facebook-icon

กาสะลอง นักเขียนนิยายอีโรติก

ตอนที่ 13 ดื้อนัก... เดี๋ยวจัดหนักให้หายดื้อดีม๊ะ...

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 ดื้อนัก... เดี๋ยวจัดหนักให้หายดื้อดีม๊ะ...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2560 14:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 ดื้อนัก... เดี๋ยวจัดหนักให้หายดื้อดีม๊ะ...
แบบอักษร

แม้พรานขะยีจะขมวดคิ้วน้อยๆ เมื่อรู้ว่าพริมจะร่วมเดินป่าไปกับคณะ แต่ด้วยความที่ไม่ใช่คนพูดมากของแก พรานเฒ่าก็ไม่ได้ซักถามอะไรมากไปกว่านั้น แม้จะนึกแปลกใจ สงสัยที่เปลวและทรงกลดยอมให้ผู้หญิงที่แลดูบอบบางคนนี้ร่วมขบวนไปด้วย

พรานขะยีมองว่าการที่มีหญิงสาวร่วมเดินป่า มีแต่จะทำให้ช้า ถ่วงเวลาพวกผู้ชายเปล่าๆ เพราะอย่างไรเสีย เรื่องน้ำอดน้ำทนที่ผู้หญิงไม่อาจเทียบผู้ชาย ก็เป็นอุปสรรคแรกที่พรานเฒ่ามองเห็น

‘ไม่กี่ก้าวก็คงต้องอุ้มต้องแบกกันไป’ เสียงพึมพำในใจของพรานชรา

แอบส่ายหน้าเบาๆกับหญิงสาวที่ดูอรชรอ้อนแอ้นเหลือเกิน หญิงสาวที่ในสายตาของพรานขะยีมองว่าสวยเหมือนนางฟ้า ไม่เหมาะเลยสักน้อยที่จะมาเดินป่าเดินดงร่วมไปกับคณะที่กำลังจะออกเดินทาง

“เรียกคุณพริมว่านายหญิง” เปลวกำชับกับพรานขะยีและลูกหาบ

พรานเฒ่าแอบอมยิ้ม เข้าใจเอาเองว่าพริมคงเป็นภรรยา หรือไม่ก็แฟนของนายเปลวนั่นเอง

“ครับนาย”

พรานผู้มากประสบการณ์กล่าว ก่อนจะทำจมูกฟุดฟิดเหมือนได้กลิ่นอะไรสักอย่าง เมื่อหญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ และส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับทุกคน

“ทีหลังเวลาเข้าป่า…กรุณาอย่าใส่น้ำหอมมา เพราะคุณอาจตกเป็นอาหารเช้าของเสือได้ง่ายๆ” เปลวกล่าวกับพริม

แม้น้ำเสียงนั้นจะเรียบๆ หากแววตาคมกริบของเขาก็ดุเอาการ

“ฉันลืมค่ะ”

พริมกล่าวเบาๆ นึกตำหนิตัวเองว่าเธอลืมไปได้อย่างไร ‘กลางป่าดงดิบแบบนั้น…ยังจะใส่น้ำหอมมาอีก’

“ไม่ว่าจะเสียงหรือกลิ่นที่แปลกแยกจากความคุ้นชินของราวป่า อาจทำให้คุณตกเป็นเป้าหมายของสัตว์นักล่า…ซึ่งไม่ใช่มีเพียงแค่สัตว์ร้าย” เปลวกล่าวให้คิด

กะจากับอะย่วยหันมามองตากันกับประโยคที่เปลวกล่าว

‘นักล่าซึ่งไม่ใช่มีเพียงแค่สัตว์ร้าย’

คิดในใจว่าทั้งเปลวและพรานเฒ่า มักจะชอบพูดแล้วทิ้งปริศนาเอาไว้ให้คิดอยู่เรื่อยๆ

“ขอเวลาเดี๋ยว…ฉันจะไปเช็ดมันออก”

หญิงสาวกล่าว ก่อนจะสะบัดสะโพกผาย หายไปหลังรถด้วยความไม่พอใจ

“จะเสียเวลาเปล่าๆ” เปลวว่า

“ฉันยอมเสียเวลา…ดีกว่าจะต้องเข้าป่าไปเป็นอาหารเช้าของเสือเหมือนอย่างที่คุณบอก”

หญิงสาวยื่นใบหน้าหวานออกมายอกย้อน ส่งสายตาค้อนให้เปลวที่เรื่องมากกับเธอ มองหาผ้าเช็ดหน้าและผ้าขนหนูในกระเป๋าสัมภาระใบมหึมาของเธอ ที่เตรียมมาเหมือนกับว่าจะย้ายบ้านเข้าไปอยู่ในป่า

ทรงกลดที่ยืนอยู่ใกล้ๆถึงกับหัวเราะในความดื้อดึงของพริม

นึกขำกับท่าทางวางมาดเข้มของเปลว

เพราะจากสิ่งที่เห็น ทรงกลดรู้ได้ในทันทีว่าพริมไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมให้ใครมาออกคำสั่งกับเธอง่ายๆ

“คุณควรจะเชื่อที่ผมแนะนำแต่โดยดี”

เปลวกล่าวลอยๆตามลม หากก็ตั้งใจให้ดังไปถึงหูของหญิงสาว

“อย่าลืมว่าฉันเป็นนายจ้าง” พริมย้อนให้เปลวได้คิด

“ก่อนเข้าป่า คุณคือนายจ้าง…แต่ภายหลังจากเข้าป่า ผมคือหัวหน้า…และคุณต้องเชื่อฟังในสิ่งที่ผมสั่ง เพราะมันหมายถึงความปลอดภัยของชีวิตคุณและพวกเราทุกคน” เปลวว่าให้เธอได้คิดถึงความจริงในข้อนี้

“เอาละครับทุกคน…เดินทางกันได้แล้ว”

ทรงกลดรีบห้ามศึก เมื่อเห็นว่ายังไม่ทันไร เปลวกับพริมก็เปิดฉากปะคะคารมกันเสียแล้ว

แต่ยังไม่ทันจะสั่งให้ทุกคนออกเดินทาง เปลวก็ต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง เมื่อเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางใหญ่ใบมหึมาที่ลูกหาบกำลังช่วยกันแบกหามอีกใบ

“นั่นกระเป๋าอะไร?” เปลวถาม

“ของคุณผู้หญิงครับ” กะจาตอบ

“เอ่อ!...ใบนั้นเป็นเสื้อผ้าค่ะ” หญิงสาวรีบชี้แจง

“เสื้อผ้า!.....”

เปลวส่ายหน้าช้าๆ กับปริมาณเสื้อผ้าที่หญิงสาวเตรีมเอามาราวกับว่าจะใส่ได้ทั้งปี

“แล้วอีกใบล่ะ?” เปลวขมวดคิ้วถาม

ชี้ไปทางกระเป๋าอีกใบ ที่ขนาดของมันใหญ่โตไม่แพ้กัน

“ใบนั้นเป็นอาหารประป๋อง…ของขบเคี้ยว ขนมนิดหน่อย เอ่อ!...สำหรับทุกคน” พริมตอบ

เปลวส่ายหน้าเบาๆอีกครั้ง

หากก็รู้สึกถึงเจตนาดี ที่หญิงสาวมีน้ำใจห่วงทุกคน

“เราไม่ควรเตรียมอาหารเกินความจำเป็น สำหรับเจ็ดวันที่เราประมาณการไว้” เปลวว่า

เดาเอาจากขนาดของกระเป๋าเดินทางที่เห็น คาดว่าปริมาณอาหารที่หญิงสาวเตรียมมา ออกจะมากมายเกินความจำเป็น และจะเป็นภาระในการแบกหาม ส่งผลให้การเดินทางล่าช้า

“แล้วถ้านานกว่าเจ็ดวันล่ะ…ฉันจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่อดตาย” หญิงสาวย้อนถาม

“ถ้าจำเป็นจริงๆ…ผลไม้ป่าก็พอหาได้ หรือไม่ก็จับปลาในลำธาร” เปลวกล่าว

เขาเลือกที่จะกินพืช และสัตว์เล็กๆอย่างปลา แม้เขาจะเกลียดการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ป่าที่สุด จึงเลือกเอาสัตว์เล็กหน่อย เช่น นก ไก่ป่า ทว่ามันจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ถ้าต้องทำเพื่อความอยู่รอดของทุกคน

“ฉันไม่ชอบหวังน้ำบ่อหน้า…และไม่อยากเบียดเบียนชีวิตสัตว์ป่า”

หญิงสาวแสดงความเห็น ทว่าเปลวรู้สึกได้ว่าเธอตั้งใจยอกย้อน

 “เอ่อ!...อย่าเถียงกันเลยนาย กระเป๋าใหญ่ก็จริง แต่ไม่หนักหรอกนาย” อะย่วยรีบตอบ เมื่อรู้ว่ามันเป็นของกิน

สีหน้านั้นเต็มใจแบกหามโดยไม่มีท่าทีอิดออดแม้แต่น้อย

“ตีนฟ้าเปิดแล้ว…รีบไปเถอะเปลว อะไรที่ไม่เกิดประโยชน์ อะไรที่เป็นภาระ…ค่อยสละระหว่างทาง” ทรงกลดเร่ง

ครู่เดียวจากนั้น ทั้งคณะก็พากันก้าวไปที่ชายป่า ข้ามเนินละเมาะที่ขวางหน้า บุกพงหญ้าเตี้ยๆและวัชพืชที่ขึ้นคลุมเส้นทางเดินเล็กๆเข้าไป

สังเกตเอาจากยอดหญ้าที่ขึ้นสูง ก้านใบลู่ลมแต่ไม่หักล้ม ก็รู้ได้ทันทีว่าป่าทิศนั้น ร้างการเหยียบย่ำจากฝ่าเท้าของมนุษย์มานาน

                เมื่อก้าวเข้าสู่ป่า สายตาที่เริ่มคุ้นชินกับแสงสว่างของอรุณแรก กลับต้องปรับสภาพเข้าสู่ความมืดครึ้มอีกครั้ง มันเหมือนกับการเดินย้อนกลับไปในมิติของกาลเวลา เหมือนการเดินย้อนกลับไปสู่เช้ามืดอีกครั้ง

                เพียงชั่วครู่ของการเดินทาง

                “อึ๊ย!...ยุงเยอะมาก”

หญิงสาวเผลอบ่นเบาๆออกมาอย่างลืมตัว

ทว่าในป่าที่เงียบเชียบแบบนั้น มีหรือที่เปลวซึ่งเดินนำหน้าเธออยู่เพียงไม่กี่ก้าวจะไม่ได้ยิน

                “ผมนึกว่าคุณได้เตรียมใจเอาไว้สำหรับสิ่งเหล่านี้แล้วซะอีก” เขาแกล้งสัพยอกเบาๆ

                “แล้วใครว่าไม่ได้เตรียมล่ะคะ” หญิงสาวที่กำลังก้าวตามหลัง ย้อนเบาๆ

เปลวไม่ได้หันมามอง ไม่ได้สงสัยในประโยคที่หญิงสาวกล่าว ยังคงดุ่มเดินนำหน้าไปช้าๆ กระทั่งถึงตอนที่ต้องหยุดกึก ‘กลิ่นอะไร?’ ทำจมูกฟุดฟิดขึ้นมากับกลิ่นที่แปลกแยกออกไปจากกลิ่นป่าที่จมูกของตนกำลังคุ้นชิน

                “มีใครได้กลิ่นเหมือนที่ผมกำลังได้กลิ่นอยู่ไหม?” เปลวหรี่ตา

ถามเบาๆด้วยสีหน้าเข้มขรึม น้ำเสียงจริงจัง ดวงตาระแวดระวัง ทั้งที่ไม่ได้หันไปมองคณะที่ก้าวตามหลังมาว่ากำลังแอบขำตามๆกัน

                “ฉันค่ะ” หญิงสาวตอบ

                สายตาคมกริบของเปลวชำเลืองมาที่หล่อนช้าๆ

                “กลิ่นไอ้นี่ค่ะ เอ่อ!...กย 15 ทากันยุง”  พริมชูขวด กย 15 ที่เพิ่งควักออกมาทาเมื่อครู่ ยื่นให้เขาดู

                เปลวดุเธอด้วยสายตา

หญิงสาวแกล้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แอบยักไหล่และนึกเขา จำต้องกดเสียงหัวเราะลงลำคอ เพราะกลัวโดนดุ ที่ทำให้เปลวหน้าแตก ทว่าคนที่กล้าหัวเราะลั่นออกมากลับกลายเป็นทรงกลด

นับเป็นเสียงหัวเราะแรกที่ดังแทรกขึ้นระหว่างการเดินทาง แม้รู้ว่าไม่ควรส่งเสียงดังเมื่อเดินป่า ทว่าเสียงหัวเราะนั้น…ก็ช่วยลดความตึงเครียดของบรรยากาศลงไปได้มาก

                “ดื้อด้าน! บอกอะไรไม่เคยฟัง”

เปลวส่ายหน้า บ่นเบาๆกับดวงตาดื้อดึงของหญิงสาว

                “ก็ยุงมันเยอะนี่”

เธอย้อน ทำหน้างอนง้ำ ลูบต้นแขนของตัวเองไปมา แต่ก็ยอมลดน้ำเสียง หลุบตาลงเล็กน้อยเหมือนคนรู้ผิด

ค่อยๆม้วนแขนเสื้อลงคลุมต้นแขนเรียวขาวเหมือนลืมไป อย่างน้อย ฝูงยุงที่เพิ่งได้เจอ ก็ทำให้หญิงสาวเริ่มตระหนักถึงความรัดกุมของเครื่องแต่งกายมากขึ้น

(ฝากอีบุ๊คเรื่องใหม่ด้วยนะครับ)

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=53085

#

#

#

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=53085

 

#

 

# 

(ฝากอีบุ๊คเรื่องล่าสุดด้วยนะครับ)

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=52654

 

#

https://www.mebmarket.com/ebook-52553-%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B8

#

https://www.mebmarket.com/index.php?action=Bo

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว