ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชอบหึง ชอบอ่อย ชอบหน่อย ชอบแล้ว (100%)

ชื่อตอน : ชอบหึง ชอบอ่อย ชอบหน่อย ชอบแล้ว (100%)

คำค้น : กลรักวีมาร์ค กลรักรุ่นพี่ วีมาร์ค ดราม่า วายมหาลัย love Mechanics

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 421.7k

ความคิดเห็น : 348

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2560 23:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชอบหึง ชอบอ่อย ชอบหน่อย ชอบแล้ว (100%)
แบบอักษร

-****14-

ชอบหึง ชอบอ่อย ชอบหน่อย ชอบแล้ว

[Mark Masa]




          ผมยืนมองเพื่อนตัวเองที่กำลังจุดบุหรี่ขึ้นสูบ เจมส์มันแค่พ่นควันออกมาช้าๆ หน้าหล่อนั่นไม่ได้มองมาที่ผมแต่มองตรงออกไปข้างหน้า

          “อ่ะ…” มันยื่นบุหรี่มาให้ ผมเลยรับเอามาแล้วเอาเข้าปาก

          “เรียกกูมาทำไม” ผมถามเพื่อนที่ยืนนิ่งๆ อยู่

          “เรื่องมึง” มันพูดแค่นั่นแล้วเอาบุหรี่ที่คีบไว้เข้าปากอีกที “กูเป็นห่วงนะเว้ย ถ้ามันเป็นอย่างที่กูคิดจริงๆ” มันว่าแล้วมองหน้าผม

          “ก็กู…กูทำไปแล้ว…” ผมไม่ปฏิเสธ ก้มหน้ามองพื้นเพราะไม่กล้าสู้หน้ามัน

          เจมส์มันเคยเตือนผมเรื่องนี้อยู่ครั้งหนึ่ง ตอนนั้นผมก็กะจะเอาแบบเพื่อนว่า คืออะไรก็แล้วกันไป อย่าอะไรมากมาย แต่สุดท้ายผมก็ถลำลงไปลึกแล้ว

          “มึงชอบมัน?”

          “อือ…” ผมตอบในลำคอ

          “แล้วมันล่ะ?” เจมส์ถามต่อ

          “กูยังไม่รู้เลยว่ะ”

          “นี่เรียกเหี้ยแล้วนะ มันรู้ไหมว่ามึงชอบมัน” เจมส์หันมาถามผมเสียงหงุดหงิด

          “ก็ต้องรู้แหละ” จริงๆ พี่วีก็น่าจะมองออกไหม ขนาดเมื่อกี้หนึ่งมันมองแค่ไม่กี่นาทียังรู้แล้วผมที่มองพี่มันมันนานนขนาดนี้จะไม่รู้หน่อยเหรอ ถึงความสัมพันธ์ของเรามันไม่มีสถานะหรือเรื่องของเรามันยังไม่มีความชัดเจนแต่ความรู้สึกของผมมันชัดมากนะ

          “กูจะเรียกว่าเหี้ยจริงๆ แล้ว” เจมส์ว่าแล้วโยนบุหรี่ลงพื้นก่อนจะใช้ปลายรองเท้าขยี้ “เลิกไม่ได้?” มันมองหน้าผมก่อนจะถามออกมา

          “กูขอลอง” ผมบอกมันเบาๆ มันก็ถอนหายใจก่อนจะจ้องหน้าผม

          “อย่าให้เจ็บอีก” มันว่าแล้วเดินผ่านหน้าผมไป

          ผมเคยเจ็บเพราะเรื่องแบบนี้บ่อยมาก หนักสุดก็เป็นตอนมัธยมปลายก่อนจะเตรียมสอบเข้ามหา’ลัยหนึ่งปี ตอนนั้นผมอยู่ม.5 แฟนผมอยู่ปี1 เรารักกันมากและเขาก็เอาใจผมดีมาก ทุกอย่างมันดีแต่ผมรู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไป จนในที่สุดเราก็เลิกกันเพราะเขาบอกว่าเรียนหนักและผมเด็กกว่า ไม่นาน…ผมก็เจอเขาควงกับคนที่มหา’ลัย นั่นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ผมมาเรียนที่นี่

          ผมเลิกคิดเรื่องเก่าๆ แล้วหันมาให้ความสนใจกับบุหรี่ที่กำลังจะหมดมวน ผมโยนมันลงพื้นก่อนจะขยี้จนไฟมันดับแล้วมองมันนิ่งๆ อยู่อย่างนั้น สะดุ้งตัวอีกทีก็ตอนที่ไลน์เด้งขึ้น ผมเลยหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาอ่าน

          Vee Vivis : เพื่อนมึงบอกมึงอยู่กับผู้ชาย

          Masa Mark : ไปเชื่อมัน อยู่คนเดียวเนี่ย

          Vee Vivis : เข้ามาได้แล้ว

          Vee Vivis : กูเป็นห่วงเนี่ย

          ผมยิ้มกับข้อความล่าสุดที่พี่มันส่งมา ยิ้มเหมือนกับว่าเจ้าของข้อความมันจะเห็น ผมกดตอบพี่วีว่ากำลังจะเข้าไปแล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า มองบุหรี่ที่ถูกจุดด้วยตัวเองและดับด้วยตัวเองอีกครั้งแล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ ถ้ามันจะเป็นเหมือนเดิมอีกก็คงไม่เจ็บกว่าเดิมเท่าไหร่หรอก

          ผมตัดสินใจเลือกพี่วีตั้งนานแล้วนี่

          ผมเข้ามาข้างใน หลายคนยังนั่งอยู่ที่โต๊ะ มองไปรอบๆ แล้วไม่เห็นพี่แดนกับพวกพี่ลี่แต่ผมก็ไม่ได้ทักอะไร เข้าไปนั่งข้างพี่วีเหมือนเดิม พี่มันมองมาที่ผมดุๆ แล้วหันหน้าไปอีกทาง

          “กูว่ามันต้องมีอะไรแน่เลย” เสียงพี่กล้ากระซิบอยู่ไม่ไกล พี่เขามองมาที่ผมก่อนจะมองไปที่พี่วี

          “เก็บสมองไว้คิดเรื่องอื่นบ้างเถอะพวกมึง คิดแต่เรื่องชาวบ้าน” พี่วีว่าเพื่อนกลับไป เพื่อนพี่เขาก็แค่มองมาแล้วกระตุกยิ้มกวนๆ

          “ก็เรื่องชาวบ้านมันน่าคิดนี่พี่” เจมส์พูด

          “เออ…ออกไปเมื่อกี้มึงคุยอะไรกัน” พี่ปินหันไปถามเจมส์

          “ถ้ามันอยากให้มึงรู้มันจะชวนกันออกไปทำไมวะ” พี่ยูหันไปหาพี่ปินแล้วพูดเสียงดัง

          “เออ…จริงว่ะ” พี่เขาก็เลิกสนใจแล้วหันไปกินข้าวต่อ พี่วีมองมาที่ผมจนรู้สึกได้แต่ผมยังไม่หันไปมอง ผมมองเพื่อนตัวเองที่ตอนนี้กำลังเลื้อยอีกแล้ว

          “กลับเลยไหม? ไอ้แมวเมาแล้ว” เจมส์ถามผมแล้วชี้ไปที่วินด์

          “กลับก่อนเลย เดี๋ยวกูอยู่ต่ออีกหน่อย” ผมตอบมันกลับ

          “มาร์ค…” เสียงทุ้มของเพื่อนกดต่ำ ผมเลยเงยหน้าขึ้นแล้วเลิกคิ้วให้มัน “ดีๆ”

          “เออ…มึงก็ดุเหมือนมันเป็นเมีย เดี๋ยวกูไปส่งมันเอง” พิทบอกเจมส์

          “กูห่วงนะมาร์ค”

          “รู้แล้วครับ…รู้แล้ว…” ผมว่ายาวๆ แล้วยิ้มตาปิดให้เพื่อน กะจะอ้อนมันไปในตัวเหมือนทุกทีที่มันไม่พอใจแต่ผมลืมไปว่าที่นี่ไม่ได้อยู่กันแค่สองสามคน

          “มาร์ค…อย่ายิ้มแบบนั้นสิ พี่ใจสั่นจริงจังนะ” พี่เหนือเอามือจับที่หน้าอกตัวเองแล้วบอกผม

          “เออ…ทำหน้าแบบนั้นแล้วน่ารักอ่ะมาร์ค”

          “มาเป็นผัวพี่ไหม ตัดใจจากไอ้บาร์เถอะ” ผมยิ้มเขินๆ ให้คำพูดของพี่กล้า ไม่ตอบอะไรพี่เขา เพราะตอนนี้ผมเขินมาก ผมไม่ค่อยทำหน้าอย่างนี้ให้ใครเห็นนอกจากคนสนิท ขนาดพี่วียังไม่เคยได้เห็นเลยเพราะไม่มีโอกาส พูดถึงพี่วีแล้วผมก็เลยหันไปมองคนข้างๆ

          ตึก! เสียงแก้วเหล้ากระแทกกับโต๊ะแรงๆ จนเพื่อนพี่เขาที่แซวผมอยู่เงียบลง สายตาไม่พอใจมองผมอย่างปิดไม่มิด พี่มันลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเอื้อมมือไปเอาเสื้อคลุมของตัวเอง

          “กูจะกลับ” เสียงหล่อพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทุกคนเงยหน้ามองพี่มันไม่ต่างจากผม

          “รีบไปไหนวะ ถ้ามึงไปนี่อดเห็นความน่ารักของน้องมาร์คกูจะไม่สงสารนะคะ” พี่ยี่หวาบอกยิ้มๆ

          “กูสนที่ไหน อยากไปทำอะไรที่ไหนกับใครก็ไปสิ ไม่ใช่เรื่องของกู” พี่มันพูดแค่นั้นก่อนจะเดินออกไป ทุกคนมองตามงงๆ ผิดกับผมที่กำลังกัดริมฝีปากล่างของตัวเอง

          “ตามไปสิ” พี่ยี่หวากระซิบบอกผม แต่ผมก็ยังลังเล จะให้เดินตามออกไปดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ แล้วไอ้คำพูดที่ปฏิเสธมาตลอดว่าไม่มีอะไรพวกนั้นล่ะ

          “ผม…”

          “กลับกับกูไหมมาร์ค” เจมส์เรียกอีกครั้ง

          “ไปสิ” พี่ยี่หวาบอกแล้วดันไหล่ผม “มันงอนหนักนะพี่บอกเลย”

          “เออ…กลับ” ผมบอกเพื่อนหลังจากที่พี่ยี่หวากระซิบบอก

          ผมแยกเดินออกมาพร้อมกับเจมส์แต่ไม่ได้ขึ้นรถไปกับพวกมัน มองหาคนที่เดินออกมาก่อนหน้าก็หาไม่เจอ พี่เขาก็ออกมาก่อนไม่นานไหม? ทำไมเดินเร็วขนาดนั้น

          “อะไรของมึง…กูกับมันไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้นแหละ เป็นบ้านมึงสิ! เมื่อกี้มันยังเดินออกไปกับผู้ชายอยู่เลย” ผมหันไปตามเสียงทุ้มๆ ที่คุ้นหู แผ่นหลังกว้างที่ผมชอบมองมันอยู่ไม่ไกลสักเท่าไหร่ ข้างพี่มันรถจักรยานยนต์คนเก่งที่พี่มันชอบใช้ นิ้วเรียวข้างหนึ่งคีบบุหรี่ส่วนอีกข้างถือโทรศัพท์

          “มันสนอะไรกู กูนั่งอยู่ตรงนั้นแม่งยังอ่อยไปทั่ว” ผมขมวดคิ้วกับบทสนทนา คนที่พวกเขาพูดถึงนั่นคือผมหรือเปล่า ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองมากเกินไปช่วงนี้ที่พี่วียุ่งด้วยก็มีแค่ผม แต่ผมก็ไม่กล้าคิดหรอกว่าพี่มันจะหึงหรือหวงจริงจัง ถึงพี่มันจะเคยบอกแบบนั้นแต่ตอนนั้นมันเป็นช่วงที่พี่มันอ่อนแอไง

          “ก็ไม่ได้เป็น…กล้า! มึงฟังกูรู้เรื่องไหม ไอ้มาร์คมันเด็กไอ้เหนือไง พวกมึงชงอยู่อ่ะ”

          “ใครเด็กใครนะ” ผมถามเบาๆ เท่าที่เสียงแหบๆ ของผมจะเค้นออกไปได้ ผมดื่มไปเยอะพอดูแต่คงไม่เท่าพี่วี

          “…แค่นี้นะมึง” พี่มันหันมามองผมก่อนจะพูดกับคนสายแล้วกดวาง ตาคมมองมาที่ผมนิ่งๆ ถ้าเป็นคนอื่นผมคงเข้าไปง้อแล้วแต่นี่พี่วีเลยนะ ผู้ชายตัวควายๆ จะมางอนเพราะเรื่องไร้สาระแบบนี้เหรอ

          “ไหนบอกจะกลับ” ผมถามออกไปอีกครั้งเมื่อไม่ได้คำตอบจากครั้งที่แล้ว พี่มันเอาบุหรี่เข้าปากก่อนจะดูดแล้วปล่อยควันออกมา

          “แล้วไหนบอกจะอยู่” พี่มันไม่ตอบคำถามผมแต่กลับถามกลับ

          “ก็…”

          “อยู่ทำหน้าทำตาอ่อยชาวบ้านแบบนั้นต่อสิ ออกมาทำไม” ผมตวัดสายตาขึ้นมองคนที่กำลังประชดผมอยู่ ดวงตาพี่มันลอยนิดๆ เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์แต่ดีที่มันยังไม่แดง

          “พูดบ้าอะไรของพี่”

          “เหอะ!”

          “พี่วี…” ผมกดเสียงต่ำแล้วขยับเข้าไปหาพี่มัน “คุยกันดีๆ สิ”

          “อยากคุยดีๆ ก็ไปคุยกับไอ้เหนือไม่ก็ไอ้เจมส์นู่นไป” พี่มันว่าแล้วพยักเพยิดหน้าเข้าไปข้างใน

          “อย่าเด็กดิพี่”

          “เออ! กูมันเด็กไง แล้วมึงคิดว่ามึงโตนักเหรอ ไปยิ้มตาปิดอ้อนไอ้เจมส์แบบนั้นคิดว่าน่ารักงั้นสิ เหอะ! อยากเอามีดกรีดหน้าแม่ง” ผมเลิกคิ้วเมื่อพี่มันพูดออกมายาวๆ น้ำเสียงที่พี่มันใช้บ่งบอกให้รู้เลยว่าพี่มันไม่พอใจ

          “แล้วพี่จะมากรีดหน้าผมทำไม” ผมถาม

          “กูไม่ได้จะกรีดหน้ามึง กูจะกรีดหน้าพวกมัน” คนหล่อว่าแล้วเสยผมไปด้านหลัง

          “อะไรของพี่เนี่ย”

          “อะไรของมึงเหอะ กับกูเคยทำไหมแบบนั้น” พี่มันมองมาที่ผมนิ่งก่อนจะหันกลับไปเมื่อผมยิ้มขำๆ

          “นี่งอน?” ผมขยับเข้าไปใกล้พี่มันอีกก้าวก่อนจะเลิกคิ้วถาม

          “อย่างกูนี่เหรอจะงอนมึง” พี่วีตอบก่อนจะมองหน้าหนี

          “พี่วีครับ…” ผมเรียกแล้วสะกิดพี่มัน “พี่วี…” พี่มันหันมามองผมเลยค่อยๆ ยิ้มให้พี่มัน ยกยิ้มขึ้นจนสุดมุมปากนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ตาผมปิดไปเกือบทั้งหมด แต่มันก็แค่เกือบนั่นแหละเพราะผมยังมองเห็นหูแดงๆ ของพี่วีอยู่

          “เด็กเหี้ย…” พี่มันว่าแล้วผลักหัวผมเบาๆ อารมณ์บ๊องแบ๊วเมื่อกี้นี่กระเจิงเลย คนยิ่งบิวต์ยากๆ อยู่ เหล้าไม่เข้าปากแล้วก็ไม่จำเป็นจริงๆ ผมไม่ทำหรอก

          “หายโกรธยัง? หายเหอะ…นี่ปวดปากแล้ว”

          “นี่มึงง้อกูเหรอ?”

          “แล้วที่ลงทุนขนาดนี้คิดว่าผมชวนพี่ไปกินข้าวเหรอ?” ผมถามกลับกวนๆ

          “กวนตีน…กูไม่ได้งอนเหอะ” พี่มันว่าเบาๆ ผมเลยเลิกคิ้วขึ้นแล้วมองหน้าพี่มัน “กูแค่หวง” ประโยคหลังมันเบากว่าประโยคแต่ผมกลับได้ยินมันชัดเจน ชัดพอๆ กับจังหวะการเต้นของหัวใจที่หน้าอกซ้ายหรือไอ้ก้อนเนื้อสามร้อยกรัมที่ทศกัณฐ์มันเคยเรียก

          “พูดจริง?” ผมเงยหน้าขึ้นถามพี่วี

          “ถึงกูจะไม่ชัดเจน ถึงมึงจะยังไม่มั่นใจแต่กูก็หวงมึงได้ไม่ใช่เหรอวะ กูเคยบอกมึงแล้วไง แม่งก็ยังทำให้หวงอีก” พี่มันว่าส่วนผมนี่ได้แต่มองคนตรงหน้าอึ้งๆ “ถึงเราจะยังไม่ได้เป็นอะไรกันแต่มึงก็ของกูป่ะวะ เนี่ย…” พี่มันเว้นจังหวะการพูดไปแล้วเดินเข้ามาหาผม มือเรียวทาบทับแก้มผมส่วนนิ้วชี้ของอีกข้างลากไปตามกรอบหน้าของผมเบาๆ “ทั้งหมดนี่ของกูไม่ใช่เหรอ?” พี่มันขยับหน้าเข้ามาหาแล้วกระซิบใกล้ๆ ริมฝีปากผม

          “พี่แม่ง…ถอยเลย” ผมว่าแล้วดันตัวพี่มันออก แต่พี่มันกลับขยับออกไปเพียงเล็กน้อย มือข้างขวาที่เคยกุมแก้มผมตกลงมาหัวไหล่ พี่มันพาดไว้ก่อนจะดึงผมให้ไปยืนอยู่ข้างๆ มืออีกข้างที่เคยคีบบุหรี่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเราสองคน ผมได้แต่ทำหน้าโง่ๆ มองหน้าจอโทรศัพท์มืดๆ ที่พี่มันยกขึ้นมากดถ่าย ด้วยความมืดมันทำให้เห็นเพียงแค่รางๆ มองไม่ออกว่าคนในรูปนั่นคือใครและทำหน้าอย่างไร

          “อย่าไปทำหน้าแบบนั้นให้ใครเห็นอีกนะ ของกู…” พี่มันหันหน้าเข้ามาหาผม ปากสวยขยับชิดใบหู  ผมรู้สึกถึงแรงขบเบาๆ ที่ติ่งหู หน้าผมร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองหน้าพี่วี  “กูหวง” จังหวะที่พี่มันผละออกไปจมูกโด่งนั่นเฉียดกับแก้มผม คนหล่อเดินไปสามสี่ก้าวก่อนจะหันกลับมายกยิ้มแล้วโบกมือให้ พี่วีเดินออกไปแล้ว ปล่อยผมไว้ตรงนี้กับก้อนเนื้องี่เง่าที่เต้นไม่เป็นส่ำ

          มากกว่านี้ก็เคยแล้วป่ะวะ แค่นี้ทำไมผมต้องระทวย

          ผมกลับมานั่งที่ในห้องเงียบๆ ในหัวก็มีแต่คำว่าหวงของผู้ชายคนนั้น ผมจะบ้าตาย…หวงบ้าหวงบออะไรของมัน ไม่ชัดเจนแต่ขอหวงเนี่ยนะ อยากถีบจริงๆ แล้วไอ้ผมนี่ก็ดันไปใจเต้นกับเสียงทุ้มๆ นั่นอีก ถีบพี่มันเสร็จแล้วกลับมาถีบตัวเองต่อได้ไหม

          Rrrr~

          “ว่า?” ผมรับสายไอ้เจมส์หลังจากได้ยินเสียงเรียกเข้าไม่นาน ทั้งๆ ที่เพิ่งจากกันไม่นานมันจะโทรมาอีกทำไม

          [ถึงหอยัง?]

          “ถึงแล้ว มึงโทรมาถามแค่นี้เหรอ?” ผมถามกลับ

          [ก็เออ เห็นวิ่งตามผู้ชายกูก็นึกว่าจะไม่กลับ]

          “ปากนะมึง กูวิ่งตามที่ไหน” ผมด่ามันกลับ

          [ใครมาส่งมึง พี่มันเหรอ?]

          “ไอ้พิท”  ผมตอบมันกลับ

          [กูก็ว่า…เห็นมันเช็กอินร้านเหล้าต่อ] ผมขมวดคิ้วกับคำตอบของเพื่อน

          “นี่มึงส่อง?”

          [เออ ว่างๆ มึงก็หัดส่องบ้างไม่ใช่หัดแต่แรด]

          “อ้าวไอ้เวร ด่ากูเพื่อ?”

          [เออ…มึงไปด่ามันทำไม มันก็แรดของมันแต่ไหนแต่ไร แค่เมื่อก่อนมันแรดเพื่อล่า แต่ทุกวันนี้มันแรดเพื่อให้เขาล่า] ผมกลอกตามองบนกับเสียงเล็กๆ ของวินด์

          “พวกมึงเป็นเหี้ยอะไรกันเนี่ย” ผมถาม

          [พวกกูมันก็แค่เหี้ยไง เป็นผัวมึงไม่ได้ ถ้ากูรู้ว่ามึงเอาผัวได้นะ มึงเสร็จกูนานแล้วมาร์ค] ผมหลุดยิ้มขำกับน้ำเสียงงอนๆ ของวินด์

          “ใครจะเป็นผัวกูนะ?”

          [กูไง!]

          [ตีนกูสิเตี้ย ไปอาบน้ำ!] ผมหัวเราะในลำคอกับเสียงของเจมส์ ได้ยินเสียงบ่นงุ้งงิ้งของไอ้วินด์ดังมาตามสายเบาๆ ก่อนจะเงียบไป

          “มึงๆ ยังอยู่ป่ะเนี่ย” ผมเรียกไอ้เจมส์

          [เออ!]

          “หงุดหงิดทำไมวะ แค่ไอ้เตี้ยบอกว่าอยากได้กูเอง” ผมว่าขำๆ รู้แหละว่าเจมส์คิดยังไงกับวินด์ ผมกับมันไม่เคยปิดบังอะไรกันหรอก นอกจากครั้งนี้ที่เป็นเรื่องของผม แต่สุดท้ายมันก็จับได้

          [ได้ตีนกูสิ…ไปดูผัวมึงนู่น!] มันวางสายไปพร้อมกับเสียงหงุดหงิด แต่ผมกลับยิ้มขำๆ

          ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงฉุนนิดๆ ที่มีคนมาพูดทำนองว่าผมเป็นเมีย แต่คราวนี้ผมกลับไม่รู้สึกโกรธเพื่อน เพียงแต่ใจกระตุกนิดๆ มากกว่า จะให้คนที่เคยทำทั้งชีวิตยอมรับว่าถูกทำมันก็ยาก แต่พอเป็นพี่มันผมกลับรับได้

          ผมหยิบโทรศัพท์ที่เพิ่งวางไปกดเข้าแอปพลิเคชันยอดฮิตที่คนส่วนมากเขาใช้กัน ก็ดูตามที่เพื่อนบอกไปอย่างนั้นแหละครับไม่ได้ตั้งใจจะส่องใครเลย ผมคิดว่าผมจะไม่ส่องนะแต่การที่เห็นพี่มันเช็กอินต่อนั่นทำให้ผมกดเข้าไปดู เลื่อนนิ้วลงเพื่ออ่านโพสต์ถัดไปแล้วต้องตัวชาวาบ

          pVnn

          45 mins

          ก็หวงไง ถึงมันจะยังไม่ชัดเท่าไหร่ก็เถอะ

          986 likes 42 comments

          Yiwaa***:***คนปากแข็ง

          นกพิราบ ตัวใหญ่ๆ***:**ยังไงเนี่ยพวกมึง…*ยังไง

          pVnn***:***เป็นเพื่อนกันครับ

          แดนนี่อะไร นี่แดน***:***ส้นรองเท้ายี่หวาไหม? เลิกกับเมียเก่าก็บอกแค่ห่างกันกับยี่หวานี่ก็บอกแค่เพื่อน

          Yiwaa***:***แหกตาดูค่ะ คนในรูปนั่นไม่ใช่กู

          Pandora***:*ใคร!

          ตุ๊ดซี่ลี่นี่เรียนเครื่องกล***:***กูคิดว่าผู้ชาย จากการดูส่วนสูงและรูปร่างค่ะ

          Pond pawee***:***อาจจะเป็นไอ้ตี๋ตีตี้ไม่ตีแต่เหล็ก

          ตีตี้ไม่ตีแต่เหล็ก***:***กูเอง

          U unun***:*ผิดผี!

          ตุ๊ดซี่ลี่นี่เรียนเครื่องกล***:***ถูกชะนีทิ้งแล้วไม่สนใจชะนีแล้ว ถูกไหม?

          Me ra***:***ใครคะ?

          V fan***:***ใครคะพี่วี งื้อออ

          pVnn***:***น้องครับ

          Tonkla***:***เซเลบไปอีกเพื่อนกู

          ผมเลื่อนดูคอมเมนต์ไปเรื่อยๆ อ่านความคิดเห็นที่วิพากย์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา มันมีทั้งดีและไม่ดี ส่วนใหญ่ก็คิดว่าพี่วีชอบผู้ชายไปแล้ว แต่พี่มันก็ออกมาบอกว่าเป็นพี่น้อง ผมไม่อะไรกับการเปิดตัวหรือการบอกให้ใครๆ เขารับรู้ ใครถามผมก็ตอบได้ว่าชอบผู้ชาย ผมไม่มีปัญหาเรื่องนั้นเพราะผมไม่ได้สนใจผู้หญิงจริงๆ แต่สำหรับพี่วีผมก็เข้าใจเขานะ เขาไม่เคยคบผู้ชายมาก่อน มันเป็นเรื่องยากที่จะบอกคนอื่น เพราะพี่มันก็มีแฟนเป็นผู้หญิงด้วย จะมาเปลี่ยนแบบนี้ใครๆ เขาก็ต้องสนใจเป็นธรรมดา

          ผมอยากโทรไปด่าพี่มันที่ทำอะไรไม่คิด รู้ว่าตัวเองเป็นอดีตเดือนมหา’ลัยก็ยังไปทำอะไรให้เป็นที่สนใจอีก ถึงทุกวันนี้จะมีเดือนคนใหม่ที่หล่อลากอย่างเฟียสหรือรองเดือนที่โคตรหล่อย่างกัณฐ์แต่ก็ใช่ว่าคนจะเลิกสนใจพี่มันนี่ครับ

          ถ้าจะถามความรู้สึกตอนนี้ตอบได้เลยว่าผมดีใจ นั่นรูปคู่รูปแรกของเราเลยนะ ถึงจะไม่เห็นหน้าใครแต่ผมก็รู้ดีว่านั่นน่ะผมกับพี่วี แต่ถ้าจะให้คิดลึกลงไปอีกสักนิดผมก็เป็นห่วงพี่มัน

          Rrrr~

          ผมหันไปมองโทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้ๆ หน้าจอโชว์ชื่อของคนที่อยู่ในหัวผมตอนนี้ มุมปากมันขยับขึ้นยิ้มเองอย่างเป็นอัตโนมัติเมื่อสายที่ถูกตัดไปโทรเข้ามาใหม่

          “อะไร…” เอาตรงๆ ถ้าให้ยอมรับจริงๆ ผมยังคิดถึงเรื่องที่อยู่มุมมืดของร้านเหล้าอยู่เลย

          [วีดีโอได้ป่ะ] เสียงทุ้มที่ติดจะยานหน่อยถาม

          “อะไรของพี่เนี่ย”

          [เร็วดิ] อ้าว…แล้วถามเหมือนขออนุญาตเพื่อ? ผมกดเปิดกล้องแล้วมองหาคนที่ขอให้เปิด พี่วีมันอยู่ไหนไม่รู้เห็นแค่จอมืดๆ ดำๆ

          “พี่วี…” ผมลองเรียกอีกคน หน้าหล่อของพี่มันค่อยปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

          [อือ] หลังจากเสียงตอบรับลำคอผมก็เห็นหน้าหล่อๆ ของพี่มันโผล่มา ตาคมนั่นแดงนิดหน่อยบ่งบอกให้รู้ว่าพี่มันดื่มเข้ามากแค่ไหน

          “ทำไมไม่นอน โทรมาทำไม”

          [โทรไม่ได้?]

          “ก็พี่เมาแล้ว” ผมบอกพี่มัน ขยับตัวขึ้นไปบนเตียงแล้วแนบหัวลงกับหมอน ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เลยเวลานอนมาก็ตั้งนาน

          [ก็กู…] ผมเลิกคิ้วมองอีกคนที่อ้าปากจะพูดแต่ก็ไม่พูด

          “อะไร?”

          [วี! มึงอัพรูปคู่ใคร] ผมมองพี่วีที่เบนหน้าออกจากกล้อง เสียงคนมาใหม่นั่นผมรู้จักดี พี่ยู

          [เรื่องของกูไหม] พี่มันตอบกลับไป

          [แล้วนั่นมึงคุยกับใคร?] ผมขมวดคิ้วเมื่อหน้าจอมันสั่น จากนั้นไม่นานหน้าพี่ยูก็ปรากฏขึ้นแทนความไม่ชัดเจนนั่น

          [มึงเป็นพ่อกูเหรอยู] พี่วีเดินมาแย่งโทรศัพท์คืน หน้าจอที่ผมเห็นคือผนังห้องของพี่วี

          [กูพี่มึง แล้วเนี่ย…] ปลายนิ้วพี่ยูชี้มาที่โทรศัพท์ [ไม่รักไม่ชอบก็อย่าคุย เขาเรียกว่าให้ความหวัง] หลังจากนั้นเสียงของพวกเขาก็เงียบไปแทนที่ด้วยเสียงเดินของพี่ยู พี่วีเงียบไปก่อนที่เสียงยวบยาบของเตียงจะดังขึ้น

          [ยังอยู่ไหม?] เสียงทุ้มดังขึ้นหลังจากที่เงียบไปสักพัก

          “อยู่”

          [คิดมากเลยกู] พี่มันบ่นแล้วยกโทรศัพท์ขึ้น เราสองคนมองหน้ากันก่อนที่ผมจะยิ้มออกมา

          “พี่ก็ชอบให้ความหวังจริงๆ แหละ”

          [อ้าว…แล้วจะด่ากูแบบมันไหม?]

          “ไม่อ่ะ แบบนี้ผมก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร” ผมตอบกลับพี่มัน

          [เหรอ? แค่ไม่รู้สึกแย่เหรอ ทำไมกูรู้สึกดีล่ะวะ] พี่วีพูดแล้วมองสบตาผมผ่านกล้อง ไม่รู้ว่าเพราะน้ำเมาหรือเพราะอะไรทำให้ดวงตาที่มองมานั้นแพรวพราวเหลือเกิน ผมที่ผ่านมาเยอะยังสั่นกับสายตาแบบนั้นเลย

          “หึ! ชอบจริงนะให้ความหวังเนี่ย” ผมว่าพี่มัน

          [แล้วมึงไม่ชอบ?] พี่วีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยถามผม คนตัวสูงขยับไปมาก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วดึงผ้าขึ้นมาห่ม

          “ชอบ…” ผมตอบเบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มกลับคืนไปให้เล็กน้อย ตาสวยนั่นมองมาที่ผมก่อนที่ปากได้รูปจะขยับยิ้ม

          [ชอบที่กูให้ความหวัง?] คิ้วเรียวเลิกขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มสวยๆ ที่วาดบนใบหน้าหล่อ ผมมองหน้าพี่มันอยู่สักพักก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วค่อยพูดคำง่ายๆ กับอีกคนที่กำลังมองมาที่ผมเหมือนกัน

          “ชอบพี่…”

#กลรักวีมาร์ค

อยู่ระหว่างการทำเล่มและตรวจคำผิด แป้งจึงจะทยอยลงตอนที่ตรวจคำผิดแล้วเรื่อยๆ นะคะ

สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่

เพจเฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

Line ID : @hzn1709t

ความคิดเห็น