ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เดจาวู 2 100%

คำค้น : กลรักวีมาร์ค กลรักรุ่นพี่ วีมาร์ค ดราม่า วายมหาลัย love Mechanics

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 457.6k

ความคิดเห็น : 423

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2560 23:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เดจาวู 2 100%
แบบอักษร

** **

**-26.**2-

เดจาวู

[Vee Vivis]



          สิ้นเสียงแหบที่แทบจับใจความไม่ได้นั้น ปากฉ่ำน้ำก็ประกบเข้ากับปากผม รสขมของแอลกอฮอล์ยังไม่จางมันยิ่งมอมเมาทั้งมันและผม  มือเรียวคล้องเข้าที่คอ ตัวสูงๆ ที่นั่งชันเข่าอยู่ที่เตียงก็ขยับเข้ามาหา เสียงดูดปากดังไปทั่วห้องเรียกเอาความรู้สึกเดิมๆ กลับมา

          องศาเดิมๆ มุมเดิมๆ ห้องเดิมและที่เดิม ต่างก็แค่ครั้งนี้ผมไม่ผลักมันออก

          ผมประคองคนที่นั่งชันเข่าไม่ให้เสียงหลัก เอียงหน้าเข้าหามันอีกเพื่อป้อนจูบให้ ไม่ว่าจะเพราะมันเมาหรือมันคิดถึงผมจริงๆ ก็ตาม ผมขอกลับไปเป็นคนเลวคนเดิมที่ชอบฉวยโอกาสจากมัน

          “อือ…” เสียงครางในลำคอพร้อมกับหน้าหล่อที่เอียงออกเพื่อขออากาศ ผมผละออกมาหอบแล้วมองหน้ามัน มาร์คปรือตาขึ้นมามองผม มือเรียวนั่นยังเกาะที่ไหล่ผมไม่ปล่อย

          “กู…”

          “พี่แม่งโคตรใจร้ายเลย” มาร์คว่าแล้วมองสบตาผม

          “กูขอโทษ” ผมตอบแล้วเลื่อนหน้าเข้าไปประกบจูบ รั้งคอมันเข้ามาใกล้อีกแล้วแนบลำตัวของตัวเองเข้าไป

          ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม ตอนนี้ผมอยากรักมัน เราจูบอยู่เนิ่นนานแต่มันก็ไม่เท่ากับเวลาที่ผมใช้เพื่อคิดถึงมัน ตอนนี้คนที่ผมคิดถึงอยู่ตรงหน้าผมแล้ว ถ้าปล่อยไปอีก ผมคงจะโง่น่าดู ตอนเช้าเราอาจจะต้องทะเลาะกันต่อ หรือตอนที่มันรู้ตัวมันอาจจะโกรธผมมากกว่าเดิมผมก็คงต้องยอม ยอมที่จะทำตามใจตัวเองตอนนี้ เพราะสายตาและคำพูดของคนไม่มีสติตรงหน้านี้

          “อืม…” เสียงครางที่หลุดออกจากลำคอพร้อมกับแรงดึงให้ผมทิ้งน้ำหนักตัวลงทับคนข้างล่าง

          “ให้กูได้ขอโทษมึงนะมาร์ค…ต่อไปนี้ให้กูได้รักมึงนะ” ผมพูดชิดริมฝีปากคนที่นอนอยู่ใต้ร่าง น้ำตามาร์คไหลลงมาที่หางตาและผมก้มลงจูบซับมัน

          ริมฝีปากเคลื่อนจากหางตามาที่ข้างแก้ม เลยมาคลอเคลียอยู่ที่แนวสันกราม ทุกที่ที่ลากผ่านไม่มีที่ไหนที่ผมไม่หยุดประทับรอยจูบ จูบเพื่อที่จะขอโทษและบอกรัก ผมเลื่อนปากมาที่มุมปากสวย จูบซับเอาความหวานที่มุมปากนั้นแล้วผละออกมามองคนที่นอนมองผมอยู่

          “พี่วี…”

          “ครับ”

          “…พี่วี” มีแค่ชื่อผมเท่านั้นที่ออกจากปากมาร์ค เสียงที่แฝงอารมณ์หลายอย่างทั้งเจ็บปวด ทรมานและคิดถึง

          “พี่ขอโทษครับคนดี ที่ผ่านมาพี่ขอโทษ” ผมจูบปิดริมฝีฝากที่เอ่ยเรียกผมด้วยความทรมานนั้น จูบเพื่อบอกว่าต่อไปนี้จะไม่เป็นแบบนั้นอีก

          ผมเลื่อนริมฝีปากลงที่ลำคอ จูบลูกกระเดือกสวยนั่นแล้วหยุดที่ไหปลาร้า มันโค้งลึกจนผมไม่อยากนึกว่าที่ผ่านมามาร์คมันทรมานตัวเองแค่ไหน ผมค่อยๆ จูบและปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของน้องมันออก กดจูบลงที่หน้าอก มาร์คกระตุกเล็กน้อยไม่ต่างจากทุกครั้งที่ผมเคยสัมผัส

          “อื้อ~” คนข้างล่างแอ่นอกขึ้นรับสัมผัสพร้อมกับบิดเล็กน้อย การตอบรับนี้ทำให้ผมขัดใจอยู่ไม่น้อยเมื่อคิดว่าที่ผ่านมาตอนไม่มีผมมันทำแบบนี้กับใครที่ไหนบ้าง ยิ่งตอนที่เห็นมันกอดมันซบกับไอ้เด็กทิวนั่นยิ่งหวงมันมากกว่าเดิม

          “ต่อไปนี้เป็นของกูแค่คนเดียวนะ” ผมผงกหัวขึ้นพูดกับคนที่ตัวแดงและหน้าแดง มันมองตอบกลับมาก่อนจะยื่นมือมาลูบหัวผม

          “คิดถึงจะตายอยู่แล้ว…” แค่นั้นหัวใจผมก็พองโต ความน้อยใจหรืออารมณ์ที่อยากประชดมันหายไปหมด ผมจูบลงที่หน้าท้องของมาร์ค เลื่อนปากไปทั่วเพื่อสร้างรอยจูบสีกุหลาบไว้

          “อืม…จุ๊บ!” เสียงดูดเนื้ออุ่นๆ ดังไปทั่ว นั่นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกกระดากอาย แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกดี

          มาร์คค่อยๆ สอดมือเข้ามาในกลุ่มผมของผม มันขยำเบาๆ ตามแรงอารมณ์และนั่นทำเป็นการเพิ่มอารมณ์ให้ผม ผมกดจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคนอายุน้อยครางดังกว่าเดิม ผมเลื่อนปากมาหยุดอยู่ที่ท้องน้อย งอขายาวๆ ของคนข้างขึ้นแล้วจูบแอ่งท้องน้อยนั่นแรงๆ

          “อื้อ~”

          “อืม…” ผมจูบแรงขึ้นเสียงหอบกระเส่าก็ดังขึ้นเรื่อยๆ ผมผละออกมามองผลงานตัวเองที่ตอนนี้บิดเป็นรูปอะไรก็ไม่รู้แต่ดูแล้วผมต้องกลืนน้ำลายลงคอ

          ผมค่อยๆ ถอดกางเกงที่แสนเกะกะของตัวเองออก แล้วเลื่อนมือไปปลดเข็มขัดของมาร์ค อาจจะเพราะสติที่เลือนรางคนข้างล่างเลยยอมให้ถอดกางเกงออกด้วยดี 

          “อือ…” มันขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะปรือตามองผม ปากสวยนั่นขบกันเบาๆ จนผมต้องเลื่อนนิ้วเข้าไปหา

          “กูอยู่นี่แล้วมาร์ค” ผมว่าแล้วใช้นิ้วชี้ไล้ริมฝีปากนุ่มเบาๆ มาร์คมันค่อยๆ เผยอปากออกแล้วงับเอานิ้วผม

          ผมยังค้างนิ้วไว้อย่างนั้นแล้วเลื่อนตัวเองไปทับคนข้างล่าง จูบหน้าอกที่กำลังกระเพื่อมแล้วครอบปากดูดเอาเม็ดสีน้ำตาลแข็งๆ บนหน้าอก รับรู้ถึงแรงขบน้อยๆ ที่นิ้วชี้จนต้องปรือตาขึ้นมองคนที่ครอบครองมัน ผมไม่ได้เจ็บมันก็แค่คันๆ เสียวๆ และที่สำคัญผมชอบ…

          “อ่า…อื้อ” ผมดูดเม็ดสีสวยของมาร์คแรงๆ จนเด็กมันแอ่นอกแล้วส่งเสียงดัง ผมส่งยิ้มที่มุมปากไปให้แล้วดึงนิ้วออกจากปากมัน

          ผมเลื่อนมือมาเรื่อยๆ จนหยุดที่หน้าขาสีสวย ลูบวนไปมา กดน้ำหนักลงบ้าง ผ่อนแรงบ้าง เคลื่อนหน้าเข้าหาปากสวยแล้วจูบซับเอาน้ำใสๆ ที่ไหลออกมาตอนที่ผมดึงนิ้วออก ผมเอียงหน้าจูบกับมาร์คและมาร์คเองก็ให้ความร่วมมือด้วยการเปิดปากให้ผม โพรงปากอุ่นร้อนที่ผมได้สำรวจเมื่อนานมาแล้วยังหวานเหมือนเดิม แม้รสเหล้าจะขมปร่าแต่ตอนนี้ผมไม่ได้รู้สึกถึงความขมนั้น มีแค่ความหวานและนุ่มละมุนของคนตรงหน้าเท่านั้นที่ผมสัมผัสได้

          “อื้อ~” มาร์คสะบัดหน้าออกแล้วครางเสียงดังเมื่อผมสัมผัสเข้าที่แท่งเนื้ออุ่นร้อนของมัน

          ผมลูบแล้วบีบเบาๆ จนมันขยายเต็มอุ้งมือผม มาร์คมันกดเล็บลงที่หัวไหล่แล้วเชิดหน้าขึ้นหอบ เส้นเลือดที่ปูดนูนตรงข้างคอทำให้ผมก้มลงจูบที่ซอกคอมัน ละเลียดเล็มเส้นเลือดนูนๆ นั่นแล้วขบที่ไหล่กว้างเบาๆ

          “พะ…พี่…” ครั้งแรกของผมกับมาร์คเกิดขึ้นที่นี่ และครั้งนั้นผมทรมานมันแต่ครั้งนี้ผมจะทำให้มันมีความสุขที่สุด

          ผมเลื่อนตัวลงมาที่กลางลำตัวมาแล้วครอบปากลงที่ท่อนเนื้อตรงหน้า ไล่จูบจากปลายไปโคนแล้ววกกลับมาครอบเอาเข้าไปจนถึงลำคอ แต่ความใหญ่โตของมันไม่สามารถทำให้ผมเอาเข้าปากได้หมด ผมใช้มือช่วยในส่วนที่มันยังท้าทายสายตาอยู่ด้านนอก

          “อื้อ! อือ…พะ…พี่วี” เสียงครางกระเส่าที่พยายามเรียกผมทำให้ผมเหลือบตามองเล็กน้อยแต่ก็ไม่ยอมปล่อยตัวมันออกจากปากผม

          ผมใช้มือข้างหนึ่งเลื่อนลงไปข้างล่างแล้วแตะบริเวณกลีบสีสวย ค่อยๆ กดลงไปจนรู้ว่ามันกำลังขมิบ มาร์คยังครางอื้ออึงไม่ได้ศัพท์อยู่เหมือนเดิม ผมปล่อยท่อนเนื้อใหญ่โตนั่นออกจากปากแล้วเลื่อนลงมาที่ช่องทางสีสวย กดจูบลงตรงนั้นจนมาร์คสะดุ้งแล้วครางเสียงดัง

          “อ่ะ…อ่า~” แทนที่ผมจะรำคาญเสียงแหบๆ นั่น ผมกลับอยากฟังมันเรื่อยๆ จากที่ลองใช้ปากสัมผัสแล้วผมจึงแลบลิ้นเลีย และนั่นทำให้คนตรงหน้าดิ้นผล่าน

          “พี่…อื้อ ผม…อ่า…” ผมแหย่ลิ้นลงไปเรื่อยๆ และมาร์คมันก็ขมิบเอาลิ้นผม ผมใช้มือยกก้นมันขึ้นจนสามารถชิมตัวมันได้ถนัดกว่าเดิม

          ผมผละออกมามองช่องทางที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำสีใส แลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองแล้วลูบท่อนเนื้อของตัวเองอีกสองสามที ผมค่อยๆ กดตัวเข้าไปในช่องทางของมาร์ค น้องมันเกร็งซึ่งทำให้ผมไม่สามารถกดเข้าไปได้มากกว่าเดิม

          “มาร์ค…ให้กูได้รักมึงหน่อย” ผมเอ่ยขอแล้วก้มลงไปจูบซับข้างแก้มใส “ให้พี่วีได้รักมาร์คนะครับ”

          “อื้อ~” ผมกดตัวเข้าไปจนสุดเมื่อน้องมันผ่อนคลาย แช่ไว้สักครู่จนคิดว่าตัวเองทนอยู่เฉยๆ ไม่ได้แล้วและคนข้างล่างเองคงอึดอึดมากแล้วผมจึงค่อยๆ ขยับตัวเข้าออกช้าๆ

          “อืม…” ผมครางเมื่อข้างในตัวของมาร์คมันกลืนกินผมเช่นเดียวกับที่ผมป้อนตัวเองให้มัน จังหวะของเราค่อยๆ รุนแรงขึ้นจนผมกับมาร์คหอบกระเส่าอยู่ข้างกัน

          ผมซบลงที่ไหล่กว้างของคนข้างล่างและมาร์คเองก็เอียงตัวมาหาผม การขยับตัวของมาร์คทำให้ผมต้องขยับท่อนเนื้อเข้าไปอีกและมันก็คราง เสียงแหบๆ ที่ดังอยู่ไม่ไกลจากหูทำให้ผมต้อเงยหน้ามอง ตาปรือปรอยมองมาที่ผม มันเหมือนจะหลอกล่อให้ผมตกลงไปในหลุมสีดำของดวงตาคู่นั้น และมันก็ทำได้จริงๆ

          ผมขยับหน้าขึ้นไปดูดกลีบปากที่กำลังเผยอหอบ ป้อนรสจูบหวานๆ เพื่อปลอบปะโลมและสัญญาว่าต่อไปนี้มันจะดีขึ้นในทุกๆ เรื่อง ผมกอดเอาคนที่นอนตะแคงข้างเข้าหาและกลายเป็นว่าเรานอนหันหน้าเข้าหากัน จุดเชื่อมต่อของเรายังไม่ห่างไปไหน ผมค่อยๆ ขยับเอวและมาร์คเองก็ขยุ้มที่เสื้อของผม

          “อื้อ~” มาร์คเชิดหน้าขึ้นคราง ผมผงกหัวขึ้นมามองเราสองคนที่กำลังขยับเข้าหากันอยู่

          “อืม…อ่า…” ผมแนบหัวลงกับไหล่มาร์คแต่ตายังมองอยู่จุดเดิม ตัวผมที่ผลุบเข้าออกในตัวมันนั้นเป็นสิ่งตอกย้ำว่าตอนนี้ผมอยู่กับมัน

          มือของมาร์คเลื่อนลงที่กลางลำตัวของตัวเอง มันกุมทับส่วนที่แข็งขืนแล้วค่อยๆ ขยับ ผมเลื่อนมือข้างที่พาดอยู่เอวทับกับมือสวยนั่น ขยับนำมันจนมันต้องปล่อยมือตัวเองออกและยอมให้ผมขยับให้

          “พี่วี…” เสียงครางผะแผ่วที่ดังอยู่ข้างหูทำให้ผมยิ้มออกมาจางๆ ก้มลงไปกดจมูกลงข้างแก้มที่ชื้นเหงื่อแล้วจูบกลีบปากมันเร็วๆ

          “ครับมาร์ค…”

          “อื้อ~” มันกัดเข้าที่ไหล่ผมตอนที่ผมเร่งจังหวะ ผมเจ็บแต่ความเจ็บกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเสียว

          “มาร์ค…” ผมครางเรียกชื่อมันเมื่อความสุขสมกำลังคืบคลานเข้ามาหา จังหวะที่เรามอบให้แก่กันและกันมันร้อนแรงขึ้นจนผมทนไม่ไหวกระแทกเข้าไปในตัวมาร์คแรงๆ จนมันร้องครางไม่หยุด

          “อื้อ…อ้ะ…อ๊า!” เสียงครางยาวครั้วสุดท้ายแทนที่ด้วยอาการเกร็งและหอบกระเส่า ผมเองก็ไม่ได้ต่างจากมาร์ค ผมปลดปล่อยตัวเองเข้าไปในตัวมันจนหมด ครางอย่างสุขสมเหมือนไม่ได้ครางมานาน หันไปจูบเอาปากที่กำลังหอบน้อยๆ อีกครั้งแล้วเลื่อนมือไปช่วยมาร์คจนเสร็จค่อยผละออก

          เรานอนหอบอยู่ข้างๆ กัน ผมผละออกมาเล็กน้อยเพื่อมองคนที่นอนอยู่ข้างๆ ให้ชัดๆ ตามาร์คปรือมองผมก่อนจะค่อยๆ ปิดลง มันคงเหนื่อยมากเพราะผมเองก็เหนื่อยไม่ต่างกัน ผมจูบที่หน้าผากสวยอีกครั้ง บอกฝันดีเบาๆ ไม่รู้ว่ามันจะได้ยินหรือเปล่าแต่ผมก็รู้สึกดีที่ได้บอกมันออกไป

          ผมทำใจที่จะเดินออกมาจากร้านเหล้าโดยปล่อยให้เด็กนี่อยู่ในนั้นคนเดียวไม่ได้ อยู่กับลี่กับตี๋ก็ไม่ต่างจากคนเดียวหรอก สายชงอย่างสองคนนั้นคงพามันอ่อยไปทั่ว ผมไปส่งน้องไอติมไว้ที่หอของเธอแล้ววนกลับมาที่ผับ ภาพที่เห็นคือมาร์คเมาจนแทบไม่ได้สติ มีไอ้เด็กทิวซบคลอเคลียอยู่ข้างๆ ไอ้ตัวผมที่ร้อนอยู่แล้วก็พุ่งเข้าไปดึงมันออกมา พามันกลับมาที่บ้านอย่างทุลักทุเล ผมคิดเรื่องเมื่อดึกแล้วถอนหายใจ ถ้าผมปล่อยมันไปอีกผมคงทนไม่ได้จริง

          ผมลุกขึ้นไปเอาน้ำมาเช็ดตัวให้มาร์ค ใส่บ็อกเซอร์ของตัวเองให้มันแทนเสื้อผ้าที่เลอะเปรอะเปื้อน จากนั้นก็จัดการถอดเสื้อชื้นเหงื่อของตัวเองออกแล้วใส่แค่บ็อกเซอร์ ตอนนี้จะให้ผมไปอาบน้ำผมก็คงไม่ไปหรอก ผมล้มตัวลงนอนข้างมาร์ค มองคนที่นอนคว่ำหน้ามาทางผมแล้วยิ้มออกมาเบาๆ กดจูบที่ข้างแก้มตอบๆ นั่นแล้วพาดแขนกับเอวมัน

          ตอนนี้เราอยู่ด้วยกัน และผมเพิ่งทำให้มันมีความสุข

          แสงแดดที่ส่องลอดเข้ามาทำให้ผมต้องเบี่ยงหน้าหลบ ซุกเข้ากับไหล่แข็งๆ ของคนที่นอนกอดเมื่อคืนแล้วสูดเอากลิ่นหอมๆ จากตัวมัน พอรู้สึกตัวว่ามากไปแล้วก็ค่อยพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น มาร์คยังนอนหลับพริ้มอยู่ท่าเดิม ผมก้มลงหอมแก้มมันหนึ่งทีแล้วผละออกมายิ้มให้มัน  ทั้งๆ ที่มันไม่เห็น ทั้งๆ ที่มันอาจจะไม่รู้ตัวแต่ผมก็ยังจะทำ

          “อือ…” เสียงครางแหบๆ กับเสียงขยับตัวทำให้ผมก้มลงมอง มาร์คปรือตาขึ้นมาก่อนจะกะพริบถี่ๆ แล้วมองมาที่ผม หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นผมนั่งอยู่ตรงหน้า ตัวผมเองก็กัดปากเตรียมรับคำด่าทอหรือถ้อยคำทำร้ายน้ำใจ

          ก็ตอนนั้นน้องมันไม่รู้ตัว พอตื่นมามันจะด่าว่าผมชั่วผมเลวก็ไม่แปลก

          “คือกู…เมื่อคืน…” เสียงผมมันหนีหายกลับเข้าไปในลำคอเพียงแค่มาร์คมันเลิกคิ้วขึ้น ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วเรียบเรียงคำพูดอีกที

          “พี่…เหี้ย…” ผมถอนหายใจเมื่อได้ยินคำสบถ “เสียงผม…” เสียงแหบนั่นค่อยๆ พูด ผมเองก็ทำหน้าโง่ๆ นึกว่ามันด่าผมแต่มันกลับสบถเพราะเสียงของตัวเอง

          “เอ่อ…เดี๋ยวกูหาน้ำให้” ผมว่าแล้วรีบลงจากเตียง เดินออกจากห้องลงมาหาน้ำอุ่นข้างล่างขึ้นไปให้มัน ดีที่แม่ตื่นแล้วและเสียบน้ำร้อนไว้ ผมกดเอาแล้วผสมกับน้ำธรรมดาก่อนจะยกขึ้นไปให้มาร์ค

          “ขอบคุณ” มันว่าแล้วดื่มเงียบๆ ผมเองก็มองมันอยู่เงียบๆ เหมือนกัน

          “คือกู…”

          “ครั้งนี้มีแค่น้ำเปล่าเหรอ?”

          “หืม?” ผมเลิกคิ้วและส่งเสียงในลำคอเมื่อมันถามอะไรแปลกๆ ออกมา

          “ก็ครั้งที่แล้วมีข้าวต้ม…” ผมร้องอ๋อในหัวทันทีที่มาร์คมันเฉลย รอยยิ้มค่อยๆ ผุดขึ้นมาบนใบหน้า

          “ไม่ด่าเหรอ? ไม่โกรธ? ไม่โวยวาย?” ผมขยับเข้าไปใกล้แล้วถามมาร์ค

          “ก็ไม่…” มันก้มหน้าลงแล้วตอบเบาๆ

          “จริงนะ!” ผมเผลอส่งเสียงดังด้วยความดีใจ เข้าไปจับไหล่มาร์คแล้วเขย่าเบาๆ

          “แต่ไม่ได้หมายความว่าผมยกโทษให้พี่นะ” น้องมันว่าให้ผมได้ปล่อยมือออกจากไหล่

          “หมายความว่าไง?”

          “พี่คิดถึงผม ผมก็คิดถึงพี่ แต่ผมยังไม่หายโกรธพี่” มาร์คมันว่าแล้วช้อนตาขึ้นมองผม

          “หมายความว่า…ให้กูง้อ?” ผมถาม

          “ก็ต้องคิดเองป่ะวะ” มันก้มหน้าลงแล้วพูดเบาๆ

          “ฮะๆ ไม่เป็นไร ง้อนานแค่ไหนก็ได้ กูชอบง้อเมีย” ผมก้มลงไปพูดใกล้ๆ มัน

          “ใครเมียพี่!” มันเงยหน้าขึ้นมาว่าผม

          “ดีนะ…คราวนี้เรียกพี่ คราวที่แล้วยังเรียกมึง” ผมพยักหน้าขึ้นลงแล้วพูดเบาๆ

          “อยากให้เรียกแบบนั้นหรือไง” มันถามแล้วยื่นแก้วน้ำคืนให้ผม ผมส่ายหัวก่อนจะรับมาแล้วเดินเอาไปวางไว้ที่โต๊ะอ่านหนังสือ

          “ทำไมยอม” ผมถามแล้ววางมือลงกับเตียง กลายเป็นว่าตอนนี้ผมคร่อมมันอยู่ครึ่งตัว ซึ่งมาร์คเองก็ใช้ศอกเท้าเตียงไว้เพื่อไม่ให้นอนราบลงไป

          “ก็…”

          “หืม?” ผมส่งเสียงในลำคอน้อยๆ แล้วเอียงหน้าเข้าหา

          “ถอย…ก่อน” มาร์คมันดันอกผมออกแล้วเบี่ยงหน้าหนี ผมยิ้มหล่อๆ ให้มันแล้วพลิกตัวมานอนราบลงกับเตียง

          “ตอบหน่อย…ทำไมยอมคืนดี” ผมถามแล้วพาดมือผ่านหน้าขาของคนที่นั่งอยู่เพื่อโอบเอวมันไว้

          “ใครยอมคืนดีกับพี่กัน” มาร์คก้มลงมามองหน้าผมแล้วมองตรงไปด้านหน้าเหมือนเดิม

          “โอเค…ยังไม่คืนดีแล้วทำไมยอมคุยด้วย” ผมถามมันด้วยคำถามใหม่ มันก็ก้มลงมามองผมอีกแล้วเงียบไปพักใหญ่

          “ก็…”

          “คิดถึงกูใช่ไหม?” ผมถามเมื่อเห็นมาร์คไม่พูดต่อ

          “….”

          “เวลาประชดกูก็ทรมานที่ใจเหมือนกันใช่หรือเปล่า” ผมขยับเข้าใกล้แล้วช้อนสายตามองมัน

          “…”

          “เวลาที่คนอื่นบอกว่ากูกำลังแย่มึงก็รู้สึกแย่ใช่ไหม?”

          “…อืม” คำตอบของมันทำให้ผมยิ้ม ผมยกหัวตัวเองขึ้นหนุนตักมันแล้ววาดแขนโอบเอวมันทั้งสองข้าง

          “ถ้าความสัมพันธ์มันจบแล้วเรายังเจ็บ มันก็ไม่ควรจบเนอะ…” ผมว่าแล้วเงยหน้าขึ้นมองมาร์ค “แค่มึงไม่เชื่อใจกูเหมือนเดิมแค่นั้นเอง ไม่ได้หมายความว่าเลิกรักกูสักหน่อย” ผมว่าแล้วสบตาเรียวที่กำลังมองตอบ สายตาที่ส่งผ่านความรู้สึกของมันมายังผม สายตาที่แสดงออกถึงช่วงเวลาที่กำลังจะตัดสินใจ และผมก็อยากจะขอให้การตัดสินใจครั้งนี้ของมันดีต่อเรา

          “อืม…พี่ก็ทำให้ผมกลับมาเชื่อใจเหมือนเดิมสิ” ประโยคที่ออกจากเรียวปากสวยทำเอาตาผมเป็นประกาย มาร์คมันมองมาที่ผมอึ้งๆ ก่อนยกหัวผมออกจากขามัน

          “ตกใจทำไม…กูแค่ดีใจที่มึงยอมให้โอกาสกู” ผมว่าแล้วยิ้มกว้างให้มัน คนที่อายุน้อยกว่าเบือนหน้าหนี ผมจึงขยับเข้าไปซบกับหลังคอมาร์ค “ต่อไปนี้พี่จะทำทุกอย่างให้มาร์คเชื่อใจ จะพูดว่ารักจนกว่ามาร์คจะกลับมารัก จะยอมทุกอย่างเพื่อให้มาร์คกลับมาเป็นของพี่เหมือนเดิม” ผมว่าแล้วกดจูบลงที่หลังคอขาว

          “ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน” มาร์คว่าแล้วผมก็กระชับกอดเข้ามาอีก

          “ขอบคุณนะครับ”

          ผมพามาร์คลงมากินข้าวข้างล่าง ไอ้ยูดูอึ้งๆ กับการปรากฏตัวของมาร์ค มันมองมาที่ผมแล้วมองไปที่เด็กตัวสูงข้างผมก่อนจะหุบปากไปเมื่อผมเลิกคิ้วให้ แม่ที่เดินมาจากหน้าบ้านหยุดเดินเมื่อมองเห็นมาร์ค ไม่ต่างจากพ่อที่แทบจะทำแก้วน้ำตก

          “สะ…สวัสดีครับ” คนข้างผมเป็นฝ่ายเอ่ยทักก่อน ซึ่งที่บ้านของผมก็ยกมือขึ้นรับไหว้แบบงงๆ

          “ไม่บ่นหน่อยเหรอแม่ วันนี้มีแขกไม่ได้รับเชิญมานะ” ผมว่าแล้วดันหลังมาร์คให้ไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่มันเคยนั่ง

          “ไปหลอกน้องเขามายังไงเนี่ย ทำไมยอมมากับพี่เขาคะ” ประโยคแรกคนสวยถามผมส่วนประโยคหลังหันไปถามมาร์ค

          “เอ่อ…”

          “ต่อไปนี้ก็จะไม่เห็นคนที่ทำหน้าตาเหมือนโลกจะแตกแบบเมื่อก่อนแล้วสินะ” พ่อว่าแล้วมองมาที่ผม

          “พ่อแม่พี่…ไม่ว่าเหรอ?” มาร์คมันหันไปยิ้มให้พอผมแล้วหันมากระซิบให้ผมได้ยินแค่คนเดียว

          “ไม่อ่ะ…เขาเห็นว่ากูรักมึงมาก เขาเลยยอม” ผมกระซิบกลับแล้วแอบมองหูที่กำลังขึ้นสีของมัน

          “มาร์คไม่คิดว่ายอมมันง่ายไปหน่อยเหรอ?” ไอ้ยูถาม ซึ่งคำถามของมันทำเอาบรรยากาศของผมที่พยายามสร้างขึ้นมาพังทลาย พี่ผมมันมีอำนาจทำลายล้างเมื่อขยับปากพูดจริงๆ

          “คือผม…ไม่ได้ยอม…”

          “มึงไปบังคับน้องเขาอีกแล้วเหรอ?” พ่อถามเสียงดัง ทำเอาทุกคนบนโต๊ะมองมาที่ผมไม่เว้นแม้แต่มาร์ค

          “ก็เปล่า…ก็แค่…”

          “แค่อะไร” เสียงกดต่ำของแม่ทำเอาผมเสียวหลังวาบ

          “เอ่อ…ผมยังไม่ได้คืนดีกับพี่วีหรอกครับ” เสียงของมาร์คเรียกความสนใจของทุกคนให้ไปหามัน

          “แล้ว?”

          “มาร์คมันให้โอกาสกูแล้วเว้ย” ผมบอกกับยู

          “โธ่…กูก็ตกใจนึกว่าน้องมันยอมคืนดี แหม…แค่ได้โอกาสง้อแค่นี้ทำเหมือนได้เขาคืนเลยนะมึง” ยูมันพูดพลางโยนกระดูกไก่มาที่จานผม

          “เล่นอะไรกันลูกพวกนี้ สกปรกไหม!” แม่ว่าแล้วเอื้อมแขนไปตียู

          “ก็ผมหมั่นไส้มันนี่แม่” ไอ้พี่ชายตัวดีมันก็โอดครวญ เล่นใหญ่จนผมนี่รู้สึกแหยงแทน

          “คนมันจะคู่กัน จะง่ายจะยากเขาก็ต้องคู่กัน” พ่อพูดออกมาแล้วมองไปที่มาร์คก่อนจะมองกลับมาที่ผม ผมยิ้มให้พ่อแล้วเลิกคิ้วให้หนึ่งที

          “ใช่ไหมพ่อ คนที่ทำได้แค่มองก็จะทำได้แค่มอง” ผมว่าแล้วมองไปที่ยู

          “เขายอมนิดยอมหน่อยแล้วทำปากดี ถ้าคราวนี้มาร์คหนีไปอีกกูไม่ช่วยปลอบ” มันว่าแล้วก้มลงไปกินไก่ต่ออย่างงอนๆ

          “คราวนี้กูไม่ยอมให้หนีไปอีกหรอก” ผมก้มลงไปกระซิบคนที่นั่งแข็งทื่ออยู่ข้างๆ มาร์คมองมาที่ผมแล้วค่อยหันกลับไปทางเดิม

          “กินต้มยำนี่ลูก ถึงแม่จะทำน้อยแม่ก็ว่าพออิ่มอยู่ อยากจะบ่นเจ้าวีแต่วันนี้วันดี แม่ไม่บ่นแล้วกัน” แม่ว่า

          “วันดีอะไรเหรอครับ?” มาร์คถามหลังจากที่ตักต้มยำมาที่จานตัวเองแล้ว

          “อ้าว…ก็วันนี้เป็นวันที่ลูกกลับมาคบกันไงคะ ต่อไปนี้แม่ก็จะไม่เห็นหน้าเศร้าๆ ของลูกชายตัวเองแล้ว ดีมากๆ เลยล่ะ” แม่ว่าแล้วยิ้มให้มาร์ค ส่วนคนที่อยู่ข้างๆ ผมก็อ้าปากน้อยๆ

          “แม่…มาร์คมันก็บอกอยู่ว่ายังไม่ได้กลับมาคบกัน” ผมเอ่ยแก้

          “พ่อก็บอกอยู่ว่าคนจะคู่กันยังไงก็ต้องคู่กัน” พ่อผมว่าแล้วส่งยิ้มหล่อๆ มาให้ คนที่กำช้อนต้มยำอยู่ก็ก้มหน้าลงเรื่อยๆ มาร์คมันไม่เห็นหรอกว่าผมยิ้มให้พ่อด้วยความสุขแค่ไหน

          แค่มันยอมกลับมาคุยด้วยผมยังดีใจขนาดนี้ ครอบครัวผมก็ยินดีขนาดนี้ ถ้าเราสองคนกลับมาคบกันอีกมันจะดีแค่ไหน ผมไม่อยากจะคิดเลย

          ที่ใครต่อใครเขาว่าไว้ว่าการทำให้คนกลับมาเชื่อใจเรามันยากมันก็จริง แต่ไม่ว่าจะง่ายจะยากผมก็ต้องทำให้ได้ เพื่อคนที่ผมรักและความรักที่สวยงามของเรา โอกาสที่ผมมีอยู่ตอนนี้ผมจะเอามันมาใช้ให้เต็มที่ กับการที่จะรักใครสักคนและคนคนนั้นเป็นคนที่ผมมั่นใจแล้ว ไม่ว่าจะง่ายจะยากผมก็จะรักมันให้ได้

#กลรักวีมาร์ค

อยู่ระหว่างการทำเล่มและตรวจคำผิด แป้งจึงจะทยอยลงตอนที่ตรวจคำผิดแล้วเรื่อยๆ นะคะ

สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่

เพจเฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

Line ID : @hzn1709t

ความคิดเห็น