ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สองแม่วางแผน

ชื่อตอน : สองแม่วางแผน

คำค้น : โรแมนติก,รัก,ตลก

หมวดหมู่ : นิยาย เรื่องสั้น

คนเข้าชมทั้งหมด : 617

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2560 10:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สองแม่วางแผน
แบบอักษร

29 ปีต่อมา “ฮัลโหลคะ คุณนายพริ้ง”เสียงหวานใสกรอกเสียงยียวนเมื่อเห็นว่ามารดาสุดที่รักโทรมาด้วยจุดประสงค์ใด “ย่ะ แกไม่ต้องมากวนประสาทแม่เลยนะ ที่ฉันโทรมาก็แค่อยากถามว่าเมื่อไหร่แกจะกลับบ้าน รู้ไหมว่านี่มันกี่เดือนแล้วที่แกไปคลุกอยู่ในป่าในดอย แม่ถามแกจริงๆเถอะเชียงรายกับเพชรบูรณ์มันไกลมากจนแกหาทางกลับบ้านไม่ได้เลยหรือยะ”เพราะพริ้งเอ่ยกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน จนหญิงสาวอดยิ้มขำกับความน้อยใจของมารดาไม่ได้ “โธ่คุณนายแม่คะ ก็เพรางานยุ่งนี่หน่า ช่วงนี้เพราก็ต้องเข้าป่าทีหลายวันเพื่อเก็บข้อมูลวิจัย ขืนเพรากลับบ้านตอนนี้งานเพราก็เสร็จไม่ทันเวลาสิคะแม่”สาวสวยร่างเล็กใบหน้าหวานซึ้งเอ่ยกับมารดาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “แล้วใครใช้ให้แกเลือกเรียนเกษตรยะเลยต้องไปเป็นเกษตรกรตากแดดตัวดำตามป่าตามไร่  นี่ถ้าแกเลือกเรียน คหกรรมตามที่แม่บอกป่านนี้บ้านเราได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันไปแล้ว ดูอย่างตาพฤทธิ์สิที่บ้านเขาเปิดร้านอาหาร เขาก็เลือกเรียน คหกรรม ตอนนี้ป้าศจีสบายไปแล้วได้ตาพฤทธิ์มาทำงานแทน เลยมีเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดแทบทุกเดือน ไม่เหมือนบ้านเราที่เหลือแต่สองตายายนั่งเหงารอลูกสาวที่ไม่ยอมกลับบ้าน”เพราะพริ้งบ่นลูกสาวด้วยความน้อยใจ หากนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางใช้ไม้นี้กับบุตรสาวจริงๆแล้วพริ้มเพรารู้ดีว่า พ่อกับแม่ไม่ได้เหงาอย่างที่พูดสักเท่าไหร่เพราะพวกท่านจะพ่วงไปเที่ยวกับบ้านนู้นทุกครั้งไป “แม่คะ เพรารู้นะว่าพ่อกับแม่ไปเที่ยวกับบ้านนู้นทุกครั้ง อย่ามาหลอกเพราให้ยากเลย อ๋อแล้วอีกอย่างเพราเป็นนักวิจัยการเกษตรคะแม่ไม่ใช่เกษตรกร”เธอย้ำให้มารดาเข้าใจในอาชีพของเธอเสียใหม่ “ยะแม่คุณ ฉันว่ามันก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่หรอก ไม่เหมือนตาพฤทธิ์ดูสิตอนนี้เป็นเชฟใหญ่ที่ร้านแถมยังต้องบริหารร้านเองอีกจนตอนนี้กิจการขยายใหญ่โตไปแล้ว”คำพูดชื่นชมศัตรูตั้งแต่เด็กของเธอ ยิ่งทำให้พริ้มเพราหงุดหงิดอดน้อยใจแม่ไม่ได้ที่ชอบพูดเปรียบเทียบเธอกับไอ้พิลึกนั้นทุกครั้งไป “นั่นมันเรื่องของไอ้พิลึกมันสิ ผู้ชายบ้าอะไรก็ไม่รู้เรียนทำอาหาร เพราว่ามันต้องเป็นตุ๊ดแน่ๆเลยแม่ มีอย่างที่ไหนผู้ชายเรียนคหกรรม”เธอพูดพลางหัวเราะคิกคักสะใจที่ได้เหน็บชายหนุ่ม “นั่นปากเหรอยายเพรา ถ้าแกอยู่ใกล้ๆแม่จะหยิกให้เนื้อเขียวเชียว ไปว่าเขาแบบนั้นได้ยังไง ยิ่งนับวันปากแกยิ่งเสียห่างไกลความเป็นกลุสตรีเข้าไปทุกที นี่ก็เพราะแกเอาแต่คลุกอยู่กับพวกเพื่อนผู้ชายห่ามๆของแกแน่ๆ”นางเอ็ดเสียงเขียว “โอ๊ย แม่เพราไม่คุยกับแม่แล้ว แค่นี้นะคะ อ๋อแล้วแม่ก็เลิกโทรตามเพราได้แล้วเพราไม่อยากกลับบ้านไปเจอหน้าไอ้พิลึกลูกชายสุดรักของแม่ เพราขอแก่ตายคาดอยยังดีเสียกว่าเชิญแม่โอ๋มันตามสบายเลย”พูดจบเธอก็รีบกดตัดสายก่อนที่มารดาจะบ่นได้อีก เธออุตส่าห์หนีมาตั้งไกลแต่ไม่วายที่จะต้องได้ยินชื่อคนที่แสนชังน้ำหน้าให้ระคายใจอีก “หนอย ยายเพรา แกชักจะเอาใหญ่แล้วนะ กล้าวางสายใส่แม่แถมปิดเครื่องหนีอีกต่างหาก”เพราะพริ้งบ่นบุตรสาวเสียงขรม จนยุทธนาที่นั่งอยู่ไม่ไกลถึงกับส่ายหัวระอากับนิสัยของสองแม่ลูกที่ไม่มีใครยอมใคร “นี่คุณพริ้งคุณก็รู้ว่ายายเพรามันดื้อขนาดไหน ยิ่งคุณพยายามจับคู่ลูกก็ยิ่งหนี ผมว่าปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามพรหมลิขิตไม่ดีกว่าเหรอ เท่าที่ผมจำได้ยายเพรากับตาพฤทธิ์ทะเลาะกันมาตั้งแต่เด็กจนโต เขาสองคนคงไม่ใช่เนื้อคู่ แต่เป็นเจ้ากรรมนายเวรเสียมากกว่า ”ยุทธนาเหย้าภรรยาน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เรียกค้อนวงใหญ่จากภรรยา “คุณนี่จริงๆเลยนะ ไม่ช่วยแล้วยังจะแขวะฉันอีก ไม่ต้องกงต้องกินมันแล้วของว่างฉันไปปรึกษากับศจีดีกว่า”พูดจบเพราพริ้งก็สะบัดก้นออกไปหาเพื่อนบ้านคนสนิททันที ปล่อยให้สามีได้แต่ถอนหายใจปลงๆกับความหวังที่ริบหรี่ของภรรยา

“คุณพ่อครับคุณแม่จะออกไปไหนครับ ผมเห็นหลังไวๆเมื่อครู่”ชายหนุ่มมาดเข้มรูปร่างสูงโปร่งบริเวณ ใบหน้าหล่อเหลาถูกปกคลุมไปด้วยหนวดเคราที่ถูกเจ้าตัวตัดแต่งเป็นอย่างดี  เอ่ยถามบิดาด้วยท่าทางสุภาพทันทีที่เดินเข้ามาภายในบ้าน “ก็จะไปไหนได้ล่ะถ้าไม่ใช่บ้านนู้น แกก็รู้อยู่ว่าแม่แกกับน้าพริ้งคู่นั้นเค้าซี้กันแค่ไหน บางทีพ่อกับน้ายุทธยังอดสงสัยไม่ได้ว่าแม่แกกับน้าพริ้งแอบกิ๊กกันหรือเปล่า”ยุทธนากล่าวติดตลก เรียกรอยยิ้มจากบุตรชายได้ไม่น้อย “คุณพ่อก็ พูดไปเดี๋ยวคุณแม่ได้ยินเข้าจะหาว่าผมไม่เตือน”พฤทธิ์พูดคุยกับบิดาด้วยท่าทางที่เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น ชายหนุ่มรู้ดีว่าเขาไม่ค่อยสนิทกับพ่อแม่เท่าที่ควรเพราะเขาต้องรับภาระดูแลกิจการร้านอาหารของที่บ้านตั้งแต่ยังเด็กจึงทำให้เขาต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมาก จนละเลยความสัมพันธ์กับครอบครัวไปเสียนาน ไม่เหมือนกับลูกสาวบ้านนั้นที่สนิทกับพ่อแม่จนเขานึกอิจฉาในบางที และตั้งแต่ลูกสาวบ้านนั้นโบยบินออกไปเขาก็ไม่ค่อยได้ยินเสียงหัวเราะโวยวายจากบ้านหลังนั้นอีกเลย “พฤทธิ์ ลูก”ป้อมปรามสะกิดแขนบุตรชายเบาๆเมื่อเห็นว่าเขาเงียบไปนานไม่ตอบคำถามเสียที ส่วนชายหนุ่มเองเมื่อถูกบิดาปลุกจากภวังค์ที่เผลอคิดถึงอดีต ก็พยายามเรียกสติตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ “ครับคุณพ่อว่าอะไรนะครับ ผมไม่ทันฟัง” “พ่อถามแกว่าที่ร้านมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แกถึงได้กลับมาเอาป่านนี้” “เปล่าครับทุกอย่างเรียบร้อยดี ที่ผมกลับดึกก็แค่นั่งทำงานเพลินไปหน่อย อีกสองวันจะมีทัวร์มาลงผมเลยอยากเตรียมอะไรให้พร้อมถึงเวลาจะได้ไม่มีอะไรผิดพลาด” “พ่อว่าแกทำงานหนักไปหรือเปล่า หักโหมมากไปจะป่วยได้นะอีกอย่างขืนแกทำงานหนักแบบนี้ทุกวันแล้วเมื่อไหร่พ่อกับแม่จะได้อุ้มหลานล่ะ”ป้อมปรามเอ่ยเตือนบุตรชายด้วยความห่วงใย  “คุณพ่อครับอย่าพูดถึงเรื่องนั้นเลย ว่าแต่นี้ก็นานแล้วคุณแม่ยังไม่กลับเข้าบ้านสักทีสงสัยมัวแต่คุยเรื่องยายกระเพรา”ชายหนุ่มเสคุยเปลี่ยนเรื่อง ซึ่งป้อมปรามก็รู้ดีว่าบุตรชายยังไม่พร้อมมีใครในตอนนี้ “ก็จะมีเรื่องอื่นอีกเหรอนอกจากเรื่องนี้ แต่จะว่านี่มันก็นานเกือบปีแล้วมั้งที่หนูเพรายังไม่ยอมกลับมาเยี่ยมบ้าน สงสัยจะมัวแต่ทำงาน” “ผมว่ายายนั่นคงมัวแต่ทำไร่ทำสวนมากกว่า ไม่รู้ป่านนี้ตัวดำเป็นเหนี่ยงแล้วมั้ง”พฤทธิ์พูดด้วยรอยยิ้มที่ออกมาอย่างไม่รู้ตัว แต่ป้อมปรามกับเห็นอะไรบางอย่างจากรอยยิ้มของบุตรชาย “แกก็ว่าไปหนูเพรานะเขาเป็นนักวิจัยการเกษตร ไม่ใช่เกษตรกรสักหน่อย” “จะอะไรก็ชั่งเถอะครับ นี่ก็ดึกมากแล้วผมขอตัวขึ้นห้องก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้ผมเรียกประชุมพนักงานแต่เช้า”พูดจบชายหนุ่มก็เดินขึ้นไปชั้นบน ปล่อยให้ป้อมปรามมองตามด้วยความอ่อนใจ ตั้งแต่เมื่อไหร่นะที่ลูกชายที่ช่างออดอ้อนของเขากลายเป็นชายหนุ่มที่แสนเคร่งขรึม สุภาพจนหน้าอึดอัดอย่างทุกวันนี้ เมื่อขึ้นมาถึงห้องนอนพฤทธิ์ก็อดมองไปยังบ้านตรงข้าม โดยเฉพาะห้องนอนของใครบางคนที่ตรงกับห้องของเขาพอดี นี่ก็หลายเดือนแล้วที่ไฟในห้องนั้นยังมืดสนิทไร้วี่แววของเจ้าของห้อง เขายังจำได้ดีในวันที่พริ้มเพราได้งานเป็นนักวิจัยที่เชียงราย หล่อนไม่รอช้าที่จะออกเดินทางด้วยท่าทางร่าเริงราวกับนกที่โผปีกบินออกจากรัง เธอคงเกลียดขี้หน้าฉันมากสินะยายกระเพรา คอยดูเถอะเธอกลับมาเมื่อไหร่เขาจะเอาคืนให้สามสมเลย ชายหนุ่มครุ่นคิดพร้อมรอยยิ้มหยัน

ทางด้านสองแม่อย่างเพราะพริ้งและศจีก็กำลังนั่งปรับทุกข์กันพร้อมทั้งเริ่มวางแผนการบางอย่างเสียทีก่อนที่อะไรๆจะสายเกินไป “จีฉันล่ะกลุ้มใจจริงๆมีลูกสาวอยู่คนเดียว แทนที่จะอยู่ดูแลพ่อแม่กลับหนีไปอยู่ป่าอยู่ดอย อายุก็จะสามสิบอยู่แล้วแฟนก็ยังไม่มี แถมยังชอบแต่งตัวเหมือนทอมบอยคลุกอยู่แต่กับพวกเพื่อนผู้ชายห่ามๆ จนตอนนี้ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตกลงฉันคลอดลูกสาวแต่โตมาเป็นลูกชายหรือเปล่า”เพราะพริ้งบ่นกับเพื่อนบ้านคนสนิทด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ “เอาน่าพริ้ง อย่าว่าแต่ลูกเธอเลย ฉันเองก็หวั่นใจกับตาพฤทธิ์เหมือนกัน ตั้งแต่เลิกกับหนูกรรณตอนสมัยเรียน ป่านนี้ก็ยังไม่มีใครอีกเลย วันๆเอาแต่ทำงานส่วนเพื่อนเขาแต่ละคนก็ท่าทางชายไม่จริงหญิงแท้ทั้งนั้น ยิ่งนานวันฉันก็ยิ่งกลัวใจเขาขึ้นมาเหมือนกันว่าจะเบี่ยงเบน”ศจีเองก็มีท่าทางหนักใจไม่แพ้กัน “นั่นสินะ ขืนเรายังใจเย็นไม่ทำอะไรบ้างมีหวังลูกสาวฉันคงหาลูกสะใภ้ให้ ส่วนลูกชายเธอคงหาลูกเขยให้แน่ๆ”เพราะพริ้งกล่าวติดตลกเพื่อบรรเทาความตึงเครียด “พริ้งถึงเวลาแล้วล่ะที่เราสองบ้านต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้นความหวังที่จะได้ดองกันของบ้านเราคงล้มเหลวไม่เป็นท่าแน่”ศจีจับมือเพราะพริ้ง สองแม่บ้านสบตากันพร้อมกับความหวังแรงกล้าในใจ “ฉันเห็นด้วยจี ฉันจะไม่รีรออีกแล้วขืนฉันยังใจดีมีหวังยายเพราได้ขึ้นคานเป็นการถาวรแน่” “ดีงั้นเรามาวางแผนกันดีกว่าว่าจะทำยังไงให้เด็กสองคนได้มีโอกาสกลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง”สองแม่จอมวางแผนก้มลงซุบซิบกันท่าทางจริงจังก่อนทั้งคู่จะเงยหน้าสบตากันพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ โดยที่ทั้งพฤทธิ์และพริ้มเพราไม่รู้ตัวเลยว่าหลังจากนี้ไป ชีวิตที่แสนราบรื่นของพวกเขาสองคนจะต้องเจอกลับแผนการวุ่นวายมากมายแค่ไหน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว