facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 90 ทำคุณบูชาโทษ / ตอนที่ 91 สามผู้กล้าหาญ

ชื่อตอน : ตอนที่ 90 ทำคุณบูชาโทษ / ตอนที่ 91 สามผู้กล้าหาญ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2561 15:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 90 ทำคุณบูชาโทษ / ตอนที่ 91 สามผู้กล้าหาญ
แบบอักษร


ตอนที่ 90  ทำคุณบูชาโทษ


ทั้งสามคิดจะกลับรถ แต่เพราะซอยมันแคบเกินไปจึงไม่สามารถกลับรถได้

ในตอนนั้น เทียนอี้ที่ได้สมญานามว่าผู้ชนะต่างแดนนั้นก็โดนผู้ชายที่สูงกว่าเขาสองคนตบจนทรุดลงไปกับพื้น เขายกมือเช็ดมุมปากที่มีเลือดไหลออกมา

อวิ๋นตั่วพูดขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า “หมาหมู่ ไม่ยุติธรรม” จากนั้นก็ปั่นจักรยานพุ่งตรงไปทางทั้งสี่คน  เซียวเซียวกับจื่อเถิงกำลังจะเข้าไปห้าม แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

“ขึ้นรถ!” อวิ๋นตั่วตะโกนบอกเทียนอี้

เทียนอี้ก้าวขึ้นรถ จากนั้นอวิ๋นตั่วก็ออกแรงปั่นจักรยานตรงไปยังอีกฝั่งของซอยอย่างรวดเร็ว

เซียวเซียวกับจื่อเถิงไม่กล้าที่จะชักช้าอีกต่อไป พวกเขารีบปั่นตามไปติดๆ เพราะกลัวว่าคนพวกนั้นจะไล่ตามมา

ชายหนุ่มทั้งสามยังไม่ทันไปถึงครึ่งทางก็เจออุปสรรคเข้าเสียก่อน พวกเขาชะงักไปเล็กน้อย ตอนแรกคิดว่าเป็นคนที่เทียนอี้เรียกมาช่วย แต่คนที่เดินนำมานั้นกลับเป็นเพียงเด็กผู้หญิงสองคนกับผู้ชายอ้วนๆ ใส่แว่นที่แค่เห็นก็รู้แล้วว่าต่อสู้ไม่เป็น เช่นนั้นเขาจึงโบกมือและตะโกนเสียงลั่น “ตามไป!”

เดิมทีรถจักรยานคันเล็กของอวิ๋นตั่วก็ขี่ได้ไม่เร็วอยู่แล้ว ยิ่งมีเทียนอี้มาซ้อนท้ายด้วยก็ยิ่งช้าเข้าไปใหญ่ ถนนภายในซอยก็ขรุขระ ยิ่งทำให้ขี่ยากลำบากมากกว่าเดิม

จื่อเถิงตามขึ้นมา พร้อมกับเอ่ยเตือนเธอ "พวกเขาตามมาแล้ว!"

อวิ๋นตั่วไม่กล้าที่จะหันกลับไปมอง เมื่อได้ยินจื่อเถิงบอกแบบนั้น สิ่งเดียวที่ทำได้คือออกแรงปั่นให้มากขึ้นอีก

เซียวเซียวตามมาด้านหลังพร้อมกับทำหน้ามุ่ย "ทำยังไงดีๆๆ"

ขณะที่ถามว่าทำยังไงดีออกมาเป็นครั้งที่สามนั้น ก็มีมือข้างหนึ่งดึงกระเป๋าหนังสือของเซียวเซียวไว้ เธอที่ตั้งตัวไม่ทันจึงล้มลงกับพื้น

“อวิ๋นตั่ว!” เซียวเซียวกรีดร้องออกมา

อวิ๋นตั่วที่เพิ่งขี่ไปถึงทางแยกและกำลังจะเลี้ยว พอหันมาก็เห็นรถของเซียวเซียวล้มลงแล้ว เทียนอี้ก็กระโดดลงจากรถก่อน จากนั้นอวิ๋นตั่วก็รีบลงจากรถ ก่อนที่จะเข็นรถตรงไปชนที่คนทั้งสาม

จื่อเถิงไม่ได้สังเกตเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาขี่จักรยานอยู่ข้างหน้า จู่ๆ พอหันมาก็เห็นอวิ๋นตั่วกับเซียวเซียวอยู่ด้านหลัง กำลังสู้กับคนอื่นอยู่แล้ว ความคิดของเขาตีกันอยู่พักหนึ่ง รู้สึกว่าในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง เขาไม่ควรจะทำตัวไร้น้ำใจแบบนั้น เช่นนั้นจึงรีบกลับเข้าไปร่วมกับคนอื่นด้วย

ทั้งเจ็ดคนต่อสู้ตะลุมบอนกัน เซียวเซียวที่ไม่มีความสามารถในการต่อสู้ได้แต่กรีดร้องออกมา ในที่สุดเทควันโดของอวิ๋นตั่วก็ได้ใช้ประโยชน์เสียที แต่ดูเหมือนจะเป็นเพียงกระบวนท่าสวย แต่ใช้การจริงไม่ได้เท่านั้น เพียงใช้ออกไปแค่สองท่าก็ค่อยๆ กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสียแล้ว จื่อเถิงที่ปกติแล้วเบื่อหน่ายอวิ๋นตั่วมาก ออกหมัดไปไม่ถึงสองหมัดก็เหนื่อยจนหอบ เทียนอี้เป็นนักสู้ที่เก่งจริงๆ เขาดูเหมือนจะรู้วิชามวย อีกทั้งยังแข็งแรงมาก มีสุภาษิตกล่าวไว้ว่า ‘สวมรองเท้าไม่น่ากลัวเท่าเท้าเปล่า สู้กับอันธพาลไม่น่ากลัวเท่าสู้กับคนไม่เสียดายชีวิต’ เทียนอี้นั้นเป็นคนไม่เสียดายชีวิต ไม่มีใครเข้าใจว่าทำไมคนที่อายุยังน้อยอย่างเขาถึงได้มีพลังมากมายขนาดนี้ และเพราะพลังนั่นเขาถึงได้กล้าทุ่มเต็มที่ คนที่ไม่กลัวตาย แล้วยังมีอะไรต้องให้กลัวอีกกัน? ทุกคนที่เข้ามาล้วนแต่ตัวสูงกว่าเขา แต่ก็เห็นได้ชัดว่าฝีมือของคนพวกนั้นไม่ได้อยู่เหนือมากไปกว่าเขาเลย

ในด้านจำนวนคนนั้นถือว่าฝั่งอวิ๋นตั่วได้เปรียบ แต่เป็นเพราะว่ากำลังแค่พอที่จะถูไถไปได้เท่านั้น ทำให้พวกเขาเริ่มที่จะค่อยๆ เสียเปรียบ


ในตอนนั้นเอง ก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งวิ่งเข้ามา แล้วร้องตะโกนเสียงดังลั่น "พวกเธอทำอะไรกันน่ะ?"

เมื่อได้ยินเสียงร้อง ทั้งสามก็ตกใจจนหนีกระเจิงไป

อวิ๋นตั่วกับเซียวเซียวนั่งลงกับพื้น ผมเผ้ายุ่งเหยิง ปากแตก หน้าบวม

ชายหนุ่มคนนั้นเดินมาตรงหน้าของทั้งสี่แล้วเอ่ยถามว่า "ไม่เป็นไรใช่ไหม อยากให้แจ้งตำรวจหรือเปล่า?"

อวิ๋นตั่วรีบส่ายหน้า "ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะคุณลุง"

ชายหนุ่มคนดังกล่าวส่ายหน้าให้เด็กทั้งสี่คน "ทีหลังถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็อย่าไปไหนมาไหนตามใจแบบนี้"

จื่อเถิงมองชายหนุ่มคนนั้นที่เดินห่างออกไป จากนั้นถึงได้ถามอวิ๋นตั่วว่า "ทำไมเธอถึงไม่แจ้งตำรวจล่ะ?"

"อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย อีกอย่างเราก็ไม่ได้เสียหายอะไรด้วย" อวิ๋นตั่วว่า

เช่นนั้นจื่อเถิงจึงหันไปถามเทียนอี้ต่อ "พวกเขาเป็นใคร ทำไมนายถึงไปมีเรื่องกับเขาได้?"

"ไม่ใช่เรื่องของนาย" เทียนอี้ตอบ

และเป็นคำตอบอย่างที่ทำให้จื่อเถิงโมโหขึ้นมา "พวกเราช่วยนาย แล้วนายควรตอบแทนพวกเราแบบนี้หรือไง?"

เทียนอี้คว้ากระเป๋าที่อยู่บนพื้น ก่อนที่จะเดินออกจากซอยไปนั้น เขายังทิ้งท้ายไว้ว่า "ฉันไม่ได้ขอให้มาช่วยสักหน่อย"

จื่อเถิงหันไปมองอวิ๋นตั่ว ก่อนที่จะเอ่ยตำหนิ "ได้ยินหรือยัง บอกแล้วว่าอย่าไปยุ่งก็ไม่เชื่อ ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ!"


--------------------​----------​----------​----------​




ตอนที่ 91  สามผู้กล้าหาญ


อวิ๋นตั่วลุกขึ้นยืน ปัดเศษดินออกจากเสื้อผ้า แต่ไม่ว่าจะปัดยังไงก็ไม่ยอมหลุดไปสักที ช่างเถอะ ไม่หลุดก็ไม่ปัดแล้ว เธอพยุงรถจักรยานขึ้น “ทำอะไรอย่าหวังผลตอบแทน แบบนี้เราจะสบายใจมากกว่า”

เซียวเซียวประคองจักรยานของตัวเองขึ้น หน้ามุ่ยลงยามเอ่ยออกมา “สบายใจแล้ว แต่แบบนี้เราจะกลับบ้านกันได้ยังไง?”

อวิ๋นตั่วคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันจะไปที่ๆ หนึ่งก่อน”


เพราะแบบนั้น ทั้งสามจึงไปปรากฏตัวตรงหน้าของอวี่เจ๋อด้วยใบหน้าที่บวมช้ำ


“นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”

หลิวอวี่เจ๋อมองทั้งสามคนด้วยความไม่สบายใจอย่างที่จะเห็นได้น้อยครั้งนัก เฉินอวี้กับชีซิงที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขาก็มีสีหน้าตื่นตะลึงไม่แพ้กัน

“มีเรื่องมาน่ะค่ะ” ท่าทีของอวิ๋นตั่วดูสงบมาก เธอรู้สึกว่าตัวเองกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าไม่ยกธงให้เธอ นั่นถือเป็นความบกพร่องของสังคมแล้ว เพราะแบบนั้นเธอก็เลยรู้สึกว่าไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง

“ทำไมถึงไปมีเรื่องได้ มีเรื่องกับใคร ไปมีเรื่องที่ไหนมา?”

อวี่เจ๋อเอ่ยถามราวกับรัวปืนกล ทำเอาอวิ๋นตั่วรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา “ห้องน้ำอยู่ไหนคะ ขอเราเข้าไปล้างตัวได้ไหม เสร็จแล้วเดี๋ยว......จะมาตอบคำถามของพี่”

อวี่เจ๋อนำอวิ๋นตั่วกับเซียวเซียวไปที่ห้องน้ำ

จื่อเถิงที่นั่งอยู่ในออฟฟิศของอวี่เจ๋อ เริ่มเล่าเรื่องราวเมื่อตอนบ่ายของพวกเขาให้ชีซิงกับเฉินอวี้ฟัง

จนกระทั่งอวิ๋นตั่วกับเซียวเซียวออกมาจากห้องน้ำนั้น ชีซิงกับเฉินอวี้ก็ยกสองมือประสานอก “ท่านจอมยุทธ์หญิง!”

“ผ่านมาเห็นความไม่เป็นธรรม ยื่นดาบเข้าช่วย เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว” อวิ๋นตั่วว่าอย่างกล้าหาญ

“แล้วสามคนนั้นเป็นใคร พวกเธอรู้หรือเปล่า” อวี่เจ๋อถาม

“ไม่รู้ค่ะ น่าจะเป็นคู่แค้นของเทียนอี้” อวิ๋นตั่วว่า

อวี่เจ๋อแทบจะทำอะไรไม่ถูก “ยังจะมีคู่แค้นอีกเหรอ? นี่เธอคิดว่าเธอกำลังเขียนนิยายกำลังภายในอยู่หรือยังไง?”

“ดูจากการแต่งตัวแล้วเหมือนพวกอันธพาล น่าจะเพราะรู้ว่าเทียนอี้ฐานะดีก็เลยมารีดไถ” จื่อเถิงว่า

“งั้นต่อไปพวกเธอต้องระวังกันให้มากขึ้น ตอนนี้พวกเธอก็คงกลายเป็นเป้าหมายของพวกมันไปแล้ว” ชีซิงบอก

พอได้ยินแบบนั้น เซียวเซียวก็เริ่มที่จะตัวสั่นขึ้นมา

“ถ้าพวกเขากล้ามาปรากฏตัวต่อหน้าหนูอีก หนูจะส่งพวกเขากลับไปเอง” อวิ๋นตั่วพูดขึ้นอย่างไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย

“พูดให้น้อยๆ หน่อย” อวี่เจ๋อว่าพลางเอาเบตาดีนกับคัตเติ้ลบัตออกมาทายาฆ่าเชื้อที่แผลบนหน้าของอวิ๋นตั่ว

เมื่อเบตาดีนแตะสัมผัสลงบนแผล อวิ๋นตั่วก็รู้สึกราวกับถูกเข็มจิ้มลงไปบนเนื้อ ความเจ็บแล่นปรี๊ดขึ้นมาทันที จนอวิ๋นตั่วอดที่จะร้องออกมาไม่ได้ “เจ็บนะ!”

“ตอนนี้ล่ะรู้จักเจ็บ” ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่อวี่เจ๋อก็เบามือลง

อีกด้านหนึ่ง ชีซิงก็กำลังทายาให้เซียวเซียว ทาไปก็หัวเราะไป “พี่คิดไม่ถึงจริงๆ เลยว่าผู้หญิงบอบบางอย่างพวกเธอจะไปมีเรื่องกับคนอื่นเขาได้”

“มันก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้นี่คะ? เรื่องของเรื่องก็คือจื่อเถิงน่ะไม่ได้เรื่อง ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่ได้เปรียบเราแบบนี้หรอกค่ะ”

จื่อเถิงเมื่อได้ยินก็โมโหจนตัวสั่น “สำนึกบ้างไหมเนี่ย สำนึกบ้างหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่เพราะฉันพวกเธอสองคนคงถูกพวกมันตีจนยับแล้ว”

จื่อเถิงเองก็มีเฉินอวี้ที่กำลังใส่ยาให้เช่นกัน พอจื่อเถิงร้องโวยวายออกมา คัตเติ้ลบัตในมือของเขาก็ป้ายพลาดจนเกือบจะเข้าปากเจ้าตัว จนทำให้จื่อเถิงแย่งขวดในมือเฉินอวี้มาแล้วเอ่ยบอก “ผมทำเอง ฝีมืออย่างพี่นี่ แผลยังไม่ทันได้ฆ่าเชื้อ ในท้องก็คงมีแต่เบตาดีนแน่ๆ”

เฉินอวี้ชกเบาๆ ไปที่ไหล่ของจื่อเถิง “นายนี่ ยังจะเรื่องมากอีกนะ”

“แล้วแบบนี้พวกเธอจะกลับบ้านกันยังไงล่ะ? คิดว่ากลับไปแล้วจะอธิบายกับครอบครัวว่ายังไง” อวี่เจ๋อถาม

“แผลแค่นี้ แม่หนูไม่สังเกตหรอกค่ะ” เซียวเซียวพูดหงอยๆ

จื่อเถิงมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก “ผมก็ไม่เป็นไร หนังหยาบเนื้อหนา มองไม่ออกหรอก”

อวิ๋นตั่วนั้นเจ็บหนักที่สุด ใบหน้ามีรอยช้ำ แขนเสื้อข้างหนึ่งขาด เธอหันไปส่องสภาพตัวเองจากกระจก ก็รู้ตัวว่ายากที่จะหาข้ออ้าง

จากนั้นก็เงยหน้ามองอวี่เจ๋อ “ทำยังไงดีคะ?”





ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว