ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ให้มันบรรยายความรู้สึก (100%)

ชื่อตอน : ให้มันบรรยายความรู้สึก (100%)

คำค้น : กลรักวีมาร์ค กลรักรุ่นพี่ วีมาร์ค ดราม่า วายมหาลัย love Mechanics

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 483.5k

ความคิดเห็น : 482

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2560 00:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ให้มันบรรยายความรู้สึก (100%)
แบบอักษร

-****18-

ให้มันบรรยายความรู้สึก

**[**Mark Masa]



          ผมรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก เมื่อคืนผมดื่มหนักมากจนแทบจะจำอะไรไม่ได้ มานอนที่ห้องตอนไหนผมก็ไม่รู้ มองโทรศัพท์ที่บอกเวลาว่าตีห้าแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ขยับตัวจะลุกก็ลุกไม่ได้เพราะมีอะไรสักอย่างรัดตัวผมอยู่ เงยหน้าขึ้นมองก็เจอพี่วีที่มองผมอยู่ก่อนแล้ว

          “จะปิดเองหรือจะให้กูปิด” ตาคมมองมานิ่งๆ กับเสียงกระซิบข้างหู ผมขยับหน้าออกห่างก่อนจะเอื้อมมือไปปิดโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างผมแล้วหันกลับมามองอีกคนงงๆ อะไรคือการที่พี่วีมานอนกอดผมอยู่แบบนี้ ผมจำได้ว่าห้องนี้ผมจ่ายเองแถมอยู่เองคนเดียวด้วย

          “อ้าวงง…งงอะไร?” พี่มันพลิกตัวนอนคว่ำแล้วหันหน้ามาหาผมพร้อมกับพูดออกมา

          “ก็พี่มา…”

          “ตั้งแต่เมื่อคืน” พี่วีบอก “แบกมึงขึ้นมาแล้วก็เลยนอนด้วย” พี่มันขยับตัวนิดหน่อยก่อนจะพาดแขนผ่านหน้าท้องผม

          “…” ผมยังเงียบและมองพี่มันตาปริบๆ ตอนนี้คือช่วงที่ผมกำลังจูนสมองและรันระบบความคิด ก็เข้าใจว่ามาส่งผม บอกอย่างนั้นจะเชื่อให้ก็ได้ แล้วหลังจากส่งเสร็จทำไมไม่กลับวะ

          “หึ…มองกูแบบนั้นหมายความว่าไงวะ ขอนอนด้วยแค่นี้ไม่ได้?” พี่มันยื่นมือมาเขี่ยคางผมเล่น

          “อย่าเล่น…ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลย” ผมปัดมือพี่มันออกพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่น

          “ตามึงบอกทุกอย่างอ่ะ” พี่วีว่าแล้ววางมือไว้ที่อกผมก่อนจะขยับตัวเข้ามาชิดผมมากกว่าเดิม “ขอซุกหน่อย หลบแอร์”

          “ซุกบ้าอะไร ผมจะไปอาบน้ำเดี๋ยวไม่ทันรถ” ผมขยับตัวหนีแต่พี่มันก็รัดไม่ปล่อย ผงกหัวมองนาฬิกาก่อนจะถอนหายใจออกมา

          “เรากลับทีหลังดีป่ะ?” คนหล่อเอียงหน้ากลับมาถาม

          “ได้เหรอ?”

          “ทำไมจะไม่ได้หรือว่ามึงมีงานต้องกลับไปทำ” พี่มันถามผมเลยส่ายหน้าตอบ

          “ก็ไม่มี” เรียนก็เสร็จแล้ว สอบก็เสร็จแล้ว กลับไปก็คงจะเล่นอยู่หอไม่ก็กลับบ้าน

          “ถ้าอย่างนั้นอยู่ต่ออีกสักวันนะ” พี่วีบอกพลางทำตาปริบๆ

          “ผมไม่มีปัญหาหรอกแต่เพื่อนพี่ล่ะ เรามากันเยอะไงตอนกลับก็ต้องเช็กคนด้วยไม่ใช่เหรอ?” ผมถามกลับ พี่มันเลยจับโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดโทรออก ระหว่างที่รอสายหน้าหล่อๆ นั่นก็หันมาหาผม เอาโทรศัพท์วางไว้บนหูแล้วพาดแขนผ่านเอวก่อนจะดึงผมเข้าใกล้อีก พี่มันทำเหมือนไม่ได้ตั้งใจ ทำออกมาเป็นธรรมชาติจนใจผมค่อยๆ เต้นแรงขึ้น

          “ยี่หวา…กูปวดหัวมากเลยตอนนี้” ผมเบะปากให้เสียงทุ้มที่กำลังพูดช้าๆ เหมือนเหนื่อยล้าเต็มที “ไม่ต้องมา…กูแค่จะบอกว่ากูกลับไม่ไหวแล้วอ่ะ แค่กๆ” แถมอาการไอไปอีก “หลานรหัสมึงก็เหมือนกันเนี่ย กูเลยจะบอกว่าเดี๋ยวพวกกูกลับทีหลัง แค่นี้นะ” เสร็จแค่นั้นพี่มันก็วาง ให้เดาคือกลัวพี่ยี่หวาถามต่อแน่ ผมเองก็กลัวเหมือนกัน ป้ารหัสผมคนนี้ไม่ใช่เล่นๆ เลย ขนาดผมว่าผมนิ่งแล้วพี่เขายังจับสังเกตได้

          “เรียบร้อย” พี่วีกระตุกยิ้มหล่อๆ กลับมาให้หนึ่งทีหลังจากวางสาย

          “ตอแหล” ผมด่าก่อนจะเบะปากตามหลัง

          “แค่ได้อยู่กับมึงกูยอมหมดอ่ะ ยี่หวาด่าเหี้ยเมื่อกี้กูยังยอมเลย” พี่เขาว่าส่วนผมนี่ตัวแข็งไปแล้ว ยอมหมดแค่ได้อยู่กับผมอย่างนั้นเหรอ? มันน่าถีบลงทะเลจริงๆ

          ไม่รู้ว่าเรานอนต่อกันนานแค่ไหน แต่แสงแดดที่ลอดผ่านม่านมาทำให้ผมต้องลืมตาตื่น ปลดแขนที่วางพาดอยู่เอวออกแล้วลุกขึ้นนั่ง มองพี่วีที่ยังหลับพริ้มอยู่แล้วก็อมยิ้มตาม ถึงจะแค่ไม่กี่วันที่พี่มันชัดเจนกับผมแต่ผมก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนี้ต่อไป

          “อือ…” ผมมองลงไปยังคนที่วาดแขนไปกับเตียง ยิ้มขำๆ เมื่อพี่มันขมวดคิ้วเพราะไม่เจอผม ผมเลยยื่นมือเข้าไปหาแล้วพี่มันก็จับนิ้วผมไว้แล้วขยับตัวมานอนซบมือผม ผมมองคนที่นอนตัวงอเป็นกุ้งแล้วส่ายหน้าเบาๆ

          “เยอะ” ผมว่าสั้นๆ พี่มันเลยลืมตาขึ้นมามอง

          “กูแสดงออกเยอะก็ว่า กูไม่แสดงออกก็ว่า แล้วจะให้กูทำยังไง” พี่มันว่าอู้อี้ หน้าก็ยังซบกับมือผมอยู่อย่างนั้น

          “พอดีๆ สิ ทำเป็นไหม?”

     “ไม่เป็น ถ้ากูได้รักแล้ว กูจะรักมาก…” ผมหน้าร้อนเหมือนถูกพี่มันบอกรักทั้งๆ ที่นั่นก็เป็นแค่คำบอกเล่าธรรมดาๆ พี่มันแค่บอกให้รู้เฉยๆ ว่าลักษณะนิสัยมันเป็นอย่างนั้น ไอ้ผมนี่มันก็คิดไกลไง แค่เขาดีด้วยก็หวังไปถึงไหนก็ไม่รู้

          “กูพูดจริงๆ นะ” เสียงทุ้มอ้อนบอกให้ผมได้หันกลับไปมอง หน้าหล่อแนบกับมือผมส่วนตาคมนั่นมองมาที่ผม

          “ก็…อือ”

          “หึ! มึงเขิน” พี่มันว่าก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ กลุ่มผมสีดำสนิทนั่นวางอยู่แถวๆ หน้าขาผม

          “ขยับออกไป” ผมว่าเบาๆ พร้อมกับดึงมือตัวเองกลับมาแต่พี่มันกลับดึงไว้

          “กูชอบ…”

          “…” ใจผมเต้นตึกตักหาคำพูดอะไรก็ไม่มีในสมอง ยิ่งเผลอสบตายิ่งเหมือนเป็นการฆ่าตัวตาย

          “กูชอบตอนมึงเขิน”

          ไอ้หัวใจไม่รักดี!

          ผมทำได้แค่ด่าหัวใจที่เต้นตึกตักของตัวเอง มันบีบตัวเร็วเกินไปจนผมกลัวว่าผมจะตาย กับแค่คำพูดไม่กี่คำแล้วก็สายตาที่มองตรงมาแบบไม่ปิดกั้นความรู้สึกนั้น ทำไมผมถึงเป็นได้ขนาดนี้ พี่มันไม่ได้บอกว่าชอบผมสักหน่อย มันแค่บอกว่าชอบ…ตอนผมเขิน

          ก็แปลว่าชอบป่ะวะ…

          “มาร์ค…” เสียงทุ้มเรียกอีกครั้งพร้อมกับอะไรหนักๆ วางลงบนหน้าขา ก้มลงไปมองก็เจอหัวพี่วีกับตาคมๆ ที่มองอ้อนอยู่ เดี๋ยวนะ…อ้อนเหรอ?

          “อะ…ไร” เสียงผมมันแหบอยู่แล้วมันเลยเหมือนพูดไม่ชัด แต่ไอ้ที่มันกระตุกน่ะเพราะผมกลืนน้ำลายลงคอตอนเห็นสายตาของพี่มันต่างหาก

          “หิว” คำตอบที่ออกจากเรียวปากได้รูปนั่นทำเอาผมขมวดคิ้ว

          “หิวก็ลงไปกินสิ”

          “หิว…มาร์ค”

          “…” ไอ้เหี้ย…

          “เมื่อคืนไม่ได้กินเพราะมาร์คเมา ตอนเช้าเลยหิวมากๆ เลย” เสียงทุ้มพูดออกมาช้าๆ กับสายตาที่อ้อนเหมือนจะเอาอะไรสักอย่าง อะไรสักอย่างที่ผมรู้ดีว่ามันคืออะไร อะไรสักอย่างที่ทำให้ผมขบริมฝีปากเพื่อชั่งน้ำหนักของหัวใจและในที่สุด…ผมก็ก้มลงไปหาพี่มัน

          เราคลึงริมฝีปากของกันและกันช้าๆ แค่ดูดและบดเบียดไปมาไม่มีการล่วงล้ำ พี่มันยังนอนอยู่บนหน้าขาของผม เพียงแค่เงยหน้าขึ้นมาเพื่อให้เราจูบกันได้ถนัดมากขึ้น มือทั้งสองข้างตวัดขึ้นมาโอบเอารอบคอผมเพื่อกดลงไปหา ผมปรับหน้าหาองศาที่พอดีแล้ววางแขนคร่อมพี่มันทั้งตัว เราจูบกันอยู่อย่างนั้น จูบเบาๆ จูบหนักๆ ผละออกนิดหน่อยเพื่อพักหายใจแล้วจูบต่อ

          “อือ…” พี่มันผละออกมาเมื่อผมส่งเสียงในลำคอ ปากมันไม่ได้ห่างจากผมมาก เสี้ยวหนึ่งของวินาทีผมมองเห็นมุมปากของคนหล่อโค้งขึ้น มันโค้งขึ้นเรื่อยๆ จนผมต้องผละหน้าออกมา แต่จะนั่งดีๆ เหมือนเดิมก็ไม่ได้เพราะพี่มันรั้งคอผมไว้

          “มาร์คก็อยากกินวีเหรอครับ?” เสียงทุ้มพูดออกมาเบาๆ พร้อมกับตัวพี่มันที่ยืดขึ้นมาจูบผมเร็วๆ แล้วผละออก มือสวยข้างหนึ่งผละจากคอแล้วเอามาไล้แก้มผม “แดงหมดเลย อื้อ~”

          ผมก้มลงทำโทษคนขี้เล่นอีกครั้ง เอาเถอะ…ให้ผมจูบปิดปากพี่มันดีกว่าให้พี่มันพูดจาแบบนั้นกับผม คำพูดกับการกระทำพวกนั้นมันมีอิทธิพลกับอัตราการเต้นของหัวใจผมมากเกินไป

          “อืม…” พี่มันครางในลำคอก่อนจะผละออก “จูบเก่งชะมัด” ผมเบือนหน้าหนีคำพูดที่เหมือนไม่ได้ตั้งใจพูดกับผมแต่ก็ดังพอให้ได้ยิน

          “พอยัง?” ผมถามหลังจากเรียกสติกลับมาได้แล้ว

          “ถามตัวเองสิ” พี่มันว่าก่อนจะซุกหน้าเข้ากับหน้าท้องผม มือซุกซนนั่นเลิกเสื้อนอนตัวบางๆ นี่ขึ้นแล้วมุดเข้ามาเพื่อขบกล้ามเนื้อผมเบาๆ เพราะมันแผ่วเบาและวาบหวิวผมจึงต้องเกร็งตัวและกลั้นหายใจ

          “อะ…อา…” ผมครางเมื่อพี่มันแลบลิ้นเลียรอบสะดือ ลิ้นชื้นๆ วนอยู่แถวนั้นก่อนจะผละออกแล้วกดจูบต่อ

          “มึง…อือ…” พี่มันเองก็สะดุดจังหวะการจูบแล้วครางออกมาเบาๆ เมื่อผมสอดมือเข้าไปใต้เสื้อแล้วสะกิดเม็ดเล็กๆ บนกล้ามเนื้อแน่นๆ ของพี่วี

          พี่มันขยับตัวออกก่อนจะลุกขึ้นแล้วผลักผมให้ราบลงกับเตียง ดีที่เตียงที่นี่มันกว้าง จะหันหัวหรือหมุนตัวแบบไหนก็ไม่มีทีท่าว่าจะตก ซึ่งผมรู้ว่าพี่มันพอใจเพราะผมสังเกตได้จากการกระตุกยิ้มตอนที่มันผลักผมลง

          เรียวปากที่กระตุกยิ้มหล่อๆ นั่นประกบลงมาที่ปากของผม เราจูบกันอีกครั้งและอีกครั้ง แทรกลิ้นเพื่อแลกเปลี่ยนความหวานให้แก่กันและกันจนพอใจ พี่มันผละจากปากผมมาเป็นแก้ม ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่พี่วีเอาแต่คลอเคลียอยู่ตรงนี้

          “อื้อ…” ผมร้องท้วงเมื่อพี่มันแกล้งด้วยการดูดแก้มผมเข้าไปในปาก แก้มกูก็ใช่ว่าจะเยอะ ผมตวัดตามองพี่มันทันทีแต่พี่มันก็แค่ส่งยิ้มกลับมา

          “ผอมไปแล้ว…” พี่วีว่าแค่นั้น มือของพี่มันเลื้อยเข้ามาในเสื้อนอนของผมลูบวนไปเรื่อยๆ ให้ผมได้เกร็งอีกครั้ง หน้าหล่อซุกเข้ามาที่ซอกคอก่อนกระซิบเบาๆ เพื่อขอขบกัด แล้วผมเอง…ก็เอียงคอให้พี่มันกัดอย่างเต็มใจ

          “พี่…อ่ะ…อือ” เสียงผมเริ่มแหบเมื่อเสื้อบางๆ นั่นมันหลุดออกจากตัว ไม่รู้ว่าพี่มันเริ่มถอดตั้งแต่เมื่อไหร่และไม่รู้ตัวด้วยว่าผมยินยอมให้เขาถอดมันออกไปตั้งแต่ตอนไหน ตอนนี้ผมรู้สึกได้แค่ความชื้นบริเวณแผ่นอกกับแรงกดช่วงกลางลำตัว

