ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เราเป็นอะไรกัน (100%)

ชื่อตอน : เราเป็นอะไรกัน (100%)

คำค้น : กลรักวีมาร์ค กลรักรุ่นพี่ วีมาร์ค ดราม่า วายมหาลัย love Mechanics

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 369.3k

ความคิดเห็น : 770

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2560 00:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เราเป็นอะไรกัน (100%)
แบบอักษร

** **

-****20-

เราเป็นอะไรกัน

[Mark Masa]



          ผมซุกหน้าเข้ากับซอกคอของพี่วีเพื่อหลบแดด พี่มันก็เอียงคอให้ผมซุกเข้าไปอย่างง่ายดาย สองสามวันหลังกลับจากเสม็ดพี่มันก็อยู่กับผมตลอด ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดจนอีกหน่อยนี่ตัวคงจะติดกันแล้วจริงๆ ความอบอุ่นของคนข้างๆ ทำให้ผมไม่อยากตื่นแม้จะรู้ตัวว่าตอนนี้สายมากแค่ไหนแล้วก็ตาม

          ผมเหลือบตาขึ้นมองพี่วีเมื่อพี่มันครางเบาๆ แล้วกอดผมเข้าหาตัวอีกครั้ง เห็นหน้าพี่มันแล้วไม่รู้เป็นอะไรทำไมหน้าต้องร้อนด้วย ผมมองมันแค่แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ หลังจากนั้นก็มุดลงที่อกกว้างๆ นั่นเหมือนเดิม

          “ตื่นแล้วทำไมไม่ลุก” เสียงเข้มที่ดังอยู่ข้างหูทำให้ผมต้องค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปมอง พี่วีก้มลงมามองที่ผมเหมือนกัน จมูกโด่งได้รูปนั่นซุกอยู่กับกลุ่มผมของผม ปากบางสวยนั่นพูดอยู่ติดกับหน้าผากผม

          “ขี้เกียจ” ผมตอบก่อนจะกดหน้าลงเหมือนเดิม นั่นทำให้ผมต้องขยับหน้าเข้าไปใกล้พี่มันมากกว่าเดิม

          “อ้อนเหรอ?” พี่วีว่าแล้วสอดมือเข้ามาใต้คอผม

          “เปล่า…” ไม่ได้อ้อน มันเป็นของมันเอง

          “มึงแม่ง…กูหลงเข้าไปทุกวันแล้วเนี่ย” พี่มันว่าเบาๆ แล้วกดจมูกลงที่กลุ่มผมของผม ผมขยับเข้าไปกอดพี่มัน วาดแขนโอบเอวสอบนั่นแล้วซุกเข้าหา

          “ผมแค่หลบแดดหรอก”

          “หลบอะไรทั้งวันทั้งคืน ไม่หิวหรือไง?” พี่มันว่าแล้วถามไปด้วย

          “ก็หิว…แต่ไม่มาก” ผมตอบกลับเบาๆ

          “กูก็ไม่ค่อยหิวแล้วก็อยากอยู่กับมึงมาก” พี่วีก้มลงกระซิบที่ข้างหูผม

          “พี่แม่ง…” ตั้งแต่บอกว่าชอบนี่ขยันทำตัวชัดเจนเหลือเกิน

          “หึ! ลุกเลย เดี๋ยวเป็นกระเพาะตายทั้งสองคนลำบากเพื่อนฝูง” พี่มันว่าพลางตีแขนผมเบาๆ

          “พี่ไม่ตายเพราะกระเพาะหรอก พี่จะตายเพราะตับแข็ง” ผมว่าเสียงขุ่นๆ แล้วค่อยๆ แงะตัวออกมา สะบัดหัวนิดหน่อยเมื่อนั่งได้แล้ว บิดตัวไปมาเพื่อคลายเส้น ส่วนพี่วีแค่หมุนคอไปมาเท่านั้น

          “ชอบแช่งจังผัวเนี่ย”

          “ผัวบ้านพี่…อื้อ~” ผมพูดยังไม่จบประโยคดีพี่วีก็ทาบปากลงมากที่ปากผม ดูดแรงๆ จนเกิดเสียงดังแล้วค่อยผละออกไปยักคิ้วให้ คนหล่อลุกขึ้นก่อนจะเดินไปทางห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี ส่วนผมนี่หลังจากเรียกสติกลับคืนมาได้แล้วก็หันไปคุยกับหมอนต่อ

          “กูแค่ล้างหน้า อย่านอนต่อนะมึง!” พี่วีตะโกนมาจากหน้าห้องน้ำราวกับรู้ว่าผมจะทำอะไรต่อ ผมเลยทำได้แค่ตบหมอนให้ฟื้นคืนชีพแล้วจัดให้เหมือนเดิม ดึงเอาผ้าห่มที่พี่มันถีบไว้ปลายที่เตียงมาพับแล้วค่อยเข้าไปล้างหน้าต่อจากพี่มัน

          เราใช้เวลาล้างหน้าไม่นาน ตอนนี้พี่วีกำลังทำกับข้าวส่วนผมนั่งรอกิน ไม่ใช่ว่าผมทำไม่เป็นแต่พี่มันบอกว่าอยากทำ อาหารง่ายๆ อย่างพวกเมนูไข่นี่ผมทำได้ เวฟอาหารได้ บะหมี่กึ่งผมก็ทำได้ ไม่ได้กากมากมายขนาดเป็นคุณหนูอดตายแบบในละครทีวี

          แต่แบบนี้ก็ง่ายดีนะครับ มีคนทำให้กิน แค่นั่งรอเฉยๆ มองพี่มันแล้วก็อดจะยิ้มไม่ได้ ถึงคนที่หันหลังให้จะไม่เห็นแต่ผมก็ขอยิ้มให้กับแผ่นหลังของพี่มันเถอะ แผ่นหลังภายใต้เสื้อยืดคอกลมขยับขึ้นลงตามจังหวะการขยับแขน มันเคลื่อนไปเรื่อยๆ ตามจังหวะการก้าวของขา ผมอดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อถ่ายรูปแผ่นหลังที่ดูดีนี้ไว้

          “ขนาดนั้นก็อัพลงแล้วบอกชาวโลกไปว่ากูเป็นอะไรกับมึง” พี่มันหันมาหาเอาผัดผักมาเทใส่จานที่วางอยู่หน้าผม

          “เป็นบ้าเป็นบออะไร ไปเลิกกับเขาดีๆ ก่อนเถอะ” ผมบอกกลับไปแบบนั้น กะจะขำแหละแต่เหมือนพี่มันไม่ขำด้วย ตาคมมองมาที่ผมนิ่งๆ ทำเอาผมไม่กล้าขยับ พี่มันไม่ได้พูดอะไรออกมาแค่หันกลับไปทำอาหารต่อ

          บรรยากาศระหว่างเราถูกปกคลุมด้วยความเงียบ ผมไม่ได้พูดอะไรออกไปอีก เพราะไม่รู้ว่าคำต่อไปที่จะพูดมันจะเข้าหูพี่วีหรือเปล่า ไม่ใช่ผมไม่อยากจะบอกใครต่อใครว่าเราเป็นอะไรกัน แต่คิดแล้วจริงๆ เราก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน พี่มันแค่บอกว่าชอบผมแล้วผมเองก็แค่ชอบพี่มัน มันก็แค่นั้น

          “มึงพูดเหมือนไม่อยากอะไรกับกู” พี่วีว่าตอนที่หันมาเทไข่เจียวลงจาน ตาคมมองมาที่ผมหลังจากพูดจบ ผมได้แต่ถอนหายใจแล้วค่อยๆ พูดกับพี่มัน

          “เปล่า…ก็พี่กับเขายังไม่เลิกกันนี่”  

          “มันต่างจากเลิกตรงไหนวะ เขาก็มีใหม่กูก็มีมึงเนี่ย” พี่มันว่า เดินไปเอาจานข้าวมาวางตรงหน้าผมแล้วสอดตัวนั่งเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้าม

          “คือ…” มันก็จริงอย่างที่พี่เขาพูด เรื่องราวระหว่างพี่วีกับพี่พลอยมันก็จบไปแล้วแหละ แต่ช่วงนี้ผู้หญิงคนนั้นยังมาวนเวียน แม้ไม่ได้มาให้เห็นแต่ก็มีข่าวให้ตามอยู่ตลอด แค่พี่วีไม่ใส่ใจเท่านั้นเอง

          “ช่างแม่งเหอะ กินข้าวเนี่ย กูอุตส่าห์ทำให้” พี่มันว่าแล้วตักผัดผักให้ผม ผมเหลือบมองพี่มันนิดหน่อยก่อนจะก้มลงกินข้าว

          ผมรู้สึกได้ว่าตอนนี้พี่วีชัดเจนกับผมมาก คำพูดที่บอกว่าชอบผมสัมผัสมันได้จริงๆ ความจริงใจที่พี่เขาทำให้เห็นมันก็ไม่ใช่ของปลอม ผมอยากจะบอกกับทุกคนเหมือนที่พี่มันอยากให้ทำ แต่พี่มันกับแฟนก็เพิ่งเลิกกันไปได้ไม่กี่เดือน แฟนพี่มันก็ยังเพ้อหาอยู่ตลอดแบบนี้จะให้ผมสบายใจไปประกาศว่าเป็นแฟนแล้วยิ้มรับคำว่าชู้เหรอ ผมยังไม่แข่งแกร่งขนาดนั้นหรอกนะ

          “ครับพลอย…” ผมวางช้อนข้าวแล้วเงยหน้าขึ้นมองพี่วีที่กำลังคุยโทรศัพท์ “วีมีเรื่องจะคุยกับพลอยอ่ะ ช่วงนี้พลอยว่าหรือเปล่า” พี่มันพูดเรื่อยๆ น้ำเสียงไม่ได้แสดงออกอะไรมากมายแต่สายตานั่นมองมาที่ผมเหมือนจะบอกว่า*หลังจากกูคุยกับเขามึงก็ไปบอกชาวโลกซะ**!* “ครับ…แล้วเจอกันนะครับ”

          “พี่วี…”

          “ตอนเย็นกูจะไปคุยกับพลอยที่ร้านกาแฟเปิดใหม่” พี่มันบอกทั้งๆ ที่ผมยังพูดไม่จบ

          “ทำไม”

          “ก็มึงอยากให้เลิกไง นี่ก็จะเลิกแล้ว” พี่มันบอกเสียงขุ่นๆ เหมือนจะงอนผมไปแล้วด้วย

          “แล้วเลิกรักเขาแล้วเหรอ?”

          “กูอาจจะเคยโง่ แต่ถ้ากูฉลาดแล้วกูไม่โง่ซ้ำ” พี่วีตอบกลับมายาวๆ

          “พูดอะไรง่ายๆ ได้ไหม พูดเยอะให้ต้องแปลทำไม”

          “เออ! เลิกรักพลอยแล้ว ตอนนี้ชอบมาร์คอยู่ ถ้ารู้สึกมากกว่านี้อีกหน่อยจะบอกว่ารักมาร์ค โอเคยัง?” พี่วีแม่งร้าย…ผมเม้มปากแน่นหลังจากที่ได้ฟังพี่มันพูดจบ หน้าหล่อยิ้มเมื่อเห็นผมเขิน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเริ่มดีขึ้นเมื่อพี่มันกระตุกยิ้ม แล้วผมก็ทนมองรอยยิ้มบ้าๆ ของพี่มันไม่ได้

          พี่วีนี่โคตรร้ายเลย

          วันนี้ผมกับพี่วีเราแยกไปทำธุระของใครของมัน หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จพี่มันก็กลับบ้าน เห็นแม่โทรมาหาหลายครั้งและผมก็ไล่กลับไปหลายครั้งแล้วแต่พี่มันไม่ยอม จนเมื่อสายๆ พี่ยูโทรมาอีก พูดอะไรกันไม่รู้พี่วีถึงยอมกลับ

          ผมยังนอนอยู่ที่ห้องจนเวลาเลยบ่ายมาสี่ชั่วโมงกว่าๆ แล้ว พี่วีบอกว่าจะไปหาพี่พลอยตอนเย็นๆ ตอนเย็นๆ นี่มันตอนไหนนะ ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้สึกอะไรนะที่เขาจะไปหากันแบบนั้น แต่พี่มันบอกกับผมชัดเจนว่าจะไปเลิก จะให้ทำตัวงี่เง่าตามหึงตามหวงเหมือนพี่วีน่ะ ผมไม่ทำหรอก ถ้าบอกว่าไปเลิกผมก็เชื่อว่าไปเลิก กลับมาค่อยรอดูผลตอบรับแค่นั้นเอง

          Dew dely

          45 mins

          ลุ้นรีเทิร์นชัวร์ๆ จ้า~ มีคนไปแชะเอาภาพคู่รักดาวเดือนที่มีข่าวว่าห่างกันไปมาฝาก แถมกระซิบมาอีกว่าเห็นทุกช็อต ตั้งแต่คุณพลอยนั่งรอแล้วคุณวีเข้าไปง้อ มีจับไม้จับมือมากุมด้วยนะคะ งานเช็ดน้ำตาก็มา แถมก่อนกลับเขายังกอดกันดีอีก งานนี้แฟนคลับเลยบอกว่าเลิกไม่ชัวร์ แต่รีเทิร์นแน่ค่า~

          1,006 likes 341 comments

          ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนในข่าว เพราะการเขียนข่าวหรือเพราะรูปประกอบข่าว คอมเมนต์และยอดไลค์มันถึงพุ่งจนโพสต์นั้นขึ้นหน้าฟีดข่าวทันทีที่เปิดดูแบบนี้ อ่านจบก็กดเข้าไปดูรูปที่พี่เขาว่า รูปแรกเป็นรูปที่พี่วีกับพี่พลอยนั่งกุมมือกัน หน้าของสาวสวยเศร้าเหมือนจะร้องไห้ และคงจะร้องจริงๆ เพราะรูปที่สองมือของพี่วีวางอยู่บนแก้มเปื้อนน้ำตานั่น รูปที่สามพวกเขายิ้มให้กันและรูปที่สี่พวกเขากอดกัน กลางร้านกาแฟนี่นะ…กอดกันเลยเหรอ?

          ผมพยายามทำใจเย็น ไม่กดเข้าไปอ่านคอมเมนต์ให้เจ็บปวดหรอก เกินครึ่งของความคิดเห็นพวกนั้นคือต้องการให้เขาสองคนกลับมาคบกันแน่ๆ ตอนนี้ผมแค่ต้องรอ รอพี่วีมาอธิบาย

          จากบ่ายสี่โมงเลื่อนเป็นห้าโมงเย็น เข้าสู่หกโมงและหนึ่งทุ่มตามการเคลื่อนที่ของเวลา แต่โทรศัพท์ในมือของผมยังคงนิ่งอยู่เหมือนเดิม มีแจ้งเตือนข้อความแชทจากเพื่อนแต่ผมก็ไม่ได้สนใจมัน ทำไมผมโง่ขนาดนะ โง่เพื่อรอคนคนเดียวที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน

          Rrrr~

          ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่ใจพองๆ ของผมมันจะแฟบลงเมื่อเห็นชื่อคนโทรเข้า อยากจะกดตัดสายแต่ถ้าทำอย่างนั้นมันคงบุกมาถึงหอผมแน่ๆ

          “อือ”

          [มันอะไรกันวะ กูนึกว่ามึงกับพี่มันคบกันแล้ว ข่าวบ้านั่นคืออะไร] เสียงเป็นกังวลของเพื่อนสนิทถามผม

          “กูเพิ่งเห็น” ผมตอบเจมส์กลับนิ่งๆ ผิดกับมันที่สบถภาษาอังกฤษใส่ผมรัวๆ

          [กูไม่ได้ถามว่ามึงเห็นข่าวหรือยัง ตอนนี้กูอยากรู้ความสัมพันธ์ของมึงกับไอ้!...รุ่นพี่นั่น] เหมือนเจมส์กัดฟันพูดคำสุดท้ายเพราะกว่าคำว่ารุ่นพี่จะออกจากปากมันมันเกือบจะพูดคำอื่นออกมาก่อน

          “กูไม่รู้ว่ะเจมส์” ผมพูดแค่นั้นแล้วเพื่อนผมก็โวยวาย เจมส์เป็นเพื่อนที่สนิทกับผมมาก ด้วยความที่พ่อแม่ของเราก็เป็นเพื่อนกัน ผมกับมันเหมือนรู้จักกันมาตั้งแต่เกิด อีกอย่างเราสองคนไม่มีพี่น้อง ดังนั้นก็ไม่แปลกที่ผมกับมันจะรักกันมากเหมือนคนในครอบครัว

          [มึงลุกออกมาเปิดประตูเลยมาร์ค กูกับวินด์กำลังจะถึงห้องมึงแล้วเนี่ย] ผมถอนหายใจออกมายาวๆ เมื่อรู้ว่าเพื่อนจะมาหา ลูบหน้าลูบตาก่อนจะวางสายทั้งๆ ที่เจมส์มันยังบ่นไม่หยุด

          เอาเถอะ…เข้ามาหานี่มันก็จะบ่นอยู่ดี

          ผมนั่งอยู่ตรงโซฟาโดยมีเพื่อนสองคนนั่งขนาบข้างจ้องผมอยู่ อยากจะเงยหน้าขึ้นสบตาพวกมันแต่ก็เหมือนมีความผิดติดตัวเลยไม่กล้ามอง ก่อนหน้านี้พี่ยี่หวาโทรเข้ามาแต่ผมไม่ได้รับเพราะพวกมันห้ามเอาไว้

          “กูจะอนุญาตให้มึงรับแค่สายของไอ้รุ่นพี่นั่น” เจมส์มันพูดแล้วยกมือขึ้นกอดอก ผมเลยพยักหน้าตามเพื่อบอกว่าเข้าใจ

          “มันอะไรยังไงกันวะ กูเห็นไปกันถึงเสม็ดกลับมาแล้วทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ” วินด์หันมาถามผม

          “กูรอพี่มันอยู่”

          “มึงรอมาเป็นชาติแล้วมาร์ค นี่มันนานเกินกว่าที่มึงควรจะทนแล้ว มึงรอความชัดเจนจากผู้ชายคนนี้นานเกินไปแล้ว” ผมเงยหน้าขึ้นมองเจมส์ช้าๆ ไม่กล้าพูดอะไรออกไปสักคำ เพราะทุกคำที่เจมส์พูดมันกระแทกใจผมทั้งหมด

          “เขา…บอกว่าชอบกู” ผมบอกเจมส์เบาๆ ครั้งนี้ผมไม่สามารถทำเสียงนิ่งๆ หรือมองมันอย่างรำคาญเหมือนทุกที เพราะครั้งนี้คนที่ผิดคือผม คนที่เข้าไปหาเขาคือผม คนที่ไม่ฟังคำเตือนของมันก็คือผม

          “แค่คำว่าชอบเองมาร์ค มึงชอบมันตั้งนานแล้วเถอะ กว่าแม่งจะบอกว่าชอบมึงก็ปล่อยมาเกือบปี” เจมส์ว่ากลับมาเสียงขุ่น

          “มึงก็พูดเกินไปเจมส์ มันเรื่องของเขานะเว้ย ถ้ามาร์คเจ็บมากูกับมึงก็แค่ช่วยกันปลอบ” วินด์หันไปหาเจมส์แล้วบอกกับมัน ซึ่งคนที่หันมาฟังก็แค่สะบัดหน้าหนีผมแล้วยกขาขึ้นไขว้กันแค่นั้น

          “มันก็พูดถูก” ผมว่าเบาๆ แล้วมองออกไปที่ประตู

          ที่เจมส์พูดมันไม่ผิดอะไรเลย ที่เจมส์เตือนที่เจมส์บอกมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่ผมเอง…ผมเป็นคนเลือกเอง เลือกที่จะรอ เลือกที่จะให้พี่มันทำแบบนั้น ถ้าแค่ผมอยู่เงียบๆ ถ้าแค่ผมห้ามไม่ให้พี่มันไป ป่านนี้เราคงนั่งกินข้าวเย็นด้วยกันหรือนั่งดูหนังด้วยกันสักเรื่อง

          ผมชอบพี่วีก่อน นั่นเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นและมันเป็นความรู้สึกที่ผมไม่ได้หาทางรับมือ ผมไม่เคยหวังว่าจะได้อยู่ข้างพี่วีเพราะพี่เขาก็มีคนที่รักอยู่แล้ว จนวันหนึ่งพวกเขาทะเลาะกันแล้วห่างกัน วันนั้นผมตัดสินใจที่จะก้าวเข้าไปหาพี่วีเอง ถึงปากจะบอกว่าไม่รู้ว่าอยู่ในสถานะไหนแต่ถ้าจะให้ถามใจ ใจผมมันรู้ดี คนที่เข้าไปหาเขาทั้งๆ ที่เขายังไม่ได้เลิกกันชาวบ้านเขาเรียกว่าชู้ คนเป็นชู้ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรมากมายและไม่มีสิทธิ์ได้ครอบครองมากกว่าตัวจริงของเขาหรอก

          “มึงจะเลิกหรือมึงจะไปต่อ” วินด์ถามผม

          “กูก็ไม่รู้ว่ะ” ผมตอบมัน

          “มึงกับพี่วีก็ไม่ต่างกันหรอกมาร์ค ชอบนักเหรอวะไอ้เรื่องแบบนี้ อยู่กันแบบไม่ชัดเจนจะตัดสินใจทำอะไรก็ไม่ทำสักที พวกกูที่เป็นเพื่อนนี่เป็นห่วงนะ อึดอัดแทนมึงจะตายอยู่แล้ว” เจมส์บอก

          “เอาตรงๆ กูก็ไม่ได้อยากเชียร์พี่วีนักหรอก เจมส์บอกว่าพี่มันทำให้มึงเจ็บ แต่พอกูเห็นมึงอยู่กับเขาแล้วมีความสุขกูเลยไม่ห้าม กูเองก็ห่วงไม่ต่างจากเจมส์หรอกเว้ย” วินด์พูดแล้วมองตาผม เพื่อนตัวเล็กเอื้อมมือมาหาแล้วบีบมือผมเบาๆ

          “ขอบคุณนะ” ผมว่าแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นแล้วเข้าไปหยิบเอาบุหรี่ในห้องนอน เดินออกมามองมันสองคนที่ยังเงียบอยู่แล้วหมุนตัวไปที่ระเบียง

          ผมเอาบุหรี่ออกมาจุดสูบ พ่นควันให้ลอยขึ้นไปในอากาศช้าๆ แล้วมองดูมันจางหายไป ควันบุหรี่มันไม่ได้ต่างอะไรจากความสัมพันธ์ของผมกับพี่วีเลย พ่นออกมาใหม่ๆ ก็เหมือนจะชัดแต่สุดท้ายมันก็หายไปอยู่ดี

          ผมพยายามที่จะไม่คิดมาก พยายามที่จะใจเย็นและรอฟังคำอธิบาย แต่พอเพื่อนมาหาความพยายามเหล่านั้นก็เหมือนจะหาย ยิ่งเจมส์มันร่ายสรรพคุณของพี่วีผมยิ่งไม่อยากรอ อยากไปหาแล้วถามชัดๆ ต่อหน้าแต่ว่าผมก็ทำไม่ได้ จะว่าพี่มันตั้งใจเพื่อจะไปคืนดีแบบที่พี่ดิวพูดมันก็ไม่ถูกเพราะท่าทางและแววตาของพี่วีที่มองผมก่อนออกไปมันทำให้ผมเชื่ออย่างนั้น

          ผมเชื่อว่าพี่มันไปเพื่อบอกเลิกจริงๆ

          Ploy Napas

          2 mins

          ขอบคุณที่มาหา ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

          24 likes 4 comments

          สเตตัสหนึ่งถูกโพสต์แบบนั้น มันขึ้นที่หน้าฟีดข่าวผม ผมไม่ได้ตั้งใจจะกดดูหรือจะอ่านต่อ แต่มือของผมมันกลับกดเข้าไปดูรูปที่แนบมาแล้ว รูปของพี่วีที่ถูกถ่ายด้วยโทรศัพท์ของพี่พลอย พี่มันกำลังนั่งกินเค้กชาเขียว ข้างกันมีชาเขียวปั่นวางอยู่ ไม่ว่ารูปภาพหรือองค์ประกอบของภาพมันจะสวยงามแค่ไหน ไม่ว่าคำบรรยายภาพจะงดงามน่าชื่นชมสักเท่าไหร่ ใจผมมันกลับไม่รู้สึกยินดี

          Darikaa AN : ตัวปลอมต้องถอยแล้วค่ะ

          Preemie : กลับมาคบกันแล้วใช่ไหม ดีใจด้วยนะ

          Yiwaa : ไอ้เหี้ยวี pVnn

          Nnorthh : กูเตือนมึงแล้วนะ

          การได้อ่านคอมเมนต์ที่ค่อยๆ  เพิ่มขึ้นมันทำให้ความอดทนของผมค่อยๆ ลดลง แบบนี้ให้ใครมาอ่านเขาก็คงจะเดาว่าสองคนนั้นกลับไปคบกัน ยิ่งมันออกมาพร้อมๆ กับโพสต์ของพี่ดิวแล้ว เรื่องนี้มันคงจะดังไม่น้อย ผมแค่นยิ้มให้ตัวเองก่อนจะกดล็อคหน้าจอ พี่ยี่หวาโทรเข้ามาแต่ผมก็ไม่ได้รับสาย ตอนนี้ผมอยากอยู่คนเดียว

          Rrrr~

          ก่อนที่ผมจะได้หยิบบุหรี่อีกมวนขึ้นมาสูบ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ผมจึงล้มเลิกความตั้งใจที่ว่าจะไม่รับสายใครแล้วหยิบขึ้นมาดู สายที่โทรเข้ามาทำให้หัวใจผมเต้นแรง มือมันเกือบจะกดรับอยู่แล้วแต่ใจก็อ่อนแอเกิน ไม่กล้าที่จะรับฟัง ถ้าเกิดว่าที่พี่มันโทรมาไม่ได้บอกว่าจะกลับ ถ้าเกิดว่าที่พี่มันโทรมาไม่ได้บอกว่าจะมาหาผม ผมต้องทำอะไรอย่างไร

          “…” ผมยังไม่ได้พูดอะไรออกไป

          [มึงเห็นโพสต์พวกนั้นหรือยัง] เสียงร้อนรนถามผม เหมือนตรงที่พี่มันอยู่มันจะวุ่นวายเพราะผมได้ยินเสียงคนคุยกันไม่ไกลกับเสียงเพลงที่ดังลอดเข้ามาเบาๆ

          “เห็นแล้ว” ผมตอบเบาๆ

          [ฟังกูก่อนนะ…] หัวใจผมริงโลดทันทีที่ได้ยินพี่มันพูดแบบนั้น แม้คำอธิบายมันจะเป็นแบบไหนแต่ผมก็อยากฟัง แค่พี่มันบอกว่าจะอธิบายนั่นก็หมายความว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คนอื่นเขาเข้าใจ

          “รอฟังอยู่ ทำไมเพิ่งโทรมา”

          [ตอนนี้กูอยู่กับพลอย] ผมเผลอกำโทรศัพท์แน่นเมื่อได้ยินสิ่งที่พี่มันพูด

          “ยังไม่ได้แยกกันอีกเหรอ? ตั้งแต่ตอนบ่ายจนถึงตอนนี้เนี่ยนะ พากันทำอะไรอยู่” นาฬิกาข้อมือที่ผมใส่อยู่มันบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้ว สี่ห้าชั่วโมงที่ใช้ไปกับผู้หญิงคนนั้นพี่มันใช้ทำอะไรบ้าง

          [แยกแล้ว…กูแยกตั้งแต่บอกเลิกเสร็จตอนสี่โมงเย็นแล้ว กูไม่รู้ว่าทำไมดิวมันเขียนข่าวแบบนั้น แต่กูให้ยี่หวาโทรหามันให้แล้ว ตอนนี้กูเลิกกับพลอยแล้ว…] พี่มันบอกช้าอย่างใจเย็น

          “แล้วทำไมยังอยู่ด้วยกัน”

          [ยี่หวาชวนออกมาน่ะสิ เนี่ยเดี๋ยวพวกมันก็มาแล้ว แต่กูบังเอิญเจอพลอยก่อน]

          “ทำไมพี่เขาโพสต์เหมือนจะกลับไปหากันเลย” ผมถามเมื่อนึกถึงโพสต์ล่าสุดที่ผมเห็น

          [โพสต์ไหน? พลอยโพสต์ว่าไง?]

          “เมื่อไม่นานนี่แหละ บอกว่าขอบคุณที่พี่ไปหา” ผมบอกตามที่ผมได้อ่านมา มองเข้าไปข้างในเห็นเจมส์กับวินด์มองมาอย่างเป็นห่วง

          [กูเดินไปทักเขาเองแหละ]

          “พี่วี” ผมกดเสียงต่ำเรียกชื่อพี่มัน

          [พวกกูจากกันด้วยดีมาร์ค ตอนนี้พวกกูเป็นเพื่อนกัน กูบอกพลอยว่ากูมีคนใหม่ กูบอกพลอยว่ากูไม่ได้รักพลอยแล้ว แต่กูไม่อยากให้ความสัมพันธ์ที่ผ่านมามันขาดแบบตัดจบ กูยังเป็นเพื่อนกันได้ พลอยผิดกูก็ผิด เราเลยเข้าใจกัน] ผมฟังพี่มันอธิบายทั้งๆ ที่ในใจยังตั้งคำถาม

          “เลิกกันแล้วเป็นเพื่อนได้เหรอวะ” ผมถามพี่มันเบาๆ พี่วีเงียบไปและผมได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆ ของพี่มัน

          [ไม่เอาน่ามาร์ค…มึงเลิกชอบบาร์มึงยังเป็นน้องมันได้เลย]

          “มันเหมือนกันที่ไหนล่ะ” ผมกับพี่บาร์ไม่ได้คบกันสักหน่อย ได้แค่บอกว่าชอบแล้วพี่เขาก็ตัดจบมาแบบนั้น จะให้ไปเซ้าซี้ต่อได้อย่างไร อีกอย่างอยู่คณะเดียวกัน เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน เวลาเจอกันจะให้หน้าตึงใส่มันก็เป็นไปไม่ได้

          [อย่างี่เง่ามาร์ค กูกับพลอยไม่ได้อะไรกันแล้วจริงๆ มึงตามมาดูเลยก็ได้] พี่วีบอก

          “พี่อยู่ไหน”

          [ผับ P มึงมาดูเลยว่ากูกับเขาเป็นยังไง มาบอกให้เขารู้เลยว่ากูกับมึงเป็นอะไรกัน มึงไม่ต้องห่วงเรื่องข่าว กูเคลียร์เอง] ผมกดตัดสายหลังที่พี่มันพูดจบ

          การเลิกกันก็มีทั้งเลิกดีๆ แล้วก็เลิกไม่ดี แต่เขาเคยรักกันมาก มากอดมาโพสต์แบบนี้จะให้ผมสบายใจได้อย่างไร ผมไม่ได้อยากป่าวประกาศ ผมไม่ได้ต้องการให้คนอื่นมารับรู้ ที่ผมต้องการคือความชัดเจน เพราะความชัดเจนมันจะทำให้เราอยู่ด้วยกันได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าวันไหนพี่มันจะไป ไม่ต้องกังวลว่าวันไหนเรื่องของเราจะจบ

          ผมเดินเข้าไปในห้อง หยิบเอาเสื้อคลุมมาใส่ พลางเดินออกมาหาเพื่อน พวกมันเลิกคิ้วมอง ผมเลยบอกสถานที่ที่จะไป ระหว่างทางที่มามีเพียงไอ้วินด์กับไอ้เจมส์ที่บ่น เจมส์มันก็ด่าพี่วีนั่นแหละ แต่ไอ้วินด์มันเหมือนจะอวยพี่วีอยู่หน่อยๆ

          “เขาก็โทรมาบอกก็ถูกแล้วป่ะวะ ถ้าเขากลับไปหากันจริงเขาจะโทรมาบอกไอ้มาร์คทำไม” วินด์หันไปพูดกับเจมส์

          “มึงไม่ต้องพูดเลยเตี้ย กว่าแม่งจะโทรมาได้เสร็จไปกี่น้ำแล้วก็ไม่รู้”

          “อ้าวไอ้ยักษ์ ทำไมมึงชอบมองพี่เขาในแง่ร้าย” วินด์เถียงต่อ

          “แล้วทำมึงต้องมองมันในแง่ดี!”

          “แล้วพวกมึงจะเถียงกันให้กูปวดหัวทำไม” ผมว่าขึ้นนิ่งๆ เจมส์สบถไม่พอใจส่วนไอ้วินด์สะบัดหน้าออกไปมองข้างทาง

          ไม่นานเราก็มาถึงผับที่ว่า ผมเดินเข้าไปข้างในที่ตอนนี้คนเริ่มประปราย มองหาโต๊ะของพวกพี่วีเห็นพี่ยี่หวากับพี่กล้านั่งอยู่ไม่ไกลจากเวทีสักเท่าไหร่ ข้างกันเป็นพวกพี่ปิน พี่ยู

          “สวัสดีครับ” ผมเดินเข้าไปแล้วทักตามมารยาท พี่ยี่หวามองมาที่ผมแล้วทำหน้าไม่พอใจ

          “พี่โทรหาเป็นร้อยรอบทำไมไม่รับ รู้ไหมว่าเป็นห่วง” พี่คนสวยดึงมือผมให้นั่งลงข้างๆ พลางพยักหน้าให้เจมส์กับวินด์ไปนั่งฝั่งตรงข้าม

          “ผมขอโทษ…”

          “เฮ้อ~ แล้วนี่มาได้ไง” พี่ยี่หวาถามต่อ

          “พี่วีบอก” ผมตอบเบาๆ แล้วมองหาคนที่เรียกผมมา

          “มันไปเข้าห้องน้ำ” พี่เหนือบอกผม ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับรุ่นพี่ที่ไม่ได้เจอกันหลังกลับจากเสม็ด ไม่ได้คุยไม่ได้บอกอะไรพี่มันจนผมรู้สึกผิด

          “พี่เหนือ…”

          “อะไร? พี่โอเคน่า…ก็บอกแล้วว่ายังไม่จริงจัง” พี่เหนือว่าพร้อมๆ กับมือนุ่มที่วางอยู่บนหัวผม

          “ไปหามันไป” พี่เหนือบอกแบบนั้นด้วยรอยยิ้ม ผมมองเข้าไปในตาคู่สวยที่มันไม่ได้ยิ้มตามปาก ก่อนจะถอนหายใจออกมา

          “ผมขอโทษนะ”

          “ขอโทษอะไร…คุยกันแล้วไงว่าไม่จริงจัง” พี่มันยิ้มแล้วผลักผมเบาๆ ผมเลยลุกขึ้นแล้วหันกลับมามองพี่มันอีกที พี่มันพยักหน้าให้ผม

          “เดี๋ยวกูไปด้วย” เจมส์มันลุกขึ้นแต่วินด์จับมือไว้

          “เรื่องของเขาไหมเจมส์”

          “เรื่องของใครกูก็จะไป” เจมส์มันพูดแบบนั้นผมเลยถอนหายใจก่อนจะเดินนำมันไปทางห้องน้ำ

          เดินผ่านกลุ่มคนที่เริ่มจะมากขึ้นตามเวลา เสียงเพลงที่กระทบประสาทดังๆ ข้างลำโพง ผ่านคนที่ชูแก้วให้ไปเรื่อยๆ จนถึงทางเดินไปห้องน้ำ หลายคู่ยังนัวเนียอยู่แถวนี้แต่โชคดีที่ไม่มีคนที่ผมมองหา

          ผมเปิดประตูห้องน้ำชายเข้าไป แต่สิ่งที่ทำให้ผมก้าวต่อไปไม่ได้คือคนตรงหน้า คนสองคนที่ยืนจูบกันด้วยความโหยหา จูบเหมือนรักกันมานานแสนนานแล้วเพิ่งได้เจอ ด้านข้างของผู้ชายคนนั้นมันช่างติดตา เหมือนกับว่าผมเพิ่งจ้องไปเมื่อตอนเช้า เอวสอบถูกโอบกอดด้วยมือเล็กๆ ของผู้หญิงคนนั้น หน้าหล่อที่ผมเคยมองไม่ได้หันมาทางผม ปากรูปกระจับที่เพิ่งจูบผมไปเมื่อเช้ายังบดเบียดกับปากสวย

          พวกเขาจูบกันอยู่ที่อ่างล้างมือ 

          “ไอ้เหี้ยเอ้ย!”

          ผลั่ก!

          “วี!”

          เจมส์เดินเข้าไปกระชากพี่วีออกมาก่อนจะปล่อยหมัดใส่จนพี่มันล้ม ผู้หญิงคนนั้นมองมาที่เจมส์ก่อนจะเข้าไปประคองพี่วีให้ลุกขึ้น พี่มันยังมองไม่เห็นผมเพราะพี่มันไม่ได้มองมาทางผม และผมเองก็ไม่มีแรงมากพอที่จะเดินเข้าไปหาพวกเขา

          “มึงทำเหี้ยอะไร! ก่อนทำมึงเคยคิดถึงมันไหม! มึงเคยคิดถึงหน้ามันไหม!” เจมส์ชี้มาทางผมที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า หน้าหล่อของคนที่ชวนผมมาค่อยๆ หันตาม ตาคมเบิกกว้างเมื่อมองสบตาผม ผมแค่นยิ้มให้ตัวเองแล้วมองสบตาคม สองขาพี่มันกำลังจะก้าวมาหาแต่ผมหมุนตัวหันหลังให้พี่มันก่อนจะตัดสินใจก้าวออกมา

          “มาร์ค!...มาร์ค!”

     “อย่าตาม!”

     ผมไม่รู้ว่าข้างในว่าข้างในเกิดอะไรขึ้นบ้าง เสียงเจมส์ที่ดังลอดออกมาไม่ได้ทำให้ผมหันไปมอง คนรอบข้างที่มองมาที่ผมผมก็ไม่ได้ใส่ใจ เสียงซุบซิบที่ดังขึ้นเบาๆ ก็เหมือนจะผ่านหูไปเฉยๆ ผมแทบจะมองไม่เห็นพี่ยี่หวากับพี่กล้าที่วิ่งผ่านหน้าผมไปด้วยซ้ำ ตอนนี้ผมเห็นแค่พี่วีจูบกับพี่พลอย จูบแบบคนที่รักกันมานานแสนนาน จูบเหมือนบอกว่าจะรักกันตลอดไป ในหูผมได้ยินแค่เสียงพี่วี เสียงทุ้มที่พร่ำบอกผมว่าจะเลิกกับเขา เสียงทุ้มที่บอกผมเมื่อตอนเช้าว่าเลิกรักเขาแล้ว เสียงที่บอกผมเมื่อไม่นานมานี้ เสียงที่บอกให้ผมมาบอกกับพี่พลอยว่าผมกับเขาเป็นอะไรกัน

          “มาร์ค…มาร์ค!” แรงเขย่าที่ไหล่ทำให้ผมรู้สึกตัว ไม่รู้ว่าผมเดินออกมาจนถึงที่จอดรถได้อย่างไร ไม่รู้ว่าเสียงอื้ออึงพวกนั้นหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ และไม่รู้ว่าน้ำตาผมไหลตั้งแต่ตอนไหน

          “ฮึก! พี่เหนือ…”

#กลรักวีมาร์ค

อยู่ระหว่างการทำเล่มและตรวจคำผิด แป้งจึงจะทยอยลงตอนที่ตรวจคำผิดแล้วเรื่อยๆ นะคะ

สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่

เพจเฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

Line ID : @hzn1709t

ความคิดเห็น