facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 46 ผู้กล้าเผชิญหน้ากับการเปิดเทอม / ตอนที่ 47 ของขวัญเปิดเทอม

ชื่อตอน : ตอนที่ 46 ผู้กล้าเผชิญหน้ากับการเปิดเทอม / ตอนที่ 47 ของขวัญเปิดเทอม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2561 15:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 46 ผู้กล้าเผชิญหน้ากับการเปิดเทอม / ตอนที่ 47 ของขวัญเปิดเทอม
แบบอักษร



ตอนที่ 46  ผู้กล้าเผชิญหน้ากับการเปิดเทอม

วันเวลาดุจสายน้ำ คืนวันผันผ่านเหมือนลูกธนู ตอนเปิดเทอมเรามักจะเข้าใจประโยคนี้อย่างลึกซึ้งที่สุด อวิ๋นตั่วกำลังนับนิ้วตัวเองอยู่ เหมือนซัมเมอร์นี้ยังผ่านไปไม่เท่าไร ก็เหลือเวลาอีกแค่เจ็ดวันซะแล้ว

เธอลุกขึ้นนั่งบนเตียง คิดไปคิดมาแล้วก็นอนลงไปอีกครั้ง เหมือนกับว่าถ้านอนอยู่แบบนี้ จะช่วยหยุดเวลาของวันนี้เอาไว้ได้

ชูยินเดินเข้ามาหาในห้องนอนเธอ รูดผ้าม่านเปิดออกแล้วพูดว่า “ยังไม่ตื่นอีกเหรอลูก พรุ่งนี้พี่เราจะกลับอังกฤษแล้วนะ วันนี้ลูกไปซื้อของเป็นเพื่อนพี่เขาหน่อยสิ”


อวิ๋นตั่วพลิกตัว แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน


ชูยินจึงนั่งลงบนเตียงแล้วพูดว่า “อวิ๋นตั่ว แม่พูดกับลูกอยู่ได้ยินมั้ยจ๊ะ”

“ไม่ได้ยินค่ะ!”

ชูยินก็ไม่ได้โกรธ เธอก้มลงจูบลงบนหน้าผากของอวิ๋นตั่วหนึ่งที “รีบตื่นเร็วลูกรัก คุณครูหลิวมาแล้วนะ!”

“จริงเหรอคะ!” อวิ๋นตั่วกระโจนลุกออกจากเตียง เดินเข้าไปเปลี่ยนชุดเดรสลายดอกไม้ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

“คุณครูหลิวสำคัญกว่าแม่กับพี่ชายอีกนะ แม่เรียกตั้งนานไม่ยอมลุก แต่พอได้ยินชื่อคุณครูหลิวก็ตื่นทันทีเลย” ชูยินยืนมองดูลูกสาวถักเปียอยู่ตรงประตูห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า “ลูกทำแบบนี้พวกเราจะน้อยใจแล้วนะ”

“แค่นี้ก็น้อยใจแล้วเหรอคะ แสดงว่าคุณแม่กับพี่ไม่มั่นใจในตัวเองน่ะสิ”

อวิ๋นตั่ววิ่งลงมาจากชั้นบน แม่บ้านหลิวกำลังยกชาเขียวแก้วหนึ่งอกมาให้อวี่เจ๋อพอดี ใบชาสีเขียวลอยอยู่ในแก้วใส ไอสีขาวลอยขึ้น ใบชาเขียวคลายตัวออกช้าๆ แล้วค่อยๆ จมลงที่ก้นแก้ว

อวี่เจ๋อนึกถึงตอนที่เขามาบ้านครอบครัวหลิวครั้งแรก ชูยินถามว่าเขาจะดื่มอะไร พอเขาตอบว่าชาเขียว ชูยินก็รู้สึกอึ้งไปเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าเด็กอายุน้อยเท่านี้จะดื่มชาเขียวได้ เธอจึงเรียกให้แม่บ้านหลิวชงชาปี้หลัวชุนมาแก้วหนึ่ง ชงแบบนี้มาเป็นเวลาหกปีแล้ว พออวี่เจ๋อมาที่นี่ แม่บ้านหลิวก็จะยกชาเขียวหอมกรุ่นออกมาเสิร์ฟให้

อวิ๋นตั่วมองเขาดื่มชาเขียวแล้วรู้สึกอยากหัวเราะ “ตอนนี้มีวัยรุ่นที่ไหนเขาดื่มชากันจ๊ะ ไม่กลัวตัวเองจะแก่เหรอ”

“ชาเป็นของมีประโยชน์ ดื่มแล้วช่วยชะลอวัย จะแก่ได้ยังไงกันครับ แล้วยิ่งเป็นชาที่แม่บ้านหลิวทำให้อีกด้วย” อวี่เจ๋อตอบ

“คุณครูหลิวพูดจาน่าฟังจังนะคะ” แม่บ้านหลิวพูดพลางหัวเราะ ขณะที่ยังถือถาดรองถ้วยชาอยู่ในมือ ที่บ้านอวิ๋นไม่มีคำว่าคุณหนูหรือคุณชาย คนรับใช้ทุกคนในบ้านต่างเรียกชื่อของอวิ๋นตั่วกับอวิ๋นเฉียวโดยตรง แต่สำหรับอวี่เจ๋อ จะถูกเรียกว่าเรียกว่าคุณครูหลิวตามอวิ๋นตั่ว พอเป็นแบบนี้ ตอนอยู่ที่บ้านอวิ๋น อวี่เจ๋อกลับดูอาวุโสกว่าอวิ๋นเฉียวเสียแล้ว

อวิ๋นเฉียวเองก็เคยพูดค้านว่า “เขาเป็นเพื่อนผมแท้ๆ ทำไมต้องเรียกว่าคุณครูด้วยล่ะครับ”

ชูยินจึงบอกว่า “อยู่ที่บ้านเรา อวี่เจ๋อเป็นครูของน้องสาว ต้องให้เกียรติคุณครูสิ”


คนทั้งบ้านอวิ๋นเรียกอวี่เจ๋อว่าคุณครู ตอนแรกเขาก็ไม่ชิน เพราะตัวเองก็ไม่ใช่คุณครู แต่ต่อมาก็ค่อยๆ ยอมรับได้ จะว่าไปพอนึกถึงตอนที่ร่วมงานกับองค์กรฝึกพนักงาน นั่นก็เกี่ยวข้องกับฐานะครูสอนพิเศษของเขาเหมือนกัน เพราะฐานะนี้เป็นสิ่งที่ดลใจให้เขาได้นึกถึงหนทางหาเงินนี้ได้

“วันนี้นอนตื่นสายซะแล้วเหรอ” อวี่เจ๋อกล่าวขณะมองดูนักเรียนของตัวเอง ผ่านมาหลายปีขนาดนี้แล้วแต่เธอเหมือนจะยังไม่โตขึ้นเลย เอาแต่อยู่ในป้อมปราการ ไม่เข้าใจโลกภายนอก

“พอนึกขึ้นได้ว่าใกล้จะเปิดเทอม หนูก็ไม่อยากตื่นขึ้นมาเลยค่ะ”

“กลัวการเปิดเทอมเหรอไง?”

“ไม่ถึงกับกลัวหรอกค่ะ แต่ใครจะไปตื่นเต้นดีใจกับการเปิดเทอมบ้างละคะ แล้วอีกอย่าง ครั้งนี้ก็ขึ้นชั้นมัธยมต้นแล้วด้วย หนูได้ยินมาว่าเรียนหนักมาก แค่คิดก็เหงื่อออกเต็มมือแล้วค่ะ จะตื่นขึ้นไหวได้ยังไงกัน”

อวิ๋นเฉียวลงมาจากชั้นบน เดินไปอยู่ข้างๆ อวิ๋นตั่ว แล้วใช้มือหนึ่งข้างวางบนไหล่เธอ “พี่ว่าเธอพูดถูก คนที่กล้าเผชิญหน้ากับการเปิดเทอม ถือว่าเป็นผู้กล้าเลยล่ะ อย่างเช่นคนที่อยู่ตรงหน้าเธอนี่ไง เปิดเทอมหรือปิดเทอมก็ไม่ต่างกันเลย เรียนกับเขามาตั้งหกปีแล้ว ทำไมเธอไม่เรียนรู้จากเขามาสักนิดล่ะ”

“อย่าไปฟังพี่เธอพูดจาเหลวไหล ตอนเด็กพี่ก็ไม่ชอบเปิดเทอมเหมือนกัน แต่ต่อมาพอคิดๆ ดูแล้ว ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ โรงเรียนก็ยังอยู่ตรงนั้นอยู่ดี ยังไงซะวันเปิดเทอมก็ต้องมาถึง ถ้าจะขัดขืนก็สู้ยอมรับอย่างกล้าหาญไม่ดีกว่าเหรอ เมื่อเผชิญกับสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ก็พยายามทำให้ดีที่สุด จะได้ไม่ทำให้ตัวเองผิดหวัง เธอว่าไหมล่ะ”

“ก็ฟังดูมีเหตุผลอยู่หรอก แต่เวลาทำมันยากนี่คะ” อวิ๋นตั่วว่า

“เอาล่ะ เราเลิกพูดเรื่องที่ทำให้หมดสนุกเถอะ มาดูกันว่าพี่เตรียมของขวัญเปิดเทอมอะไรให้เธอ?”

“มีของขวัญด้วยเหรอคะ?” อวิ๋นตั่วแปลกใจ



--------------------​----------​----------​----------​



ตอนที่ 47  ของขวัญเปิดเทอม

อวิ๋นตั่วเดินตามอวี่เจ๋อเข้าไปในสวน จักรยานสีขาวใหม่เอี่ยมคันหนึ่งจอดอยู่ใต้ต้นซากุระ แสงแดดทะลุรอยแยกของใบไม้ส่องลงมาที่จักรยาน ก่อให้เกิดสีสันราวกับเอฟเฟคแสงของโคมไฟ

“สวยจังเลยค่ะ!” อวิ๋นตั่ววิ่งเข้าไปดู มันเป็นจักรยานสีขาวคันหนึ่ง ข้างหน้ามีตะกร้าที่ทำจากไม้ไผ่ด้วย “กระเป๋านักเรียนของหนูวางไว้ในนี้ได้เลย”

 “ขี่ในบ้านก็พอแล้ว” อวิ๋นเฉียวว่า

“ไม่ค่ะ หนูจะขี่ไปโรงเรียน” อวิ๋นตั่วกำลังจินตนาการ ถ้าตัวเองขี่จักรยานอยูบนนถนนตอนเช้าตรู่ ขี่ไปถึงโรงเรียนพร้อมกับคนอื่นๆ มันจะดูน่าเกรงขามขนาดไหนกันนะ

“คุณแม่ไม่ยอมหรอก” อวิ๋นเฉียวบอกน้องสาว

“พี่อวี่เจ๋อจะช่วยพูดกับคุณแม่ให้ค่ะ ใช่มั้ยคะ” อวิ๋นตั่วมองอวี่เจ๋อด้วยสีหน้าอ้อนวอน

“ใช่”

อวิ๋นตั่ววางใจแล้ว ขอเพียงเป็นเรื่องที่อวี่เจ๋อรับปาก เขาต้องทำได้แน่ นี่คือคติของเขา เมื่อรับปากอะไรใครไว้ก็ต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็จะไม่รับปาก


แล้วอวี่เจ๋อก็ไปหาชูยินจริงๆ สองพี่น้องยืนรออยู่ด้านนอก สีหน้าท่าทางเหมือนกัน แต่อารมณ์ต่างกัน อวิ๋นตั่วนั้นกังวลมาก เธอกลัวว่าคุณแม่จะไม่รับปาก ส่วนอวิ๋นเฉียวเหมือนกำลังรอดูอะไรที่น่าสนุกอยู่ เขาไม่เชื่อว่าคุณว่าแม่จะอนุญาต หากเรื่องที่ลูกสาวบ้านอวิ๋นขี่จักรยานไปโรงเรียนเองแพร่งพรายออกไป คงถูกมองเป็นเรื่องตลกแน่

ชูยินออกมาแล้ว โดยที่มีอวี่เจ๋อเดินตามหลังมา อวี่เจ๋อกำลังก้มหัว พออวิ๋นตั่วเห็นแบบนั้น เธอก็รู้สึกเหมือนว่าหัวใจของตนกำลังตกลงไปในอุโมงค์น้ำแข็ง

“คุณครูหลิวบอกว่าลูกอยากจะขี่จักรยานไปโรงเรียนเองเหรอ” ชูยินถามอวิ๋นตั่ว

อวิ๋นตั่วพยักหน้า

“ทำไมล่ะลูก”

“หนูอยากรู้ว่าทิวทัศน์บนถนนระหว่างทางไปกลับเป็นยังไงบ้าง แล้วก็อยากจดจำความลำบากด้วย แบบนี้หนูจะได้ไม่อ้อยอิ่งตอนไปโรงเรียนไงคะ อยากไปแบบสุดจิตสุดใจเลย ไม่ทำให้ตัวเองเสียใจทีหลังแน่ค่ะ”

“แต่ลูกยังขี่จักรยานไม่เป็นเลยนะ”

“ยังเหลืออีกเจ็ดวัน หนูเรียนได้ค่ะ”

“ตกลงจ๊ะ ถ้าภายในเจ็ดวันนี้ลูกขี่จักรยานเป็น แม่จะให้ลูกขี่ไปโรงเรียน”

“คุณแม่รับปากแล้วนะคะ!” อวิ๋นตั่วเดินเข้าไปกอดชูยิน หอมแก้มผู้เป็นแม่แล้วพูดว่า “ขอบคุณค่ะคุณแม่”

“ไม่ต้องขอบคุณแม่หรอก ไปขอบคุณคุณครูหลิวนู่น แม่ว่าเขาก็พูดถูกนะ พวกเราจะโอบอุ้มลูกตลอดไปไม่ได้หรอก”

“ขอบคุณค่ะคุณครูหลิว” อวิ๋นตั่วพูดพลางโค้งคำนับให้อวี่เจ๋อ

อวิ๋นเฉียวรู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง “ทำไมผมพูดอะไรคุณแม่ไม่เห็นรับปากเลย พออวี่เจ๋อพูดทำไมรับปากล่ะครับ”

“เพราะคุณครูหลิวพูดมีเหตุผลน่ะสิ แต่ลูกน่ะเอาแต่พูดจาเอาแต่ใจ” ชูยินอธิบาย

“คุณแม่ลำเอียงนี่นา”

ชูยินตัวหัวลูกชายเบาๆ อวิ๋นเฉียว “เจ้าเด็กไม่รักดี เลี้ยงจนโตขนาดนี้แล้วกลับมายอกย้อนแม่ได้ ทีแรกวันนี้ว่าจะพาลูกไปซื้อของสักหน่อย แต่ทำโทษให้สอนน้องขี่จักรยานดีกว่า”

อวิ๋นเฉียวไม่สะทกสะท้านอะไร ยังไงก็ไม่มีอะไรจะซื้ออยู่ดี ถ้ามีของจำเป็นอะไรค่อยไปซื้อที่อังกฤษก็ได้ ถ้าออกไปตลาดกับชูยิน ทั้งคู่มีความเห็นไม่ตรงกัน ก็มักจะเถียงจนแยกกันเดินเสมอ การที่ทั้งคู่ออกไปด้วยกันไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์เลยจริงๆ

อวิ๋นตั่วเข็นจักรยานออกมาแล้วตรงไปยังถนนปูนซีเมนต์ที่อยู่กลางสวน ทั้งสองฝั่งปลูกดอกไม้ต่างๆ ไว้เต็มทาง เป็นถนนสายเล็กที่วกวนล้อมอยู่รอบตัวบ้าน

“พี่คะ พี่คอยจับข้างหลังไว้นะ หนูกลัวล้ม”

อวิ๋นเฉียวนึกขึ้นได้ว่าตอนเริ่มขี่อวิ๋นตั่วจะยังขี่ได้ไม่นิ่ง เพื่อไม่ให้เธอล้ม ก็ต้องให้เขาคอยวิ่งอยู่ข้างหลังแน่ แต่แบบนี้มันเปลืองแรงมาก เขามองที่สวนบ้านตัวเองแวบหนึ่ง ถ้าวิ่งวนรอบนี้ไป หากไม่ตาย สภาพก็คงแย่ ไม่ได้การแล้ว รอบแรกตัวเองจะวิ่งตามไม่ได้เด็ดขาด เขามองอวี่เจ๋อพลางคิดว่า ถ้ารอบแรกให้อวี่เจ๋อเป็นคนสอน รอบต่อมาอวิ๋นตั่วก็น่ามีทักษะบ้างแล้ว ถึงตอนนั้นตัวเองค่อยเป็นคนสอน แบบนั้นจะได้ไม่เปลืองแรงมาก

พอคิดได้แบบนี้ เขาก็พูดกับอวิ๋นตั่วทันที “พี่ไม่ได้มีประสบการณ์เรื่องการสอน ให้อวี่เจ๋อสอนเธอก่อนแล้วกัน พี่จะคอยเรียนรู้อยู่ข้างๆ”

“กลัวจะได้วิ่งตามล่ะสิ” อวี่เจ๋อพูดเบาๆ

“นายเป็นคนให้จักรยานเธอนะ รอบแรกนายก็ต้องเป็นคนสอนสิ”

อวิ๋นตั่วเริ่มไม่พอใจ “พวกพี่สองคนหมายความว่ายังไงคะ ไม่อยากสอนหนูใช่ไหม”





ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว