facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 92 ยังเห็นเธอเป็นเด็กจริงๆ / ตอนที่ 93 พี่เป็นนางฟ้าของพวกเขา

ชื่อตอน : ตอนที่ 92 ยังเห็นเธอเป็นเด็กจริงๆ / ตอนที่ 93 พี่เป็นนางฟ้าของพวกเขา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2561 15:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 92 ยังเห็นเธอเป็นเด็กจริงๆ / ตอนที่ 93 พี่เป็นนางฟ้าของพวกเขา
แบบอักษร



ตอนที่ 92  ยังเห็นเธอเป็นเด็กจริงๆ


อวี่เจ๋อทนกับสายตาของอวิ๋นตั่วไม่ไหว ดวงตากลมโตที่ตาขาวและดำแบ่งกันอย่างชัดเจน ยามที่เธอจ้องมองมาที่เขานั้นก็ดูเหมือนว่าน้ำตาไหลพร้อมที่จะไหลออกมาได้ทุกเมื่อ การทำเด็กร้องไห้ ทำให้อวี่เจ๋อรู้สึกราวกับตัวเองกำลังทำความผิด ทำให้จิตใจของเขาไม่สงบเลย

“เธอรออยู่นี่นะ”

อวี่เจ๋อบอกก่อนจะเดินออกไป อวิ๋นตั่วที่อยากจะพูดอะไรสักหน่อยแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ได้แต่อ้าปากค้างมองอีกฝ่ายเดินหายไป

จนกระทั่งชีซิงพูดออกมาประโยคหนึ่ง “เป็นเทพเจ้ามังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง*จริงๆ” 


ยี่สิบนาทีต่อมา เทพเจ้ามังกรก็ปรากฏตัวพร้อมกับเสื้อผ้าในมือ เขายื่นมันให้กับอวิ๋นตั่ว “ลองเปลี่ยนดู”

อวิ๋นตั่วเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ เมื่อออกมาแล้วสีหน้าก็ยิ่งบึ้งตึงมากกว่าเดิม “ทำไมมันตัวเล็กนักล่ะคะ?”

อวี่เจ๋อหัวเราะออกมาอย่างอายๆ แต่เฉินอวี้กับชีซิงที่อยู่ข้างๆ กลับขำก๊ากออกมาอย่างไม่อายเลยสักนิด

พอต้องมาถูกหัวเราะอย่างซึ่งๆ หน้าแบบนี้ อวิ๋นตั่วก็ยิ่งไม่พอใจมากเข้าไปใหญ่ เธอจ้องดวงตาคู่สวยคู่นั้นเขม็ง

จนชีซิงต้องรีบอธิบายว่า “พี่ไม่ได้จะหัวเราะเธอนะ แต่แค่รู้สึกผิดหวังในสายตาของอวี่เจ๋อเท่านั้น นายไปซื้อมาจากไหนน่ะ?”

เขาถามพลางมองไปที่อวี่เจ๋อ

จื่อเถิงยกมือขยับแว่นตา ก่อนจะพูดตอบออกมาแทน “น่าจะเป็นร้านเสื้อผ้าเด็ก ใช่ไหมครับ?”

อวี่เจ๋อไม่ได้ตอบอะไรออกไป ก็เท่ากับว่าเขายอมรับ

อวิ๋นตั่วมองอวี่เจ๋อด้วยความผิดหวัง “จริงเหรอคะ?”

“มันก็ปกตินี่นา อายุสิบสามไม่ใช่เด็กหรอกเหรอ?” เฉินอวี้ช่วยตอบแทน

“พอขึ้นมัธยมต้นเราก็ไม่ฉลองวันเด็กแล้วนะครับ” จื่อเถิงว่า

เซียวเซียวเองก็พยักหน้า “ถึงจะฉลองวันเด็กก็เถอะ แต่ดูจากรูปร่างของพวกเราแล้วก็ไม่น่าจะเข้าไปซื้อที่ร้านเสื้อผ้าเด็กนะคะ!”

ในที่สุดอวี่เจ๋อก็แก้ต่างให้ตัวเอง “พี่บอกอายุกับรูปร่างไป พนักงานก็หยิบชุดนี้ให้ บอกว่ารับรองว่าใส่ได้พอดีแน่นอน”

“แล้วนายก็เชื่อคำพูดของพนักงานเหรอ เธอก็แค่อยากขายของ จะพูดอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ” เฉินอวี้พูดขึ้น

“รู้เลยนะว่านายไม่เคยซื้อเสื้อผ้าให้ผู้หญิง คนฉลาดก็ถูกหลอกได้เหมือนกันสินะ” ชีซิงพูดต่อบ้าง

“นายมีน้องสาวนี่ ไม่รู้เหรอว่าน้องตัวเองซื้อเสื้อผ้าจากที่ไหน?” เฉินอวี้ถาม

“อวี่ซีไม่มีร้านประจำหรอก ปกติก็เดินไปทั่ว ชอบที่ไหนก็ซื้อที่นั่น แถมยังต้องต่อรองราคาอีก เธอชอบพูดว่าความสนุกของการซื้อเสื้อผ้า ไม่ได้อยู่ที่ซื้อผ้าหรือการได้ซื้อ แต่อยู่ที่ตอนต่อราคานี่แหละ” อวี่เจ๋อตอบ

“ถ้าอย่างนั้น อวี่ซีก็ถือเป็นเด็กที่ใช้ชีวิตเป็นน่ะสิ” เฉินอวี้ออกความเห็น

“เด็กจากครอบครัวที่ไม่ร่ำรวยมักจะดูแลตัวเองได้เร็ว!” ชีซิงว่า

ระหว่างที่พวกเขาคุยกัน อวิ๋นตั่วก็เข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ เมื่อต้องใส่เสื้อผ้าเด็กแบบนี้แล้วทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมากจริงๆ รู้สึกว่าใส่เสื้อตัวเก่าของเธอยังดีกว่าเสียอีก

เซียวเซียวกับจื่อเถิงนั่งฟังทั้งสามคุยกันตั้งแต่เรื่องเสื้อผ้าไปจนเรื่องการใช้ชีวิต จากการใช้ชีวิตไปเรื่องธุรกิจของพวกเขา จู่ๆ อวี่เจ๋อก็เกิดไอเดียใหม่ขึ้นมาอย่างหนึ่ง เมื่อพูดถึงประสบการณ์การซื้อของของลูกค้าขึ้นมา เขาก็คิดอยากจะพัฒนาการฟังก์ชั่นใหม่ขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง

ตอนแรกจื่อเถิงยังคิดว่าเขาแค่พูดไปอย่างนั้นเอง เพราะเขามักคุยโม้ว่าจะคิดค้นอะไรไฮเทคๆ แต่ก็ไม่เคยทำมันออกมาได้สักที ไม่คิดว่าพออวี่เจ๋อพูดจบ เขาจะไปนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เริ่มลงมือทำตามความคิดของตัวเอง ชีซิงกับเฉินอวี่ก็เริ่มทำงานด้วยเหมือนกัน

อวิ๋นตั่วออกจากห้องน้ำมาก็เห็นคนบ้างานสามคน กับนักเรียนที่นั่งไม่รู้เรื่องอยู่อีกสองคน

เธอเดินเข้าไปหาตามที่เซียวเซียวกวักมือเรียก จากนั้นอีกฝ่ายก็กระซิบเสียงเบา “เหมือนพวกเขากำลังค้นพบอะไรใหม่ๆ บางอย่างล่ะ ฉันกับจื่อเถิงเรียกตั้งหลายครั้งแต่ก็ไม่มีใครตอบเราเลย”

สิ้นเสียงของเซียวเซียว อวี่เจ๋อก็เงยหน้าขึ้น “อวิ๋นตั่ว วันนี้พี่อาจจะต้องโต้รุ่งกันทั้งคืน เธอกับเพื่อนกลับไปก่อนเถอะ รีบกลับบ้าน อย่าเถลไถลกลางทางล่ะ เข้าใจไหม?”

เซียวเซียวเมื่อได้ยินเข้าก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่อวิ๋นตั่ว “เขายังเห็นเธอเป็นเด็กจริงๆ ด้วย”



เทพเจ้ามังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง* หมายถึง คนที่มีความสามารถ แต่ชอบทำตัวมีลับลมคมใน


--------------------​----------​----------​----------​



ตอนที่ 93  พี่เป็นนางฟ้าของพวกเขา


“ถ้าอย่างนั้นหนูอยู่เป็นเพื่อนนะคะ” อวิ๋นตั่วพูดขึ้น

“อย่าพูดเหลวไหลน่ะ พรุ่งนี้เธอไม่ไปโรงเรียนเหรอไง?” อวี่เจ๋อปฏิเสธ

ชีซิงเคาะคีย์บอร์ดไปพลาง แล้วพูดกับอวี่เจ๋อไปด้วย “ไม่งั้นนายก็ไปส่งเธอก่อน แล้วค่อยกลับมาทำโอทีก็ได้ นี่ก็เย็นแล้ว สามคนนี้ดูไม่มีใครพอที่จะพึ่งพาได้เลย ให้พวกเขากลับกันเองก็น่าเป็นห่วงอยู่นะ”

“ก็ได้”

อวี่เจ๋อทำตามคำแนะนำของชีซิง ขณะที่ลุกขึ้นกำลังจะออกไปนั้น เจียงหนานก็มาพอดี “แค่ฉันกลับบ้านไป พวกนายก็ค้นพบอะไรใหม่ๆ เลยเหรอ?”

“มหัศจรรย์จริงๆ เธอรู้ได้ยังไงน่ะ” เฉินอวี้ว่า

เขาหันมองไปทางชีซิง เป็นใครไปไม่ได้ ต้องเป็นชีซิงแน่ๆ ที่แอบส่งข่าว

“เราเป็นทีมเดียวกันแล้วนะ ยังจะมีความลับกับฉันอีกเหรอ” เจียงหนานพูด

“ไม่ได้อยากจะมีความลับอะไรกับเธอหรอก แต่อวี่เจ๋อเพิ่งนึกออก ถ้าเราพัฒนาฟังก์ชั่นนี้ออกมาได้ ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาการสั่งอาหารออนไลน์ที่เป็นนามธรรมเกินไป”

“ฉันไปส่งอวิ๋นตั่วก่อน แล้วเดี๋ยวกลับมา” อวี่เจ๋อพูด

ตอนนั้นเองเจียงหนานถึงเพิ่งสังเกตว่าที่โซฟามีเด็กสามคนนั่งอยู่ เป็นเด็กผู้หญิงสองคน เพียงมองปราดเดียวเธอก็รู้แล้วว่าคนไหนคืออวิ๋นตั่ว เธอก็เหมือนกับชื่อของเธอ ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า ปราศจากควันดอกไม้ไฟ เธอยืนอยู่ตรงนั้น สายลมอ่อนๆ พัดเมฆบางเบา ท่าทางพึงพอใจ

“อวิ๋นตั่ว” เจียงหนานมองอวิ๋นตั่วด้วยท่าทางเคลิบเคลิ้ม “เธอหน้าตาดีมากเลย ฉันไม่เคยเห็นเด็กคนไหนที่หน้าตาดีเหมือนเธอมาก่อน”

“เจียงหนาน นางฟ้า!” เสื้อผ้าของอวิ๋นตั่วขาดมอมแมม แต่ใบหน้ากลับปราศจากความขลาดกลัว

“นางฟ้า?” เจียงหนานมีฉายาแบบนี้แหละ แต่การถูกเด็กเรียกออกมา มันค่อนข้างจะเกินความคาดหมายของเธอไปสักหน่อย

“พี่เป็นนางฟ้าของพวกเขา พี่ไม่รู้เหรอคะ?” อวิ๋นตั่วถาม

เจียงหนานรู้สึกอายกับคำพูดของอวิ๋นตั่วขึ้นมาหน่อยๆ แล้ว

“ไปกันได้แล้ว อวิ๋นตั่ว” อวี่เจ๋อเร่ง

อวิ๋นตั่วเดินไปถึงหน้าประตู จากนั้นก็จับกรอบประตูไว้แล้วหันหน้ากลับมาอีกครั้ง “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ นางฟ้า”

เจียงหนานหัวเราะเบาๆ การทำตัวขวัญอ่อนขี้กลัวต่อหน้าเด็กคนหนึ่ง แม้แต่ตัวเธอเองยังรู้สึกว่าไม่เอาไหนมากๆ เธอมองอวิ๋นตั่วที่เดินตามอวี่เจ๋อไป ก่อนจะคล้องแขนของอีกฝ่ายไว้ด้วยท่าทางที่เป็นธรรมชาติ

“แบบนี้สินะที่เรียกถูกตาต้องใจ ความใสซื่อของเด็กก็แบบนี้แหละ” เฉินอวี้ที่ยืนอยู่ด้านหลังของเจียงหนานพูดขึ้น



ระหว่างทาง อวี่เจ๋อพาอวิ๋นตั่วไปซื้อชุดใหม่ที่พอดีตัว อวิ๋นตั่วจึงได้เปลี่ยนชุดก่อน พอกลับถึงบ้าน ชูยินกำลังอยู่ในห้องดอกไม้ เธอจึงเอ่ยทักคนเป็นแม่อย่างรวดเร็ว จนชูยินไม่ได้สังเกตอะไร จากนั้นก็รีบกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง

เป็นแม่บ้านหลิวที่สังเกตเห็นบาดแผลบนร่างกายของอวิ๋นตั่วก่อน อีกทั้งเสื้อผ้าที่ใส่ตอนออกไปและกลับเข้ามานั้นก็ไม่เหมือนกัน

“อวิ๋นตั่ว มุมปากหนูไปโดนอะไรมาคะ?” แม่บ้านหลิวถาม

“จักรยานล้มค่ะ”

แต่แม่บ้านหลิวคิดว่าไม่น่าจะใช่ “ล้มจนสภาพเป็นแบบนี้เลยเหรอคะ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเสื้อผ้าของหนูคะ ตอนออกไปใส่เสื้อสีชมพูนี่น่า ทำไมกลับมาเป็นสีขาวล่ะ”

“หนูล้ม เสื้อขาด ก็เลยเปลี่ยนใหม่ค่ะ”

“หนูโกหกป้าอีกแล้วนะคะ! อวิ๋นตั่ว ป้าจะบอกอะไรให้นะคะ อย่าคิดว่าป้าแก่แล้วจะสับสนเลอะเลือน จนมาโกหกกันได้แบบนี้นะคะ ป้าไม่ช่วยหนูแล้วนะ ป้าจะไปบอกคุณนาย”

ขณะที่แม่บ้านหลิวพูดพร้อมกับกำลังจะไปนั้น อวิ๋นตั่วก็รีบรั้งไว้อย่างไม่มีทางเลือก ก่อนที่จะพูดขอร้องขึ้นว่า “ป้าคะ อย่าบอกแม่หนูเลยนะ หนูจะบอกความจริงกับป้าก็ได้ ดีไหมคะ?”

แม่บ้านหลิวนั่งลงตรงข้ามอวิ๋นตั่ว ท่าทางตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ

“หนูไปทำเรื่องที่ถูกต้องค่ะ ทำเรื่องดีๆ มา”

“ทำเรื่องที่ถูกต้องยังไงคะ? ทำเรื่องอะไรดีๆ มา?”

“คือตอนที่หนู เซียวเซียวกับจื่อเถิงออกไป เราไปเจออันธพาลสามคนกำลังรังแกเพื่อนที่โรงเรียนคนหนึ่งอยู่ค่ะ เพราะแบบนั้น ผ่านมาเห็นความไม่เป็นธรรม ก็เลยยื่นดาบเข้าช่วย สี่ต่อสาม เราชนะได้อยู่แล้ว แต่หนูคิดไม่ถึงว่าเซียวเซียวกับจื่อเถิงจะไม่ได้เรื่อง ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ไม่อย่างนั้น หนูคงไม่ช้ำมาแบบนี้หรอกค่ะ แต่เราก็ไม่ได้เสียเปรียบอะไร......”

อวิ๋นตั่วยังพูดไม่ทันจบ แม่บ้านหลิวก็ผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ “หนูไปมีเรื่องกับอันธพาลเหรอคะ! ทำไมถึงได้ไปมีเรื่องกันได้ อันธพาลพวกนั้น......”

อวิ๋นตั่วรีบปิดปากแม่บ้านหลิวไว้ “ป้าคะ ถือว่าหนูขอร้องนะคะ อย่าเสียงดังได้หรือเปล่าคะ”





ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว