facebook-icon

กาสะลอง นักเขียนนิยายอีโรติก

ตอนที่ 20 บางอย่าง... ที่ยังไม่เห็นตัว รู้แต่ว่าน่ากลัวสุดๆ

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 บางอย่าง... ที่ยังไม่เห็นตัว รู้แต่ว่าน่ากลัวสุดๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 เม.ย. 2560 17:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 บางอย่าง... ที่ยังไม่เห็นตัว รู้แต่ว่าน่ากลัวสุดๆ
แบบอักษร

เปลวนึกไปถึงคำว่า ‘ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ’ และเริ่มเห็นจริงตามนั้น เพราะแววตาวาวประกายที่หญิงสาวส่งมาให้เป็นระยะๆนั้น ทำให้ตนรู้สึกดี และอบอุ่นใจขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ เหมือนหน้าต่างสองบาน…ได้เปิดขึ้นพร้อมกัน

“หนาวค่ะ” พริมตอบเบาๆ สายตาหวานจับจ้องมองร่างสูงใหญ่ของเปลวที่กำลังลุกขึ้นยืน พิงปืนลูกซองเอาไว้กับขอนไม้ ค่อยๆถอดเสื้อเดินป่าสีเขียวขี้ม้าของตนออกช้าๆ ก้าวเข้าไปใกล้ร่างของหล่อน คลี่คลุมลงบนลาดไหล่เบาๆ

พริมค้อมไหล่รับ หันไปทางด้านหลัง แหงนหน้าขึ้นมองการกระทำของเขา ส่งสายตาขอบคุณกับเสื้อของเปลวที่ห่มลงบนไหล่…แปลกที่รู้สึกอุ่นไปถึงหัวใจ

 “ขอบคุณค่ะ”

หล่อนเผลอจ้องมองร่างกายบึกบึน เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเปลว ร่างกายกำยำที่เหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาวบางๆ อำพรางเอาไว้ ที่ตรงกลางระหว่างแผงอกกำยำ แลเห็นเส้นขนดกดำ เลื้อยลามขึ้นมาเกือบถึงคอและคาง ยอมรับว่าเขาเป็นผู้ชายที่เซ็กซี่มากมาย ในสายตาของเธอ

“มันอาจจะเหม็นหน่อยนะครับ…นอกจากจะอับเหงื่อมาทั้งวัน คืนนี้เจ้าของเสื้อก็ไม่ได้อาบน้ำเสียด้วย” เปลวกล่าวยิ้มๆ พริมทำจมูกฟุดฟิด ทำราวกับว่าได้กลิ่น เหมือนแกล้งเขา จนเปลวรู้สึกไม่มั่นใจ

“ไม่เหม็นค่ะ…หอมซะอีก” หล่อนรีบบอก

เปลวรู้สึกมั่นใจขึ้นเยอะ ที่จะนั่งใกล้เธอต่อไป

พริมและเปลวคุยกันเพลิน ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างอ้อยอิ่ง

ครู่ใหญ่ๆหลังจากการลาดตระเวนผืนป่ารายรอบที่อยู่ในรัศมีของเต็นท์ที่พัก ทุกคนก็กลับมายังจุดเดิมในเวลาไล่เลี่ยกัน ยกเว้นพรานขะยี

“ลุงพรานหายไปไหน?” เปลวสงสัย                 “แกอาจจะไปไกลกว่าพวกเรา...สักเดี๋ยวก็คงจะกลับมาเอง” ทรงกลดกล่าวอย่างคนที่มองโลกในแง่ดี เพราะไม่คิดว่าพรานเฒ่าผู้มากประสบการณ์คนนี้จะหลงป่า                 “รอสักพัก...ถ้ายังไม่กลับมา เห็นทีว่าเราคงต้องออกตามหา” เปลวแสดงความเห็นด้วยความเป็นห่วง เพราะพรานขะยีคือหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของการเดินป่าในครั้งนี้                 ท่ามกลางผืนป่ารกครึ้มที่เงยหน้ามองแทบไม่เห็นผืนฟ้า แต่ก็ยังมีบางส่วนของผืนป่าที่ยังเว้นช่องห่างระหว่างกิ่งก้าน พอให้แสงจันทร์ลอดผ่านพุ่มใบรกครึ้มของมันลงมา แลเห็นควันจากกองฝืนที่ก่อไฟผิง ลอยขึ้นเป็นสาย  

ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนทนาถึงการหายตัวไปของพรานชราด้วยสีหน้าเป็นกังวลอยู่นั้น อยู่ๆ…ก็มีเสียงดังคล้ายฝีเท้า แว่วมาแต่ไกลๆ ค่อยๆดังเข้ามาใกล้ พร้อมกับแสงไฟวูบวาบคล้ายไฟฉาย ได้ยินเสียงของใบไม้แห้งกรอบที่ถูกเท้าเหยียบ ดังใกล้เข้ามาทุกขณะ

หากไม่คิดในทางร้าย…คงใช่พรานขะยี

สัญชาติญาณระวังภัยทำให้ทรงกลดขยับปืน สายตาคมกริบเพ่งไปยังทิศทางของเสียงที่ดังชัด พร้อมกับเสียง ขึ้นลำกล้อง ส่งกระสุนเข้ารังเพลิงเตรียมพร้อมสำหรับการจุดระเบิด เปิดฉากต้อนรับผู้บุกรุกที่อาจเป็นสัตว์ร้าย

ดวงตาคมกริบของเปลวเล็งเขม็งไปที่พุ่มไม้เบื้องหน้า ตรงที่แสงไฟสาดลอดป่ารกออกมาเป็นระยะๆ พานท้ายของปืนลูกซองประทับเอาไว้บนบ่ากว้าง สองเท้าหยัดพื้นเอาไว้มั่น เตรียมพร้อมลั่นไกในเสี้ยววินาที             

“ผมเองครับนาย…!!!”

เสียงของผู้มาเยือนดังขึ้น

เปลวลดปลายกระบอกปืน จำน้ำเสียงนั้นได้ โล่งใจที่เป็นพรานขะยี                 “ลุงหายไปไหนมา” ทรงกลดลดปลายปืนลูกซองลงช้าๆ  

“ผมเจอรอยเท้าที่ริมลำธาร…เลยแกะรอยตามไป”  พรานเฒ่าตอบ หลังจากออกไปสำรวจที่ลำธาร ใกล้ๆกับที่เปลวพาพริมไปอาบน้ำเมื่อตอนใกล้ค่ำ                 “อาจเป็นร่องรอยเดียวกันกับที่เราพบเมื่อกลางวัน” เปลวสันนิษฐาน เข้าใจว่าคงเป็นร่องรอยจากพื้นรองเท้าของทหารที่เพิ่งเจอเมื่อกลางวัน                 “ไม่ใช่ครับนายเปลว...เป็นคนละรอยกับที่เราพบเมื่อกลางวัน ที่ผมเห็นนั้นเป็นรอยเท้าผู้หญิง”

“รอยเท้าผู้หญิง!” หัวคิ้วเข้มของเปลว ที่แลเห็นเส้นขนคิ้วเรียงแนวแน่น ขมวดน้อยๆด้วยความสงสัย

“เป็นรอยเท้าเปลือย ย่ำอยู่ริมลำธาร มีหลายขนาด แต่ใกล้เคียงกัน คล้ายกับพากันมาอาบน้ำ” พรานขะยีเล่า                 “แน่ใจนะว่าไม่ใช่รอยเท้าของคุณพริม” เปลวถามเพื่อความแน่ใจ กลางป่าดงดิบที่อยู่ลึกและเปลี่ยวแห่งนี้ ไม่น่าจะมีผู้หญิงที่ไหนมาเดินเล่นหรือพากันมาอาบน้ำเพื่อความสนุกสนานอย่างที่พรานขะยีว่า

“ไม่ใช่ครับ...รอยเท้าของคุณพริมกับรอยเท้าของคุณเปลวอยู่ห่างออกมา เป็นคนละจุดกัน” พรานขะยียืนยันหนักแน่น  

                ทรงกลดจ้องมองหน้าเปลวด้วยแววตาและสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างติดตลก แม้เรื่องที่พรานขะยีเพิ่งเล่า ไม่ตลกเลยสักนิด

“สนุกละงานนี้!...มีทั้งรอยเท้าทหาร มีทั้งรอยเท้าผู้หญิง…ไอ้รอยเท้าผู้หญิงคงไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่ที่น่าหนักใจก็คือ

รอยเท้าทหาร”

 “เกรงว่าอาจจะไม่ใช่อย่างที่นายทรงกลดสันนิษฐาน” พรานเฒ่าขมวดคิ้ว ค้านความเห็นของทรงกลด

“ยังมีอะไรที่ลึกลับซับซ้อนไปกว่านั้นอีกหรือลุงพราน?” ทรงกลดนึกสงสัยขึ้นมาฉับพลัน

“กลางป่าผืนนี้…ผู้หญิงอาจจะมีพิษสงมากกว่าทหารหรือผู้ชายอย่างเราๆก็ได้”

พรานชรากล่าวให้คิด

“หากให้เลือกเผชิญหน้ากับสองสิ่ง…ระหว่างผู้หญิงกับทหาร ยังไงผมก็เลือกที่จะเผชิญหน้ากับผู้หญิงอยู่ดี”

ทรงกลดว่า

“ยังมีอีกสิ่งที่ผมเพิ่งเจอมา…!!!” กล่าวจบก็ลูบเคราแพะของตนไปมาด้วยความเคยชิน

“นอกจากรอยเท้าทหาร รอยเท้าผู้หญิง แล้วยังมีอย่างอื่นอีกหรือลุงพราน?” เปลวสงสัย  

                “ใช่ครับ…เพราะผมเพิ่งพบรอยเท้าสัตว์ขนาดใหญ่ที่มุ่งมาตามทิศทางเดียวกับเรา...เหมือนรอยเท้าเสือ แต่มันใหญ่กว่ามาก”                 “ใหญ่กว่า?” เปลวรำพึงขึ้นมาลอยๆ

กะจากับอะย่วยหันหน้ามามองตากัน ทำตาเลิ่กลั่ก                 “แม้จะไม่เห็นตัว แต่ผมเชื่อว่าเป็นรอยเท้าเสืออย่างแน่นอนครับ มันซ่อนกรงเล็บเอาไว้มิดชิดตามสัญชาติญาณการเดินของมัน อุ้งเท้าและปลายนิ้วเท้าของมันปรากฏชัด เพราะที่ตรงนั้นเป็นดินอ่อน ร่องรอยจากอุ้งเท้าใหญ่จึงยวบยุบลงไปชัดเจน จากรอยเท้าที่ปรากฏให้เห็น ทำให้พอจะประมาณได้ถึงน้ำหนักตัวและขนาดอันน่าขนลุกขนพองของมัน อุ้งเท้ามันใหญ่โตเหลือเกิน ใหญ่โตกว่ารอยเท้าเสือทุกตัวที่ผมเคยเจอมาในชีวิต” พรานขะยีกล่าวถึงสิ่งที่เห็น 

(ประกาศ :  "ใจแตก"  อีบุ๊คมาแล้วนะคร้าบ)

​​

(ฝากอีบุ๊คด้วยนะครับ) 

#

#

#

#

# 

(ฝากอีบุ๊คเรื่องล่าสุดด้วยนะครับ)

#

#


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว