< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

เรื่องสั้น หนูอ่อยแล้วนะ ครูขา

โยนิกา
0.0
<
>
หนูอ่อยแล้วนะ ครูขา : บทนำ

บทนำ

เสียงดนตรีจากห้องซ้อมดังขึ้นพร้อมๆ กัน หนึ่งในนั้นเป็นเสียงจากเครื่องดนตรีของนักเรียนสาววัยสิบแปดปีที่เพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้มาดๆ ทำให้เธอมีเวลาว่างพอจะขอมารดาเรียนดนตรีเพิ่มอีกหนึ่งชนิดเพื่อใช้เป็นความสามารถติดตัว 

‘หนูดี’ เรียนดนตรีตั้งแต่เด็ก ทั้งเปียโน และไวโอลิน แต่มีเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่เธออยากเรียนมาโดยตลอดแต่ไม่เคยได้ลองสักที นั่นก็คือกีต้าร์ ที่บ้านมีอูคูเลเล่อยู่หนึ่งตัวเธอเล่นจนชำนาญ แต่ก็เทียบกับกีต้าร์ไม่ได้เลย 

เมื่อผลสอบออกมา ประกาศว่าเธอสอบเข้าคณะดนตรีของมหาวิทยาลัยชื่อดังได้ จึงขอคุณแม่ลงเรียนคลาสกีต้าร์เพิ่ม เพื่อที่จะได้มีความสามารถอื่นติดตัวไปด้วย คุณแม่เห็นดีเห็นงามด้วย ทั้งยังเลือกสถาบันสอนดนตรีชื่อดังให้เธอ แถมยังได้เรียนกับครูที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ อย่าง ‘ครูโสภณ’ ด้วย

ครูโสภณ เป็นอาจารย์ใหญ่ประจำเรียนสอนดนตรี    ‘มิวสิก’โฮม อดีตนักกีต้าร์รุ่นใหญ่จากวงร็อกชื่อดังระดับตำนานของเมืองไทยที่ผันตัวมาเป็นครูสอนดนตรี หลังปิดตำนานอาชีพนักดนตรี ที่ทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ทำเพลงให้ศิลปินชื่อดังมากมาย เขากลับมาพักผ่อนสอนดนตรีให้เด็กๆ ที่มีใจรักในเสียงเพลงแทนการทำงานอย่างหนักหน่วงในวงการบันเทิง

เขาสอนดนตรีมานานกว่าสิบปีแล้ว หลังๆ ไม่ค่อยได้สอนเองเท่าไหร่ เพราะมีลูกศิษย์เข้ามาสอนแทน เขาปั้นนักดนตรีดังๆ ไว้เพียบ เพียงโรงเรียนประกาศว่ามีครูสอนท่านใดมาดนตรีบ้าง คลาสนั้นๆ นักเรียนก็จองเต็มเกือบทุกคลาสเลย

ตัวเขาเองพอไม่ได้สอนนักเรียนนานๆ กลัวว่าฝีมือจะเข้าฝัก จึงเปิดคอร์สกีต้าร์แบบตัวต่อตัวไว้หนึ่งคอร์ส เอาไว้ซ้อมมือ ไม่คิดว่าจะมีนักเรียนยอมจ่ายค่าเล่าเรียนแพงหูฉี่ลงเรียนกับเขา 

แถมเด็กคนนั้นยังเป็นเด็กสาววัยสิบแปด รูปร่างอวบอิ่ม หน้าตาน่ารัก ดูเรียบร้อย แต่ก็มีเสน่ห์ทางเพศดสูงไม่น้อยอยู่ใกล้ทีไรใจสั่นทุกที โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจอวบอิ่ม ที่ดันตัวออกมา ยามใส่เสื้อตัวเล็กรัดรูป หรือใส่เสื้อสายเดี่ยวมาโรงเรียน หน้าอกล้นดันเสื้อนูนออกมา ทำเอาชายแกกระชุ่มกระชวยหัวใจ

แม่หนูคนนี้เล่นดนตรีได้หลายชนิด หลงรักในดนตรี มีพื้นฐานกีต้าร์มานิดหน่อยแต่ไม่มากนัก จึงต้องปูทักษะเธอใหม่ตั้งแต่ต้น นั่นก็คือการจับคอร์ดพื้นฐาน 

“แบบนี้หรือเปล่าคะ คุณครู"

"ใช่จับแบบนั้นแหละ กดนิ้วแน่นๆ ลองดีดดูด”

เตร้ง บอด

“กดแรงตรงนี้อีก” ทั้งสองอยู่ไม่ห่างกัน เด็กสาวนั่งก้มหน้าก้มตาดีดกีต้าร์ตัวใหญ่ ชายสูงวัยรูปร่างกำยำยืนอยู่ใกล้ๆ เขาก้มหน้าลงมองด้านล่าง ผ่านร่องอกเข้าไปสำรวจเต้านมอวบอิ่มในเสื้อตัวเล็ก กำลังตั้งเต้าเลย 

ตรึง เสียงไพเราะแบบที่ควรจะเป็นดังขึ้น 

"อื้อดี จำเอาไว้ คอร์ดนี้กดแบบนี้ ลงน้ำหนักนิ้วแบบนี้”

“ค่ะคุณครู" สาวน้อยเงยหน้าขึ้นสบตาเข้มด้วยความปราบปลื้ม รอยยิ้มหวานทำเอาชายแก่วาบหวามไปทั้งตัว มือไม้สั่น อยากเข้าไปกระกองกอดเด็กน้อยมาไว้ในอ้อมกอดแล้วฟัดให้สาแก่ใจ 

สำหรับหนูดีแล้ว ครูโสภณใจดีที่สุด แถมยังสุภาพแล้วก็น่ารัก แม้อายุจะมากกว่าพ่อเธอ แต่รูปร่างดูบึกบึน แข็งแรงใบหน้าคมเข้ม หล่อเหลา อยู่ใกล้แล้วใจเต้นตึกตัก มือไม้สั่นไปหมด 

เขาค่อยๆ สอนจนเธอพอจะจำคอร์ดพื้นฐานได้เกือบหมดภายในวันเดียว เมื่อเห็นว่าเด็กสาวนิ้วแดงไปหมด เขาจึงสั่งให้หยุด แล้วเดินไปหยิบพลาสเตอร์ยามาให้ 

“วันนี้พอก่อนแค่นี้ก่อน” เขาบอกพร้อมย่อตัวลงนั่งกับพื้นในท่าชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งเหมือนเจ้าชายกำลังขอเจ้าหญิงแต่งงานก็ไม่ปาน คนอะไรไม่รู้หล่ออย่างกับพระเอกหนัง กาลเวลาพรากใบหน้าเขาไปไม่ได้จริงๆ อกผายไหล่ผึ่ง

มือหนายื่นมาจับมือเธอไปวางไว้บนตักของตัวเอง   จากนั้นฉีกถุงพลาสเตอร์ยาออก แปะให้เธอทีละนิ้วอย่างอ่อนโยน

“ซี้ด” หนูดีสะดุ้งเมื่อเขาสัมผัสถูกนิ้วที่บวมฉึ่ง 

“เจ็บเหรอ” ฟู่ๆๆๆ ลมร้อนจากปากหนาเป่าลงมาบนมือเล็ก ทำเอาเด็กสาวหน้าแดง 

“เปล่าค่ะ คะ คะ แค่เสียว” หนูดีเงยหน้าลอบมองชายตรงหน้า เธอพยายามซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ ยามนิ้วหนาสัมผัสถูกมือเล็กของเธอ ร่างกายเธอร้อนระอุไปหมด ภายในช่องท้องเบาหวิว ความเป็นสาวตอดขมิบถี่ยิบ หัวใจเต้นแรงไปหมด

“เสร็จแล้ว” ครูโสภณเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้เธออย่างใจดี 

“ขอบคุณค่ะ” หนูดียกมือขึ้นไหว้เขา 

“ไหว้พระเถอะ” เขาวางมือบนศรีษะเธอแล้วลูบไปมาเบาๆ ความต้องการของทั้งคู่คุกกรุ่นเป็นอย่างมาก ชายแก่พยายามสะกดอารมณ์ตัวเอง เด็กสาวเองก็อดกลั้นไม่ให้จู่โจมเข้าไปกอดครูเขา คนอะไรไม่รู้ อยากถวายตัวให้จริงๆ

“กลับบ้านไป พักผ่อนเยอะๆ ไม่ต้องหักโหมฝึกมากนะคะ เดี๋ยวนิ้วจะเป็นแผล” เสียงทุ้มสำทับ 

“ค่ะ” เสียดายจริงๆ ที่เจอกันอาทิตย์ละครั้ง ไม่อย่างนั้น เธอคงจะถวายตัวให้เขาเป็นแน่ 

หนูดีเก็บกีต้าร์ใส่กระเป๋า ครูโสภณช่วยไม่ห่างเขา    แบกกีต้าร์ขึ้นหลังเดินนำออกจากห้องซ้อม ผ่านห้องดนตรีอื่นๆ ไปตามทาง เธอสาวเท้าเดินช้าๆ พร้อมเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ม สลับก้มหน้าหงุดเขินอาย จนพ้นห้องซ้อม ลงมาชั้นล่าง ก่อนจะถึงห้องโถงห้องรับรองที่ผู้ปกครองนั่งอยู่ ชายแก่ปลดกีต้าร์ลงจากหลังยื่นกีต้าร์ให้ลูกศิษย์คนสวย

“กีต้าร์ครับ กลับบ้านดีๆ นะ” คราวนี้เขาไม่ได้ลูบหัวเธอแล้ว แต่เปลี่ยนมาจับแก้มแทน หนูดีตัวร้อนเห่อยิ่งกว่าเดิม แก้มขาวแดงระเรื่อ หูทั้งสองข้างก็แดงไม่ต่างกันเพราะเขินหนักมาก เธอพยักหน้าหงึกๆ หลายทีอย่างรับรู้ 

สายตาแพรวพราวยิ้มชอบใจกับปฏิกิริยาของสาวน้อย 

เขายังลูบแก้มเธอไปมา สุดท้ายก็ต้องปล่อยมือออกเพราะถึงเวลาเลิกเรียนแล้ว นักเรียนคนอื่นๆ กำลังทยอยออกจากห้องซ้อม  

“ลาแล้วค่ะ สวัสดีค่ะ” หนูดีก้มตัวลงโค้งลาเขารอบสุกท้าย จากนั้นหมุนตัวเปิดประตูออกไปหามารดาที่นั่งรออยู่ด้านนอก เธอหันหลังกลับลอบมองที่ประตู ยังคงเห็นเขายื่นอยู่และส่งยิ้มกลับมา 

งื้อ น่ารักจัง