          “มึงแม่ง…” พี่วีสบถเบาๆ หลังจากที่ผละออกมามองผลงานของตัวเอง ไม่รู้ว่าผมมองพี่มันด้วยสายตาแบบไหนแต่สายตาที่มองกลับมานั้นทำเอาผมเกือบหัวใจวายตาย ท่าทีที่พี่มันแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากพร้อมๆ กับเช็ดคราบน้ำสีใสแถวมุมปากนั่นทำเอาผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่

          “พี่…”

          “กูหลงมึงจะตายอยู่แล้ว”  เสียงกระเส่าบอกเบาๆ ก่อนที่จะขยับลงไปข้างล่าง พี่มันช้อนสายตาขึ้นมามองที่ผมก่อนจะจูบลงที่หน้าท้องอีกครั้งพร้อมๆ กับมือแกร่งที่ค่อยๆ สอดเข้ามาในกางเกงนอนของผม

          “อือ…อืมมม” ผมครางรับสัมผัสเบาๆ จากมือของพี่วีที่กำลังนวดคลึงผมอยู่ แผ่วเบาและชวนให้ผมล่องลอยจนอดใจที่จะครางออกมาไม่ไหว พี่วีผงกหัวขึ้นมามองก่อนจะขยับขึ้นมาจูบผมอีกครั้งและอีกครั้ง

          “อืมมม” เสียงทุ้มครางในลำคอเบาๆ เพื่อแสดงออกถึงความพอใจเมื่อผมวาดแขนลงบนแผ่นหลังกว้าง ลูบและค่อยๆ สอดมือเข้าไปในนั้น

          “อ่ะ…อือ…” ผมส่งเสียงท้วงและหยุดทุกการกระทำเมื่อรู้สึกถึงสิ่งที่แทรกเข้ามาในตัว ไม่รู้ว่าพี่มันหยิบเจลตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่มันเอามาจากตรงไหนตอนนี้ผมรู้เพียงแค่ว่านิ้วเย็นๆ ของพี่วีขยับเข้าออกในช่องทางอุ่นนุ่มของผม

          “เซ็กซี่” เสียงแหบกระเส่าดังอยู่ข้างหู หน้าผมร้อนขึ้นทันทีและมันคงจะแดง ความเจ็บที่มีเมื่อครู่ตอนนี้มันค่อยๆ หายและแทนที่ด้วยความเสียวส่าน

          “อ๊ะ…อื้อออ” พี่วีเพิ่มจำนวนนิ้วและความเร็วในการขยับ พี่มันกดลงสักที่ในตัวของผม สักที่ที่ทำให้ผมสะดุ้งและครางยาวๆ

          “มึงกำลังจะฆ่ากู…” เสียงทุ้มว่าปนเสียงหอบหายใจ ลมหายใจร้อนๆ รดอยู่ข้างแก้มผม พี่มันจูบลงข้างแก้มอีกครั้งก่อนจะผละออกมองหน้าผม “อยากเข้าไปจะตายอยู่แล้ว…” ตอนนี้ผมเองก็แทบตายเหมือนกัน

          “อื้อ! อ่ะ…ช้า…” ผมดันหน้าขาของคนที่พยายามกดตัวเข้ามาไว้เบาๆ เพื่อบอกพี่มันว่าให้ช้ากว่านี้ พี่วีมองมาที่ผมก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเอาขวดเจล พี่มันถอนตัวออกให้ผมได้หอบหายใจก่อนจะบีบเจลลงที่ตัวเองแล้วลูบจนทั่ว

          “อา…” หน้าหล่อเชิดขึ้นครางเมื่อกดตัวเข้าหาผมอีกครั้ง ผมเองก็กัดฟันเพราะความจุกเสียดที่เพิ่มมากขึ้น เจลช่วยเราได้มากกว่าครั้งก่อน สิ่งที่เต้นตุบๆ อยู่ในตัวผมตอนนี้คือเครื่องพิสูจน์

          “พี่…เบาๆ นะ” ผมเอ่ยขอคนบนร่าง เอาจริงๆ ผมก็ไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดรับพี่มันไม่ไหว แต่เพราะผมไม่อยากให้เซ็กส์ครั้งนี้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ความรู้สึกเคียดแค้น สงสารหรือปลอบประโลมแบบเดิมๆ ผมไม่ต้องการ ถึงจะไม่มีคำว่ารักว่าชอบแต่ผมอยากให้เซ็กส์ครั้งนี้เกิดจากความรู้สึกแบบนั้น

          “อืมมม” พี่วีครางรับพร้อมถอดเสื้อชื้นเหงื่อของตัวเองออก จากนั้นพี่มันก็ค่อยๆ ขยับตัว เนิบช้า…แต่รับรู้ได้ทุกจังหวะการเคลื่อนไหว

          “อื้อ~” ผมครางเสียงหลงเมื่อพี่มันถอดตัวเองออกไปเกือบสุดแล้วกดเข้ามาจนสุดเหมือนเดิม พยายามลืมตามองคนด้านบนก็เห็นพี่มันยิ้มให้ มือสวยที่จับมือผมไว้เมื่อไม่นานมานี้ทาบทับลงมือผม พี่มันสอดประสานกับมือผมไว้และค่อยขยับให้หนักหน่วงกว่าเดิม

          “อือ…อืมมม” พี่วีครางแล้วเอื้อมมือมาเช็ดเหงื่อให้ผม มือคู่สวยนั่นผละออกจากมือผมไปสนใจช่วงเอว ข้างหนึ่งวางไว้บนหน้าท้องผมแล้วลูบเบาๆ ส่วนอีกข้างกอบกุมตัวผมไว้แล้วขยับให้เป็นจังหวะเดียวกับที่พี่มันทำอยู่

          “อ้ะ! อื้อออ อ้า…อ่ะ…” ผมครางไม่เป็นศัพท์ไม่รู้ว่าตัวเองบิดอยู่ท่าไหนหรือทำหน้าทำตาอย่างไร รู้แค่พอลืมตาขึ้นแล้วเห็นยิ้มบางๆ ของพี่วีมันทำให้ผมมีความสุข แววตาที่ทอดมองมาไม่เหมือนทุกครั้ง มันต่างออกไป…และผมชอบสายตาแบบนี้

          “กู…อืม…มาร์ค” ผมยื่นมือขึ้นไปเกาะบนไหล่กว้างเมื่อพี่มันเรียกชื่อผม รั้งอีกคนเข้ามาจูบและพี่มันเองก็ให้ความร่วมมือ

          “อือ…อ้ะ…พี่วี อื้อออ พี่วี…” ผมครางเมื่อพี่มันขยับตัวเร็วขึ้น ความใหญ่โตของพี่มันมีมากพอที่จะกดกระแทกถูกทุกจุดในตัวผม พอพี่มันดันตัวเองให้ลึกกว่าเดิมและหนักกว่าเดิมผมเลยต้องครางเสียงดังกว่าเดิม

          “ชอบ…อืม…เวลามึงครางเรียกกู” พี่มันว่าแล้วจูบที่มุมปากผม

          “อา…พี่วี” ผมส่งเสียงอีกครั้งเมื่อพี่มันกดตัวเข้ามาจนสุดและแช่ไว้ก่อนจะเอาออกไปแล้วกดเข้ามาอีก พี่วีทำซ้ำๆ อย่างนั้นหลายครั้งจนผมต้องกัดปากเพื่อระงับความเสียวซ่าน

          “ชอบเวลามึงทำปากแบบนี้” นิ้วเรียวกดลงที่ปากผมเบาๆ “ชอบที่มึงปรือตามองกูแบบนี้” ปากหวานนั่นทาบทับกับเปลือกตาของผม พี่มันค้างไว้ชั่วครู่ก่อนจะผละออกมาให้ผมได้ปรือตามองพี่มันอีกครั้ง คนหล่อที่คล่อมผมอยู่ระบายยิ้มบางๆ บนใบหน้า

          “พี่…” อยากบอกว่าพี่มันหล่อ พี่มันเซ็กซี่และอยากบอกว่าผมชอบแบบนี้เหลือเกิน

          “ชอบเวลามึงมองกูแบบนั้น ชอบสายตามึงที่มีแค่กู…” พี่วีพูดขณะที่รูดรั้งให้ผมและขยับเข้าออกเหมือนเดิม ผมเองก็ครางออกมาเบาๆ ทุกครั้งที่ตัวของพี่มันกระแทกเข้ามาในตัวผม

          “อ่ะ…อือ…ชอบ” ใบหน้าหล่อเหลาที่ผมหลงใหลอยู่เมื่อครู่ขยับลงมาหาและผมเองก็เงยหน้าขึ้นรอพี่มัน ริมฝีปากของเราสัมผัสกันเพียงนิดเดียว และพี่มันหยุดไว้แค่นั้น

          “ชอบมึง…”

          “อา…” เราปลดปล่อยออกมาพร้อมกันหลังจากที่พี่มันพูดจบ พี่มันยิ้มทั้งๆ ที่ริมฝีปากเราไม่ได้ห่างกันไปไหน พี่มันขบริมฝีปากผมเบาๆ ขณะที่ตัวเรายังเชื่อมกันอยู่

          “มาร์ค…กูชอบมึง” พี่มันพูดชิดริมฝีปากผมก่อนจะจูบที่แก้มผมแล้วค่อยๆ ถอนตัวออก น้ำรักไหลย้อยออกมาทันทีที่ตัวพี่มันห่างออกไป

          ตอนนี้ผมไม่ได้สนใจน้ำเหนียวเหนอะนั่นแม้ว่ามันจะเลอะ ไม่สนด้วยว่าพี่วีไม่ได้ใส่ถุงยาง ไม่ได้คิดถึงตอนที่ทำความสะอาด ไม่ได้คิดว่าที่ผ่านมาทั้งหมดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนั่นคือเซ็กส์

          ผมคิดว่ามันคือการบอกรัก…

          ชั่วโมงที่ผ่านมาคือช่วงเวลาที่ผมมีความสุขที่สุด นานแค่ไหนที่ผมไม่ได้เต็มอิ่มขนาดนี้มาก่อน น่าแปลก…เราไม่ได้ใช้เวลาทั้งคืน เราไม่ได้ทำกันหลายชั่วโมงแต่มันกลับทำให้ผมคิดว่าผมคงจะรู้สึกดีไปทั้งวัน

          “ยิ้ม…ยิ้มเข้าไป ที่กูหยุดนี่กูให้มึงพัก ไม่ใช่ให้มึงมานอนมองหน้ากู” พี่วีที่นอนอยู่ข้างๆ พูดขึ้น หูพี่มันแดงมากกว่าเดิมเมื่อมองสบตาผม เราสองคนยังเปลือยอยู่เพราะพี่มันบอกไม่จำเป็นต้องใส่

          “พี่วี…” ผมเรียกเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ช้อนตาขึ้นมองคนที่นอนสูงกว่า หน้าคมที่เคยชื้นเหงื่อนั่นขึ้นสีระเรื่อจนผมอดจะระบายยิ้มออกมาไม่ได้

          “อะ…อะไร” เสียงทุ้มติดขัดตาคมนั่นมองมาที่ผมและผมก็ยิ้มให้พี่มันอีกครั้ง

          “พี่บอกว่าชอบผม”

          “ก็…เออ” พี่มันว่าก่อนจะเบือนสายตาไปทางอื่น หูที่เคยแดงตอนนี้แดงจนเห็นได้ชัด ริ้วที่หน้านั่นก็ขึ้นสีจัดจนผมเองแอบร้อนแทน

               “จริงเหรอ?” ผมถามแล้วขยับเข้าไปใกล้ ไม่มีส่วนไหนของเราสัมผัสกัน เราเพียงแค่อยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันและอยู่ใกล้กันมากๆ เท่านั้น มาก…ขนาดที่ผมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจพี่วี

          “เออ” เสียงทุ้มตอบในลำคอพร้อมกับตาคมที่มองมาดุๆ เหมือนจะห้ามไม่ให้ผมแกล้งต่อ

          “เขินเหรอ?” แต่ผมน่ะ…ชอบเวลาที่พี่วีเป็นแบบนี้มากๆ เลยแหละ ชอบเวลาที่พี่มันทำตัวไม่ถูกเหมือนตอนนี้ คนข้างๆ ขยับตัวยุกยิก มือไม้ก็ปัดป่ายไปมาเหมือนจะดึงผ้าขึ้นห่มแต่พอนิ้วก้อยโดนผมนิดหนึ่งพี่มันก็ชักออก จะพลิกตัวตะแคงก็เหมือนจะไม่กล้า เหลือบตาขึ้นมามองผมอีกครั้งก่อนจะทำหน้าบูดบึ้ง

          “มึงแม่ง…” พี่มันสบถออกมาเบาๆ ส่วนผมนี่หัวเราะ

          “ทำไมเขินขนาดนั้น” ผมถามพร้อมกับจับมือเย็นเฉียบของพี่มัน ทั้งๆ ที่มืออยู่ใต้ผ้าห่มแท้ๆ

          “ก็…สายตามึงแม่ง…” พี่มันว่าแล้วหลบสายตาผม “ตอนที่กูบอกหน้ามึงก็…” ผมก็ไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นผมทำหน้าอย่างไร แต่พอมองท่าทางของพี่วีแล้วคิดดตามพี่มัน ผมเองก็หน้าร้อนเหมือนกัน

          “พี่พูดอะไรวะ” ผมว่าก่อนจะดึงมือออกมาแล้วลูบหน้าเบาๆ

          “ก็จริงนี่ อย่าไปทำหน้าแบบนั้นแล้วก็สายตาแบบเมื่อกี้ให้ใครเห็นเชียวนะมึง กูหวงบอกเลย” พี่มันว่าเร็วๆ

          “หวงในฐานะอะไร?”

          “ฐานะคนที่ชอบมึงไง” ตอนแรกเหมือนจะได้แกล้งเขาแหละ แต่ตอนนี้โดนแกล้งคืน พี่วีตอบกลับมาทันทีที่ผมถาม ตาคมมองมาที่ผมเพื่อยืนยันในสิ่งที่พูดออกมา

          “พี่…ขี้โกงว่ะ” ผมพูดเบาๆ ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาจนชิดคาง พี่มันกระตุกยิ้มก่อนจะตวัดแขนมาดึงผมเข้าหา

          “หึ! หิวไหม?” พี่มันไม่ได้ล้ออะไรผม แค่หัวเราะในลำคอแล้วถามเบาๆ

          “ไม่…” ตอนนี้ผมไม่มีความรู้สึกอยากกินอะไรทั้งนั้น ไม่อยากขยับตัว ไม่อยากไปไหน เอาง่ายๆ ก็คืออยากนอนให้พี่มันกอดอยู่แบบนี้

          “กูก็อิ่มเหมือนกัน” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหูให้ผมได้ชะงัก เหลือบตาขึ้นมองคนที่ขยับออกไปเมื่อครู่แล้วอยากเอามือบิดหูมัดสักที มึงลืมตอนที่มึงเขินไปแล้วใช่ไหม?

          ผมเผลอหลับตอนไหนไม่รู้ อาจจะเป็นเพราะเพลียๆ อยู่บ้าง อีกอย่างสัมผัสอุ่นๆ ที่ลูบหัวผมอยู่ตลอดทำให้ผมเคลิ้มหลับไป ตื่นมาอีกทีเห็นพี่วีกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ข้างๆ มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ส่วนอีกข้างหยิบขนมที่วางอยู่หน้าท้องขึ้นมากิน พี่มันยังไม่ได้ใส่เสื้อแต่บนตัวผมกลับมีเสื้อกล้ามกับกางเกงบางๆ แล้ว ผมยังคงมองพี่มันเงียบๆ และเหมือนพี่มันรู้สึกได้มันถึงยื่นโทรศัพท์ลงมาให้ผมดู

          “กูอิจฉาว่ะ”พี่วีบอกขณะที่ผมกำลังอ่านสเตตัสของทศกัณฐ์ แคปชันของมันบ่งบอกความเป็นเจ้าของชัดเจน ไม่พอรูปที่มันจูบแก้มพี่บาร์นั่นอีก คอมเมนต์มากมายรวมถึงของคนข้างๆ เข้าไปแซวไม่หยุด ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วยื่นคืน

          “พวกเขาก็ยังไม่กลับ” ผมบอกพี่วีหลังจากอ่านจบ

          “ก็เออสิ…กูเลยอิจฉาไง”

          “ไปอิจฉาอะไรเขา” ผมถามพลางนึกขำคนที่ทำหน้ายุ่งที่ยังมองโทรศัพท์อยู่

          “ก็อยู่ที่เดียวกัน  ก็ทำเหมือนๆ กัน แต่แม่งมีความสุขเกินหน้าเกินตากูได้ไงวะ” ผมหน้าร้อนกับคำว่าทำเหมือนๆ กันของพี่มัน ก็พอจะเดาได้แหละว่าที่สองคนนั้นยังไม่กลับเพราะอะไร ก็เมื่อคืนพี่บาร์อ้อนขนาดนั้น ไอ้กัณฐ์จะเป็นเอามากจนพี่บาร์ลุกไม่ได้ก็ไม่แปลก

          “พี่เป็นเด็กหรือไง เรื่องแค่นี้เอง” ผมว่าก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง นอนนานๆ นี่ก็เมื่อยเหมือนกัน อยากจะบิดตัวไปมาฉีกแข้งฉีกขาเพื่อยืดเส้น แต่ก็ทำได้แค่ยืดแขนเท่านั้น

          “มาถ่ายมา”

          “เฮ้ย!” ผมร้องเมื่อพี่วีขยับเข้ามาซ้อนหลังแล้วกอดผมแนบอก

          หน้าผมโชว์เด่นกลางโทรศัพท์เครื่องแบนๆ ที่พี่มันถืออยู่ ผมฟูฟ่องไม่เป็นทรงเพราะผมของผมมันเริ่มยาวและผมไม่มีเวลาตัด ตาบวมนิดหน่อยเพราะเพิ่งตื่นจากการนอน แต่คำว่านิดหน่อยของผมนั้นมันเกือบทำให้มองไม่เห็นลูกตาของผมเพราะผมเป็นคนตาเล็ก ปากผมบวมเจ่อจากการดูดดึงมาหลายต่อหลายครั้ง กล้องมันแพลนมาถึงช่วงคอที่มองยังไงก็เห็นรอยกัดรอยจูบอยู่ เหลือบมองพี่วีแล้วรู้สึกด้อยทันทีเพราะพี่มันดูดีแม้กระทั่งเพิ่งตื่น ตาคมมองสำรวจกล้องเหมือนหามุม ปากสวยนั่นก็บวมนิดหน่อย ผมพี่มันก็ยุ่งเหมือนกันแต่ยุ่งๆ แบบนั้นแหละยิ่งดูดี พี่วีวางคางแหลมได้รูปลงบนไหล่ผม ชูโทรศัพท์ไปสุดแขนก่อนจะ…

          แชะ!

          “พี่วี…ไม่เอา ไม่อัพนะ” ผมยังไม่พร้อมจะเป็นข่าวกับพี่มันจริงๆ

          “ไม่อัพ กูถ่ายไว้ดูเล่น” *หน้ากูเหมือนปลาหางนกยูงเหรอ?* ผมอยากถามอย่างนั้นแต่พอหันกลับไปแล้วต้องชะงักเพราะหน้าเราอยู่ไม่ห่างกัน ตามองตา จมูกชนกัน และปากที่เกือบจะติดกัน

          จุ๊บ!

          “ชอบอ่อยกู” พี่มันจูบผมเร็วๆ แล้ว่าขึ้นเบาๆ

          “มะ…ไม่ใช่ ผม…จะดูรูป” พี่มันอมยิ้มก่อนจะกดจมูกลงมาที่แก้มผมอีกครั้งแล้วยื่นโทรศัพท์ให้ ดูแล้วอยากลบแต่ก็ทำใจลบไม่ได้ หน้าผมยังเหวอต่างจากหน้าหล่อที่ตาหลับพริ้มและยิ้มอย่างมือความสุข

          “กูขอถ่ายแล้วอัพนะ เอาแบบไม่ให้รู้ว่าเป็นมึงก็ได้”

          “เดี๋ยวก็เป็นเรื่อง” ผมบ่นเบาๆ

          “กูอยากให้ไอ้พวกที่กำลังจ้องมึงอยู่รู้สักทีว่ามึงมีคนที่ชอบแล้ว” พี่เขาว่าให้ผมได้อ้าปากค้าง “ถ้ามึงไม่อยากเป็นข่าวก็ไม่ต้องเอาแอคเคาท์กู เอาแอคเคาท์มึง” พี่วีว่า

          “นี่จริงจังใช่ไหม?” ผมถามกลับเหมือนจะไม่ยอมทำแต่มือนี่ควานหาโทรศัพท์ตัวเองแล้ว

          “อ้าว…ถามแบบนี้หมายความว่าไง มึงจะไม่จริงจังกับกู?”

          “บอกว่าอย่าโง่” ผมว่าแล้วจูบปากพี่มันเบาๆ กะจะผละออกแต่พี่มันกลับดึงตัวผมไว้แล้วยื่นปากเข้ามาจูบผม ละเลียดริมฝีปากและดูดดึงเบาๆ ราวกับจะหยอกล้อและล่อลวงให้ผมติดบ่วงพี่มัน ซึ่งผมอยากจะบอกว่าไม่ต้องหลอกล่อ ผมน่ะ…ยอมเดินเข้าไปหาพี่มันเองโดยที่พี่มันไม่เชิญให้ยุ่งยาก เราแลกริมฝีปากกันอยู่นาน นานพอที่ผมจะเคลิ้มและล่องลอยไปกับพี่มัน ผมเกือบจะทำมากกว่านี้แต่เสียง แชะ! ที่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้ผมสะดุ้ง

          “สวยงาม” พี่วีว่าแค่นั้นหลังจากได้ดูรูปในโทรศัพท์ของผม ไม่รู้ว่าพี่มันเอาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าพี่มันวางแผนตั้งแต่ตอนไหน แต่ตอนนี้พี่มันกำลังกดยิกๆ แล้วหัวเราะหน่อยๆ จากนั้นก็ขมวดคิ้วแล้วมองมาที่ผม

          “ทำไมคนกดไลค์เร็วขนาดนี้” พี่มันยื่นโทรศัพท์ให้ดู

          สเตตัสล่าสุดของผมคือรูปผมที่นั่งหันหลังให้กล้อง กำลังเอียงคอเพื่อทำอะไรสักอย่างที่พอผมนึกแล้วผมก็หน้าแดง จากการที่คนอื่นมองรูปมันอาจจะไม่ชัดเจนว่าเราจูบ แต่ในใจผม ในความรู้สึกและความทรงจำของผม ผมรู้ดีว่าตอนถ่ายรูปนี้ผมทำอะไรอยู่ ในรูปมันมองไม่เห็นพี่วี เห็นแค่แขนที่ยื่นออกมาเพื่อถือกล้อง ซึ่งนั่นมันก็เพียงพอแล้วที่จะยืนยันความชัดเจนของคำบรรยายภาพ

          Masa Mark

          5 mins

          ให้ภาพมันบรรยายความรู้สึกของเราสองคน

          42 likes 15 comments

          James อ่านว่าเจมส์ไม่ใช่จาเมส : เอาจริง?

          Futer ForFun : มึงอยู่ไหน ไม่กลับพร้อมพวกกู แล้วนั่นมือใคร

          คำผาน ที่บ้านมีโคมไฟใหญ่กว่ารถถัง : ต้นงิ้วมึงโตแล้วสินะ

          ปอ ปลาตาตี่ : ใครวะ วินนี่ เดอะพูห์ James อ่านว่าเจมส์ไม่ใช่จาเมส

          Mini Hart : have a new boyfriend?

          Yiwaa : พวกชั่ว!

          Futer ForFun : ป้ารู้เรื่องเหรอ? Yiwaa

          Yiwaa : ใครป้า ตบปาก! Futer ForFun

          คำผาน ที่บ้านมีโคมไฟใหญ่กว่ารถถัง : ถ้าพี่เล่าผมเลี้ยงเหล้า Yiwaa

          Yiwaa : เด็กมันหลอกล่อ Tonkla

          Tonkla : กูแฉเอง!

          “เป็นเรื่องเลยไหม” ผมหันไปว่าอีกคนที่ดูโทรศัพท์อยู่เหมือนกัน

          “ก็เป็นไปสิ กูแคร์?” พี่เขาเลิกคิ้วแล้วถามกลับมา

          “รับได้เหรอ?” ผมมองสบตาคมอย่างกล้าๆ กลัวๆ จริงอยู่ที่สังคมมันเปิดกว้างแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะรับได้ ยิ่งเป็นพี่มัน คนยิ่งไม่น่าจะรับได้

          “ถ้ากูรับไม่ได้กูไม่บอกว่าชอบมึงหรอกนะ”

          “…”

          “มาร์ค…กูบอกว่าชอบคือชอบ บอกว่ารักคือรัก ที่ผ่านมามึงก็เห็น ที่กูยังไม่บอกเพราะกูยังไม่มั่นใจแต่ตอนนี้กูบอกมึงไปแล้ว นั่นหมายความว่ากูมั่นใจแล้ว กูคิดแล้วและกูก็เลือกแล้ว” พี่วีพูดออกมาช้าๆ ตาคมมองตาผมทุกคำพูดเพื่อแสดงออกถึงความจริงใจ มือเรียวเอื้อมมือกุมมือผมก่อนจะยกขึ้นจูบ

          “พี่วี…”

          “กูรู้ว่ากูโง่ กูรู้ว่ากูทำไม่ดีกับมึง จะให้กูขอโทษมึงสักพันครั้งก็ได้ ให้กูทำอะไรก็ได้แต่กูขออย่างเดียว…” พี่วีว่าแล้วยกมือผมขึ้นแนบแก้ม “ให้โอกาสกูนะ”

          ผมยิ้มไม่สามารถกลั้นยิ้มไว้ได้หลังจากได้ยินคำขอนั่น ผมขยับเข้าไปใกล้คนตรงหน้าก่อนจะยกมือโอบรอบคอพี่มันแล้วดึงเข้ามาจูบ เราจูบกันบ่อยเหลือเกิน แต่น่าแปลกที่ผมไม่เคยเบื่อ ลิ้นชื้นที่แหวกว่ายอยู่ในปากผมคงจะสำรวจครบทุกจุดในปากแล้ว เหมือนกับที่ผมเองเลาะเล็มปากพี่มันจนรู้จักดีทุกจุด แต่นั่นไม่ได้ทำให้เราอยากเลิกจูบ เพราะยิ่งจูบ…ยิ่งรู้สึกดี




#กลรักวีมาร์ค

อยู่ระหว่างการทำเล่มและตรวจคำผิด แป้งจึงจะทยอยลงตอนที่ตรวจคำผิดแล้วเรื่อยๆ นะคะ

สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่

เพจเฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

Line ID : @hzn1709t

ความคิดเห็น