระกูลฮอว์คินหรอก พวกเขามีอำนาจล้นฟ้าขนาดนั้นใครจะกล้าลองดีไปมีปัญหากับพวกเขากันละ หรือต่อให้มี!

ต่อให้มีปัญหา

ต่อให้เดือดร้อน

ต่อให้ทัพสูรเป็นผู้ชายคนสุดท้ายที่เพลิงรักจะพึ่งพาได้ ต่อให้เพลิงรักต้องคลานหนีเหมือนหมาจนตรอกหรือต่อให้ต้องตาย

เพลิงรักก็ไม่มีวัน! ร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ชายชื่อทัพสูร!!

กับคนอย่างทัพสูร ควรห่างกันไว้...

...ยิ่งห่างกันมากเท่าไร ก็ยิ่งดี!

_____________90% อัพครบ__________

Talk พี่แอนจันทร์เจ้าเอย

26/1/61

อา... ก็หายหัวไปเลยเนอะ ตั้งแต่เริ่มต้นปี

วันนี้เค้ามาต่อให้แล้วน้าาาา ลากยาวแบบจบตอนกันไปเลย เอาจริงๆ นี้เพิ่งแรกเอ๊ง 1 บท พอมาอัพในนี้มันตัดทอนเป็นตอนๆ เนอะ ก็เลยดูเหมือนเยอะ เอาจริงๆ ก็ไม่ได้เยอะหรอกแค่ราวๆ 20-30 หน้า/ต่อบท  

เฮียสูรบทโคตรน้อย แต่ก็ไม่รู้จะสอยใจสาวๆ ได้ไหมกับความอ่อนโยนนี้ เขาเหมือนอ่อนโยน ใจเย็น แต่ก็ไม่รู้นะ ไม่รู้จะเย็น จะอ่อนให้เพลิงรักได้นานแค่ไหน อ่านของพี่เพลิงรักแล้วอย่าลืมแวะไปส่องของน้องเพลิงชัชชาและเพลิงไพลินด้วยน้าาาา 

ฝากๆ  จ้า

>>>เพลิงรักรุกหัวใจ หนูเซน Zinsnorita​ <<<

>>>เพลิงรักกุหลาบสีน้ำเงิน หนูฉาย Memory <<<

ปล. นิยายของพี่แอนไม่ติดเหรียญ สาวๆ ที่แวะมาแล้วชอบเฮียสูรกับพี่เพลิงรัก อยากซับพอร์ตกัน แต่ไม่รู้จะทำยังไง ก็...จ่ายค่าอ่านเป็นคอมเม้นเล็กๆ ไม่ก็ไลท์ ถูกใจ นิยายเป็นค่าสินน้ำใจให้พี่แอนก็แล้วกันเนอะ จุ๊บเม่ง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว